เชิญชวนครูภาษาไทย ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์เขียน

อ่าน คิดวิเคราะห์ เพาะนักคิด

       จุดมุ่งหมายในจัดทำเว็บนี้ ก็เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูภาษาไทย
ในการออกแบบการเรียนการสอน หรือสื่อที่ส่งเสริมให้นักเรียน เรียนรู้ที่จะอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียนนำเสนอความรู้ความคิดได้

       ขอเชิญคุณครูทุกท่านที่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน คิดวิเคราะห์เขียน ได้เผยแพร่ความรู้ประสบการณ์เพื่อเป็นการแบ่งปันทรัพยากรทางปัญญา แก่ครูผู้สนใจ ท่านอื่น ๆ โดยนำเสนอความรู้ความคิด หรือผลงานมาได้ที่ bhatips@hotmail.com กรุณาระบุชื่อ สกุล โรงเรียน พร้อมประวัติโดยย่อ เพื่อเป็น ข้อมูลในการเผยแพร่
ด้วยค่ะขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

      

        กิจกรรมประเดิมของเว็บนี้ ผู้เขียนขอเสนอกิจกรรมที่๑ ชื่อ

เรื่องง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว

 ที่มา       เสียงปรารภของจากเพื่อนครูทั้งจากe-mailและจากคนใกล้เคียง เมื่อพูด
ถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านคิดวิเคราะห์เขียน ได้แก่เสียงเหล่านี้

  • "ขี้เกียจพิมพ์เนื้อหา"
  • "ตรวจยาก"
  • "เด็กมาก ไม่มีเวลาตรวจ"
  • "เสียเวลา"
  • เด็กไม่ยอมอ่านหนังสือ

จุดประกายความคิด

  • เด็กชอบอะไร คำตอบคือ ชอบดารา นักร้อง
  • ดาราดังขณะนี้คือใคร พฤติกรรมเป็นแบบอย่างได้หรือไม่
  • หนังสือพิมพ์ในรอบสัปดาห์นำเสนอข่าวอะไรบ้าง
  • นักเรียนดูหนังดูละครบ้างหรือไม่

 

เริ่มจากอ่านเรื่องที่นักเรียนชอบ

จากการสัมภาษณ์ดารา เช่นมาร์กี้ คลิกรูปภาพเพื่ออ่าน>>>

ครูอาจจะสั่งงานให้นักเรียนไปอ่าน หรือครูเล่าให้ฟังบ้างเล็กน้อยให้นักเรียนไปอ่านต่อ

แล้วนำมาเล่าหรือเขียนการแสดงความคิดเห็นต่อคำสัมภาษณ์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น

  • ความรับผิดชอบของมาร์กี้ต่อการเรียนและการงาน
  • ความคิดเห็นที่มีต่อการเลี้ยงดูแบบไทยกับแบบสเปน
  • เป้าหมายของชีวิต
  • จากย่อหน้านี้มาร์กี้มาีมีความคิดเห็นต่อ มารยาทไทยและภาษาไทยอย่างไรนักเรียนเห็นด้วยหรือไม่เพราะเหตุใด

แต่เราชอบการเลี้ยงดูแบบไหนมากกว่ากัน?

-ปน ๆ กันไป แบบนี้แหละค่ะ ดีแล้ว เพราะว่ามารยาทไทย หนูว่าเป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับทุกเชื้อชาติ

แล้ว อย่าง การไหว้ การเคารพผู้ใหญ่ หนูสังเกตว่าภาษาอื่นไม่มีคำว่า คะ ขา ครับ มีแค่ ไอ กับ ยู จบ

ไม่มีหางเสียง ภาษาไทยพูดแล้วฟังเพราะกว่า แต่การเลี้ยงแบบฝรั่ง ก็ดีตรงที่มีอิสระ เราเลือกเองได้ว่า

อะไรควรทำไม่ควรทำ จะได้มีประสบการณ์ของตัวเองว่าเออแบบนี้มันผิดมันถูก คือถ้าเราไม่ได้เจอกับ

ตัวเองเราก็จะไม่รู้ แต่ถ้าปล่อยให้ไปทำโน่นทำนี่ แล้วมันผิด เราก็จะรู้สึกว่า เออนะ มันไม่น่าทำเลย เราก็

จะไม่อยาก โตขึ้นมันก็จะไม่ทำไปเองโดยอัตโนมัติ คุณแม่เคยถามตอนอยู่ไฮสคูล คือคุณแม่เคยเห็น

เพื่อนกี้สูบบุหรี่ แม่ก็ถามว่าเราดูดด้วยหรือเปล่า หนูก็บอกว่าไม่ได้ดูด แม่ก็ถามว่า ไม่ลองล่ะ จะได้รู้ว่า

มันเป็นยังไง แต่ว่าหนูไม่ชอบของหนูเองอยู่แล้ว เราก็งงว่าทำไมแม่ถึงถามอย่างนั้น แต่เราเป็นคนไม่

ค่อยอยากรู้ แต่น้องกี้เป็นคนชอบลอง เขาก็ลอง แล้วเขาก็รู้ว่า ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหน แล้วเขาก็เลิก

ไม่รู้สึกอยาก จะไม่เหมือนคนอื่นที่ต้องมาแอบหรืออะไร และคนในครอบครัวกี้ก็ไม่มีใครสูบบุหรี่เลย

ที่มา เดลินิวส์ วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 15:41 น

 

.