ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว
         
 
   
              กลเม็ดในการเขียนกลอนนั้น ผู้เรียนต้องหมั่นสังเกตแนวทางของกวีแต่ละท่าน  
  เราซึ่งเป็นผู้ศึกษา จึงต้องหมั่นศึกษาตัวอย่าง  การอ่านมาก และฝึกเขียนอยู่บ่อย ๆ ย่อมทำ  
  ให้เรามีการพัฒนาตนเอง การพยายามแกะหาแนวทางหรือศิลปะ เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่จะ  
  ช่วยให้เรามีศิลปะในการประพันธ์มากขึ้น   
              โฮมเพจหน้านี้จึงขอนำเสนอ   "กลเม็ดเผด็จกลอน"   พอเป็นตัวอย่างนำให้  
  นักเรียนมองเห็นแนวทางในการพิจารณากลอน   หากนักเรียนสามารถมองเห็นจุดเด่นของ  
  กลอนที่ตนเองอ่านอยู่นั้นได้ ต่อไปนักเรียนก็จะสามารถนำศิลปะ หรือเทคนิคนั้นๆ ไปใช้ได้  
  และเมื่อแต่งจนชำนาญแล้ว ย่อมเกิดศิลปะเป็นของตนเองได้ต่อไป               
         
 
TIPS ๑
เมื่อคำส่ง ลงด้วยเสียงวรรณยุกต์ "ตรี"  
         
            โดยทั่วไป คำส่ง(คำสุดท้ายในแต่ละบท) นิยมลงด้วยเสียง "สามัญ"แต่มีบางครั้งที่  
     คำส่งนั้น  อาจจะลงท้ายด้วยเสียง "ตรี"  ซึ่งหากเป็นไปในกรณีเช่นนี้ กวีมักจะให้  "คำรับ"  
    (คำสุดท้ายในวรรคที่ 2 ของบทต่อไป)  ลงด้วยเสียง  "เอก"  หรือเสียง  "โท"  ซึ่งจะทำให้  
    กลอนมีความไพเราะยิ่งขึ้น  
 
ลักษณะที่นิยม :
        หากคำส่งเป็นเสียง "ตรี" จะรับด้วยเสียง "เอก" หรือ "โท" และ คำรอง ในวรรค  
 
ต่อมาก็จะเป็นเสียง "ตรี" ด้วย ดังเช่น
 
         
 
      จะถักร้อย สร้อยทราย สายสวาท ขออำนาจ ปรารถนา อย่ารู้สิ้น  
  ดนตรีคลื่น ครื้นเครง อย่างเพลงพิณ กล่อมให้ยิน และให้ย้ำ คำว่า รัก(เสียงตรี)  
       
        หัวใจเธอ อยู่ที่นี่ หรือที่ไหน โปรดฟังใจฉันแจง แจ้งประจักษ์(เสียงเอก)  
  แม้ใจสอง พ้องใจ ได้พิงพัก(เสียงตรี) จะสลัก รักล้น บนฟองทราย  
 
"แม่พิมพ์ใจ"
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
  และหากคำรับเป็นเสียง "โท" ก็มักจะให้คำรองเป็นเสียง "ตรี" ด้วย เช่นกัน  
       จุดโชติช่วง ห้วงนภา ดอกฟ้าคลี่ ระยับยิบ พริบพรี อยู่ที่นั่น(เสียงโท)  
  เหมือนใกล้ใกล้ แค่นี้ ที่ตรงนั้น(เสียงตรี) เพียงหาญดั้น ขึ้นไป ก็ได้ชม  
 
"แด่ดอกฟ้า"
...จินตนา   ปิ่นเฉลียว  
       
       ลวงทั้งตัว ทั้งตา ว่าฟ้าหยาด แค่เอื้อมอาจ โอบหาว เด็ดดาวเผย  
  สำนึกความ จริงได้ อายนักเอย ใจหนึ่งเย้ย ใจตัว นี้ชั่วนัก (เสียงตรี)  
          ที่ยกใจ จากดิน ถวิลฟ้า เพียงเพื่อล้ม ถลา มาอกหัก (เสียงเอก)  
    ความสมหวัง ดังดอกฟ้า ชาวฟ้ารัก (เสียงตรี) มีหรือจัก หยาดฟ้า มายาใจ  
   
