โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยครูภาทิพ ศรีสุทธิ์ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี

ห้องเรียนสีชมพู  
สมุดเยี่ยม

ภาพเงาะป่าจาก http://www.jitdrathanee.com/

      แสนเอยแสนแขนง น้อยหรือแกล้งตัดพ้อเล่นต่อหน้า
ติเล็กติน้อยคอยนินทา ค่อนว่าพิไรไค้แคะ
พี่ก็ไม่หลีกเลี่ยงเถียงสักสิ่ง มันก็จริงกระนั้นนั่นแหละ
เจ้าเย้ยเยาะว่าเงาะไม่งามแงะ แฮะแฮะว่าเล่นหรือว่าจริง
อย่าประมาทรูปพี่เห็นขี้เหร่ ไม่ว่าเล่นเป็นเสน่ห์ชอบใจหญิง
ชาวรั้วชาววังไม่ชังชิง อุตส่าห์ทิ้งมาลัยมาให้เงาะ
  เจ้าเงาะพูดยั่วนางรจนา

ประวัติที่มาของเรื่อง

      สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวัณสังขชาดก ซึ่งเป็นนิทาน เรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก
ของท้องถิ่น  ในภาคเหนือและภาคใต้มีสถานที่ที่กล่าวถึงเนื้อเรื่องในสังข์ทองกล่าวคือเล่ากันว่า
เมืองทุ่งยั้ง เป็นเมืองท้าวสามนต์ ใกล้วัดมหาธาตุมีลานหินเป็นสนามตีคลีของพระสังข์ ส่วนในภาคใต้ เชื่อว่าเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามนต์ และเรียกภูเขาลูกหนึ่งว่า "เขาขมังม้า" เนื่องจากเมื่อ
พระสังข์ตีคลีชนะได้ขี่ม้าข้ามภูเขานั้นไป

บทละครพระราชนิพนธ์เรื่อง สังข์ทอง มี ๙ ตอน คือ

๑ . กำเนิดพระสังข์
๒. ถ่วงพระสังข์
๓. นางพันธุรัตน์เลี้ยงพระสังข์
๔. พระสังข์หนีนางพันธุรัต
๕. ท้าวสามนต์ให้นางทั้งเจ็ดเลือกคู่
๖. พระสังข์ได้นางรจนา
๗. ท้าวสามนต์ให้ลูกเขยหาปลาหาเนื้อ
๘. พระสังข์ตีคลี
๙. ท้าวยศวิมลตามพระสังข์

ลักษณะคำประพันธ์

      ๑ เป็นกลอนบทละคร บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๖ คำ หนึ่งบทมี ๒ บาท เรียกว่าบาทเอก
และบาทโท ๑ บาท เท่ากับ ๑ คำกลอน   มีลักษณะการสัมผัสดังนี้

สัมผัสระหว่างวรรคไม่บังคับตายตัว ให้สังเกตจากแผนผัง วรรคที่ ๑อาจจะสัมผัสกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
ตามเส้นสัมผัสในวรรคที่ ๒

      ๒. คำขึ้นต้นบท กลอนบทละครมีคำขึ้นต้นหลายแบบ และคำขึ้นต้นนั้นไม่จำเป็นต้องมีจำนวน
เท่ากับวรรคสดับ อาจจะมีเพียง ๒ คำก็ได้ คำขึ้นต้นมีดังนี้

            ๒.๑ มาจะกล่าวบทไป มักใช้เมื่อขึ้นต้นเรื่อง หรือกล่าวถึงเรื่องแทรกเข้ามา
            ๒.๒ เมื่อนั้น ใช้สำหรับผู้มียศสูง หรือผู้เป็นใหญ่ในที่นั้นตามเนื้อเรื่อง เช่นกษัตริย์ ราชวงศ์
            ๒.๓ บัดนั้น ใช้ขึ้นต้นสำหรับผู้น้อยลงมา เช่น เสนา ไพร่พล

     

เรื่องย่อสังข์ทอง

      ท้าวยศวิมลมีมเหสีชื่อนางจันท์เทวีมีสนมเอกชื่อนางจันทา ไม่มีโอรสธิดา จึงบวงสรวงและรัทษาศีลห้า
เพื่อขอบุตร และประกาศแกพระมเหสีและทางสนมว่าถ้าใครมีโอรสก็จะมอบเมืองให้ครอง อยู่มานางจันท์
เทวีทรงครรภ์ เทวบุตรจุติมา เป็นพระโอรสของนาง แต่ประสูติมาเป็นหอยสังข์ นางจันทาเกิดความริษยา
จึงติดสินบนโหรหลวงให้ทำนายว่าหอยสังข์จะทำให้บ้านเมืองเกิดความหายนะท้าวยศวิมลหลงเชื่อนางจันทา จึงเนรเทศนางจันท์เทวีและหอยสังข์ไปจากเมือง    

      นางจันท์เทวีพาหอยสังข์ไปอาศัยตายายช่าวไร่ ช่วยงานตายายเป็นเวลา ๕ ปี พระโอรส
ในหอยสังข์แอบออกมาช่วยทำงาน เช่น หุงหาอาหาร ไล่ไก่ไม่ให้จิกข้าว เมื่อนางจันท์เทวี
ทราบก็ทุบหอยสังข์เสีย พระสังข์เห็นเช่นนั้นก็ร้องไห้รำพันว่า

      พระแม่ต่อยหอยสังข์คือชีวิต จะชมชิดลูกนี้สักกี่ครั้ง

และนางจันท์เทวีเลี้ยงพระสังข์มาด้วยความรัก ฝ่ายท้าวยศวิมลเศร้าพระทัยเพราะอาลัยอาวรณ์นางจันท์เทวีมากทรงรำพึงว่า

      เจ้าจะเป็นฉันใดที่ในดง กอดหมอนแนบองค์เข้าร่ำไห้

นางจันทาสังเกตเห็นงุ่นง่านใจกลัวจะไม่ได้เป็นใหญ่ จึงให้ยายเฒ่าสุเมธามาทำเสน่ห์ให้ท้าวศวิมลหลงรัก
และทูลยุยงว่านางจันท์เทวีมีลูกชายมาอยู่ด้วยคนหนึ่งในป่าน่าจะเป็นลูกชู้ นำความเสื่อมเสียมาแก่ท้าวยศวิมล ให้ประหารพระสังข์เสีย ท้าวศวิมลหลงเชื่อ สั่งประหารพระโอรสของตนแต่ด้วยบุญญาธิทารก
ของพระสังข์ จะฆ่าอย่างไรพระสังข์ก็ไม่ตาย เสนาพึมพำกันว่า

