|
๑.สัมผัสเลือน
|
|
|
วาสนา บุญสม
ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของกลอน ได้เขียนเสนอเรื่องเทคนิคการเขียนกลอนบางประการ
ไว้ในหนังสือ กลอนสัมผัสใจได้อย่างไร
โดยบุคคลท่านนี้ได้เสนอแนะแนวทางเรื่องการเขียนกลอนที่ถูกต้อง
และการเลือกสรรคำที่ใช้ในการเขียนกลอนหลายแง่มุมด้วยกัน ในส่วนเรื่องสัมผัสเลือน
นั้น ท่านเสนอความรู้และความคิดเรื่องวิธีการชิงสัมผัสและสัมผัสเลือน
ไว้ดังนี้ |
|
|
ในการแต่งกลอนแต่ละวรรคไม่ใช้สระเสียงเดียวกันในตำแหน่งคำที่
๓ กับคำที่
๘ เพราะจะทำให้เกิดการใช้สระเดียวกันในวรรคเดียวกันมากมายเกินไป
หรือเป็นการรับสัมผัสที่พร่ำเพรื่อจนด้อยความไพเราะและความสมดุล ดังกลอนตัวอย่างที่แสดงถึงความบกพร่องในการใช้คำของกลอนแต่ละวรรค
ดังต่อไปนี้ |
|
|
ห้วงลึกลมหายใจ
|
|
|
| นายทุนจากญี่ปุ่นลงทุนมาก |
|
เที่ยวออกปากสร้างโรงงานกว้านซื้อที่ |
| ราวดอกเห็ดล้อมเมืองรุ่งเรืองดี
|
|
แต่ยายนี้ทอดถอนใจพึ่งใครเอย |
| |
|
|
|
|
|
ศิลปินอย่างฉัน
|
|
|
| ทุกข์วิบากยากจนทางชนชั้น |
|
ศิลปินไทยอย่างฉันย่อมหวั่นไหว |
| ยามฉันใดฉันจนใครสนใจ
|
|
จะหันหน้าพึ่งใครไม่มีเลย |
| |
|
|
|
|
|
อิจฉาริษยา
|
|
|
| คนอิจฉาตาร้อนชอบค่อนว่า |
|
มีจิตใจไร้เมตตามากสาไถย |
| ส่อนิสัยอันธพาลคิดจัญไร
|
|
ริษยาเรื่อยไปในทุกครา |
| |
|
|
|
|
|
ในกลอนบทหลังสุดนี้จะเห็นว่ามีสัมผัสเลือนทั้ง
๔วรรค ได้แก่วรรคที่ ๑,๒ ,๓ และ ๔(ในส่วนที่เน้นตัวอักษรสีแดง) นอกจากประเด็นเรื่อง
สัมผัสเลือน แล้ว วาสนา บุญสม ยังได้เขียนถึงเรื่องการใช้คำในประเด็นอื่นๆ
อีกหลายประเด็น เช่น |
|
|
๒.ไม่ควรแต่งด้วยคำที่สลับตำแหน่งกัน
|
|
|
ในการใช้คำบางครั้งจะมีการใช้กลุ่มคำซ้อนบางคำ
หากสลับตำแหน่งของคำกันแล้ว ความหมายนั้นอาจจะเปลี่ยนไปทันที เช่น |
|
|
| ย่อยยับ |
เขียนเป็น |
ยับย่อย |
| แน่นหนา |
เขียนเป็น |
หนาแน่น |
| แหลกเหลว |
เขียนเป็น |
เหลวแหลก |
| ว้าวุ่น |
เขียนเป็น |
วุ่นว้า |
|
|
|
แม้ในกลุ่มคำซ้อนบางคำ
อาจใช้สลับตำแหน่งกันได้ และความหมายไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักก็ตาม เช่น
|
|
|
| เกี่ยวข้อง |
เขียนเป็น |
ข้องเกี่ยว |
| ขมขื่น |
เขียนเป็น |
ขื่นขม |
| |
|
|
|
|
| |
"วาสนา
บุญสม" แสดงความคิดเห็นไว้ว่า ไม่สนับสนุนให้เขียนโดยใช้คำเช่นนั้นเลย
ดังจะยกตัวอย่างกลอนที่มีข้อบกพร่องของการใช้คำสลับตำแหน่งกัน ดังต่อไปนี้
