![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
||||
| กลเม็ดในการเขียนกลอนนั้น ผู้เรียนต้องหมั่นสังเกตแนวทางของกวีแต่ละท่าน | ||||
| เราซึ่งเป็นผู้ศึกษา จึงต้องหมั่นศึกษาตัวอย่าง การอ่านมาก และฝึกเขียนอยู่บ่อย ๆ ย่อมทำ | ||||
| ให้เรามีการพัฒนาตนเอง การพยายามแกะหาแนวทางหรือศิลปะ เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่จะ | ||||
| ช่วยให้เรามีศิลปะในการประพันธ์มากขึ้น | ||||
| โฮมเพจหน้านี้จึงขอนำเสนอ "กลเม็ดเผด็จกลอน" พอเป็นตัวอย่างนำให้ | ||||
| นักเรียนมองเห็นแนวทางในการพิจารณากลอน หากนักเรียนสามารถมองเห็นจุดเด่นของ | ||||
| กลอนที่ตนเองอ่านอยู่นั้นได้ ต่อไปนักเรียนก็จะสามารถนำศิลปะ หรือเทคนิคนั้นๆ ไปใช้ได้ | ||||
| และเมื่อแต่งจนชำนาญแล้ว ย่อมเกิดศิลปะเป็นของตนเองได้ต่อไป | ||||
|
TIPS
๑
|
เมื่อคำส่ง ลงด้วยเสียงวรรณยุกต์ "ตรี" | |||
| โดยทั่วไป คำส่ง(คำสุดท้ายในแต่ละบท) นิยมลงด้วยเสียง "สามัญ"แต่มีบางครั้งที่ | ||||
| คำส่งนั้น อาจจะลงท้ายด้วยเสียง "ตรี" ซึ่งหากเป็นไปในกรณีเช่นนี้ กวีมักจะให้ "คำรับ" | ||||
| (คำสุดท้ายในวรรคที่ 2 ของบทต่อไป) ลงด้วยเสียง "เอก" หรือเสียง "โท" ซึ่งจะทำให้ | ||||
| กลอนมีความไพเราะยิ่งขึ้น | ||||
|
ลักษณะที่นิยม
:
|
หากคำส่งเป็นเสียง "ตรี" จะรับด้วยเสียง "เอก" หรือ "โท" และ คำรอง ในวรรค | |||
| ต่อมาก็จะเป็นเสียง
"ตรี" ด้วย ดังเช่น |
||||
![]() |
จะถักร้อย สร้อยทราย สายสวาท | ขออำนาจ ปรารถนา อย่ารู้สิ้น | ||
| ดนตรีคลื่น ครื้นเครง อย่างเพลงพิณ | กล่อมให้ยิน และให้ย้ำ คำว่า รัก(เสียงตรี) | |||
| หัวใจเธอ อยู่ที่นี่ หรือที่ไหน | โปรดฟังใจฉันแจง แจ้งประจักษ์(เสียงเอก) | |||
| แม้ใจสอง พ้องใจ ได้พิงพัก(เสียงตรี) | จะสลัก รักล้น บนฟองทราย | |||
|
"แม่พิมพ์ใจ"
|
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
| และหากคำรับเป็นเสียง "โท" ก็มักจะให้คำรองเป็นเสียง "ตรี" ด้วย เช่นกัน | ||||
| จุดโชติช่วง ห้วงนภา ดอกฟ้าคลี่ | ระยับยิบ พริบพรี อยู่ที่นั่น(เสียงโท) | |||
| เหมือนใกล้ใกล้ แค่นี้ ที่ตรงนั้น(เสียงตรี) | เพียงหาญดั้น ขึ้นไป ก็ได้ชม | |||
|
"แด่ดอกฟ้า"
|
...จินตนา ปิ่นเฉลียว | |||
| ลวงทั้งตัว ทั้งตา ว่าฟ้าหยาด | แค่เอื้อมอาจ โอบหาว เด็ดดาวเผย | |||
| สำนึกความ จริงได้ อายนักเอย | ใจหนึ่งเย้ย ใจตัว นี้ชั่วนัก (เสียงตรี) | |||
| ที่ยกใจ จากดิน ถวิลฟ้า | เพียงเพื่อล้ม ถลา มาอกหัก (เสียงเอก) | |||
| ความสมหวัง ดังดอกฟ้า ชาวฟ้ารัก (เสียงตรี) | มีหรือจัก หยาดฟ้า มายาใจ | |||
|
"แด่ดอกฟ้า"
|
...จินตนา ปิ่นเฉลียว | |||
|
TIPS
๒
|
เล่นสัมผัสอักษรท้ายช่วงจังหวะกลอนในแต่ละวรรค | |||
| กลอนสุภาพนิยมอ่านออกเสียงเป็นสามช่วงจังหวะในแต่ละวรรค คือ 3-2-3 หรือ 3-3-3 | ||||
| ศิลปะในการแต่งกลอนประเด็นนี้ก็คือ การเล่นสัมผัสอักษรที่คำท้ายจังหวะในแต่ละวรรค | ||||
| หมายถึงคำที่ 3 คำที่ 5 และคำที่ 8 ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกัน | ||||
|
ลักษณะที่นิยม
:
|
คำที่ 3 และ,หรือ 5 และ,หรือ 8 ในแต่ละวรรค ซึ่งเป็นคำท้ายช่วงจังหวะ จะสัมผัสอักษร | |||
![]() |
จะกอดแก้ว ด้วยกลอน ขจรกรุ่น | เป็นอกหนุน อุ่นเนื้อ เมื่อนอนหนาว | ||
| แล้วร้อยดาว เรียงดวง เป็นรวงดาว | สว่างพราว กระพริบพริ้ม ชมฉิมพลี | |||
| ประจงจูบ กลางใจ ไกลกระเจิด | ลอยเตลิด ล่องหล้า มาเรื่อยรี่ | |||
| อิสินธร ผ่านสุทัศน์ ข้ามนัทธี | พี่จะชี้ พลางเชิญ ให้เพลินชม | |||
|
"นิทานที่ลานโพธิ์"
|
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
| กลอนบทข้างบนนี้เล่นสัมผัสอักษรท้ายช่วงจังหวะกลอนที่แพรวพราวมาก มีสัมผัสอักษร | ||||
| ท้ายช่วงจังหวะในทุกๆวรรคตามคำที่เน้นสีแดง | ||||
|
TIPS
๓
|
สัมผัสอักษรในแต่ละช่วงจังหวะกลอน | |||
| กลเม็ดเผด็จกลอนในหัวข้อนี้เป็นการเล่นสัมผัสอักษร ในแต่ละช่วงจังหวะของกลอนแต่ละ | ||||
| วรรค โดยใช้เทคนิคซ้ำเสียงอักษร (เสียงพยัญชนะ) นั้นอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงจังหวะต่อไปของ | ||||
| กลอน เช่น จังหวะแรกใช้คำว่า "ต่อแก่น" ช่วงจังหวะกลอนต่อมาก็ใช้คำว่า "แตกกอ" นั่นคือ | ||||
| การเล่นอักษร ตอ - กอ , ตอ - กอ นั่นเอง | ||||
|
ลักษณะที่นิยม
:
|
คำที่ 2-3 ในแต่ละวรรคจะเล่นอักษรกับคำ 4-5 หรือ คำที่ 4-5 เล่นอักษรกับคำที่ 6-7 | |||
![]() |
โอ้เสาดล สนได้ นั้นไม่แปลก | คร้านจำแนก ตำนาน เห็นขานขัน | ||
| แต่สิ่งหนึ่ง พึงเน้น เป็นสำคัญ | คืออาถรรพณ์ ถิ่นนี้ นั้นมีทิพย์ | |||
| ดินที่นี่ ดีนัก เนื้อหนักแน่น | อาจต่อแก่น แตกกอ จากหน่อดิบ | |||
| เป็นดินเลน ลาดไกล ไปลิบลิบ | หว่านลงสิบ ได้แสน กว่าแดนทราย | |||
|
"นิราศกระช่อง"
|
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
| กลอนข้างต้นนี้ หากสังเกตให้ดี ตัวอักษรที่เน้นสีเหลืองตัวหนา ใช้ศิลปะตามแบบหัวข้อใน | ||||
| TIP 2 และส่งด้วยเสียงตรี (ทิพย์) รับด้วยเสียงเอก (ดิบ) ตามแบบ TIP 1 | ||||
| ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นการเล่นอักษรโดยใช้คำที่ 4-5 เล่นอักษรกับคำที่ 6-7 | ||||
| ชื่อลำยอง ลองย้ำ คำนึงนับ | วันวิญญาณ ฤาจะดับ ไปเสียสิ้น | |||
| วันที่เลือด ชโลมซ่าน เหนือลานดิน | แปดธันวา เคยยิน คอยย้ำเตือน | |||
| ...บุณยฤทธิ์ มากมี | ||||
|
TIPS
๔
|
การเล่นเสียงสูงต่ำ(เสียงวรรณยุกต์)ในกลอน | |||
![]() |
ภาษาไทยเป็นภาษาที่ละเมียดละไม มีระดับเสียงสูงต่ำที่เรียกว่าเสียงวรรณยุกต์ เสียง | |||
| สูงต่ำในภาษาไทยทำให้ถ้อยคำที่เรียบเรียง มีลักษณะคล้ายเสียงดนตรี หรือคล้ายเสียงตัวโน้ต | ||||
| ดนตรี ซึ่งมีเสียง สูง - ต่ำ (โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด) เช่นกัน มีการเรียกภาษาไทยว่า เป็น | ||||
| ภาษาเสียงดนตรี กวีบางท่านจึงหยิบลักษณะเช่นนี้มาใช้ในบทกลอนบางตอน แม้จะมีการใช้ | ||||
| ไม่บ่อยนัก แต่ก็นับว่า เป็นจุดที่น่าสนใจเช่นกัน | ||||
| ต้อยตะริด ติดตี่ เจ้าพี่เอ๋ย | จะละเลย เร่ร่อน ไปนอนไหน | |||
| แอ้อีอ่อย สร้อยฟ้า สุมาลัย | แม้นเด็ดได้ จะไม่ร้าง ให้ห่างเชย | |||
|
"พระอภัยมณี"
|
...สุนทรภู่ | |||
| ระลึกท้น โทนทับ ฉิ่งฉับฉิ่ง | ติงทั่งติง ทั่งติง ทั่งติงทั่ง | |||
| เจ้าพลายงาม ศรีมาลา ไม่มาฟัง | เพลงก็พราก จากวัง บางขุนพรหม | |||
|
"บางขุนพรหม"
|
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
| ว่าวดุ๊ยดุ่ย ดุ่ยด้น บนปลายไผ่ | ฉวัดไกว กังหัน ไม่ทันสิ้น | |||
| พอลมหวน ขลุ่ยก็โหย มาโรยริน | ซอเสียงพิณ ไผ่สี ระรี่รับ | |||
|
"เพลงขลุ่ยผิว"
|
..เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
|
TIPS
๕
|
ส่งสัมผัสสระระหว่างวรรคไปยังคำที่ 5 ในวรรคต่อไป | |||
![]() |
โดยปกติแล้วการรับส่งสัมผัสระหว่างวรรคซึ่งเป็นสัมผัสบังคับนั้น กำหนดไว้ว่าให้ส่งไปยัง | |||
| คำที่ 3 หรือ 4 หรือ 5 ในวรรคต่อไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว นิยมให้คำที่ 3 เป็นคำรับสัมผัส แต่ | ||||
| ในบางครั้งเราจะพบว่ากวีส่งสัมผัสมายังคำที่ 5 ในวรรคต่อไป กรณีนี้หากสังเกตให้ดีแล้วจะ | ||||
| เห็นว่า กวีมักให้คำที่ 3 กับคำที่ 4 ในวรรคนั้นสัมผัสสระกัน | ||||
| ระลึกท้น โทนทับ ฉิ่งฉับฉิ่ง | ติงทั่งติง ทั่งติง ทั่งติงทั่ง | |||
| เจ้าพลายงาม ศรีมาลา ไม่มาฟัง | เพลงก็พราก จากวัง บางขุนพรหม | |||
|
"บางขุนพรหม"
|
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | |||
| จะเห็นได้ว่า คำว่า ฟัง ส่งสัมผัสมายังคำว่า วัง ซึ่งเป็นคำที่ 5 ในวรรคต่อมา กวีจึงกำหนด | ||||
| ให้คำที่อยู่หน้าคำว่า วัง สัมผัสสระกัน (พราก...จาก) การทำเช่นนี้ช่วยให้กลอนมีเสียงที่ | ||||
| ไพเราะสละสลวยมากยิ่งขึ้น | ||||
|
TIPS
๖
|
การใช้คำซ้ำตอนท้ายวรรค | |||
![]() |
ใช้คำซ้ำในทุกวรรคโดยวางตำแหน่งคำซ้ำในที่เดียวกันทุกวรรคไป อาทิเช่น กำหนดให้ | |||
| ท้ายวรรคของทุกวรรคเป็นคำซ้ำ | ||||
| ฝนเพิ่งขาด เม็ดหมด ไปหมาดหมาด | ที่ตลาด คนไป เป็นหมู่หมู่ | |||
| ทุเรียนปล้อน เนื้อปลิ้น เป็นพูพู | เข่งปลาทู ซ้อนทับ เป็นกองกอง | |||
| ...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | ||||