ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว


 



กลบทมังกรคายแก้ว

สารสงวน ควรมิตร สงวนสาร

นานคะนึง เสน่ห์น้อง คะนึงนาน

ทวีทุกข์ เหลือที่ทาน ทนทุกข์ทวี

โศกถวิล กินเทวษ ถวิลโศก

พี่ห่างน้อง ต้องวิโยค ด้วยห่างพี่

ปีกว่าปาน ประมาณไว้ ได้กว่าปี

แลสุดที่ จะพำนัก ที่สุดแล

          ลักษณะพิเศษของกลบทมังกรคายแก้วก็คือ จะเอาคำที่ ๑,๒ ในแต่ละวรรคมาใช้ย้อนถอยหลังในตำแหน่งที่ ๗,๘ คล้ายๆ มังกรที่กลืนแก้วเข้าไป(ในคำที่ ๑,๒) แล้วคายแก้วออกมา (โดยคำที่ ๒ ต้องออกมาก่อนคำที่ ๑) ดังนั้นตำแหน่งที่ ๗,๘ ก็คือคำที่ ๒ และ ๑ ในวรรคนั้นนั่นเอง เช่น

สารสงวน จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สงวนสาร
นานคะนึง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น คะนึงนาน
ทวีทุกข์ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ทุกข์ทวี
โศกถวิล จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ถวิลโศก
พี่ห่าง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ห่างพี่
ปีกว่า จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น กว่าปี
เป็นต้น

กลบทฉัครสามชั้น

หวนสวาท โหยถวิล สวาทหวน

ครวญคะนึง คะเนนึก คะนึงครวญ

ใจเศร้าโศก แสนกำสรวล โศกเศร้าใจ

เอ๋ยอกโอ้ หวังวิตก โอ้อกเอ๋ย

โฉนฤานี่ จึงเฉย นี่ฤาไฉน

ไกลสถาน ที่สถิตย์ สถานไกล

แค้นใจเจ็บ ด้วยอาลัย เจ็บใจแค้น

          กลบท "ฉัตรสามชั้น" มีลักษณะคล้ายกันกับมังกรคายแก้ว คือการนำคำในต้นวรรคมาสลับที่ในสุดวรรคของแต่ละวรรคนั้น ๆ แต่ต่างกันตรงที่ มังกรคายแก้วใช้เพียงสองคำ ส่วน "กลบทฉัตรสามชั้น" นั้น จะใช้คำสามคำของต้นวรรค มาสลับคำในท้ายวรรค เช่น

หวนสวาท จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สวาทหวน
ครวญคะนึง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น คะนึงครวญ
ใจเศร้าโศก จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น โศกเศร้าใจ
เอ๋ยอกโอ้ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น โอ้อกเอ๋ย
ไฉนฤานี่ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น นี่ฤาไฉน
ไกลสถาน จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สถานไกล
แค้นใจเจ็บ
จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น เจ็บใจแค้น
เป็นต้น

กลบทเบญจวรรณห้าสี

แสนสุดโศก สั่งสาร เห็นนานหาย

คนข้างเคียง เคยคอย พลอยกลับกลาย

อกเอ๋ยโอ้ เอออาย เพราะหมายเกิน

หลงละเลิง ลมลิ้น ไม่กินแหนง

สายสนสื่อ เสกแสร้ง ช่วยเดินเหิน

โน่นนี่นั่น แนะนำ แล้วทำเมิน

ชักชวนเชิญ เชือนไช ไม่เหลียวแล

      กลบท " เบญจวรรณห้าสี" มีลักษณะสำคัญอยู่ที่ คำที่ ๑ ถึง ๕ ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกัน ทุกวรรคไป แต่ละวรรคก็จะสัมผัสอักษรอย่างหนึ่งอย่างใด(คำว่าสัมผัสอักษร หมายถึงใช้เสียงพยัญชนะต้นเสียงเดียวกัน)เช่น
      แสนสุดโศกสั่งสาร.................สัมผัสอักษรเสียงพยัญชนะ สอ
     คนข้างเคียงเคยคอย................สัมผัสอักษรเสียงพยัญชนะ ขอ (ข ค ฆ.เป็นเสียงเดียวกัน)
เป็นต้น


กลบทกบเต้นสามตอน

เจ็บคำ จำคิด จิตขวย

หลงเชย เลยชม ลมชวย

ูรวย ด้วยรวน ด่วนร้าว

     กลบท "กบเต้นสามตอน" นี้ มีช่วงจังหวะเป็นกลอนหก แต่แพรวพราวในการเล่นเสียงพยัญชะและสระ ถือว่า ใช้ศิลปะในการประพันธ์ชั้นสูงมาก จะเห็นว่าเป็นการเล่นเสียงพยัญชนะทั้งสามจังหวะ เช่น

     เจ็บคำ จำคิด จิตขวย .......เล่นเสียงพยัญชนะ จอ คอ จอ คอ จอ คอ
                          ........คำ สัมผัสสระกับ จำ และคิด สัมผัสสระกับ จิต

     ยังมีกลบทอีกมากมายหลายชนิด แต่ที่กล่าวมาแล้วนั้นเพื่อพอเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงศิลปะการประพันธ์ร้อยกรองของไทย ที่มีมาตั้งแต่โบราณ เป็นศิลปะทางการประพันธ์ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของชาติ หากสนใจเรื่องกลบทและต้องการทราบรายละเอียด รวมถึงตัวอย่างมากกว่านี้ สามารถศึกษาหาอ่านได้จากหนังสือเรื่อง กลบทศิริวิบุลกิตติ์ ได้ค่ะ

๏...................๚๛