![]() |
![]() |
![]() |
|
|
|
|
|||||||||
|
มีกลอนอยู่เป็นจำนวนมากที่กวีทั้งในยุคก่อนๆ และในรุ่นหลัง ๆ ได้สร้างผลงานเอาไว้อย่างน่าประทับใจ จึงอยากจะให้นักเรียนได้เห็นตัวอย่าง การแต่งกลอนที่ชวนประทับใจ ซึ่งกวีและผู้รจนากลอนแต่ละท่าน ต่างใช้ศิลปะการประพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป การได้ศึกษากลอนของกวีและผู้เขียนท่านอื่นๆนั้น ย่อมทำให้เราได้เข้าถึงศิลปะการประพันธ์มากขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นบทกลอนที่เคยอ่านแล้วประทับใจ จึงนำมาแสดงในที่นี้ ด้วยจุดประสงค์จะแสดงให้นักเรียน ได้เห็นแบบอย่างที่ดีในการแต่งคำประพันธ์ มิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา โฮมเพจ "ร้อยกล ร้อยกรอง" ขอขอบพระคุณกวีและผู้แต่งกลอน มา ณ ที่นี้ค่ะ |
|||||||||
|
เสียงสวรรค์
|
|||
| ๏ ความมืดครอง ผองชีพ งีบระงับ |
แผ่นหล้าหลับ สรรพสิ่ง ไม่ติงไหว |
||
| เสียงอัปสร สะท้อนมา จากฟ้าไกล | แจ้วจับใจ ในเสน่ห์ เสียงเทพี | ||
| วิเวกหวาน ปานปน ด้วยมนต์ขลัง |
ดื่มด่ำดัง สังคีต เทพดีดสี |
||
| ผิวแผ่วผ่าน ม่านฟ้า ยามราตรี | สู่ฤดี ที่สนิท ในนิทรา | ||
|
มนุษย์เอ๋ย เคยคิด สักนิดไหม |
ว่าวันวัย ในชีวิต นิดนักหนา |
||
| บอบบางแสน แม้นกลีบ ทิพย์ผกา | นิ่มนวลกว่า นวลแสง แห่งนวลจันทร์ |
| แต่บรรเจิด เลิศค่า น่าสงวน |
ให้อบอวล หวนหอม ถนอมขวัญ |
||
| ใช้เสียงใจ ไมตรี อารีกัน | เป็นคนธรรพ์ บรรเลง เพลงกล่อมใจ | ||
| อย่าสรรค์เพียง เสียงชั่ว ที่กลั้วพิษ |
กล่อมชีวิต นิดนั้น ให้หวั่นไหว |
| ตรารอยหมอง ครองติด ชีวิตไป | ล่วงวันวัย ไหนจะกลบ ได้ลบเลือน | ||
| สิ้นเสียงซึ่ง ซึ้งแสน จากแดนสรวง |
ซาบซ่านทรวง ดวงใจ ใดจะเหมือน |
||
| ส่งเสียงสรวง ห้วงฟ้า แว่วมาเยือน | เป็นเสียงเตือน เพื่อนมนุษย์ ให้หยุดฟัง๚๛ |
| มะเนาะ ยูเด็น |
|
อายดิน
|
|||
| ๏ เห็นรอยเท้า เคยยืน สะอื้นอก |
อยากหยิบยก ออกมา ถ้าทำได้ |
||
| คิดเกลื่อนกลบ ลบรอย น้อยน้ำใจ | โอ้อาลัย ลานดิน จะสิ้นรอย | ||
|
เคยฝากฝัง สั่งใจ โอ้ใจเอ๋ย |
เมื่อก้าวเลย มาไกล ทำไมถอย |
||
| เสียแรงฟ้า หวังให้เกิด มาเลิศลอย | มัวมาคอย เนิ่นสาย อายสุธา |
|
ทะลึ่งโลด โดดได้ ไม่ยอมหยุด |
พลาดสะดุด เซถลำ คว่ำถลา |
||
| ลื่นไถล ลุกถลัน รั้นขึ้นมา | ถนัดตา โธ่ล้ม จนจมดิน |
|
สงสารตัว ชั่วหรือ ที่ดื้อสู้ |
จนอดสู เจ็บอาย ไม่วายสิ้น |
||
| ทั้งหยาบหยาม หยันใจ ให้ได้ยิน | ราวพิษริน ราดจิต อนิจจา |
|
แหนงจิตฟ้า ฟ้าเหวย ใยเย้ยซ้ำ |
ให้ชอกช้ำ เจ็บอาย น่าขายหน้า |
||
| สิ้นรอยดิน ใช่จะสิ้น คนนินทา | เมื่อชื่อตรา ไว้เพื่อหลู่ ในหมู่ชน |
|
เห็นรอยดิน เคยล้ม ก็ขมจิต |
อยากจะปิด เนตรเร้น ไม่เห็นหน |
||
| สงสารตัว ต่ำเคล้า รอยเท้าตน | อายผู้คน ยังไม่วาย มาอายดิน๚๛ |
| โกวิท สีตลายัน |
|
เขารอ
|
|||
| ๏ เขานั่งรวม ร่วมกลุ่ม ใต้พุ่มสน |
ใบหน้าหม่น มีเค้า ความเศร้าหมอง |