      บุญญาธิการชาญชัญ จึงทำอย่างไรไม่ม้วยมรณ์

เมื่อท้าวยศวิมลทรงทราบว่าพระโอรสมิใช่หอยสังข์แต่เป็นพระกุมารที่มีบุญญาธิการ ท้าวเธอก็จะให้รับพระโอรสและนางจันท์เทวีกลับวัง พระสังข์ร้องขอให้พระมารดาช่วย

      ฝ่ายองค์พระสังข์กุมารน้อย ตั้งแต่ละห้อยโหยไห้
แลเห็นมารดามาแต่ไกล ดีใจร้องเรียกพระมารดา
แม่คุณจงช่วยลูกด้วยที เขาผูกมัดรัดตีแล้วทุบด่า
แล้วมิหนำซ้ำมัดรัดกรมา มารดานิ่งได้ไม่ปรานี
เขาจะโยนลูกลงในคงคา ไม่ช้าจะม้วยไปเป็นผี
แม่วานเขาส่งลงมาที ชนนีนิ่งได้ไม่เอ็นดู
ลูกอยากขนมนมแม่ น้าแก้ปล่อยให้ไปสักครู่
เสนาน้ำตาลงไหลพรู ที่พาลข่มขู่ด้วยกลัวภัย

แต่ถูกนางจันทาทัดทานไว้ และในที่สุดนางจันทาเสนอให้เอาไปถ่วงน้ำจมหายไปต่อหน้าพระมารดา นางจันท์เทวีอ้อนวอนพระสวามีว่า

      ลูกข้ากะจิริดผิดไม่มี ขอประทานชีวิพระลูกชาย

  ข้าราชบริพารและเหล่าประชาเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความสลดใจ

      บัดนั้น ฝูงคนถ้วนหน้าน้ำตาไหล
แลเห็นโฉมงามทรามวัย เกลือกนิ่งไปไม่ไหวองค์
จึงวักตักเอาชลธี ปะพรมโฉมศรีไม่ผุยผง
ครั้นเจ้าค่อยฟื้นคืนคง ปลอบโยนโฉมยงให้ไคลงคลา

ความรักที่แม่มีต่อลูก

      พ่อคุณทูลกระหม่อมของแม่เอ๋ย ทรามเชยทิ้งแม่้ให้โหยไห้
เช้าเย็นแม่จะเห็นหน้าใคร ดังกาเหยี่ยวเฉี่ยวไปก็เหมือนกัน
ลูกเอ๋ยเคยรับพระมารดา เมื่อมาแต่ป่าพนาสัณฑ์
พูดพลอดกอดแม่ไม่วายวัน กินนมชมกันทุกเวลา
ตัวกรรมมันตามมาล้างผลาญ พลัดบ้านเมืองแล้วยังมิสา
ยังมิหนำซ้ำพรากจากลูกยา อนิจจามีกรรมต้องจำไกล
รำพันพลางนางลาคนทั้งปวง เจ้าเหงาง่วงเดินมาน้ำตาไหล
เปล่าจิตผิดทางซังตายไป ดั้นด้นพงไพรร้องไห้มา

 

   ด้วยบุญของตระสังข์ ถูกหินถ่วงจมลงไปตรงปล่องนาคาอันเป็นประตูสู่เมืองบาดาล พญานาคคือท้าวภุชงค์มาพบเห็นพระสังข์นอนสลบอยู่

      เมื่อนั้น พระสังข์โอดโอยโหยหา
จมลงตรงปล่องนาคา ฟูมฟายน้ำตาจาบัลย์
แม่เจ้าประคุณทูลกระหม่อมแก้ว จะกลิ้งเกลือกอยู่แล้วเป็นแม่นมั่น
เพราะแม่ต่อยหอยสังข์ยั้งไม่ทัน จึงพลัดพรากจากกันกับลูกยา
ทีนี้จะได้ผู้ใดเล่า อยุ่ด้วยช่วยผ่านเกล้าเฝ้าเคหา
อยู่ทับขับไล่ไก่กา แม่มาเย็นเย็นจะเห็นใคร
ว่าพลางทางซบเกศเกล้า คิดถึงแม่เจ้าแล้วร้องไห้
สลบซบซอนอ่อนใจ อยุ่ในใต้น้ำไม่ทำลาย

 

      จับกรช้อนองค์เห็นกงจักร น้อยหรือบุญหนักศักดิ์ใหญ่
จะเกิดเภทพาลประการใด ใครช่างทำได้ไม่ปรานี

จึงนำไปเลี้ยง แต่เห็นว่าจะเลี้ยงกันไม่สะดวกเพราะตนเป็นนาค จึงส่งพระสังข์ไปให้เพื่อนรักคือนางพันธุรัตเลี้ยงดู โดยมีใจความในสารที่แนบไปว่า

      สารท้าวภุชงค์ทรงศักดิ์ คิดถึงแม่รักยักษา
แต่สหายวายปราณนานมา ชั่วช้ามิได้มาเยี่ยมเยือน
องค์ท้าวกุมภัณฑ์ที่บรรลัย ความสมัครรักใคร่ใครจะเหมือน
เจ้าน้อยใจที่ไม่เยี่ยมเยือน รักเจ้าเท่าเทียมเหมือนกัน
เป็นหญิงครองเมืองมณฑล เสนีรี้พลจะเดียดฉันท์
เราไซร้ได้บุตรบุญธรรม์ มนุษย์จ้อยน้อยนั้นถือสารไป
เจ้าจงเลี้ยงไว้เป็นลูกรัก เราเห็นบุญหนักศักดิ์ใหญ่
จะได้ครอบครองพระเวียงชัย เลี้ยงไว้ค้ำชูแทนหูตา


      นางพันธุรัตเป็นยักษ์ สามีเสียชีวิตแล้ว นางเลี้ยงพระสังข์ด้วยความรักอย่างจริงใจนางพันธุรัตและพี่เลี้ยง
แปลงเป็นมนุษย์เลี้ยงพระสังข์มาจนอายุ ๑๕ ปี นางพันธุรัตห้ามขาดไม่ให้พระสังข์เข้าไปที่หวงห้ามแห่งหนึ่ง แต่วันหนึ่งเมื่อนางพันธุรัตไปหากินตามปกติ พระสังก็แอบเข้าไปที่นั่น ไปพบซากโครงกระดูกมนุษย์
และสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง เสือ กวาง พบบ่อปิดบ่อหนึ่งเป็น บ่อเงิน อีกบ่อ เป็นบ่อทอง มีรูปเงาะ เกือกแก้ว


