ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว
 
กลอักษร
กลอักษร

    พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.๒๕๒๕  ให้ความหมายของคำว่า "กลอักษร" ไว้ดังนี้

     
         กลอักษร (กน-อัก-สอน,กน-ละ-อัก-สอน) น. กลบทที่ซ่อนเงื่อนไว้ให้อ่านฉงน เช่น โอ้อกเอ๋ยแสนวิตก กระไรเลยระกำใจ จะจากไกลไม่เคย (กลอักษรงูกลืนหาง)

     กลอักษรนั้น ผู้เขียนจะเขียนไว้เป็นกลซ่อนเอาไว้ ผู้อ่านต้องมีความรู้หรือความคิดที่สามารถจะถอดกลนั้น จึงจะสามารถอ่านกลนั้นได้ ดังตัวอย่างย่อหน้าข้างบน  ในคำอธิบายของพจนานุกรมนั้น มีกลอักษรอยู่สามวรรค ซึ่งสามารถถอดความออกมาเป็นกลอนได้ดังนี้   

กลอักษรงูกลืนหาง

โอ้อกเอ๋ย แสนวิตก โอ้อกเอ๋ย

กระไรเลย ระกำใจ กระไรเลย

¨จะจากไกล ไม่เคย จะจากไกล

   จะเห็นว่าผู้เขียนได้วางกลไว้คือให้อ่านจนสุดวรรคแล้วอ่านซ้ำตามด้วยคำที่ ๑-๓ (๓ คำหลังในแต่ละวรรคก็คือ ๓ คำแรกในวรรคนั้นๆ นั่นเอง) จะเห็นว่าถ้าถอดกลอักษรนี้ได้ก็จะอ่านออกมาเป็นกลอน

กลอักษรมีอยู่หลายชนิดเหมือนกัน อาทิเช่น

- กลอนกลอักษรคมในฝัก
- กลอนกลอักษรงูกินหาง
- กลอนกลอักษรนกกางปีก
- กลอนกลอักษรคุลาซ่อนลูก
- กลอนกลอักษรถอยหลังเข้าคลอง
- กลอนกลอักษรม้าลำพอง
- กลอนกลอักษรเมขลาโยนแก้ว


สังเกตกลอักษรต่อไปนี้

ปางเริ่มรักจะห่างเหิน
สองใจเป็นต้องหมองเมิน
เขินขามคิดสะเทิ้นอาย
ว่าหวังรักจะช้าชื่น
รื่นรวยรสเร็วคืนหาย
ชิดเชยกลิ่นยังติดกาย
         วายว่างเว้นเสียดายที        

กลอักษรคมในฝัก

ปางเริ่มรัก รักเริ่มปาง จะห่างเหิน

สองใจเป็น เป็นใจสอง ต้องหมองเมิน

เขินขามคิด คิดขามเขิน สะเทิ้นอาย

ว่าหวังรัก รักหวังว่า จะช้าชื่น

รื่นรวยรส รสรวยรื่น เร็วคืนหาย

ชิดเชยกลิ่น กลิ่นเชยชิด ยังติดกาย

วายว่างเว้น เว้นว่างวาย เสียดายที

          ในกลอักษรคมในฝักนั้น จะสังเกตเห็นว่าการอ่านจะลำดับคำดังนี้ ออกเสียงคำที่ ๑ ๒ ๓ ๓ ๒ ๑ ๗ ๘ ๙เป็นอย่างนี้ทุกวรรคไป

ลองพิจารณากลอักษรต่อไปนี้

ได้ทราบสาร เสน่หา น่าเสสรวล

จะมาเย้า ยั่วใจ ให้เรรวน

เห็นเล่ห์ล้วนลวงล่อข้อจงใจ¨

ซี่งว่าแสนรัญจวนหวนโหยถวิล

ทั้งโดยดิ้นอกจะหักรักหลงไหล

มอบชีวังฝังฝากปลงฤทัย

¨จะคงให้ความสัตย์จริงสิ่งรักแรง

          หากอ่านไปโดยไม่พิจารณาแล้ว บางคนอาจเห็นว่า ก็เป็นกลอนปกติ ไม่เห็นว่าจะเป็นกลอักษรอย่างไร แต่แท้ที่จริงแล้ว กวีได้ซ่อนกลไว้ด้วย นั่นคือกลอักษรชนิดนี้อ่านได้สองแบบ แบบแรกก็คืออ่านตามรูปคำที่เห็น ส่วนแบบที่ ๒ เป็นการสลับคำในตำแหน่งของคำท้ายวรรคสองคำ ซึ่งถอดออกมาได้อย่างนี้

กลอักษรลิ้นตะกวด

ได้ทราบสาร เสน่หา น่าสรวลเส

จะมาเย้า ยั่วใจ ให้รวนเร

เห็นเล่ห์ล้วน สวงล่อ ข้อใจจง

ซึ่งว่าแสน รัญจวน หวนถวิลโหย

ทั้งโดยดิ้น อกจะหัก รักไหลหลง

มอบชีวัง ฝังฝาก ฤทัยปลง

จะคงให้ ความสัตย์จริง สิ่งแรงรัก

         กลอักษร ยังมีอีกหลากหลายชนิด ที่นำมากล่าวในที่นี้ก็พอให้เห็นถึงความสามารถของกวีไทยสมัยโบราณ ที่ได้สร้างมรดกวัฒนธรรมทางภาษาสืบทอดมาจนถึงชนรุ่นหลัง ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้อีก ^_^

๏..............๚๛