![]() |
![]() |
![]() |
|
กลบท พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ.๒๕๒๕ ให้ความหมายของคำว่า "กลบท" ไว้ดังนี้ ในคำประพันธ์ร้อยกรองแต่โบราณของไทยเรานั้น เรามีกลบททั้งที่เป็น กลอนกล ร่ายกล โคลงกล กาพย์กล และฉันท์กล แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกลอนกล เท่านั้น กลอนกล ก็คือกลอนสุภาพนั่นเอง แต่มีการแต่งเพิ่มลักษณะบังคับให้วิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้น เช่นบังคับให้มีสัมผัสสระ สัมผัสอักษร คำเป็น คำตาย คำซ้ำ และรูปวรรณยุกต์ เป็นต้น ว่าจะต้องมีอยู่ในตำแหน่งคำใดของกลอน แล้วตั้งชื่อเรียกการกำหนดข้อบังคับนั้นว่าเป็นกลบทชื่ออะไรต่างๆออกไป โดยมากกลอนกลมักจะแต่งเป็นกลอนเก้า เพราะบรรจุคำได้มากกว่า ทั้งจังหวะการอ่านก็เป็น จังหวะละสามพยางค์ การกำหนดข้อบังคับพิเศษขึ้นมาจึงมีจังหวะเสียงที่ลงตัวได้ดีกว่า กลอนกลบทมีมากมายหลายชนิด แต่ในที่นี้จะยกตัวอย่างมาให้เห็นบางชนิด ที่เห็นว่าเป็นศิลปะในการเขียนกลอนชนิดหนึ่ง ที่เราอาจจะนำมาใช้ได้บ้างในบางครั้งหากเห็นว่าจะช่วยทำให้กลอนที่แต่งมีเสียงและจังหวะที่อ่านหรือฟังแล้วไพเราะ กลอนกลบทที่มีมาแต่โบราณนั้น มีอยู่หลายชนิดชื่อต่าง ๆ กันไป ได้แก่กลบทในชื่อต่อไปนี้
จะเห็นว่า ลักษณะพิเศษของกลบทกบเต้นต่อยหอยก็คือ คำที่ ๑,๒,๓ กับ ๔,๕,๖ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกัน โดย คำที่
๑ จะสัมผัสอักษรกับคำที่ ๔ ทั้งนี้แต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรตัวใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นอักษรเดียวกันในทุกวรรค ดังตัวอย่างวรรคที่ 6 สัมผัสอักษรดังนี้ ซ ต ง - ซ ต ง (ซนแต่งอน ซ่อนแต่เงื่อน) วรรคสุดท้ายสัมผัสอักษร ล พ ช - ล พ ช (ลืมเพื่อนชู้ หลู่เพื่อนชาย) เป็นต้น เราสามารถนำกลเม็ดแบบนี้มาใช้กับกลอนที่เราแต่งได้ในบางวรรคที่เราต้องการ ช่วยให้กลอนของเราในวรรคนั้นดูมีศิลปะขึ้นมาทันที ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ คำที่ ๓ จะสัมผัสสระกับคำที่ ๔ ในทุกวรรค
ในกลบทพยัคฆ์ข้ามห้วยนี้
ข้อบังคับอยู่ที่กำหนดให้ คำที่ ๓ ในแต่ละวรรคเป็นคำเดียวกันกับคำสุดท้ายในแต่ละวรรคนั้น
ๆ
กลบทละลอกแก้วกระทบฝั่งนี้
มีลักษณะคล้ายๆกับคลื่นที่ทะยอยตามกันเข้ามากระทบฝั่ง นั่นคือคำที่ 1,2
และ 3 ในแต่ละวรรคนั้น จะเล่นสัมผัสอักษรเรียงทะยอยตามกันเข้ามา คือ
กลบทครอบจักรวาลนี้ โบราณกำหนดให้คำแรกและคำสุดท้ายในแต่ละวรรค เป็นเสียงเดียวกัน(ซ้ำเสียงกัน) โดยแต่ละวรรคขึ้นต้นด้วยคำใด ก็ต้องลงท้ายด้วยคำที่มีเสียงซ้ำกัน(หรือคำเดียวกัน)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||