|
|
| |
| ไม่ทะเลาเบาะแว้งแย่งชนะ |
|
ไม่เกะกะกวนยั่วให้หัวหมุน |
| เพราะเรามีมารยาทชาติสกุล |
|
ไม่หันหุนหรือหยาบคายร้ายเกเร |
| |
|
|
| ปลูกความงามความดีทีละนิด |
|
ปลูกความคิดศรัทธามากกว่าเก่า |
| ไม่แบ่งแยกดึงดื้อถือเขาเรา |
|
จิตหมองเศร้าจักจางจนห่างไกล |
| |
|
|
| ความรักอาจทำให้คนใจกล้า |
|
ความเหว่ว้าทำให้ใจคนเหงา |
| ความอ่อนโลกทำให้คนใจเบา |
|
คนอย่างเรามีรักได้คงไม่เลว |
| |
|
|
| ไม่รู้จักหาความหวานในการอยู่ |
|
ที่ไม่รู้รักชื่นหรือขื่นขม |
| มีแต่มาดปรารถนาเต็มอารมณ์ |
|
ที่งายงมในหมู่ของผู้ดี |
| |
|
|
|
|
| |
๓. คำส่งในบทหลังไม่ควรเป็นคำสัมผัสระกับคำส่งในบทก่อนหน้า
|
|
| |
ไม่ควรใช้คำส่งด้วยสระเสียงเดียวกัน(สัมผัสสระ)
ในสองบทติดต่อกัน เพราะจะทำให้กลอนขาดความไพเราะ เนื่องจากมีเสียงสระเดียวกันเฟ้อจนเกินไป
เพราะการทิ้งคำส่งด้วยสระใดนั้นอย่าลืมว่าต้องมีการส่งสัมผัสต่อไปยังกลอนบทต่อไปอีกถึง
3 ตำแหน่ง สังเกตตัวอย่างต่อไปนี้ บทแรกส่งด้วยเสียงสระ "ไอ"
บทที่สองต่อมาก็จบลงที่เสียงสระ "ไอ" เช่นกัน ทำให้มีการส่งด้วยเสียงสระ
"ไอ" สองบทติดต่อกัน |
|
| |
มรดกของพ่อ
|
|
| |
| ฤดูดกลูกหมากหลากลูกไม้ |
|
ร่องเรือกสวนเรากว้างใหญ่ไร่ยังเหลือ |
| ต้นยังยืนรากยังซึมซับเลือดเนื้อ |
|
ครอบป่าไร่คลุมใต้เหนือคู่ครัวไฟ |
จะค่นแค้นไม่อับจนคนรักสวน |
|
ปู่เจ้าพรวนทรัพย์ในดินสินในไร่ |
| ไม่คิดพรากแผ่นดินตนทอดกลไก |
|
ปู่สิ้นใจยังผักซากเลี้ยงรากไม้ |
มรดกตกถึงพ่อต่อคือสวน |
|
มือพ่อพรวนมาแต่หนุ่มจนคุ้มใหญ่ |
| ให้ใจพ่อมิเต้นก่อนเป็นไร |
|
ค่อยพรากไปขายสร้างสนามกอล์ฟ |
|
|
| |
๔.คำที่สามของกลอนบทต่อมาไม่ควรสัมผัสสระกับคำส่งในบทก่อน
|
|
| |
ผู้ที่รักจะแต่งกลอนให้ไพเราะ
ไม่ควรมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆนี้ เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้กลอนมีจุดรับส่งสัมผัสที่ดาษดื่น
จนดูรุงรัง แม้จะไม่ผิดทางฉันทลักษณ์ก็ตาม ดังตัวอย่างกลอนต่อไปนี้ |
|
| |
|
เหลือไว้แด่ความทรงจำ
|
| หนุ่มเล้งหางานทำไม่ลำบาก |
|
ขยันมากหนักเอาเบาสู้ไหว |
| เป็นจับกังอยู่ที่โรงสีไฟ |
|
เถ้าแก่เนี้ยรักใคร่ในผลงาน |
รัฐบาลกำหนดออกกฎหมาย |
|
นโยบายรักชาติอย่างอาจหาญ |
| แยกจีนไทยให้เห็นเป็นทางการ |
|
ทุกทุกย่านถือคตินิยมไทย |
|
|
| |
|
|