ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว
.........งานกลอน อาจารย์ภาทิพ ศรีสุทธิ์.........
   

รักฤาไม้เลื้อย
.........ปลูกต้นรักในสวนล้วนพุ่มรัก เฝ้าฟูมฟักด้วยใจใส่ปุ๋ยเพิ่ม
หวังเห็นพุ่มชอุ่มใบใหญ่กว่าเดิม แตกกิ่งเสริมเห็นช่อก็พอใจ
.........แต่ต้นรักกลับเร้นไม่เป็นพุ่ม เป็นเถานุ่มเกี่ยวเกาะเลาะไม้ใหญ่
ต้นลัดเลาะเกาะกระหวัดรัดเรื่อยไป พบสิ่งใดเกี่ยวมั่นลืมพันธุ์ตน
.........อนิจจา ! เสียเวลาปลูกรักผิด รักคายพิษตรอมใจให้หมองหม่น
ทุ่มเทแรงรักไปด้วยใจดล หวังเห็นผลพุ่มรักขาวเด่นพราวตา
.........รักเธอไม่มั่นคงดั่งคำมั่น มาพลิกผันดุจไม้เลื้อยที่ไร้ค่า
ใกล้หญิงใดบอกรักทั่วพารา ตรมน้ำตารักผันพันธุ์ไม้เลื้อย๚๛
หมูอ้วน 25/4/2000

   

กระถินป่า
.....ดอกกระถินอวบกรอบริมรอบรั้ว หมู่ภมรร่อนยั่วจนหวั่นไหว
ลืมคำสอนของผู้เฒ่าน่าเศร้าใจ ปล่อยตัวไปหมู่ภมรร่อนเชยชม
.....ยามเช้าบานหวานหอมพร้อมผึ้งภู่ บ่ายหดหู่ เขาลา พาขื่นขม
เขาอิ่มเอมสมใจในอารมณ์ เราระทมทุกข์ท้อรอร่วมโรย
.....พอตกค่ำคล้ำเฉาเราหมดค่า รุ่งเช้ามา เขาไม่มอง ร้องไห้โหย
เขาบินหาโยทะกาคราลมโชย เราจึงโปรยทิ้งร่างลงกลางดิน ๚๛
         หมูอ้วน 09/04/2000


สาวบ้านนา
 ....ยินคำชายโปรยคำหวานหว่านเสน่ห์ หญิงรวนเร คารม คำชมเขา
กร้านอายแดด แผดร้อน มานานเนา อยู่คนเดียว เปลี่ยวเปล่า แสนเหงากาย
.....พูดจริงหรือ สาวบ้านนา นั้นน่ารัก เกรงเกลือกจักหลอกล่อพอสมหมาย
ได้ลิ้มรส ความหวานผ่านกลิ่นอาย แล้วตัวชาย จากลา สาวนาตรม
.....อยู่เมืองกรุง ชินงาน การขีดเขียน มือนวลเนียน หยาบกร้านจะพาลขม
เพียงสามวัน ส่ายหน้า ลาฝากลม ใที่ชื่นชม จะกลับกลาย เป็นหน่ายนวล
.....คิดถี่ถ้วน ครวญให้ดี ก่อนพี่จ๋า
สาวบ้านนา รอชาวกรุง มุ่งคืนหวน
หากคนเดียวหนึ่งจิต คิดใคร่ครวญ สาวบ้านนา เชิญชวน ร่วมเรือนชาน ๚๛
หมูอ้วน 06/04/2000


