แหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.

บันทึกไว้ในวงวรรณ เรื่องของวรรคทองภาคที่ 1
โดย จอมยุทธเมรัยพันทิพ
บันทึกไว้ในวงวรรณ วรรคทอง ภาค 2บทกวี เพื่อชีวิต
โดยจอมยุทธเมรัยพันทิพ
บันทึกไว้ในวงวรรณวรรคทองของ
เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์โดย จอมยุทธ เมรัย
วรรคทองของนักอ่านจากเรือนไทยวรรคทองของนักอ่านจากเรือนไทย2
กลอนเก่าของของดีจากเรือนไทยวิชาการดอทคอม

วรรคทองของครูกลอนสุนทรภู่

นิราศภูเขาทอง

แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 2

 ๏ ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น

ความไม่แน่นอนของเกียรติยศชื่อเสียง

๏เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์

สุราพาชีวิตตกอับ

  ๏ ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง  มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

เล่นคำ "เมา"

 ๏ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก  สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน  
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป   แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน  

เชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นกับความรัก

 ๏เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง ทั้งรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ
เหมือนโศกพี่ที่ซ้ำระกำเจือ เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย

ชีวิตคราตกอับ

 ๏เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา

ให้ข้อคิดเรื่องการใช้คำพูด

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

ให้ข้อคิดเรื่องการมองคนอย่ามองที่เปลือกนอก

ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาด บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน อุปมัยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา

บอกที่มาของชื่อจังหวัดปทุมธานี และแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 2

ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว
โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลัง แต่ชื่อตั้งก็ยังอยู่เขารู้ทั่ว
โอ้เรานี้ที่สุนทรประทานตัว ไม่รอดชั่วเช่นสามโคกยิ่งโศกใจ
สิ้นแผ่นดินสิ้นนามตามเสด็จ ต้องเที่ยวเตร็จเตร่หาที่อาศัย
แม้กำเนิดเกิดชาติใดใด ขอให้ได้เป็นข้าฝ่าธุลี

ถึงบ้านงิ้วนำคำว่า"งิ้ว"มาเชื่อมโยงกับศีลข้อ 3

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้มแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง

โวหารภาพจน์ความงามของพืชพรรณน้ำ

จนเดือนเด่นเห็นกอกระจับจอก ระดะดอกบัวเผื่อนเมื่อเดือนหงาย
เห็นร่องน้ำลำคลองทั้งสองฝ่าย ข้างหน้าท้ายถ่อมาในสาคร
จนแจ่มแจ้งแสงตะวันเห็นพันธุ์ผัก ดูน่ารักบรรจงส่งเกสร
เหล่าบัวเผื่อนแลสล้างริมทางจร ก้ามกุ้งซ้อนเสียดสาหร่ายใต้คงคา
สายติ่งแกมแซมสลับต้นตับเต่า เป็นเหล่าเหล่าแลรายทั้งซ้ายขวา
กระจับจอกดอกบัวบานผกา ดาษดาดูขาวดังดาวพราย

เจียมตนประมาณตน เมื่อคราตกอับ

มาทางท่าหน้าจวนจอมผู้รั้ง คิดถึงครั้งก่อนมาน้ำตาไหล
จะแวะหาถ้าท่านเหมือนเมื่อเป็นไวย ก็จะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน
แต่ยามยากหากว่าถ้าท่านแปลก อกมิแตกเสียหรือเราเขาจะสรวล
เหมือนเข็ญใจใฝ่สูงไม่สมควร จะต้องม้วนหน้ากลับอัประมาณ

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา

ทั้งองค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแฉก เผยอแยกยอดสุดก็หลุดหัก
โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก เสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็น
กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น
เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น

บอกเหตุที่รำพึงถึงความรัก หญิงอันเป็นที่รักในนิราศขณะที่เป็นพระภิกษุ

ใช่จะมีที่รักสมัครมาด แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซึ่งครวญคร่ำทำทีพิรี้พิไร ตามนิสัยกาพย์กลอนแต่ก่อนมา
เหมือนแม่ครัวคั่วแกงพะแนงผัด สารพัดเพียญชนังเครื่องมังสา
อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ
จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน
นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอย

นิราศพระบาท

    ๏เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น
เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล
เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน
เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน
ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง

 

    ๏อนิจจาธานินทร์สิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์
แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง
มะโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์
ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา

    ๏ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้
ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย

 

    ๏เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า
เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง

 

    ๏พื้นผนังหลังบัวที่ฐานบัทม์ เป็นครุฑอัดยืนเหยียบภุชงค์ขยำ
หยิกขยุ้มกุมวาสุกรีกำ กินนรร่ำรายเทพประนมกร
ใบระกาหน้าบันบนชั้นมุข สุวรรณสุกเลื่อมแก้วประภัสสร
ดูยอดเยี่ยมเทียมยอดยุคนธร กระจังซ้อนแซมใบระกาบัง
นาคสะดุ้งรุงรังกระดึงห้อย ใบโพธิ์ร้อยระเรงอยู่เหง่งหงั่ง
เสียงประสานกังสดาลกระดึงดัง วิเวกวังเวงในหัวใจครัน