พระสังข์ลงชุบตัวในบ่อเงินบ่อทอง ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่

และไม้เท้า เมื่อลองสวมชุดเงาะและเกือกแก้วดูก็ สามารถเหาะไปมาได้ พระสังข์จึงวางแผนหลบหนี
นางพันธุรัตเพื่อจะไปหาพระมารดา แล้ววันหนึ่งพระสังข์ก็ลงชุบตัวในบ่อทองแล้วสวมรูปเงาะจะเหาะหนีไป ก่อนไปพระสังข์คร่ำครวญดังนี้

      โอ้นิจจามารดาเลี้ยง เคยถนอมกล่อมเกลี้ยงรักใคร่
แสนสนิทพิศวาสดังดวงใจ มิให้ลูกยาอนาทร
พระคุณล้ำลบจบดินแดน ยังมิได้ทดแทนพระคุณก่อน
วันนี้จะพลัดพรากจากจร มารดรค่อยอยู่จงดี
แม้นลูกไปไม่ม้วยมรณา จะกลับมากราบบาทบทศรี
ร่ำพลางทางทรงโศกี อยู่ที่ปราสาทเพียงขาดใจ

นางพันธุรัตติดตามไปพระสังข์อธิษฐานไม่ให้นางพันธุรัตขึ้นไปได้


      พลางตั้งจิตพิษฐานด้วยสัจจา คุณพระมารดาปกเกศี
จงค้ำชูช่วยข้าครานี้ อย่าให้มีอันตรายสิ่งใด
ถึงแม่พันธุรัตจะพบข้า ขออย่าให้ขึ้นมาบนเขาได้
ให้ลูกแก้วตัวรอดปลอดภัย พลางยกมือไหว้ภาวนา

นางอ้อนวอนให้พระสังข์ลงมาหา แต่พระสังข์ไม่ยอมลงมา

      นั่งอยู่ไยนั่นพ่อขวัญข้าว ขัดเคืองอะไรเล่าเจ้าจึงหนี
มาเถิดทูนหัวอย่ากลัวตี ดูเอาเถิดซียังมิมา
นางร่ำไห้แล้วซ้ำเรียก ปีนตะกายตะเกียกขึ้นไปหา
ด้วยเดชะอำนาจสัตยา เผอิญให้เลื่อยล้าสิ้นกำลัง
พลัดตกหกล้มนอนตะแคง ขาแข้งสีข้างขัดขึ้นดัดหลัง
โศกีตีอกเพียงจะพัง ทรุดนั่งกระแทกก้นจนใจ

นางจึงเขียนมนต์เรียก เนื้อเรียกปลาไว้ให้ที่แผ่นศิลาเชิงเขา มนตร์นั้นเรียกว่ามหาจินดามนต์ และแสดงความรักความบริสุทธิ์ใจต่อพระสังข์กระทั่งตาย

อย่านึกแหนงแคลงเลยว่าเป็นยักษ์ มาเถิดลูกรักอย่าเกรงขาม
ถึงจะอยู่จะไปก็ให้งาม เจ้าผุ้ทรามรักร่วมชีวา
อันรูปเงาะไม้เท้าเกือกแก้ว แม่ประสิทธิ์ให้แล้วดังปรารถนา
ยังมนต์บทหนึ่งของมารดา ชื่อว่ามหาจินดามนต์
ถึงจะเรียกเต่าปลามัจฉาชาติ ฝูงสัตว์จัตุบาทในไพรสณฑ์
ครุฑาเทวัญชั้นบน อ่านมนต์ขึ้นแล้วก็มาพลัน
เจ้าเรียนไว้สำหรับเมื่ออับจน จะได้แก้กันตนที่คับขัน
แม่ก็คงจะตายวายชีวัน จงลงมาให้ทันท่วงที

นางพันธุรัตร้องไห้อ้อนวอนพระสังข์จนทระทั่งอกแตกตายด้วยความอาลัยรักพระสังข์ ซึ่งขณะนั้นพระสังข์ก็สับสน ไม่เชื่อในคำของนาง

จะลงไปก็ให้เกรงกริ่ง เกลือกว่าไม่จริงจะแกล้งปด
คิดพลางทางกล่าวมธุรส อย่ากำสรดโศกาอาวรณ์
ลูกนี้เหนื่อยยากลำบากกาย จะนั่งเล่นให้สบายบนนี้ก่อน
ตะวันเที่ยงอยุ่ยังกำลังร้อน พอให้แดดอ่อนอ่อนจะลงไป
ซึ่งมนต์ของชนนีว่าดีนัก ลูกรัก็อยากจะใคร่ได้
เมตตาลูกแล้วจงเขียนไว้ ที่ในแผ่นพื้นพสุธา

นางพันธุรัตนได้ฟังดังนั้นก็

      เมื่อนั้น พันธุรัตขัดสนเป็นหนักหนา
แหงนดูลูกพลางทางโศกา ดังหนึ่งว่าชีวันจะบรรลัย
โอ้ลูกน้อยหอยสังข์ของแม่เอ๋ย กรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
จะร่ำร้องเรียกเจ้าสักเท่าไร ก็ช่างเฉยได้ไม่ดูดี
สิ้นวาสนาแม่นี้แน่แล้ว เผอิญให้ลูกแก้เอาตัวหนี
จะขอลาอาสัญเสียวันนี้ เจ้าช่วยเผาผีมารดา
อันพระเวทวิศษของแม่ไซร้ ก็จะเขียนลงให้ที่แผ่นผา
จงเรียนร่ำจำไว้เถิดขวัญตา รู้แล้วอย่าว่าให้ใครฟัง
เขียนพลางทางเรียกลูกน้อย มาหาแม่สักหน่อยพ่อหอยสังข์
แต่พอให้ชมเสียสักครั้ง ขอสั่งสักคำจะอำลา
แม่อ้อนวอนว่านักหนาแล้ว น้อยหรือลูกแก้วไม่มาหา
ทุ่มทอดตัวลงทรงโศกา สองตาแดงเดือดดังเลือดนก
ทั้งรักทั้งแค้นแน่นจิต ยิ่งคิดเคืองขุ่นมุ่นหมก
กลิ้งกลับสับส่ายเพ้อพก นางร่ำร้องจนอกแตกตาย