"แด่ดอกฟ้า"
...จินตนา   ปิ่นเฉลียว  
         
 
TIPS ๒
เล่นสัมผัสอักษรท้ายช่วงจังหวะกลอนในแต่ละวรรค  
       
 
     กลอนสุภาพนิยมอ่านออกเสียงเป็นสามช่วงจังหวะในแต่ละวรรค คือ 3-2-3 หรือ 3-3-3  
  ศิลปะในการแต่งกลอนประเด็นนี้ก็คือ  การเล่นสัมผัสอักษรที่คำท้ายจังหวะในแต่ละวรรค  
  หมายถึงคำที่ 3 คำที่ 5 และคำที่ 8 ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกัน  
     
 
ลักษณะที่นิยม :
  คำที่ 3 และ,หรือ 5 และ,หรือ 8 ในแต่ละวรรค ซึ่งเป็นคำท้ายช่วงจังหวะ จะสัมผัสอักษร  
         
 
      จะกอดแก้ว ด้วยกลอน ขจรกรุ่น เป็นอกหนุน อุ่นเนื้อ เมื่อนอนหนาว  
  แล้วร้อยดาว เรียงดวง เป็นรวงดาว สว่างพราว กระพริบพริ้ม ชมฉิมพลี  
       
       ประจงจูบ กลางใจ ไกลกระเจิด ลอยเตลิด ล่องหล้า มาเรื่อยรี่  
  อิสินธร ผ่านสุทัศน์ ข้ามนัทธี พี่จะชี้ พลางเชิญ ให้เพลินชม  
 
"นิทานที่ลานโพธิ์"
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
       
       กลอนบทข้างบนนี้เล่นสัมผัสอักษรท้ายช่วงจังหวะกลอนที่แพรวพราวมาก  มีสัมผัสอักษร  
  ท้ายช่วงจังหวะในทุกๆวรรคตามคำที่เน้นสีแดง  
         
 
TIPS ๓
สัมผัสอักษรในแต่ละช่วงจังหวะกลอน  
         
        กลเม็ดเผด็จกลอนในหัวข้อนี้เป็นการเล่นสัมผัสอักษร ในแต่ละช่วงจังหวะของกลอนแต่ละ  
    วรรค โดยใช้เทคนิคซ้ำเสียงอักษร (เสียงพยัญชนะ) นั้นอีกครั้งหนึ่ง  ในช่วงจังหวะต่อไปของ  
    กลอน เช่น จังหวะแรกใช้คำว่า "ต่อแก่น" ช่วงจังหวะกลอนต่อมาก็ใช้คำว่า "แตกกอ" นั่นคือ  
    การเล่นอักษร ตอ - กอ , ตอ - กอ นั่นเอง  
       
 
ลักษณะที่นิยม :
  คำที่ 2-3 ในแต่ละวรรคจะเล่นอักษรกับคำ 4-5 หรือ คำที่ 4-5 เล่นอักษรกับคำที่ 6-7  
         
 
      โอ้เสาดล สนได้ นั้นไม่แปลก คร้านจำแนก ตำนาน เห็นขานขัน  
  แต่สิ่งหนึ่ง พึงเน้น เป็นสำคัญ คืออาถรรพณ์ ถิ่นนี้ นั้นมีทิพย์  
       
        ดินที่นี่ ดีนัก เนื้อหนักแน่น อาจต่อแก่น แตกกอ จากหน่อดิบ  
  เป็นดินเลน ลาดไกล ไปลิบลิบ หว่านลงสิบ ได้แสน กว่าแดนทราย  
 
"นิราศกระช่อง"
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
       
        กลอนข้างต้นนี้ หากสังเกตให้ดี ตัวอักษรที่เน้นสีเหลืองตัวหนา ใช้ศิลปะตามแบบหัวข้อใน  
  TIP 2 และส่งด้วยเสียงตรี (ทิพย์) รับด้วยเสียงเอก (ดิบ) ตามแบบ TIP 1  
       
         ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นการเล่นอักษรโดยใช้คำที่ 4-5 เล่นอักษรกับคำที่ 6-7  
         
          ชื่อลำยอง ลองย้ำ คำนึงนับ วันวิญญาณ ฤาจะดับ ไปเสียสิ้น  
    วันที่เลือด ชโลมซ่าน เหนือลานดิน แปดธันวา เคยยิน คอยย้ำเตือน  
      ...บุณยฤทธิ์   มากมี  
         