||
| เห็นสนสวย ด้วยฝน หล่นละออง | ความชื่นของ น้ำค้าง ช่วยพร่างพรม | ||
|
เมื่อมาลอง มองดู ในหมู่เขา |
ล้วนหงอยเหงา เฝ้ากลืน ความขื่นขม |
||
| ถูกรังเกียจ เหยียดค่า เหมือนอาจม | สู้ซานซม รอเศษ ความเมตตา |
|
ผิวหนังแยก แตกร่อง น้ำหนองเฟอะ |
น้ำเหลืองเลอะ ลามไหล ทั้งใบหน้า |
||
| กลิ่นคาวเหม็น เป็นสะเก็ด เหมือนเกล็ดปลา | ใบหูหนา หน้าบู้ ดูพิกล |
|
เนื้อเป็นจ้ำ ช้ำเขียว ปากเบี้ยวบูด |
หนังเป็นหูด เห็นขยุย ขึ้นขุยขน |
||
| นิ้วหงิกกุด หลุดหาย ก็หลายคน | ต่างครองตน ทนถ้า เวลาตาย |
|
มองหน้ากัน ตามประสา คนอาภัพ |
น้ำตาซับ ซึมไหล น่าใจหาย |
||
| เป็นคนผู้ อยู่บ้าง เพียงร่างกาย | ถูกดูดาย คล้ายคน ที่ล้นเลว |
|
รอเมตตา มาเตือน เพื่อนมนุษย์ |
ช่วยชักฉุด หลุดล่วง จากห้วงเหว |
||
| ดับไฟร้อน ฟอนกาย เหือดหายเปลว | ชุบชีพเหลว แหลกดับ ให้กลับคืน๚๛ |
| มะเนาะ ยูเด็น | |||
|
ใบศรี
|
|||
| ๏ เหมือนไข่มุกด์ เมื่อหล่น บนจานหยก |
วนิพก พ่ายสิ้น เพียงยินเสียง |
||
| มธุรส โอษฐ์ฉะอ้อน ประอรเอียง | ดาลเผดียง ดาเรศ เนตรอนงค์ | ||
| รอยลักยิ้ม ริมแก้ม เมื่อแย้มยิ้ม |
พิศยิ่งพิมพ์ ใจพึง ตะลึงหลง |
||
| ช้อนชะม้าย ชายตา พาพะวง | อยากผจง จุมพิต สนิทนวล | ||
| แก้วกระหวัด รัดเกี้ยว เกลียวเกศแก้ว |
รอยไรแนว เนียนระดับ รับถี่ถ้วน |
||
| เจ้าปักปิ่น ปัทมา ค่าเคียงควร | ชดช้อยชวน เชยหวัง ระวังแวง | ||
| เทียบทุกคำ ที่เขียน คือเทียนไข |
ผู้เผาไหม้ ตัวเอง เพื่อเปล่งแสง |
||
| ยิ่งค่าความ งามเทิด เจิดแจรง | ยิ่งเสียดแทง หัทยางค์ ให้ร้างเลย | ||
| อย่าให้เหมือน ใบศรี ที่เบิกขวัญ |
พอเสร็จพลัน เป็นใบตอง นะน้องเอ๋ย |
||
| ถนอมหน่อย อย่าลอยร้าง ไปอย่างเคย | เก็บไว้เชย เมื่อช้ำ เช็ดน้ำตา๚๛ | ||
| เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
|
สังคมป่วย
|
|||
| ๏ ญาติฉันป่วย เต็มที เข้าตรีทูต |
หมอยังพูด ปลอบว่า "รักษาหาย |
||
| การแพทย์เรา ก้าวหน้า อย่าโวยวาย | เจ็บจวนตาย ยังรอด ได้ปลอดภัย" | ||
| ก็สู้เชื่อ คำหมอ รอดูผล |
ไม่นานคน ป่วยฟื้น ลุกขึ้นไหว |
||
| ไม่กี่วัน พลันหาย สบายใจ | ฉะนั้นใคร ก็ขาน การแพทย์ดี | ||
| เดี๋ยวนี้คน ป่วยหนัก ไม่ยักหวั่น |
หาหมอทัน ก็เห็น ไม่เป็นผี |
||
| แต่การป่วย อย่างหนึ่ง ซึ่งเต็มที | จะกี่ปี กี่วัน ไม่บรรเทา | ||
| มันเกิดแก่ สังคม สะสมชั่ว |
ล่อกันนัว ทุกโรค น่าโศกเศร้า |
||
| สมเพชจิต คิดมิตก เจ็บอกเรา | หมอใดเล่า จะประทัง โรคสังคม | ||
| โลกคลั่งความ ก้าวหน้า พาให้ทรุด |
โรคมีบุตร ไม่มีพ่อ ก่อให้ล่ม |
||
| โรคเห็นแก่ ตัวผลาญ ให้ซานซม | โรคโง่งม ทำให้ เฉื่อยไปพลัน | ||
| และยังมี โรคอื่น นับหมื่นแสน |
โรคแร้นแค้น ค่าครองชีพ บีบมหันต์ |
||
| โรคโกงกด คดกิน ไร้ศีลธรรม์ | โรคทั้งนั้น เกาะฝัง แก่นสังคม | ||
| เข้าขั้นตรี ทูตแล้ว เพื่อนแก้วเอ๋ย |
หากหมอเฉย คงดับ ชีพลับล่ม |
||