พระสังข์เห็นดังนั้นก็ลงมาคร่ำครวญอาลัยว่า

      โอ้ว่ามารดาของลูกเอ๋ย พระคุณเคยปกเกล้าเกศี
รักลูกผูกพันแสนทวี เลี้ยงมาไม่มีให้เคืองใจ
จะหาไหนได้เหมือนพระแม่เจ้า ดังมารดาเกิดเกล้าก็ว่าได้
สู้ติดตามมาด้วยอาลัย จนจำตายอยู่ในพนาวัน
โทษลูกนี้ผิดเป็นหนักหนา ดังแกล้งผลาญมารดาให้อาสัญ
ทั้งนี้เพราะกรรมมาตามทัน จึงสุดสิ้นชีวันบรรลัย
พระคุณล้ำลบจบดินแดน ยังไม่ทันทดแทนสนองได้
ร่ำพลางโศกีพิรี้พิไร ซบพักตร์สะอื้นไห้ไปมา

พระสังข์ลงมาจัดการเรื่องศพพระมารดา โดยสั่งไพร่พลให้จัดการใส่พระเมรุ แล้วพระสังข์ก็ ท่องมนตร์ได้แล้วท็เหาะไปจนถึงเมืองท้าวสามนต์

      ท้าวสามนต์มีธิดา ๗ นาง อยากจะให้นางทั้งเจ็ดมีคู่ เพื่อท้าวสามนต์จะได้ยกเมืองให้แก่เขย
ที่สามารถ มีปัญญาดี เป็นกษัตริย์ครองเมืองต่อไป


เจ้าชายเมืองต่าง ๆ ต่างเดินทางมาให้เลือกคู่

พี่นางทั้งหกของนางรจนาเลือกได้เจ้าชายต่างเมือง
เป็นสามี แต่รจนาธิดาองค์สุดท้องไม่เลือกใคร ท้าวสามนต์ให้ป่าวร้องชาวเมืองมาให้เลือกอีกหน รจนา
ไม่เลือก ในที่สุดท็ให้นำเจ้าเงาะมาให้เลือก


เจ้าเงาะเลี้ยงวัวควายกลางทุ่งหยอกล้อกับเด็ก และเจ้าเงาะถูกตามเข้าวังเพื่อมาให้นางรจนาเลอก

อันที่จริงท้าวสามนต์ตั้งใจจะประชดนางรจนาที่ไม่เลือกใคร เลยนำเจ้าเงาะมาให้เลือกพระสังข์ในรูปเงาะเห็นนางรจนาก็พอใจในความงามของนาง จึงอธิษฐานให้นางเห็นรูปทองของพระองค์ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปเงาะ รจนาได้เห็นรูปที่แท้จริงของพระสังข์
จึงเสี่ยงพวงมาลัยให้เจ้าเงาะ


รจนาเสี่ยงพวงมาลัยให้เจ้าเงาะเพราะความงามภายใน

ท้าวสามนต์เสียใจมากจึงขับไล่นางรจนาให้ไปอยู่กับเจ้าเงาะที่ปลายนา


นางรจนากับเจ้าเงาะอยู่กระท่อมปลายนาอย่างมีความสุข

      ท้าวสามนต์รู้สึกอับอายและเสียเกียรติอย่างมากที่รจนาได้เจ้าเงาะเป็นสามี จึงวางแผนคิดฆ่า
เจ้าเงาะโดยให้เขยทั้ง ๗ คนไปหาปลามาคนละ ๑๐๐ ตัว ใครได้น้อยจะถูกฆ่า พระสังข์ร่ายมนตร์เรียก
ปลามาชุมนุมกัน หกเขยจึงหาปลาไม่ได้เลย มาพบพระสังข์ก็สำคัญผิดว่าเป็นเทวดาจึงขอปลาพระสังข์
จึงให้ปลาคนละ ๒ ตัวโดยขอแลกกับการเชือดปลายจมูก


เจ้าเงาะหาบปลาชวนนางรจนา ไปดูหกเขยจมูกแหว่ง

ท้าวสามนตร์โกรธมากที่อุบายไม่เป็นผล
จึงสั่งให้เขยทุกคนไปหาเนื้ออีก และก็เหมือนครั้งก่อน ด้วยเวทมนตร์ของพระสังข์ ฝูงเนื้อทราย
ทั้งหลายก็ไปชุมนุมอยู่กับพระสังข์ หกเขยได้เนื้อทรายไปคนละตัวโดยแลกกับการถูกเชือดใบหู

      พระอินทร์รู้สึกว่าอาสน์ที่ประทับของพระองค์แข็งกระด้าง จึงส่องทิพยเนตรดูก็เห็นว่านางรจนา
มีความทุกข์เพราะเจ้าเงาะไม่ยอมถอดรูป ทำให้ต้องตกระกำลำบากและถูกท้าวสามนต์หาเหตุ
แกล้งอยู่เนืองๆ พระองค์จึงแปลงองค์ลงมาท้าตีคลีพนันเอาเมืองทับท้าวสามนต์ ท้าวสามนต์ให้หกเขย
ไปตีคลีก็พ่ายแพ้ จึงจำใจไปอ้อนวอนเจ้าเงาะ เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์งดงามถูกใจท้าวสามนต์ ยิ่งได้ทราบว่าเป็นโอรสกษัตริย์ด้วยก็ยิ่งพอใจ พระสังข์ไปตีคลีทับพระอินทร์ได้ชัยชนะเพราะ
พระอินทร์แสร้งหย่อนอ่อนมือให้

      พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมลพระบิดาของพระสังข์เพื่อสั่งสอนให้รู้ดีรู้ชั่วและสั่งให้ไปรับนางจันท์
เทวีเพื่อไปตามพระสังข์ ท้าวศวิมลรับนางจันท์เทวีเดินทางไปตามพระสังข์ที่เมืองท้าวสามนต์
นางจันท์เทวีเข้าไปช่วยทำอาหารในฝ่ายที่ต้องทำอาหารถวายพระสังข์ นางนำชิ้นฟักมาแกะสลัก
เป็นเรื่องราวชีวิตตั้งแต่หนหลังแล้วนำมาแกง พระสังข์เสวยแกงเห็นชิ้นฟักก็สงสัยจึงนำมา
เรียงกันแล้วก็รู้เรื่องทั้งหมด ในที่สุดพ่อแม่ลูกก็ได้พบกันด้วยดี ท้าวยศวิมลขอโทษในความหลงผิด
ของตน และชวนกันกลับบ้านเมือง พระสังข์พารจนาไปด้วย บทละครนอกสังข์ทองฉบับ
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจบเรื่องแต่เพียงนี้

 

แนวคิดในเรื่องสังข์ทอง

      ๑. คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้
      ๒. ผู้ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกน่าเกลียดน่าชัง เช่นเจ้าเงาะภายในอาจมีรูปทองอันสวยงามซ่อนอย
ู่

