ยินดีต้อนรับสู่ThaiDepart โฮมเพจ"ร้อยกล..ร้อยกรอง" สื่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โดย..ครูแก้ว

บทกลอนที่ผ่านการคัดกรองในรายวิชาภาษาไทยการแต่งคำประพันธ์ ( ท ๐๔๓ )
ปีการศึกษา ๒๕๔๔
 
"สินค้าไทย"
 
    สินค้าไทยไทยทำค่าล้ำเหลือ
 
ผลิตเพื่อคนไทยให้ใช้สอย
วัตถุดิบหยิบส่งลงจากดอย   ไม่ต้องคอยซื้อของนอกหลอกเงินตรา
  
  กินของไทยใช้ของไทยช่วยประหยัด
 
เงินสะพัดสะพรั่งไปไทยทั่วหน้า
สินค้าไทยมีดีที่ราคา   โปรดหันมาใช้กินสินค้าไทย
       
- น.ส.เทวิกา ไทยเกิด ม. ๕/๙
     
     สินค้าไทยไม่ด้อยค่ากว่าของนอก
 
การส่งออกนอกชาติมีมากหลาย
สินค้าดีที่ไทยทำนั้นมากมาย   ด้วยแรงกายแรงใจในฝีมือ
 
    ตบชวาสินค้าไทยมาใช้สาน
 
เนื้อทนทานทำกระเป๋าเราใช้ถือ
ตะกร้าหวายลายไทยชื่อเลื่องลือ   สิ่งนี้คือของดีที่ไทยทำ
   
- นายภูวนัย คงจอก ม. ๕/๑๐

     สินค้าไทยไทยทำค่าล้ำเหลือ
 
ช่วยจุนเจือรายได้สู่หมู่บ้าน
มีรายได้เข้ากระเป๋าแสนสำราญ   ชื่นชมงานหัตถกรรมสินค้าไทย
 
    ทั้งหวายถักผ้าทองานปูนปั้น
 
มีเห็นกันทั่วหน้าพาสดใส
ไทยทำเองใช้เองแสนภูมิใจ   ส่งเสริมให้ของไทยเป็นหนึ่งเดียว
    
    
 
- น.ส.วรรณรัตน์ สังขพันธ์ ม. ๕/๙

ยาเสพย์ติด

      ยาเสพย์ติดพิษมหันต์ผันชีวิต
 
ไม่ควรคิดริลองเสพค้าขาย
เสพแล้วติดให้พิษโทษทั้งใจกาย   ชีพมลายหายสิ้นเมื่อเสพกัน

    ยาเสพย์ติดหลายชนิดพิษร้ายเหลือ
 
มีทั้งเพื่อเป็นยาให้ขยัน
ทั้งยาบ้ายาม้ายาอีนั้น   เผาชีวันผลาญฝันเด็กไทยเอย

    
 
- น.ส.วรางคณา นุ่มนวล ม. ๕/๑๐

"กลอนดอกสร้อย"
     
     ใจเอ๋ยใจสาว   เมื่อถึงคราวหนาวใจให้ใฝ่หา
นั่งดูดาวคนเดียวเปลี่ยวอุรา   อยากจะหาใครคนหนึ่งซึ่งจริงใจ
เริ่มมีรักครั้งแรกแปลกจริงหนอ   จิตใจก็อ่อนแอแลสงสัย
รักแรกพบสบจิตคิดไปไกล   วุ่นฤทัยรำพึงถึงเขาเอย
   
- น.ส.คัทลียา บินสตีระ ม.
๕/๑๐

   

     ใจเอ๋ยใจสาว
 
ไม่ก้าวร้าวและไม่มีความอ่อนไหว
หากต้องรักใครคนหนึ่งจนหมดใจ   รู้บ้างไหมใจฉันฝันละเมอ
เมื่อหัวใจหลงเข้าไปในห้วงรัก   หยุดชะงักใจที่เธอมิให้เผลอ
ไม่รักใครได้อีกนอกจากเธอ   อยากพบเจอเพียงเธอที่รักเอย
   
- น.ส.สุภาณี แพคีรี ม. ๕/๑๐
     

"กลอนเพลงยาว"
   
เรียบเรียงถ้อยร้อยรักภักดีเจ้า
จะได้อยู่คู่กันครองรักเรา   ช่วยนงเยาว์ยามทุกข์ให้ผ่อนคลาย
เมื่อแรกพบแก้วตาพาคิดถึง   ยังตราตรึงในจิตคิดมาดหมาย
จะครองรักสองเราไม่มลาย   แม้ตัวตายเฝ้ารักเธออยู่ทุกวัน
แต่เรานั้นเปรียบดอกฟ้ากับหมาวัด   เห็นได้ชัดรักเราไม่เหมือนฝัน
ดั่งกระต่ายคิดหมายปองดวงจันทร์   ต้องโศกศัลย์เฝ้ารักเธอเสมอเอย
   
- นายธีระวัฒน์ สุดเฉลย ม. ๕/๑๐
     
   
เชื่อได้หรือสื่อวาจาย้ำว่าภักดิ์
อยากพานพบสบหน้าใคร่รู้จัก   พ่อนักรักจริงใจสักเพียงใด
หากจริงใจใคร่สมัครขอรับตอบ   น้องขอมอบดวงใจให้พี่ได้
กลัวแต่พี่วันใดเปลี่ยนแปรไป   ดวงฤทัยของน้องนี้คงมลาย
 เพียงคำพูดเอ่ยวาจาอาจกลับกลอก   พี่อาจหลอกน้องให้รักแล้วหักหาย
แต่ใจน้องรักแท้แม้วางวาย   มิอาจคลายรักมั่นเพียงพี่เอย
   
- น.ส.ทิวาวรรณ นาคถ่าย ม.
๕/๙

"นิราศสมุย"
   
โอ้วันนี้พี่จำพรากจากสมร
ขึ้นรถเมล์ที่ตลาดจากบังอร   สุดอาวรณ์ช้ำรักจักไกลกัน
รถขยับขับเขยื้อนกลางถนน   ใจพี่หล่นลงกองหมองโศกศัลย์
เคยเคียงใกล้ไม่ห่างต้องจากพลัน   หรือสวรรค์โทษทัณฑ์พลันจากลา
ถึงทางแยกรถหยุดสุดช้ำนัก   แลคู่รักรถข้างทางน่าอิจฉา
ตัวพี่นี้ขื่นขมตรมอุรา   รอบกายาหามีไม่ใครสักคน
ผ่านน้ำตกบ้านในใกล้ป่าใหญ่   ดงพงไพรไกลห่างความสับสน
น้ำเย็นใสไหลลัดเลี้ยวเชี่ยววกวน   หวั่นกมลใจมิมั่นดั่งธารา
รถพี่เลี้ยวเที่ยวเปลี่ยวในดอนสัก   ครั้นสักพักลัดเลาะลอดเลียบภูผา
เห็นทะเลวายุพริ้วฉิวฉิวมา   ท้องนภาวิหคน้อยล่องลอยลม
จึ่งลงเรือเฟอรี่ที่รอรับ   วารีวับระยับแววแสงผสม
เส้นผมน้องดำวับเคยจับชม   รื่นภิรมย์อบอุ่นละมุนใจ
เรือวังทองล่องแล่นจรสมุย   โถมตะลุยระลอกแรงตะแคงไหว
ระยะทางเนิ่นนานช่างยาวไกล   ขอพิทักษ์ปัดป้องน้องสุขขี
พี่จากจรรอนจากเจ้าเศร้าโศกี   มองนทีพี่รำพึงคะนึงไป
ถึงสมุยเดินลุยบนทรายแก้ว   เกล็ดวับแววบริสุทธิ์ผุดผ่องใส
เหมือนแก้มน้องผุดผ่องเป็นยองใย   โถเหตุใดพี่อาภัพรักร้างเอย
   
-น.ส.อริสา ศิริพันธ์ ม. ๕/๙


"นิราศนาสาร"
    ถึงวันปิดคิดไปใจหดหู่
เวลาค่ำย้ำเตือนเดือนธนู   ต้องจากคู่จากจรจำจากไกล
ไปขึ้นรถตลาดเกษตรเนตรเศร้าหมอง   ยืนเหม่อมองคอยหาน้ำตาไหล
ตัวพี่ยาไม่มาส่งน้องหรือไร   จากกันไปไม่ทันกล่าวพจมาน
ก้าวขึ้นรถสายสุราษฎร์บ้านนาสาร   นั่งรถผ่านร้านนมขนมหวาน
คิดถึงวันอันแสนหวานเมื่อวันวาน   แสนชื่นบานเมื่อได้อยู่เคียงคู่กัน
ถึงสี่แยกไฟแดงที่แสงเพชร   พี่ใจเด็ดเหมือนเพชรแข็งไม่ไหวหวั่น
ความรักพี่ที่เคยให้ไม่แบ่งปัน   คนนั้นพลันเข้ามาพี่ผันแปร
ผ่านด้านหน้ามานิตาพาใจฝัน   ความรักนั้นล่องลอยไปตามกระแส
เธอกับฉันสบตากันมิเชือนแช   เป็นรักแท้ที่ให้ในวัยเยาว์
ถึงโรงเรียนคนตาบอดหยุดจอดรถ   ให้สลดหดหู่ใจไฉนเล่า
เปรียบตัวเราบอดที่ใจหลงมัวเมา   ช่างโง่เขลาเอาใจให้พี่ยา
เห็นอะไรก็เก็บคิดจิตฟุ้งซ่าน   ถึงนาสารพ่อพาเที่ยวให้หรรษา
ทำจิตใจให้ผ่องใสชุ่มฉ่ำมา   รอยน้ำตาเก็บไว้ในใจเอย
   
- น.ส.เทวิกา ไทยเกิด ม. ๕/๙

"นิราศ ส.ธ."
   