สวนรัก
 ....ขุนดินพรวนร่วนซุยใส่ปุ๋ยเพิ่ม รดน้ำเสริมดินชุ่มปกคลุมไว้
นำต้นรักลงปลูกผูกมัดใจ แต่นี้ไปร่วมกันหมั่นประคอง
.....รักเติบโตผลิดอกออกสีขาว ดูพร่างพราวลมล้อขอแตะต้อง
หากเก็บรักทีละช่อพอทำนอง รักเราสองเนิ่นนานชั่วนิรันดร์
.....หากละโมบโกยกอบกอบดอกรัก ไม่ช้านักรักช้ำทำลายฝัน
ดอกรักร่วงโรยราพาจาบัลย์ ต้นรักหักสะบั้นเกินเยียวยา
.....รักอ่อนแอ ต้องดูแล เฝ้าถนอม
ต้องอดออมเก็บนิดหน่อยคอยรักษา
ดอกบานอยู่คู่ต้นเป็นขวัญตา "สวนรัก" คงคุณค่าตราบต้องการ๚๛
หมูอ้วน 17/04/2000


พ้อรัก
 ....ไม่เคยปลูกดูแลแก่ต้นรัก กลับโน้มหักดอมชมขมขื่นไหม
หญิงถนอมดูแลแม้กิ่งใบ เฝ้าห่วงใยทะนุถนอมหยิงยอมทน
.....เมื่อดอกรัก แตกช่อ ลออขาว ชายตาวาว เห็นค่า น่าฉงน
ก่อนนี้ไม่ชายตายามมายล พอเห็นผลสำเร็จเด็ดเชยชม
.....เด็ดดอกรัก ร่วมต้น คนละกิ่ง รักไม่จริง เพราะชาย ให้ขื่นขม
ไม่เรียนรู้ช่อไหนหวาน บานรอชม หญิงระทม จึงหน่าย หนีชายมา ๚๛
หมูอ้วน 18/04/2000


ปลายฟ้า
 ....๑ อุแว้ ! อิ่มอุ่นซึมซับกับอกแม่ สุขใจแท้ไม่รู้เลยร้อนหนาว
ดูดดื่มอิ่มท้องร้องครั้งคราว บ่ห่อนเจ็บปวดร้าวหรือทุกข์ใจ
....๒ เตาะแตะต้วมเตี้ยมบ้างหกล้ม หน้าคว่ำจมกับดินดิ้นผลักไส
มีแม่พ่อปลอบปลุกทุกคราไป สุขครั้งใดฤาเทียบเปรียบวัยนั้น
.....๓ วัยเรียนเพียรเร่งรีบศึกษา มุ่งหมายมาที่หมายปลายทางฝัน
ยี่สิบปีสำเร็จได้งานพลัน เพียงแค่นั้นใช่ปลายฟ้าตั้งตารอ
.....๔ มีงานมีเงินมีคนรัก ไม่มีพักหยุดฝันเลยเราหนอ
ปลายฟ้าที่สัมผัสไม่เพียงพอ จึงเดินต่อเสาะหาปลายฟ้างาม
.....๕ กี่ครั้งสัมผัสได้ซึ่งปลายฟ้า กี่ครั้งได้มากลับมองข้าม
กี่วันเดือนปีที่พยายาม อีกกี่ฟ้างดงามจึงเพียงพอ
.....๖ เมื่อเดินมาครานี้ที่เริ่มล้า ล่วงเลยกาลเวลาพาทดท้อ
สังขารร่วงโรยไปไม่รั้งรอ คงเพียงพอกับจุดหมายปลายฟ้านี้ ๚๛
หมูอ้วน : 28/03/2000 17.33



