|
๓. เสียงวรรณยุกต์
บรมครูกลอนสุนทรภู่
แต่งแต้มเสียงวรรณยุกต์ของคำสุดท้ายในแต่ละวรรคไว้ได้อย่างไพเราะ ระดับเสียงสูงต่ำในภาษาไทย
(เสียงวรรณยุกต์)เป็นเสมือนเสียงดนตรีในบางตำแหน่งของคำหากใช้เสียงวรรณยุกต์บางเสียงกลอนอาจขาดความไพเราะได้
นักเขียนกลอนสมัครเล่นอย่างเราๆ จึงมักจะจดจำการลงเสียงท้ายวรรคทั้งสี่
ว่า "เต้น ๆ จัตวา สามัญ
สามัญ"
ดังนั้นนักแต่งกลอนต้องระวังให้จบกลอนในแต่ละวรรคด้วยเสียงที่ถูกต้อง
การจบกลอนแต่ละวรรคต้องระวังเสียงที่เป็นข้อห้าม
สังเกตกลอนที่ควรแก้ไขเรื่องเสียงวรรณยุกต์ดังนี้
(ตัวอย่างต่อไปนี้ตัดตอนมาจากแบบฝึกหัดของนักเรียน)
| โลกสวยสดงดงามเพราะความรัก |
ไม่รู้จักความรักโลกเศร้าหมอง |
| เหมือนที่พี่ไร้เธอเป็นคู่ครอง |
เจ้าจงตรองพี่นี้คิดถึงเจ้า |
| พี่นี้คิดถึงเธอไม่วางวาย |
ไม่ห่างหายในรักคิดถึงเธอ |
| ไม่ได้พบได้เจอเธอนะเออ |
คงจะเพ้อละเมอทุกคืนวัน |
จะเห็นว่าคำสุดท้ายในวรรคที่
๔ ๕ และ ๖ มีเสียงวรรณยุกต์ที่ทำให้เสียงของกลอนกระด้าง
ไม่นุ่มนวลชวนฟัง
ผู้เขียนกลอนทุกคนจึงต้องระวังเรื่องนี้ด้วยเพราะกลอนของไทยก็คล้ายๆกับทำนองเพลงนั่นเองเสียงวรรณยุกต์ที่พริ้วไป
ตามข้อกำหนดจะทำให้ท่วงทำนองกลอนมีความไพเราะขึ้นยิ่งหากได้เนื้อความที่กินใจด้วยแล้วความสมบูรณ์ของกลอน
ก็จะเพิ่มขึ้นอีกมาก
๏...................๚๛
|