คารมเจ้าเงาะหยอกล้อรจนา

     แสนเอยแสนแขนง น้อยหรือแกล้งตัดพ้อต่อว่า
ติเล็กติน้อยคอยนินทา ค่อว่าพิไรไค้แคะ
พี่ก็ไม่หลีกเลี่ยงเถียงสักสิ่ง มันก็จริงกระนั้นนั่นแหละ
เจ้าเย้ยเยาะว่าเงาะไม่งามแงะ แฮะแฮะว่าเล่นหรือว่าจริง
อย่าประมาทรูปพี่เห็นขี้เหร่ ไม่ว่าเล่นเป็นเสน่ห์ชอบใจหญิง
ชาวรั้วชาววังไม่ชังชิง อุตส่าห์ทิ้งมาลัยมาให้เงาะ
ใช่ว่าจะแสร้งแกล้งอวดตัว นานไปพี่กลัวจะชมเปาะ
ว่าพลางเย้ายวนชวนหัวเราะ แกล้งปะเหล่าปะแหละและเลียม

ความเป็นอยู่ของเจ้าเงาะกับรจนาที่กระท่อม

     เช้าค่ำพร่ำสอนสั่งเสีย ให้เมียปั่นฝ้ายทอผ้า
เจ้าเงาะหัดตีกรับขับเสภา รจนาปั่นฝ้ายสบายใจ

เจ้าเงาะเอาใจแม่ยาย (นางมณฑา)

     แล้วลุกมาหาครกตำหมาก ไม่พบสากเจ้ากรรมใครทำหาย
ล้วงมือค้นได้ในก้นกระทาย เอาปูนป้ายพลูใส่ลงในครก

เมื่อเจ้าเงาะถอดรูปนางมณฑาชื่นชมลูกเขยและนางรจนา

     คิดคิดขึ้นมาน่าหัวเราะ เอารูปเงาะสวมใส่ทำใบ้บ้า
อัปยศอดอายขายหน้าตา เจ้าแกล้งแปลงมาแม่ไม่รู้
รจนายาจิตเจ้าคิดถูก หมายมั่นพันผูกก็ควรอยู่
ทีนี้แหละลอยแก้วแล้วลูกกู โฉมตรูแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ

การติดต่อสื่อสารจากนางจันท์เทวีถึงพระสังข์

     จึงเลือกตักแต่ละชิ้นสิ้นชามฝา เพ่งพิจารณาทุกสิ่งสรรพ์
หลากใจหนักหนาน่าอัศจรรย์ พระทรงธรรม์ไม่บอกให้ใครฟัง
จึงเอาน้ำมาล้างแล้วงราย เห็นเป็นเรื่องนิยายหอยสังข์
พระมารดามาตามแล้วกระมัง คนอื่นทั้งเมืองเราไม่เข้าใจ

รูปสลักบนชิ้นฟักที่นางจันท์เทวีเล่าเรื่องราวเมื่อนำฟักมาวางเรียง

     ชิ้นหนึ่งทรงครรภ์กัลยา คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์
ชิ้นสองต้องทัณฑ์เที่ยวเซซัง อุ้มลูกไปยังพนาลัย
ชิ้นสามเมื่ออยุ่ด้วยยายตา ลูกยาออกช่วยขับไก่
ชิ้นสี่กัลยามาแต่ไพร ทุบสังข์ป่นไปกับนอกชาน
ชิ้นห้าบิตุรงค์ทรงศักดิ์ ให้จับตัวลูกรักมาจากบ้าน
ชิ้นหกจองจำทำประจาน ให้ประหารฆ่าฟันไม่บรรลัย
ชิ้นเจ็ดเพชฌฆาตเอาลูกยา ไปถ่วงลงคงคาน้ำไหล
เป็นเจ็ดชิ้นสิ้นเรื่องอรไท ใครใครไม่ทันจะสงกา ฯลฯ

อารมณ์เศร้า คร่ำครวญในเรื่องสังข์ทอง

      พ่อคุณทูลกระหม่อมของแม่เอ๋ย ทรามเชยทิ้งแม่้ให้โหยไห้
เช้าเย็นแม่จะเห็นหน้าใคร ดังกาเหยี่ยวเฉี่ยวไปก็เหมือนกัน
ลูกเอ๋ยเคยรับพระมารดา เมื่อมาแต่ป่าพนาสัณฑ์
พูดพลอดกอดแม่ไม่วายวัน กินนมชมกันทุกเวลา
ตัวกรรมมันตามมาล้างผลาญ พลัดบ้านเมืองแล้วยังมิสา
ยังมิหนำซ้ำพรากจากลูกยา อนิจจามีกรรมต้องจำไกล
รำพันพลางนางลาคนทั้งปวง เจ้าเหงาง่วงเดินมาน้ำตาไหล
เปล่าจิตผิดทางซังตายไป ดั้นด้นพงไพรร้องไห้มา

 

      นั่งอยู่ไยนั่นพ่อขวัญข้าว ขัดเคืองอะไรเล่าเจ้าจึงหนี
มาเถิดทูนหัวอย่ากลัวตี ดูเอาเถิดซียังมิมา
นางร่ำไห้แล้วซ้ำเรียก ปีนตะกายตะเกียกขึ้นไปหา
ด้วยเดชะอำนาจสัตยา เผอิญให้เลื่อยล้าสิ้นกำลัง
พลัดตกหกล้มนอนตะแคง ขาแข้งสีข้างขัดขึ้นดัดหลัง
โศกีตีอกเพียงจะพัง ทรุดนั่งกระแทกก้นจนใจ

 

 