เจ้าบินหลา
 .........................เจ้าบินหลา มุ่งหมายมาสู่รั้วชมพูเขียว
เสาะศึกษา ค้นคว้า น่ารักเชียว เฝ้าขับเคี่ยว มุ่งหมายถึงปลายทาง
....บางตัวกวน ป่วนครู อู้หลบเร้น ครูเฝ้าเข็ญ บินหลาอย่าเคว้งคว้าง
หวดไม้เรียว เจ้าเสียว ทั่วสรรพางค์ ทำทุกอย่างเพื่อเจ้าจงเข้าใจ
...........................เจ้าบินหลา เจ้าบินหา อนาคต อันสดใส
จะต้องบิน บิน บิน อีกแสนไกล หลายหมื่นไมล์ กว่าถึงฝัน อันมั่มคง
.....ท้องฟ้ากว้าง ยิ่งกว่ากว้าง ระยะทาง อาจทำให้เจ้าหลง
พวกอุบาย อาจทำเจ้า เฝ้างวยงง ลืมมุ่งตรง สู่เป้าหมายให้เสียกาล
.....เจ้าจงบิน ทีละหลา ทีละหลา ด้วยศรัทธา ในศาสตร์อย่างอาจหาญ
พ่อ แม่ ครู รอดู ผลวันวาน วันเจ้าผ่าน นำปริญญา มาให้ชม
.............................เจ้าบินหลา เมื่อศึกษาสัมฤทธิ์ จิตสุขสม
อย่าปล่อยต้น ชมพูเขียว ต้องตรอมตรม มาระดม ผลิกิ่งใบ ใหญ่กว่าเดิม
.....อย่าลืมนะ แปดธันวา มาทุกครั้ง ร่วมพลัง สืบสาน และส่งเสริม
ชุมพูเขียว รอเจ้าเฝ้าแต่งเติม เจือจุนเจิม เมื่อเจ้านั้น ฐานมั่นคง๚๛
ปัจฉิมนิเทศนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2542
ครูหมูอ้วน :

บางส่วนของกลอนที่แต่งตอบโต้ทาง Internet โต้ตอบกับเพื่อนผู้หลงใหลในแวดวงกวี
ด้วยวาดหวังสืบสานวงการกลอน
เงินเงิน......ทองทอง
 ....เงิน..พอมีเขาถือคือเป็นเพื่อน เงิน...พอเยือนเพื่อนมาหาเช้าค่ำ
ทอง..เส้นเล็กเส้นใหญ่ใส่ประจำ ทอง..คอยค้ำประกันฉันเพื่อนตาย
.....เงิน...พอหมดโฉดเขลาเขาก่นด่า เงิน..ขาดมาครานี้เพื่อนซี้หาย
ทอง...งามล้ำจำนำเพียงเพื่อเลี้ยงกาย ทอง...พรรณรายมีค่าแค่ค้ากิน๚๛
PITBULL18/1/2000
.....เงิน..งามอาจง้องอนคนค่อนโลก เงิน...คือโชคหญิงชายมากมายทั่ว
ทอง..อาจทำให้อยากได้ใจสั่นรัว ทอง..อาจยั่วเร่งผู้ร้าย ได้ฆ่าฟัน
....เงิน..งอกเงย งมงาย กับเงินงอก เงิน...เป็นปลอกรัดใจ ให้ไหวหวั่น
ทอง..ล่อพี่น้องต้องโกรธกัน ทอง...พบพลัน ทิ้งร่างไว้ จมใต้ทอง๚๛
หมูอ้วน 18/1/2000

บ้านนา
 ...ริมบึงใหญ่ น้ำใส ใบบัวแกว่ง ไปตามแรง ลมพัดหวิว หลิ่วตาเห็น
ร่มเคยนอนขอนหนุนอยู่คู่เนื้อเย็น นั้นจึงเป็น อดีตกาล ที่ผ่านมา
....มองทางไหนเปลี่ยนไปหมดชวนหดหู่ ที่หวังสู่จะคืนถิ่นแผ่นดินย่า
จำต้องจร ทั้งใจ ไม่อยากลา แต่ใช่ว่า ลืมสิ้น ถิ่นเคยนอน
.....ยังคงจำ หลังควาย ตามรายทุ่ง จำกลิ่นปรุงรวงข้าวพรู ชูสลอน
จำภาพรัก เคยนั่งอยู่ คู่บังอร จำภาพนอน เจ้าหนุนตักบอกรักเรา
.....จำปลาร้าเคยกินกลิ่นโคลนสาบ จำเคยอาบน้ำใสในครั้งเก่า
แต่ทุกอย่างต่างเปลี่ยนไปไม่เห็นเงา จำใจเราต้องลาใช่ว่าลืม ๚๛
VEE3/4/2000
.....อ่านเรียงถ้อยร้อยคำพี่พร่ำว่า สาวบ้านนาค่อยชื่น ฟื้นความหลัง
ภาพเก่าก่อนย้อนมาหาประดัง เราสองนั่งหลังควายรับสายลม
....ยามรวงข้าวสีทองเต็มท้องทุ่ง ต่างมุ่งมุ่งเก็บเกี่ยวแสนสุขสม
บ้างแต่งกลอนเกี้ยวล้อหลอกพ้อชม บ้างแกล้งข่มขุ่น้องให้หมองใจ
.....หมดหน้านา เล่นซ่อนหา พี่มาเล่น แอบซ่อนเร้น ลอมฟางอย่างสดใส
เมื่อพบเจอ จ๊ะเอ๋ ! อยู่นี่ไง ใครนะใครปรับน้องจนหมองนวล
.....ถึงเดือนหกฝนพรำบึงน้ำเอ่อ เรานัดเจอลงเรือน้อยคอยเสสรวล
น้องร้องเพลงคลอขลุ่ยพี่เป่าครวญ ยังเย้ายวนตึดซึ้งตรึงความจำ
ถึงเดือนเก้าหนาวมาพี่ลาจาก ความก้าวหน้ามาพรากให้น้องช้ำ
สามสิบปีลับหายคล้ายแกล้งทำ เมื่อหวนซ้ำจึงเปลี่ยนไปไม่เหมือนดิม ๚๛
หมูอ้วน 03/04/2000