 

    ๏ถึงเขาขาดพี่ถามถึงนามเขา ผู้ใหญ่เล่ามาให้ฟังที่กังขา
ว่าเดิมรถทศกัณฐ์เจ้าลงกา ลักสีดาโฉมฉายมาท้ายรถ
หนีพระรามกลัวจะตามมารุกรบ กงกระทบเขากระจายทลายหมด
ศิลาแตกแหลกลงด้วยกงรถ จึงปรากฎตั้งนามมาตามกัน...

นิราศเมืองแกลง

    ๏โอ้คลองขวางทางแดนแสนโสทก ดูบนบกก็แต่ล้วนลิงแสม
เลียบตลิ่งวิ่งตามชาวเรือแพ ทำลอบแลหลอนหลอกตะคอกคน
คำโบราณท่านผูกถูกทุกสิ่ง เขาว่าลิงจองหองมันพองขน
ทำหลุกหลิกเหลือกลานพาลลุกลน เขาด่าคนจึงว่าลิงโลนลำพอง

 

    ๏ลำพูรายพรายพร้อยหิ่งห้อยจับ สว่างวับแวววามอร่ามเหลือง
เสมอเม็ดเพชรรัตน์จำรัสเรือง ค่อยประเทืองทุกข์ทัศนาชม

 

    ๏กระแสงชลวนเชี่ยวเรือเลี้ยวลด ดูค้อมคดขอบคุ้งคงคาไหล
แต่สาชลเจียวยังวนเป็นวงไป นี่หรือใจที่จะตรงอย่าสงกา

 

    ๏โอ้ยามนี้พี่เห็นแต่พักตร์เพื่อน ไม่ชื่นเหมือนสุดสวาทที่มาดหมาย
กลั้นน้ำตามาจนสุดที่หาดทราย เห็นเรือรายโรงเรียงเคียงเคียงกัน

 

    ๏เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย
เสียงผัวผัวตัวเมียเที่ยวโยนกาย เห็นคนอายแอบอิงกับกิ่งยาง
โอ้ชะนีเวทนาเที่ยวหาผัว เหมือนตัวพี่เรียกน้องให้หมองหมาง
ชะนีเพรียกเรียกชายอยู่ปลายยาง พี่เรียกนางนุชน้องอยู่ในใจ

นิราศประประธม

    ๏ถึงสวนหลวงหวงห้ามเหมือนความรัก เหลือจักหักจับต้องเป็นของหลวง
แต่รวยรินกลิ่นผกาบุปผาพวง จะรื่นร่วงเรณูฟูขจร

 

    ๏ถึงบางขวางปางก่อนว่ามอญขวาง เดี๋ยวนี้นางไทยลาวสาวสลอน
ทำยศอย่างขวางแขนแสนงอน ถึงนางมอญก็ไม่ขวางเหมือนนางไทย

 

    ๏ถึงวัดสักเหมือนหนึ่งรักที่ศักดิ์สูง ยิ่งกว่าฝูงเขาเหินเห็นเกินสอย
แม้นดอกฟ้าคลาเคลื่อนหล่นเลื่อนลอย จะได้คอยเคียงรับประคับประคอง

 

    ๏เห็นต้นรักหักโค่นต้นสนัด เป็นรอยตัดรักขาดให้หวาดไหว
เหมือนตัดรักตัดสวาทขาดอาลัย ด้วยเห็นใจเจ้าเสียแล้วนะแก้วตา

นิราศเมืองเพชร

    ๏ถึงย่านซื่อสมชื่อด้วยซื่อสุด ใจมนุษย์เหมือนกระนี้แล้วดีเหลือ
เป็นป่าปรงพงพุ่มดูครุมเครือ เหมือนซุ้มเสือซ่อนร้ายไว้ภายใน

 

    ๏โอ้พ่อแม่แต่ชั้นลิงไม่ทิ้งบุตร เพราะแสนสุดเสน่หานิจจาเอ๋ย
ที่ลูกอ่อนป้อนนมนั่งชมเชย กระไรเลยแลเห็นน่าเอ็นดู

 

    ๏ในลำคลองสองฟากล้วนจากปลูก ทะลายลูกดอกจากขึ้นฝากแฝง
ต้นจากถูกลูกชิดนั้นติดแพง เขาช่างแปลงชื่อถูกเรียกลูกชิด

 

    ๏ตะบูนต้นผลห้อยย้อยระย้า ดาษดาดังหนึ่งผูกด้วยลูกตุ้ม
เป็นคราบน้ำคร่ำคร่าแตกตารุม ดูกระปุ่มกระปิ่มตุ่มติ่มเต็ม
ลำพูรายชายตลิ่งดูกิ่งค้อม มีขวากล้อมแหลมรายดังปลายเข็ม