บทละครเรื่องสังข์ทอง ตอน ท้าวสามนต์ให้ลูกเขยหาปลาหาเเนื้อ

  เมื่อนั้น ท้าวท้าวสามนต์เป็นใหญ่
ตั้งแต่เงาะตาธิดาไป ให้แค้นขัดฤทัยทุทเวลา
รจนาเจ้ากรรมมันทำชั่ว มีผัวเงาะร้ายให้ขายหน้า
จำจะคิดอ่านด้วยมารยา พาลฆ่าเสียให้ได้ไม่ไว้เลย
  ฯ ๔ คำ ฯ
  คิดพลางทางสั่งเสนาใน จงรีบไปบอกบรรดาลูกเขย
กูจะให้แต่งตั้งสังเวย ตามเคยบวงสรวงเทวัญ
พรุ่งนี้หาปลามาคนละร้อย ใครได้น้อยจะฆ่าให้อาสัญ
ทั้งอ้ายเงาะขี้ครอกจงบอกมัน มิได้ปลามาทันจะบรรลัย
  ฯ ๔ คำ ฯ
  บัดนั้น เสนารับสั่งบังคมไหว้
วิ่งวางออกจากวังใน มายังบ้านเขยใหญ่ทั้งหกองค์
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงจึงแถลงแจ้งคดี บัดนี้รับสั่งต้องประสงค์
เร่งหาปลามาให้ดังใจจง เอาไปส่งให้ทันพระบัญชา
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
  เมื่อนั้น หกเขยเกษมสันต์หรรษา
ยิ้มพลางทางตอบเสนา ผักปลาหน้านี้มีถมไป
อย่าว่าแต่เท่านั้นท่านจะเอา ถึงจะลงสำเภาก็รับได้
อาสาพ่อตาแล้วเต็มใจ จะหาให้สุดฤทธิ์ไม่บิดพลิ้ว
สงสารแต่เงาะป่าประดาเสีย จะพาเมียสุ่มช้อนจะอ่อนหิว
เต็มทีจะได้มาแต่ปลาซิว ท้าวจะกริ้วโกรธาให้ฆ่าฟัน
ว่าพลางทางสั่งบ่าวไพร่ พรุ่งนี้กูจะไปแต่ไก่ขัน
เรือนแพแหอวนทุกสิ่งอัน เร่งรัดจัดกันให้พร้อมไว้
  ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา
  บัดนั้น เสนาลาหกเขยใหญ่
ชวนกันรีบออกนอกเวียงชัย ตรงไปยังบ้านปลายนา
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงจึงยืนอยู่นอกรั้ว ระวังตัวกลัวสุนัขหนักหนา
ร้องเรียกเข้าไปมิได้ช้า หม่อมแม่รจนาอยู่แห่งใด
  ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น รจนาสาละวนลนควันไต้
จับกระเหม่าใสน้ำมันกันไร ถึงยากเย็นเข็ญใจมิให้รก
ทาแป้งแต่งตัวไม่มัวหมอง ผัดหน้านั่งมองส่องกระจก
นุ่งผ้าจัดกลีบจีบชายพก แล้วยกของมาให้ผัวกิน
จีบพลูใส่ซองรองลำดับ เอามีดพับผ่าหมากจนปากบิ่น
เจ้าเงาะนอนถอนหนวดสวดสุบิน เล่นลิ้นละลักยักลำนำ
  ฯ ๖ คำ ฯ

 

  รจนานิ่งฟังนั่งหัวเราะ น้อยหรือเพราะแจ้วเจื่อยเฉื่อยฉ่ำ
ไม่ทันถึงใบสมุดหยุดกินน้ำ สวดซ้ำอีกสักนิดยังติดใจ
  ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา
  พอได้ยินแว่วเสียงเสนี มาร้องเรียกอยู่ที่ริมไร่
นางจึงลุกเดินออกไป ยืนเยี่ยมกระไดมองดู
  ฯ ๒ คำ ฯ
  บัดนั้น เสนาหยุดยั้งนั่งคอยอยู่
เรียกพลางทางมองที่ช่องประตู เห็นโฉมตรูเดินออกมานอกชาน
จึงเข้าไปบังคมก้มหน้า น้ำตาไหลลงด้วยสงสาร
แล้วทูลแถลงเล่าเยาวมาลย์ ตามบัญชาการพระทรงยศ
บัดนี้มีรับสั่งใช้มา ให้เจ้าเงาะเสาะหาปลาสด
ทั้งหกเขยใหญ่ก็ไม่ลด กำหนดให้ทันวันพรุ่งนี้
ใครได้ไม่ครบร้อยน้อยไป พระจะให้ฆ่าฟันบั่นเกศี
ทูลแถลงแจ้งความตามคดี อัญชลีแล้วกลับไปฉับไว
  ฯ ๘ คำ ฯ เชิด
  เมื่อนั้น รจนาอกสั่นหวั่นไหว
เข้าไปในกระท่อมทันใด กอดตีนผัวไว้แล้วโสกา
  ฯ ๒ คำ ฯ โอด
  อกเอ๋ยโอ้ว่าครานี้ น่าที่จะม้วยสังขาร์
สมเด็จบิตุเรศไม่เวทนา จะคิดอ่านพาลฆ่าชีวาลัย
ให้หาปลาเป็นร้อยน้อยหรือนั่น ประกวดกันกับเขาเหล่าเขยใหญ่
มั่งมีศรีสุขทุกข์อะไร ประเดี๋ยวเดียวก็จะได้ง่ายดาย
วิตกแต่ส่วนตัวผัวรัก ยากนักจะซุกซนขวนขวาย
ผัวเมียสองคนจนจะตาย จะหาปลาไปถวายที่ไหนทัน
ถ้าพระรูปทองน้องบรรลัย เมียจะตามเข้าไปมิได้พรั่น
จะให้เข้าพิฆาตฟาดฟัน สู้ตายตามกันไปไม่คิดกลัว
ไม่ขออยู่ดูหน้าคนทั้งหลาย มิให้ชายอื่นต้องเป็นสองผัว
ว่าพลางนางทุ่มทอดตัว ตีอกชกหัวเข้าร่ำไร
  ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด
  เมื่อนั้น เจ้าเงาะยิ่งคิดพิสมัย
ปลอบนางพลางเช็ดชลนัยน์ โลมเล้าเอาใจให้เคลื่อนคลาย
  ฯ ๒ คำ ฯ
  น้องเอยน้องรัก งามพักตร์ผ่องเหมือนดั่งเดือนหงาย
อย่าครวญคร่ำน้ำเนตรฟูมฟาย แสนเสียดายนวลน้องจะหมองมัว
ทั้งในใต้ฟ้าไม่หาได้ พี่ขอบใจเจ้านักที่รักผัว
ทำไมกับมัจฉาเจ้าอย่ากลัว สักแสนตัวก็จะได้ไม่ยากนัก
ไปนอนเสียให้สบายหายเจ็บหลัง จะมานั่งโศกาด้วยปลาผัก
แย้มสรวลชวนชิดจุมพิตพักตร์ น้องรักเจ้าอย่าปรารมภ์เลย
ถึงยากจนคนเดียวก็หาได้ พี่หาพรั่นไม่อ้ายหกเขย
ว่าพลางภิรมย์ชมเชย หลับนอนตามเคยสบายใจ
  ฯ ๘ คำ ฯ กล่อม
   

 