 
TIPS ๔
การเล่นเสียงสูงต่ำ(เสียงวรรณยุกต์)ในกลอน  
       
 
       ภาษาไทยเป็นภาษาที่ละเมียดละไม มีระดับเสียงสูงต่ำที่เรียกว่าเสียงวรรณยุกต์ เสียง  
  สูงต่ำในภาษาไทยทำให้ถ้อยคำที่เรียบเรียง มีลักษณะคล้ายเสียงดนตรี หรือคล้ายเสียงตัวโน้ต  
  ดนตรี ซึ่งมีเสียง สูง - ต่ำ (โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด) เช่นกัน มีการเรียกภาษาไทยว่า เป็น  
  ภาษาเสียงดนตรี กวีบางท่านจึงหยิบลักษณะเช่นนี้มาใช้ในบทกลอนบางตอน แม้จะมีการใช้  
    ไม่บ่อยนัก แต่ก็นับว่า เป็นจุดที่น่าสนใจเช่นกัน  
         
            ต้อยตะริด ติดตี่ เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลย เร่ร่อน ไปนอนไหน  
    แอ้อีอ่อย สร้อยฟ้า สุมาลัย แม้นเด็ดได้ จะไม่ร้าง ให้ห่างเชย  
   
"พระอภัยมณี"
...สุนทรภู่  
         
         ระลึกท้น โทนทับ ฉิ่งฉับฉิ่ง ติงทั่งติง ทั่งติง ทั่งติงทั่ง  
    เจ้าพลายงาม ศรีมาลา ไม่มาฟัง เพลงก็พราก จากวัง บางขุนพรหม  
   
"บางขุนพรหม"
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
         
         ว่าวดุ๊ยดุ่ย ดุ่ยด้น บนปลายไผ่ ฉวัดไกว กังหัน ไม่ทันสิ้น  
    พอลมหวน ขลุ่ยก็โหย มาโรยริน ซอเสียงพิณ ไผ่สี ระรี่รับ  
   
"เพลงขลุ่ยผิว"
..เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
         
 
TIPS ๕
ส่งสัมผัสสระระหว่างวรรคไปยังคำที่ 5 ในวรรคต่อไป  
       
 
     โดยปกติแล้วการรับส่งสัมผัสระหว่างวรรคซึ่งเป็นสัมผัสบังคับนั้น กำหนดไว้ว่าให้ส่งไปยัง  
  คำที่ 3 หรือ 4 หรือ 5 ในวรรคต่อไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว นิยมให้คำที่ 3 เป็นคำรับสัมผัส แต่  
  ในบางครั้งเราจะพบว่ากวีส่งสัมผัสมายังคำที่ 5 ในวรรคต่อไป กรณีนี้หากสังเกตให้ดีแล้วจะ  
  เห็นว่า กวีมักให้คำที่ 3 กับคำที่ 4 ในวรรคนั้นสัมผัสสระกัน  
     
       ระลึกท้น โทนทับ ฉิ่งฉับฉิ่ง ติงทั่งติง ทั่งติง ทั่งติงทั่ง  
  เจ้าพลายงาม ศรีมาลา ไม่มาฟัง เพลงก็พราก จากวัง บางขุนพรหม  
 
"บางขุนพรหม"
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  
       
     จะเห็นได้ว่า คำว่า ฟัง ส่งสัมผัสมายังคำว่า วัง  ซึ่งเป็นคำที่ 5 ในวรรคต่อมา กวีจึงกำหนด  
  ให้คำที่อยู่หน้าคำว่า  วัง  สัมผัสสระกัน (พราก...จาก)  การทำเช่นนี้ช่วยให้กลอนมีเสียงที่  
    ไพเราะสละสลวยมากยิ่งขึ้น  
       
 
TIPS ๖
การใช้คำซ้ำตอนท้ายวรรค  
       
 
    ใช้คำซ้ำในทุกวรรคโดยวางตำแหน่งคำซ้ำในที่เดียวกันทุกวรรคไป อาทิเช่น กำหนดให้  
  ท้ายวรรคของทุกวรรคเป็นคำซ้ำ  
     
       ฝนเพิ่งขาด เม็ดหมด ไปหมาดหมาด ที่ตลาด คนไป เป็นหมู่หมู่  
  ทุเรียนปล้อน เนื้อปลิ้น เป็นพูพู เข่งปลาทู ซ้อนทับ เป็นกองกอง  
 
...เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์