เห็นปูเปี้ยวเที่ยวไต่กินไคลเค็ม

บ้างเก็บเล็มลากก้ามครุ่มคร่ามครัน
โอ้เอ็นดูปูไม่มีซึ่งศีรษะ เท้าระกะก้อมโกงโม่งโค่งขัน
ไม่มีเลือดเชือดฉะปะแต่มัน เป็นเพศพันธุ์ได้ผัวเพราะมัวเมา
แม้นเมียออกลอกคราบไปคาบเหยื่อ เอามาเผื่อภรรยาเมตตาเขา
ระวังดูอยู่ประจำทุกค่ำเช้า อุตส่าห์เฝ้าฟูมฟักเพราะรักเมีย
ถึงทีผัวตัวลอกพอออกคราบ เมียมันคาบคีบเนื้อเป็นเหยื่อเสีย
จึงเกิดไข่ไร้ผัวเที่ยวยั้วเยี้ย

ยังแต่เมียเคลื่อนคล้อยขึ้นลอยแพ

 

    ๏หิ่งห้อยจับวับวามอร่ามเหลือง ดูรุ่งเรืองรายจำรัสประภัสสร
เหมือนแหวนก้อยพลอยพรายเมื่อกรายกร ยังอาวรณ์แหวนประดับด้วยลับตา

 

    ๏เสียงชะนีที่เหล่าเขายี่สาน วิเวกหวานหวัวหวัวผัวผัวโหวย
หวิวหวิวไหวได้ยินยิ่งดิ้นโดย ชะนีโหยหาคู่มิรู้วาย...

 

    ๏ทั้งหอยแครงแมงดามันหาคล่อง ฉีกกระดองกินไข่มิใช่โง่
ได้อิ่มอ้วนท้วนหมดไม่อดโซ อกเอ๋ยโอ้เอ็นดูหมู่แมงดา
ให้สามีขี่หลังเที่ยวฝั่งแฝง ตามหล้าแหล่งเลนเค็มเล็มภักษา
เขาจับเป็นเห็นสมเพชเวทนา ทิ้งแมงดาผัวเสียเอาเมียไป
ฝ่ายตัวผู้อยู่เดียวเที่ยวไม่รอด เหมือนตาบอดมิได้แจ้งตำแหน่งไหน
ต้องอดอยากจากเมียเสียน้ำใจ
ก็บรรลัยแลกลาดดาษดา...

นิราศวัดเจ้าฟ้า ของหนูพัด

    ๏ถึงบางพรมพรหมมีอยู่สี่พักตร์ คนรู้จักแจ้งจิตทุกทิศา
ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม...

 

    ๏ถึงเกาะเกิดเกิดสวัสดิ์พิพัฒน์ผล อย่างเกิดคนติเตียนเป็นเสี้ยนหนาม
ให้เกิดลาภราบเรียบเงียบเงียบงาม เหมือนหนึ่งนามเกาะเกิดประเสริฐทรง

 

    ๏ออกกรูไล่ไปสิ้นขึ้นบินว่อน แฉลบร่อนเรียงตามดูงามสม
เห็นเซิงไทรไผ่โพธิ์ตะโกพนม ระรื่นร่มรุกขชาติดาษเดียร
พิกุลออกดอกหอมพะยอมย้อย นกน้อยน้อยจิกจับเหมือนกับเขียน
ในเขตแคว้นแสนสะอาดดังกวาดเตียน ตลิบเลี่ยนลมพัดอยู่อัตรา
สารภีที่ริมโบสถ์สาโรชร่วง มีผึ้งรวงรังสิงกิ่งพฤกษา
รสเร้าเสาวคนธ์สุมณฑา ภุมราร่อนร้องละอองนวล

 

    ๏เย็นระเรื่อยเฉื่อยฉ่ำด้วยน้ำค้าง ลงพร่างพร่างพรายพร้อยย้อยหยิมหยิม
ยิ่งฟั่นเฟือนเหมือนสมรมานอนริม ให้เหงาหงิมง่วงเงียบเซียบสำเนียง
เสนาะดังจังหวีดวะหวีดแว่ว เสียงแจ้วแจ้วจักจั่นสนั่นเสียง
เสียงหริ่งหริ่งกิ่งไทรเรไรเรียง เสียวสำเนียงนอนแลเห็นแต่ดาว

HOME คุยกับครูภาทิพ

จุดมุ่งหมายในการอุทิศตนเพื่อนำเสนอ

         1. เพื่อรวบรวมแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษา วรรณคดีไทย ให้ง่ายต่อการสืบค้น

         2. เพื่อรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ที่เป็นต้นแบบให้ผู้จัดทำนำความรู้มาใช้เลี้ยงชีพได้

                        ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
                    10 ก.ค.48

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม