ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว

.....ลักษณะกลอนของสุนทรภู่.....๓

                                                                                                                                                          

 ๓. เทคนิคการใช้สัมผัส ในกลอนของสุนทรภู่

          บรมครูกลอน "สุนทรภู่" รจนากลอนได้อย่างไพเราะ มีการใช้เสียงที่เสนาะเพราะพริ้ง ทำให้ตัวอักษรและถ้อยคำดูมี
      ชีวิตจิตใจ ดังที่กล่าวไว้แล้วในข้างต้น กลอนแต่ละวรรคของครูกลอนท่านนี้ มีการรับส่งและรับสัมผัสในได้อย่างมีศิลปะ
      จนกระทั่งศิลปะการใช้สัมผัสในวรรคกลอนแบบนี้เป็นที่นิยมใช้ตามกันมาอย่างแพร่หลาย กลอนส่วนใหญ่ของสุนทรภู่ จะมี
      สัมผัสในที่แพรวพราว เกือบทุกวรรค จนเป็นแบบอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ดังนี้


     ๓.๑ สัมผัสสระระหว่างคำที่ 3 ไปยังคำที่ 4 ในวรรคสดับและวรรครอง

          นอนเถิดหนายาหยีพี่จะกล่อม              งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
     คีรีรอบขอบเคียงเหมือนเวียงไชย อยู่ร่มไม้เหมือนปราสาทราชวัง
     เคยสำเนียงเสียงนางสุรางค์เห่ มาฟังเรไรแซ่เหมือนแตรสังข์
     เคยมีวิสูตรรูดกั้นบนบัลลังก์ มากำบังใบไม้ในไพรวัลย์
    ......“นิราศอิเหนา”

 

วรรคสดับวรรคที่ ๑
คำว่า
หนา
สัมผัสสระกับคำว่า
ยา(หยี)
วรรครองวรรคที่ ๓
คำว่า
รอบ
สัมผัสสระกับคำว่า
ขอบ
วรรคสดับวรรคที่ ๕
คำว่า
(สำ)เนียง
สัมผัสสระกับคำว่า
เสียง
วรรครองวรรคที่ ๗
คำว่า
(วิ)สูตร
สัมผัสสระกับคำว่า
รูด
       
      ๓.๒ สัมผัสอักษรระหว่างคำที่ 3 ไปยังคำที่ 4 ในวรรครับและวรรคส่ง



วรรครับ วรรคที่ ๒
คำว่า
(ละ)ม่อม
สัมผัสอักษรกับคำว่า
มิ่ง
วรรคส่ง วรรคที่ ๔
คำว่า
ไม้
สัมผัสอักษรกับคำว่า
เหมือน
วรรครับ วรรคที่ ๖
คำว่า
เร
สัมผัสอักษรกับคำว่า
ไร
วรรคส่ง วรรคที่ ๘
คำว่า
บัง
สัมผัสอักษรกับคำว่า
ใบ

                หากหมั่นสังเกตจะเห็นว่ากลอนส่วนใหญ่ของสุนทรภู่มักเป็นเช่นนี้ แม้จะไม่ได้เป็นไปทุกวรรค แต่จะเห็นว่ากวีท่านนี้ใช้
   กลเม็ดพิเศษในจุดนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งเราจะเห็นว่าไม่มีกวีท่านใดใช้สัมผัสได้แพรวพราวอย่างนี้
มาก่อน การใช้สัมผัสอักษร
   และสัมผัสสระภายในวรรคอย่างแพรวพราวเช่นนี้ จึงทำให้สำนวนกลอนอ่อนหวานและชวนให้เคลิบเคลิ้มตามความไพเราะของ
   เสียงได้ง่าย เทคนิคกลอนแบบนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผู้เริ่มหัดเขียนกลอนส่วนใหญ่มักเรียนรู้การเขียนกลอน
   โดยยึดเอากลอนของสุนทรภู่เป็นต้นแบบ และเมื่อเขียนจนชำนาญแล้วจึงสร้างลักษณะเฉพาะของตนเองออกมา

           ตะลึงเหลี่ยวเปลี่ยวเปล่าให้เหงาหงิม สุชลปริ่มเปี่ยมเหยาะเผาะเผาะผ็อย
    โอ้เย็นย่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อย น้องจะลอยลมบนไปหนใด
          หรือเทวัญชั้นฟ้ามาพาน้อง ไปไว้ห้องช่องสวรรค์ที่ชั้นไหน
    แม้นน้องน้อยลอยถึงชั้นตรึงส์ตรัย สหัสนัยน์จะช่วยรับประคับประคอง
          หรือไปปะอาทิตย์พิศวาส ไปร่วมอาสน์เวชยันต์ผันผยอง
    หรือเมฆขลาพาชวนนวลละออง เที่ยวลอยล่องเลียบฟ้าชมสาคร
      ...........“นิราศอิเหนา”

๏...................๚๛