  ครั้นอุทัยไขแสงขึ้นสางสาง พระโลมนางพลางลูบหลังไหล่
สั่งเสียรจนาด้วยอาลัย พี่จะไปสักประเดี๋ยวเที่ยวหาปลา
ว่าพลางทางจับไม้เท้าทรง ใส่เกือกแก้วแล้วลงจากเคหา
แผลงฤทธิ์เหาะเหินเดินฟ้า ตรงมายังฝั่งชลธาร
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงจึงลงหยุดนั่ง ที่ร่มไทรใบบังสุริย์ฉาน
ถอดเงาะซ่อนเสียมิทันนาน แล้วโอมอ่านมหาจินดามนต์
  ฯ ๒ คำ ฯ ตระ
  เดชะเวทวิเศษของมารดา ฝูงปลามาสิ้นทุกแห่งหน
เป็นหมู่หมู่มากมายในสายชล บ้างว่ายวนพ่นน้ำคล่ำไป
  ฯ ๒ คำ ฯ โล้
  เมื่อนั้น ฝ่ายเจ้าเหล่าหกเขยใหญ่
ครั้นรุ่งเรียกหาข้าไท บ่าวไพร่นับร้อยไม่น้อยเลย
แต่งองค์ทรงเสื้อลงเรือญวน แหอวนของใครเอาไปเหวย
ภรรยาหาขนมนมเนย ตามเคยขนส่งลงมาพลัน
  ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา
  ครั้นจัดแจงพร้อมมูลไม่ขาดเหลือ ให้ออกเรือจากที่ขมีขมัน
เรืออวนเรือแหแจจัน เร่งกันตามนายพายมา
  ฯ ๒ คำ ฯ โล้
  พ้นด่านบ้านช่องล่องเลย ถึงท้องคุ้งที่เคยมีมัจฉา
หกองค์ทรงแหทอดปลา ลอยมาสองฟากลากเบ็ดราว
บ้างเอาลอบลงดักตักสวิง ริมตลิ่งลากอวนอื้อฉาว
ติดแต่จระเข้อยู่เกรียวกราว นายบ่าวต่างโกรธโทษกัน
แล้วพายเลียบริมฝั่งมาทั้งพวก ถือฉมวกยืนคอยแทงหวั่น
บ้างลงเฝือกปิดคลองไว้สองชั้น แล้วช่วยกันตีน้ำร่ำมา
  ฯ ๖ คำ ฯ เชิด
  ปลาผักสักตัวก็ไม่ได้ คิดอัศจรรย์ใจเป็นหนักหนา
รีบพายมาจนถึงบึงปลายนา พบมัจฉานับแสนแน่นไป
เห็นพระสังข์นั้งอยู่ที่ฝั่งชล ต่างคนพิศวงสงสัย
จะเป็นเทพารักษ์หรืออะไร เถียงกันวุ่นไปทั้งไพร่นาย
จึงวาดแวะนาวาเข้ามาพลัน ทั้งหกอกสั่นขวัญหาย
ต่างก้มกรานหมอบยอบกาย บ่าวนายนึกคะเนว่าเทวา
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์นั่งยิ้มอยู่ในหน้า
เห็นหกเขยเคอะเซอะมา สมดังจินดาก็ยินดี
จึงเสแสร้งทำไม่รู้จัก ถามทักซักไซ้ไปไหนนี่
เอะแล้วออเจ้าเหล่านี้ หน่วยก้านพานจะดีมีฝีมือ
เรือแพแหอวนก็เอามา จะลอบลักดักปลาของข้าหรือ
เราเป็นเทพเจ้าเล่าลือ นับถือทุกแห่งแพร่งพราย
แต่หักคอคนตายเสียหลายพัน อย่าดุดันดูหมิ่นมักง่าย
มาหาเรานี้ดีหรือร้าย บอกยุบลต้นปลายให้แจ้งใจ
  ฯ ๘ คำ ฯ

 

  เมื่อนั้น ทั้งหกอกสั่นหวั่นไหว
สำคัญจิตคิดว่าพระไพร กราบไหว้ท่วมหัวกลัวฤทธา
ใจคอทึกทึกนึกพรั่น ปากสั่นเสียงสั่นซังตายว่า
ท่านท้าวสามนต์ผู้พ่อตา ให้หาปลาประกวดกับอ้ายเงาะ
ข้าทอดแหแปรช้อนแต่เช้าตรู่ ออกอ่อนหูหิวหอบเที่ยวรอบเกาะ
ไม่ได้ปลาสักหน่อยชะรอยเคราะห์ ฉวยแพ้อ้ายเงาะซิน่าอาย
กลัวท้าวพ่อตาจะฆ่าเสีย สงสารแต่เมียจะเป็นม่าย
เทวดาเลี้ยงปลาไว้มากมาย ข้าขอไปถวายพอรอดตัว
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์ได้ฟังก็ยิ้มหัว
จึงว่าหกเจ้านี้เมามัว ไม่กลัวบาปกรรมทำประมง
แต่ได้มาขอแล้วก็จำให้ เราไซร้จะขอมั่งดังประสงค์
จะให้หรือมิให้ทั้งหกองค์ ท่านจงปรึกษาหารือกัน
  ฯ ๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกเขยรับคำขมีขมัน
พระองค์จะประสงค์สิ่งใดนั้น สารพันมีแล้วไม่ขัดเลย
สุดแท้แต่ตามจะเลือกเอา เป็ดไก่เหล้าข้าวของเสวย
ทั้งกล้วยอ้อยขนมนมเนย จะแต่งตั้งสังเวยเซ่นวัก
  ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น พระสังข์กล่าวแกล้งแจ้งประจักษ์
เราเป็นเทวดาสุรารักษ์ จะเซ่นวักสิ่งของไม่ต้องใจ
จะขอปลายจมูกหม่อมลูกเขย ตามเคยคนละน้อยหามากไม่
แม้นให้เราเราจะให้ปลาไป จะให้หรือมิให้ให้ว่ามา
  ฯ ๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกเขยได้ฟังนั่งปรึกษา
ชิชะเจ้าเลห์เทวดา จะเอาปลาแลกปลายจมูกคน
แม้นเชือดเสียเมียเห็นจมูกด้วน จะทำกระบวนผินหลังนั่งบ่น
ซองสำคัญหนักหนาเข้าตาจน จะผ่อนปรนแก้ไขอย่างไรดี
บ้างว่าอย่าพักประดักประเดิด ทนเจ็บเอาเถิดไม่จู้จี้
หาปลาที่ไหนก็ไม่มี อ้ายเงาะดีหาได้สิอายมัน
นั่งนิ่งก้มหน้าดูตากัน เชือดเสียเห็นวันจะได้ไป
ต่างยอมพร้อมใจไม่กลัวเจ็บ ฉวยได้มีดเหน็บของบ่าวไพร่
ยื่นให้เทวัญทันใด ทอดถอนใจใหญ่ย่อท้อ
  ฯ ๑๐ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์สรวลสันต์กลั้นหัวร่อ
ยิ้มพลางทางตรัสตัดพ้อ เอออะไรใจคอเหมือนปลาซิว
แล้วเอามีดกรีดลักกับศิลา ทั้งหกตกประหม่าหน้านิ่ว
มือบีบหนีบจมูกไว้สองนิ้ว อย่าบิดพลิ้วดุดดิกพลิกแพลง
ทำเงื้อมีดกกระหยับจับจ้อง ที่ใจชั่วกลัวร้องจนเสียงแห้ง
เอาแล้วนะฉะเชือดเลือดแดง จมูกแหว่งโหว่วิ่นสิ้นทุกคน
  ฯ ๖ คำ ฯปี่กลอง
   