| หมอคือใคร...? ก็คือ "เรา" เฝ้าระดม | สังคมล่ม แน่ถ้า เรารามือ๚๛ | ||
| จินตนา ปิ่นเฉลียว | |||
|
เพียงความเคลื่อนไหว
|
|||
| ๏ ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด |
ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา |
||
| พอใบไม้ไหวพลิกริกริกมา | ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก | ||
| เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว |
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก |
||
| เพียงแววตาคู่นั้นสั่นสะทก | ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ | ||
| โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก |
เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่ |
||
| สว่างแวบแปลบพร่ามาไรไร | ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี | ||
| มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ |
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่ |
||
| กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที | ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส | ||
| นิ้วกระดิกกระเดี้ยได้พอให้เห็น |
เรี่ยวแรงที่แฝงเร้นก็ปรากฏ |
||
| ยอดหญ้าแยงหินแยกหยัดระชด | เกียรติยศแห่งหญ้าก็ระยับ | ||
| สี่สิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน |
สี่สิบล้านไม่เคยเขยื้อนขยับ |
||
| ดินเป็นทรายไม้เป็นหินจนหักพับ | ดับและหลับตลอดถ้วนทั้งตาใจ | ||
| นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า |
ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่ |
||
| ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด | หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม | ||
| ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่ |
ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม |
||
| แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม | ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว | ||
| และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ |
เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว |
||
| มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว | แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน | ||
| พอเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้า |
ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน |
||
| พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล | ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย๚๛ | ||
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ |
|||
|
นกขมิ้น |
|||
| ๏ เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว |
ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง |
||
| โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง | เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ | ||
| โอ้ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร |
นกขมิ้นเหลืองอ่อน จะนอนไหน |
||
| ค่ำลงแล้วแนวพนาและฟ้าไกล | เจ้านอนได้ทุกเถื่อนท่าไม่อาทร | ||
| แล้วหวนเสียงเรียงนิ้วขึ้นหวิวหวีด |
เร่งอดีตดาลฝันบรรโลมหลอน |
||
| ถี่กระชั้นสั่นกระชากใจจากจร | ระเรื่อยร่อนเร่มาเป็นอาจิณ | ||
| โอ้ใจเอ๋ยอ้างว้างวังเวงนัก |
ไร้แหล่งพักหลักพันจะผันผิน |
||
| เพิ่มแต่พิษผิดหวังยังย้ำยิน | ระด่าวดิ้นโดยอนาถแทบขาดใจ | ||
| ข้าเคยฝันถึงฟ้ากว้างกว่ากว้าง |
ฝันถึงปางทับเปลี่ยวเรี่ยวน้ำไหล |
||
| ถึงช่อเอื้องเหลืองระย้าคาคบไม้ | ในแนวไพรนึกเหมือนเป็นเพื่อนเนา | ||
| รู้รสแรงแห่งทุกข์และสุขสิ้น |
บนแผ่นดินแผ่นเดียวเปลี่ยวและเหงา |
||
| จิบน้ำใจจนทั่วเจียนมัวเมา | ไร้ร่มเงารังเรือนและเพื่อนตาย | ||
| เขาเคลียนิ้วเนิบนุ่มเสียงทุ้มพร่า |
เหมือนหวนหาโหยไห้น่าใจหาย |
||
| เจ้าขมิ้นเหลืองอ่อนนอนเดียวดาย | จะเหนื่อยหน่ายหนาวน้ำค้างที่กลางดง | ||
| เสียงฉับฉิ่งหริ่งรับขยับเร่ง |
จะพรากเพลงเพื่อนยินสิ้นเสียงส่ง |
||
| เขาเบือนนิ้วผิวแผ่วแล้วราลง | เสียงนั้นคงเน้นครางอย่างห่วงใย | ||
| เจ้าดอกเอยดอกขจรอาวรณ์ถวิล |
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน |
||
| เขาวางขลุ่ยข่มน้ำตาว้าเหว่ใจ | ตอบไม่ได้ดอกหนาข้าคนจร๚๛ | ||
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ |
|||
|
ขอบฟ้าขลิบทอง |
|||
| ๏ มิ่งมิตร........ |
เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น |
||
| ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน | ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม | ||
ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว |
ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม |
||
| ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม | ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน | ||
ที่จะแล่นเริงเล่นเช่นหงษ์ร่อน |
ที่จะถอนใจทอดกับยอดสน |
||
| ที่จะหว่านสุขไว้กลางใจคน | ที่จะทนทุกข์เข้มเต็มหัวใจ | ||
ที่จะเกลาทางกู้สู่คนยาก |
ที่จะจากผมนิ่มปิ้มเส้นไหม |
||
| ที่จะหาญผสานท้านัยน์ตาใคร | ที่จะให้สิ่งสิ้นเธอจินต์จง | ||
ที่จะอยู่เพื่อคนที่เธอรัก |
ที่จะหักพาลแพรกแหลกเป็นผง |
||
| ที่จะมุ่งจุดหมายประกายทะนง | ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา | ||
เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น |
เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา |
||
| เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา | เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ๚๛ | ||
อุชเชนี |
|||
|
บนลานอโศก |