นิราศร้างห่างบ้านมาศึกษา
จิตมุ่งมั่นปั่นจักรยานทะยานมา   เพียงเอกาโดดเดี่ยวเปลี่ยวฤทัย
ผ่านท่ากูบคิดถึงจูบจากใจแม่   เป็นรักแท้บริสุทธิ์ดุจน้ำใส
มาวันนี้จำต้องร้างห่างแม่ไกล   แต่ในใจโหยหาสุดอาลัย
ถึงสี่แยกธาราพาเศร้าจิต   ให้หวนคิดถึงบิดาน้ำตาไหล
ท่านทนเหนื่อยตรากตรำไร้ทุกข์ใจ   หวังเพียงให้ลูกมีสุขทุกวันเอย
   
- นายวันชัย ทองชาติ     ม. ๕/๙
- นายสิทธิพร อินนิมิตร   ม.
๕/๙

"นิราศเกาะพะงัน"
   
นิราศร้างห่างเจ้าเฝ้าคิดถึง
จิตใจพี่มีแต่น้องปองตราตรึง   สุดคะนึงคิดถึงซึ่งน้องยา
หนึ่งสิงหาขึ้นรถมากาญจนดิษฐ์   ใจพี่คิดถึงเจ้าเฝ้าฝันหา
พี่จากน้องต้องไปอาลัยลา   ใยจึงมาจากกันพลันฤดี
ล้อรถเคลื่อนเหมือนใจแตกสลาย   ยังไม่คลายรักเจ้าเศร้าหมองศรี
นึกถึงครั้งยังเคียงอยู่คู่ชีวี   เฝ้ารำพึงถึงคนดีพี่ห่วงใย
ผ่านดอนสักเราพบรักกันที่นั่น   ในวันจันทร์พี่นั้นยังจำได้
รักที่พี่มีให้น้องนั้นมากมาย   ถึงห่างกายสายใจกลับใกล้กัน
พี่ย่างเท้าก้าวขึ้นเรือเพื่อลงนั่ง   ใจพี่ยังคิดถึงยามสุขสันต์
อยากจะพาน้องมาอยู่ด้วยพะงัน   ร่วมสร้างฝันด้วยกันฉันท์สองเรา
พี่ลองมองออกไปไกลหน้าต่าง   เมื่อฟ้าสางใจก็พลางคิดถึงเจ้า
ใจคิดถึงน้องยามานานเนา   จากนงเยาว์พี่รุ่มเร้าเศร้าดวงใจ
ด้วยความรักของพี่มีเท่าฟ้า   เพราะน้องยามีค่าอันยิ่งใหญ่
หอบความรักจากถิ่นแผ่นดินไกล   เพื่อมอบให้จอมขวัญนิรันดร์เอย
   
- น.ส.คัทลียา บินสตีระ ม. ๕/๑๐


การแข่งขันทางวิชาการของศูนย์วิชาภาษาไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจำปี ๒๕๔๔

ผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศอันดับ ๒

บทกลอนรอบแรกที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

"วันหนึ่งที่ลืมไม่ลง"
     
      หวนคำนึงถึงวันที่แสนเศร้า

ความโง่เขลาเป็นเหตุแห่งปัญหา
ขาดสติขาดความคิดขาดปัญญา เสมือนควันกั้นบังตาพามืดมน
      
       วันที่เราหลงประมาทคิดคาดผิด

ยาเสพย์ติดทำให้ใจสับสน
เสมือนตกอยู่ในห้วงแห่งวังวน กว่าจะพ้นวิกฤตคล้ายตายทั้งเป็น

บทกลอนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๒

"ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ"
      
      ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำใครกำหนด

สิ่งต่างต่างที่ปรากฏใครจะรู้
มวลมนุษย์มีหน้าที่ตริตรองดู ว่าจะอยู่อย่างไรให้สมดุล
      
      ใช่สวรรค์หรือนรกที่สั่งสาป

บุญหรือบาปกันแน่ที่เกื้อหนุน
เพียงมนุษย์ทั้งโลกร่วมเจือจุน ความอบอุ่นจะเปิดแน่แม้ต่างกัน
     
นายณัธสร  กาญจนประทุม ม.๖/๒
นายวันชัย  ทองชาติ ม.๕/๙
นางสาวเทวิกา  ไทยเกิด ม.๕/๙