นิราศแม่ปิง
.
......นิราศบ้านงานหนักมาพักผ่อน
ยี่สิบห้ามีนาลาบ้านดอน
สี่สิบชีวิตเร่ร่อนตะลอนทัวร์

ปีสี่สี่โปรแกรมแต้มชีวิต
พักผ่อนจิตผ่อนคลายได้ยิ้มหัว
เรือสำราญพาใจไหวระรัว
แม้จะกลัวกลับพ่ายใคร่อยากลอง

สามสิบสี่หญิงหกชายจากรายชื่อ
เสียงฮาฮือหยอกพี่ที่มาสอง
ฮันนี่มูนรอบใหม่ด้วยใจปอง
ต่างยิ้มย่องหยอกเย้าเฝ้าเจรจา

ชมตลกเอกชัยไปในรถ
สลับบทสี่ภาคมากคุณค่า
วัฒนธรรมดีดีที่นำมา
เพลินอุราระรื่นชื่นทั่วกัน

25 มี.ค.44


รุ่งเช้า"สามเงา"จังหวัดตาก
ผู้คนหลากมาเยือนชมเขื่อนขัณฑ์
ล่องแม่ปิงเปรมปรีดิ์ชื่นชีวัน
เขาสูงกั้นกีดแหล่งเป็นแอ่งปิง

คิดถึงเพื่อนมิมาครามีสุข
เพราะติดทุกข์หน้าที่สำคัญยิ่ง
เรื่องเงินเดือนรีบด่วนล้วนเรื่องจริง
มิอาจทิ้งล่องมาคราล่องเรือ

คิดถึงแม่แก่เฒ่าเฝ้าเป็นห่วง
มิอาจพ่วงพาแม่แม้อยากเหลือ
ความต้องการของคนล้นเหลือเฟือ
ชมวิวเผื่ออิ่มใจไปทดแทน


เห็นโขดเขาคงมั่นผูกพันน้ำ
เหมือนตอกย้ำรักตรมขมขื่นแสน
เป็นไม้เลื้อยลัดเลาะเกาะทั่วแดน
มิผูกแน่นคงมั่นเหมือนบรรพตา

ถึง "เกาะลม" ลมลวงรักร่วงหล่น
ลมเล่ห์กลกามเทพเสน่หา
ยามอกหักรักพ่ายฟูมฟายมา
เรารักษาแผลหายหมายรักครอง

ลมกลับหวนทวนสบพบรักเก่า
ทอดทิ้งเราร่ำไห้ไหม้หม่นหมอง
จึงลงเรือลอยลำน้ำตานอง
ขอปิงล่องลอยช้ำนำเจ็บเลือน


"แก่งเรือล่ม"ลมแรงแกว่งเรือล่ม
รักจ่อมจมเราไซร้ให้มาเหมือน
ลมชิวหาพารักสั่นสะเทือน
ลมรักเลือนราร้างจางเพราะลม

ถึง "ผาแดง" สูงชันแม้หวั่นจิต
ใคร่ครวญคิดตกผาครารักขม
อยากทิ้งร่างลงดิ่งทิ้งทุกข์ตรม
ให้จ่อมจมฝากไว้ใต้ "ผาแดง"


"เขาคันเบ็ด" ดักล่าหวังปลาใหญ่
"พ่อปู่ไห้" นักล่ามาแสวง
หากโชคดีมีปลามาให้แกง
จะตกแต่งตักถวาย"พุทธองค์"

ปลาติดเบ็ดดับดิ้นสิ้นเพราะเขลา
เหมือนตัวเราติดคำจนทำหลง
เขายกยอปอปั้นพลันงวยงง
เข้าสู่กรงติดกับเกือบยับเยิน


พอพักเที่ยงอาหารน่าทานนัก
หมูปลาผัก จัดมาน่าสรรเสริญ
กุ้งน้ำพริกนำมาพาเจริญ
ชิมจนเพลินอิ่มท้องร้องบอกพอ

นักร้องร้องบรรเลงเพลงคลอขับ
หลายคนรับร่วมร้องจองคิวต่อ
บ้างลีลาศลีลาพาเคลียคลอ
บ้างหัวร่อถูกใจในลีลา

ทั้งแทงโก้ ชะชะช่า คราอดีต
เป็นคมมีดกรีดข่วนชวนโหยหา
อ้อมแขนพี่เคยมีเพียงน้องยา
ทุกทุกท่าดาวเด่นเป็นขวัญใจ

เกินทำใจใฝ่รำทำเป็นสุข
เพราะจิตทุกข์โทมทับจนจับไข้
ภาพรักเก่าหวนมาพาอาลัย
ต้องด่วนไปลบภาพอาบน้ำตา


"เมืองสร้อยสุข"เมืองเก่าเขาเล่าขาน
ท้าวอุตุมสืบสานศาสนา
สร้างวัดร้อยถวายองค์พระมารดา
เมื่อสมโภชบูชามิครบองค์

เก้าสิบเก้าเท่านั้นพลันที่นับ
มิครบสรรพตามหมายเพราะนับหลง
เมื่อเมืองร้างบางวัดยังยืนยง
กลางพฤกษ์พงโขดเขาเนาพงไพร


"ถ้ำช้างร้อง" ขององค์พระเจ้าตาก
หยุดทัพฝากชีพไว้ใต้ไศล
มีพลับพลาครากู้กอบกรุงไกร
ยังเหลือไว้ได้เห็นนับเป็นบุญ

สี่โมงเย็นรอเรือลงเล่นน้ำ
โผผุดดำเรียกหากันว้าวุ่น
อยากลงแย่แต่กลัวอยู่เป็นทุน
จึงพกทุ่นช่วยหนีบให้ชีพลอย


ขึ้นจากน้ำเปลี่ยนผ้ามานั่งเล่น
หลายคนเป็นโนราห์ว่ากล่าวถ้อย
"พี่สุดา"ร่ายรำทำหน้าลอย
"อ.ประกอบ"ใช่ย่อยออกท่ารำ

"ป้าอี๊ด"ชม ทิวเขาเหล่าแมกไม้
"พี่บูรณ์" ไซร้สวมผ้าพาคนขำ
ตะเข็บออกเดินมา "ป้าตุย" อำ
เพื่อนพี่ซ้ำหน้าแดงเป็นตำลึง


เห็นเขาซ้อนสองฝั่งยังด้านหน้า
เด่นงามตาสลับเหลื่อมเชื่อมติดขึง
ทิวเขาซ้อนเยื้องยักปักตราตรึง
เป็นภาพซึ้งงดงามเมื่อยามยล

