แบบฝึกหัดทบทวนความรู้ด้วยตนเองเรื่อง นิราศภูเขาทอง

HOME ทดสอบประเมินตนเอง    เนื้อหาเรื่องนิราศภูเขาทอง

 

คิดก่อนคลิกคำตอบนะจ๊ะ

       คำชี้แจง นักเรียนอ่านคำถามแล้วลองตอบในใจหรือพิมพ์ข้อความ แล้วคลิกตรวจดูคำตอบ คำตอบจะแสดง

ขึ้นมาให้เห็น   ในกรณีที่คำตอบล้นกรอบข้อความ ให้คลิกศรชี้ไปทางขวาเพื่อดูข้อความที่เหลือ

๑. ถาม นิราศคืออะไร

๒. ถาม นิราศแต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใดได้บ้าง

๓. ถาม กวีท่านใดบ้างที่มีชื่อเสียงในการแต่งนิราศ

๔. ถาม เนื้อหาในนิราศทั่วไป จะกล่าวถึงเรื่องใดบ้าง

๕. ถาม ในการเขียนนิราศแต่ละครั้ง กวีต้องจากนางอันเป็นที่รักและคร่ำคราญถึงนางจริง ๆ หรือไม่

๖. ถาม การตั้งชื่อนิราศ มีหลักการตั้งชื่ออย่างไร

๗. ถาม นิราศภูเขาทองแต่งด้วยร้อยกรองชนิดใด      

๘. ถาม กลอนนิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านวรรณศิลป์อย่างไรบ้าง

๙. ถาม กลอนนิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านเนื้อหา อย่างไรบ้าง

๑๐. ถาม กลอนนิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านสังคมอย่างไรบ้าง

๑๑. ถาม นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในประจำวันได้อย่างไรบ้าง


๑๒. ถาม สุนทรภู่แต่งนิราศภูเขาทองในโอกาสใด


๑๓. ถาม สุนทรภู่เดินทางไปพระเจดีย์ภูเขาทองกับใคร เมื่อไร

๑๔. ถาม "ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก        กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมือนกงเกวียน                        ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน
ทั้งหัวท้ายกรายแจวกระชากจ้วง                           ครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพ้นวนมาในสาชล                                    ใจยังวนหวังสวาทไม่คลาดคลา" คำประพันธ์ตอนนี้มีความดีเด่นอย่างไร


๑๕. ถาม "พระสุริยงลงลับพยับฝน         ดูมัวมนมืดมิดทุกทิศา
ถึงทางลัดตัดทางมากลางนา                     ทั้งแฝกคาแขมกกขึ้นรกเรี้ยว
เป็นเงาง้ำน้ำเจิ่งดูเวิ้งว้าง                        ทั้งกว้างขวางขวัญหาไม่วายเหลียว
เห็นดุ่มดุ่มหนุ่มสาวเสียงกราวเกรียว             ล้วนเรือเพรียวพร้อมหน้าพวกปลาเลย" ดีเด่นในด้านใด

๑๖. ถาม "เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ          ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
        สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา                            วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์" ใช้โวหารภาพพจน์ใด


๑๗.ถาม "เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้         ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
        อันหนามเหฯ็บเจ็บแสบคับแคบใจ               เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา" ใช้โวหารภาพพจน์ใด

๑๘. ถาม "ขอเดชะพระพุทธคุณช่วย         แม้นมอดม้วยกลับชาติวาสนา
        อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา                     อยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง" ใช้โวหารภาพพจน์ใด

๑๙. ถาม "ไม่เห็นคลองต้องค้างอยุ่กลางทุ่ง      พอหยุดยุงฉู่ชุมมารุมกัด
        เป็นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมือนทรายซัด         ต้องนั่งปัดแปะไปมิได้นอน" ใช้โวหารภาพพจน์ใด

๒๐. ถาม "เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง      ทั้งรักแซมแซงสวาทประหลาดเหลือ
        เหมือนโศกพี่ที่ระกำก็ซ้ำเจือ                 เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย" ใช้โวหารภาพพจน์ใด

๒๑. ถาม "จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย        ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา
        เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลลิกา                         ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป" สะท้อนคุณสมบัติของกวีอย่างไร

๒๒. ถาม "ทั้งองค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแสก     เผยอแยกยอดสุดก็หลุดหัก
        โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก                      เสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็น
        กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ                 จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น
        เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น                   คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น" สะท้อนแนวคิดของผู้เขียนอย่างไร