|||
| ๏ หยาดน้ำแก้วกลอกกลิ้งกิ่งอโศก |
โลกทั้งโลกลอยระหว่างความว่างเปล่า |
||
| มีความรื่นร่มเย็นแผ่เป็นเงา | ลมแผ่วเบาบอกลำนำคำกวี | ||
| เราพบกันฝันไกลในความรัก |
เริ่มรู้จักซึ้งใจในทุกที่ |
||
| มีแต่เรามิมีใครในที่นี้ |
ใบไม้สีสดสวยโบกอวยชัย | ||
| อยากให้รู้ว่ารักสักเท่าฟ้า |
หมดภาษาจะพิสูจน์พูดรักได้ |
||
| เต็มอยู่ในความว่างกว้างและไกล | คือหัวใจสองดวงห่วงหากัน | ||
| หลับตาเถิดที่รักเพื่อพักผ่อน |
ฟังเพลงกลอนพี่กล่อมถนอมขวัญ |
||
| ใจระงับรับใจในจำนรรจ์ | ต่างแพรพันผูกใจห่มให้นอน | ||
| โอ้ดอกเอ๋ยดอกโศกตกจากต้น |
เปียกน้ำฝนปนทรายปลายเกษร |
||
| โศกสำนึกหนาวกมลคนสัญจร | นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะร่อนลง | ||
| เมตตาแล้วแก้วตาอย่าทิ้งทอด |
ช่วยให้รอดอย่าปล่อยบินลอยหลง |
||
| จะหุบปีกหุบปากฝากใจปลง | จะเกาะกรงแก้วกมลไปจนตาย | ||
| งามเอยงามนัก |
แฉล้มพักตร์ผ่องเหมือนเมื่อเดือนฉาย |
||
| งามตาค้อนคมเยื้องชำเลืองชาย | ลักยิ้มอายแอบยิ้มงามนิ่มนวล | ||
| จะห่างไกลไปนิดก็คิดถึง |
ครั้นดื้อดึงโดยใจก็ไห้หวน |
||
| ถนอมงามห้ามใจควรไม่ควร | ให้ปั่นป่วนไปทุกยามนะความรัก | ||
| ผีเสื้อทิพย์พริบพร้อยลอยแตะแต้ม |
เผยอแย้มยิ้มละไมใจประจักษ์ |
||
| ทุกกิ่งก้านมิ่งไม้เหมือนทายทัก | ร้อยสลักใจเราให้เฝ้ารอ | ||
| ฝันถึงดอกบัวแดงแฝงผึ้งภู่ |
คล้ายพี่อยู่เป็นเพื่อนในเรือนหอ |
||
| ชื่นเสน่ห์เกษรอ่อนละออ | โอ้ละหนอหนาวนักเอารักอิง | ||
| ในห้วงความคิดถึงซึ่งเงียบเหงา |
ใจสองเราเลื่อนลอยอย่างอ้อยอิ่ง |
||
| คอยคืนวันฝันเห็นจะเป็นจริง | โลกหยุดนิ่งแนบสนิทในนิทรา | ||
| ร่มอโศกสดใสในความฝัน |
ร่มนิรันดร์ลานสวาทปรารถนา |
||
| ร่มลำธารสีเทาเจ้าพระยา | และร่มอาณาจักร.....ความรักเรา๚๛ | ||
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ |
|||
|
ปณิธานหนุ่มสาว |
|||
|
๏ เบื้องหน้าคือหญิงสาว |
พลิ้วอาภรสีขาว ไร้เดียงสา |
||
| มีดวงดาววาวใสในแววตา | โปรยประกายปรารถนาเป็นดอกไม้ | ||
เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน |
สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน |
||
| การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร | เธอก้าวไปค้นความจริง(อิงนิยาย | ||
| เขาคือชายหนุ่ม |
ร้อนรุ่มแกร่งกล้าหาความหมาย |
||
| โดยยึดมั่นการต่อสู้ลูกผู้ชาย | ท้าทายภัยผองโลกหมองมัว | ||
เขาตะโกนสุดเสียง |
ถกเถียงหยันหยามความชั่ว |
||
| ชายหนุ่มวิ่งสวนทางกับความกลัว | เพื่อพบตัวมีค่าน่าพอใจ | ||
ชายหนุ่มกับหญิงสาว |
จูงมือกันก้าวสู่หนไหน? |
||
| เพียงหลงทางที่ไม่มีทางไป | หรือสร้างสรรค์บันไดไกลถึงฟ้า | ||
......นี่คือคำตอบ |
"ชีวิตที่มอบไว้แก้ปัญหา |
||
| ต้องสู้ ต้องทำ รับคำท้า | เบื้องหน้าคืออะไรไม่พรั่นเลย" | ||
(นิสิตนักศึกษา - ๒๕๑๖) |
จิรนันท์ พิตรปรีชา |
||