แต่รักซ้อนมิงามยามประสบ
อยากเลือนลบเหลือหนึ่งจึงเกิดผล
หนีรักซ้อนย้อนรอยร้อยเล่ห์กล
ขอ"ปิง"ดลรักข้าอย่าซ้อนรอย


หนึ่งทุ่มกว่าอาหารรอทานอยู่
ต่างวิ่งสู่เป้าหมายได้อร่อย
น้ำพริก ผัด ยำ ต้ม มิใช่น้อย
กลัวจะย่อยไม่ไหวจำใจพอ

นักดนตรีรี่จับกันขับร้อง
เป็นทำนองรำวงคงลวงล่อ
ให้พวกเราช่วยรำทำเคลียคลอ
แล้วตามต่อชะชะช่า อย่างท้าทาย


ถึงสี่ทุ่มดุ่มมาหน้าชั้นสอง
เฝ้าจดจ้องชมดาวตามเป้าหมาย
ดาวกลับเร้นมิเห็นกะพริบพราย
มีเพียงลมโลมส่ายไล้หนาวนวล

ฟ้าขาดดาวพราวพร่างกระจ่างฟ้า
เหมือนจิตข้ามืดดำร่ำไห้หวน
ไร้สิ้นแสงแห่งหวังทั้งจิตครวญ
คงพบล้วนมืดมนจนวันตาย

ใกล้เที่ยงคืนฝืนหลับกับเรือล่อง
ในหอห้องหนึ่งก๊วนล้วนสหาย
คือหญิงสามงามซึ้งกับหนึ่งชาย
หลับสบายจนสางต่างตื่นนอน

26 มี.ค.44


เสียงกริ่งปลุกลงมาหาอาหาร
ขนมครกน่าทานหวานอ่อนอ่อน
ทั้งกาแฟ เนย นม ข้าวต้มร้อน
แต่เราค่อนคับท้องต้องบอกลา

ออกกำลังยักย้ายส่ายตะโพก
สะบัดโบกหน้าหลังทั้งแขนขา
"พี่ปุ๊ย นิด อุ"นำทำลีลา
ด้วยทีท่าจีนรำทำกรีดกราย

อรุณรุ่งฉาบทาฟ้าเปลี่ยนสี
แพรรพีห่มหล้าพาหนาวหาย
ยามฟ้ามืดหม่นเศร้ารุ่งเช้าคลาย
สลับกลายเปลี่ยนเป็นอยู่เช่นนี้

แต่เหตุใดใจเราเศร้าหม่นหมอง
ไร้แสงทองส่องฉายให้เปลี่ยนสี
มันหนาวเหน็บเจ็บหน่วงดวงฤดี
มิเคยมีแสงฉายคลายร้าวราน


ถึง"ดอยเต่า"ตั้งท่าคราเรือล่อง
คืนหับห้องน้องไกด์ไหว้อ่อนหวาน
โอกาสหน้าหวังว่ามาพบพาน
แล้วลนลานกระเป๋าเอาลงเรือ

ถึงริมดอยคอยท่ามาถ่ายภาพ
แสงทองทาบงดงามอร่ามเหลือ
"พี่อรรถ ส่อย" คอยน้องจ้องจุนเจือ
เฝ้าโอบเอื้ออบอุ่นกรุ่นไมตรี

โบกมือลาฝั่งปิงทิ้งความทุกข์
เหลือเพียงสุขมุ่งไปในวิถี
คือเชียงใหม่ล้านนานามธานี
ของมากมีซื้อของตามต้องการ


จบนิราศศาสตร์กลอนสุนทรภู่
ตามรอยครูนิราศศาสตร์กลอนหวาน
มิอาจเทียบเปรียบรสแห่งบทกานท์
เพียงสืบสานประจักษ์แก่นักเรียน

ไร้คนรักจักฝากความคิดถึง
ขาดซาบซึ้งแต่ใจรักจึงจักเขียน
ฝากสุนทรอ่อนคำอันจำเนียร
ทุกถิ่นที่แวะเวียนซึ้งใจเอย
27 มี.ค.44

๏..............๚๛