๒๓. ถาม "ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า         พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
        ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี               ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว" ให้คุณค่าในด้านใด ปิ่นเหล้าหมายถึงใคร

๒๔. ถาม "เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ      ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
        สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา                         วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์"
ความคิดที่กวีต้องการจะบอกอยู่ที่วรรคใด สภาพเป็นอย่างไร

๒๕. ถาม กลอนบทใดที่กวีให้สอนเรื่องการใช้คำพูด และเป็นการนำชื่อสถานที่มาเล่นคำ

๒๖. ถาม กลอนบทใดที่สะท้อนว่ากวีเชื่อเรื่องบาปกรรม

๒๗. ถาม "ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาด       บังเกิดชาติแมลงหวีมีในไส้
        เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน                 อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา"
        นักเรียนนำบทกลอนนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร


๒๘.
ถาม "ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า         ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา
        เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา                 ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย" กวีให้ความรู้ในด้านใด
        

๒๙.ถาม "ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคือง         ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน"

        กวีสะท้อนให้เห็นลีลาในการเขียนนิราศอย่างไร

๓๐.ถาม "ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง        มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
        โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา                ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
        .....................................................................................................................
        ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก              สุดจะหัดห้ามจิตคิดไฉน
        ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป                   แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน" กวีแสดงเนื้อหาใด

๓๑.ถาม "บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ         ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง
        มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสำเพ็ง         เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู"
         ใจความในวรรคสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร

๓๒. ถาม   "ใช่จะมีที่รักสมัครมาด        แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
        ซึ่งครวญคร่ำทำทีพิรี้พิไร                ตามนิสัยกาพย์กลอนแต่ก่อนมา
        ......................................................................................................
         จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น         อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน
        นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ          จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอย "
        จากกลอนบทนี้สุนทรภู่ต้องการชี้แจงเรื่องใด ทำไม

      

 

๓๓.ถาม "มาถึงท่าหน้าจวนจอมผู้รั้ง        คิดถึงครั้งก่อนมาน้ำตาไหล
        จะแวะหาถ้าท่านเหมือนเมื่อเป็นไวย      ก็จะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน
        แต่ยามยากหากว่าถ้าท่านแปลก           อกมิแตกเสียหรือเราเขาจะสรวล
        เหมือนเข็ญใจใฝ่สูงไม่สมควร             จะต้องม้วนหน้ากลับอัประมาณ"
        กลอน 2 บทนี้สะท้อนความคิดของสุนทรภู่อย่างไร
        

๓๔.ถาม คำสัมผัสบังคับของกลอน บทที่ 1 ในข้อ 33 มีคำสัมผัสใดบ้าง และสัมผัสระหว่างบทคือคำคู่ใด

๓๕.ถาม ประเพณีนิยมในการลงเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค์ของกลอนสุภาพแต่โบราณมีหลักอย่างไร

 

ที่มา : ประพนธ์ เรืองณรงค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยช่วงชั้นที่ 3 กรุงเทพ ฯ ประสานมิตร 2545
วิพุธ โสภวงศ์ และคณะ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 )
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชจำกัด 2546
เว็บเพจนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก http://www.thaifolk.com

HOME สมุดเยี่ยม

       ร้อยคำแทนมาลัย มากราบไหว้ให้คุณครู
ดวงจิตคิดเชิดชู สืบคุณค่าภาษาไทย
เนื้อหาที่ว่ายาก วอนครูฝากชี้แนะให้
เห็นทางกระจ่างใจ พบแนวใหม่ในการสอน
กฎใดที่เป็นกฎ ในทุกบททุกขั้นตอน
คลี่คลายหายซับซ้อน เด็กเข้าใจในหลักการ
ภาษาเกือบวิบัติ ด้วยคลื่นซัดการสื่อสาร
หากศิษย์ไม่ชำนาญ เกินแรงต้านทานกระแส
ขอครูผู้ล่วงลับ คราสดับช่วยดูแล
แนะนำคลำทางแก้ ให้ศิษย์นี้มีหนทาง







ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์ เจ้าของห้องเรียนสีชมพู

 

 

 

          คุณค่าและความดีงามใด ๆ ในเว็บนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณครู-อาจารย์ ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ ครู-อาจารย์ที่ได้อบรมสั่งสอน
    ให้ความรู้ และผู้เขียนตำราทุกท่าน

            คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
             ๒๘ ก.ค.๔๘

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี