ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว

.....ลักษณะกลอนของสุนทรภู่.....๔

๔. เสียงวรรณยุกต์ในกลอนของสุนทรภู่
          บรมครูกลอน “สุนทรภู่” จินตกวีผู้รจนาภาษากวีได้อย่างงดงาม ผลงานของท่านแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนเพชรที่ได้รับ
      การเจียระนัยด้วยความประณีตบรรจง จึงสามารถส่องแสงเป็นประกายได้อย่างงดงาม จนหาที่ตำหนิไม่พบ กลอนแต่ละ
     วรรควางจังหวะเสียงได้อย่างกลมกลืน เกิดเสียงสูงต่ำที่ไพเราะเสมือนเสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างไม่ติดขัด ทั้งนี้ลักษณะ
     กลอนของสุนทรภู่ มีการกำหนดเสียงวรรณยุกต์ของคำสุดท้ายในแต่ละวรรค ดังนี้

ตารางแสดงการใช้เสียงวรรณยุกต์ในคำสุดท้ายของวรรคแต่ละวรรค

เสียง
สามัญ
เอก
โท
ตรี
จัตวา
คำสดับ(คำท้ายวรรคที่ ๑)          
คำรับ(คำท้ายวรรคที่ ๒)          
คำรอง(คำท้ายวรรคที่ ๓)          
คำส่ง(คำท้ายวรรคที่ ๔)          

หมายเหตุ  จากตารางข้างต้นสีที่กำหนดไว้มีความหมายดังนี้      

  นิยมใช้มากที่สุด
  ห้ามใช้
  ใช้ได้เพียงแต่มีคนใช้กันค่อนข้างน้อย

หากจะให้ง่ายแก่การจดจำ ก็อาจจะจดจำการใช้เสียงวรรณยุกต์ลงท้ายของแต่ละวรรคว่า   “เต้นๆ....จัตวา....สามัญ......สามัญ”(เต้นๆหมายถึง...เสียงที่มีเสียงสูงต่ำตั้งแต่เอกจนถึงจัตวายกเว้นเสียงสามัญซึ่งถือว่าเป็นเสียงเรียบ)

คำอธิบายเพิ่มเติม

คำสดับ(คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑) ลงด้วยเสียงเอก โท ตรี หรือ จัตวา (เสียงจัตวาถือว่าไพเราะที่สุด) ห้ามเสียงสามัญ
คำรับ  (คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒) ลงด้วยเสียง เอก โท หรือจัตวา ห้ามลงด้วยเสียงตรีหรือเสียงสามัญ
 คำรอง(คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓) ลงด้วยเสียง สามัญ ตรี ห้ามลงด้วยเสียง เอก โทัตวา
คำส่ง  (คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔) ลงด้วยเสียงสามัญ และตรี ห้ามลงด้วยเสียงเอก โทัตวา

ตัวอย่าง

              แสนวิตกอกเอ๋ยมาอ้างว้าง ในทุ่งกว้างเห็นแต่แขมแซมสลอน
    จนดึกดาวพราวพร่างกลางอัมพร กาเรียนร่อนร้องก้องเมื่อสองยาม
    ทั้งกบเขียดเกรียดกรีดจังหรีดเรื่อย พระพายเฉื่อยฉิวฉิววะหวิวหวาม
    วังเวงจิตคิดคะนึงรำพึงความ ถึงเมื่อยามยังอุดมโสมนัส
......“นิราศภูเขาทอง”


            จนแจ่มแจ้งแสงสว่างนภางค์พื้น ถอนสะอื้นอาลัยพระทัยหาย
      ดูเวหาว่าแสนแค้นพระพาย ไม่พาสายสวาทคืนมาชื่นใจ
      จำจะตามทรามชมทางลมพัด เผื่อจะพลัดตกลงที่ตรงไหน
      ดำริพลางทางสะท้อนถอนฤทัย

ให้เตรียมพลสกลไกรจะไคลคลา

   ......“นิราศอิเหนา”

หมายเหตุ....การเขียนกลอนในปัจจุบันไม่เคร่งครัดเรื่องเสียงวรรณยุกต์มากนัก เราจะพบว่า"คำสดับ"ที่ลงท้ายในวรรคแรก มีผู้เขียนโดยใช้"เสียงสามัญ"กันมากขึ้น แต่มิได้หมายความว่าจะเป็นข้อกำหนดอย่างนั้น "ร้อยกล..ร้อยกรอง" มองว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ประพันธ์ ที่จะเขียนกลอนอย่างไรก็ได้ แต่ที่กล่าวถึงว่า"คำสดับ" ห้ามเสียงสามัญ เพราะ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" เน้นการเขียนกลอนตามแบบและตามแนวของ"สุนทรภู่" ซึ่งเราจะพบว่า"สุนทรภู่"ไม่ใช้เสียงสามัญใน"คำสดับ" ทั้งนี้ "ร้อยกล..ร้อยกรอง" ก็ยังไม่เคยเห็นกลอนของสุนทรภู่ใช้เสียงสามัญใน"คำสดับ" เลย จึงขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านว่า "ร้อยกล..ร้อยกรอง" นำเสนอความรู้เรื่องกลอนตามแบบ"สุนทรภู่"เป็นสำคัญ หากท่านใดพบเจอกลอนของสุนทรภู่ที่ใช้"เสียงสามัญ"ใน"คำสดับ" ขอให้บอกกล่าวไว้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง


๏...................๚๛