 

  เมื่อนั้น ทั้งหกลูลแผลพลางครางร่น
เจ็บแสบแทบเต็มทน ต่างคนต่างแลดูแผลกัน
เขยใหญ่ใจแข็งทำแกล้งว่า จมูกด้วนดูหน้าเห็นขบขัน
สะกิดเพื่อนเตือนทวงเทวัญ แลกกันเมื่อไรจะให้ปลา
  ฯ ๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์ได้สมปราถนา
จึงตั้งสัตย์อธิษฐนด้วยวาจา มัจฉาตัวใดถึงที่ตาย
จงกระโดดโลดขึ้นมาริมฝั่ง ให้สมหวังดังจิตที่คิดหมาย
พอสิ้นคำประกาศไม่คลาดคลาย ปลายตายบนตลิ่งกลิ้งเกลื่อนไป
แล้วแกล้งแบ่งมัจฉาที่ชั่วชั่ว ให้คนละสองตัวหามากไม่
หกองค์จึงชวนกันคลาไคล เอาปลาไปให้สมอารมณ์คิด
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกเขยค่อยคลายสบายจิต
ต่างองค์อำลาสุราฤทธิ์ บ่าวตะบิดเชือกน้อยร้อยปลา
หัวท้ายพายวาดนาวาออก บ้างบอกโยนยาวฉาวฉ่า
รีบเร่งโดยด่วนจวนเวลา กลับมาจะให้ทันเตือนกันพาย
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  เมื่อนั้น พระสังข์สมจิตที่คิดหมาย
จึงหยิบรูปเงาะมาสวมกาย แล้วตัดหวายต่อดิดบิดพริ้ว
ร้อยปลามากมายเหลือประมาณ เอาไม้เท้าทำค่นหาบหิ้ว
แผลงฤทธิ์รูปเงาะพาเหาะปลิว ลอยลิ่วมาในเมฆา
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงริมไร่ใกล้เรือน ก็คล้อยเคลื่อนเลื่อนลงจากเวหา
เดินด่วนขึ้นกระไดมิได้ช้า เอาหาบปลาเหวี่ยงจากกลางนอกขาน
ภรรยาพาไปให้ลูบตัว แล้วเผชิญผัวรูปทองกินของหวาน
เจ้าเงาะแถลงเล่าเยาวมาลย์ วันนี้ขันจ้านไปหาปลา
พี่ถอดรูปเงาะออกซ่อนไว้ ทำเป็นพระไพรพฤกษา
ร่ายมนต์มหาจินดา เรียกมัจฉามาสิ้นทุกตำบล
อ้ายหกเขยเซอะกระเจอะกระเจิง เที่ยวเซอะเซิงหาปลาก็ขัดสน
ไปประสบพบพี่ที่ฝั่งชล ทั้งหกคนกราบกรานขอทานปลา
พี่แลกเปลี่ยนเจียนปลายจมูกมัน แหว่งวิ่นสิ้นทั้งนั้นขันหนักหนา
ว่าพลางเสสรวลชวนรจนา ไปดูหน้ามันเล่นก็เป็นไร
  ฯ ๑๐ คำ ฯ
  เมื่อนั้น รจนากลั้นยิ้มมิใคร่ได้
สรวลพลางทางว่าข้าขอบใจ เมียมันจะได้ดูหน้ากัน
ช่างแก้แค้นแทนทำพอสาสม ที่เมียมาค้าคารมเย้ยหยัน
วันนี้น้องจะตามจรจรัล ไปดูจมูกมันให้เต็มตา
ว่าแล้วทาแป้งแต่งตัว ตามผัวออกจากเคหา
ปิดประตูเข็นกระไดแล้วไคลคลา เจ้าเงาะหาบปลานำหน้าไป
  ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

 

  ครั้นถึงพระโรงรัตน์รูจี อัญชลีสองกษัตริย์เป็นใหญ่
เจ้าเงาะยืนยิ้มหัวไม่กลัวใคร ทิ้งปลาลงไว้ให้พ่อตา
รจนาจึงทูลบิตุรงค์ นี่ปลาส่งสวนตัวผัวข้า
อุตส่าห์เสาะเพราะเกรงพระอาญา ได้มาน้อยนักสักสองร้อย
ตามประสายากเย็นเข็ญใจ ไม่มีบ่าวมีไพร่ใช้สอย
ผัวเมียสองคนจนกรองกรอย ไม่เลิศลอยเหมือนลูกสาวของท้าวไท
หกเขยเขาดีมียศศักดิ์ ท่านพ่อตาโปรดนักรักใคร่
ไปหาปลามาแล้วหรืออย่างไร เห็นจะได้มากมายหลายกระบุง
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์เคืองขัดฟัดหมอนผลุง
คันมือคันไม้หมั่นไส้พุง ไม่สมที่หมายมุ่งจะฆ่าฟัน
อีรจนาพาผัวมาเย้ยได้ แค้นใจเหลือที่จะอดกลั้น
เพราะอ้ายเขยขี้เค้าเหล่านั้น พากันเซอะซะไปกระไร
จึงชี้หน้าด่าลูกทั้งหกนาง มึงช่างหากำชับผัวไม่
ปานนี้มิมาน่าแค้นใจ กูจะใคร่ฆ่าเสียให้ม้วยมุด
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น หกเขยร้อนใจดังไฟจุด
เร่งฝีพายเต็มทีตีรุด ครั้นถึงหยุดจอดเรือเข้าเหนือแพ
หิ้วปลาพากันมาโดยด่วน บ่าวตามเป็นพรวนแบกอวนแห
ตรงมาวังพลันไม่ผันแปร หญิงชายร้องแซ่ว่าแพ้เงาะ
ทั้งหกอกสั่นขวัญหนี ครั้งนี้ตายจริงวิ่งออกเหยาะ
คบานเข้าไปเฝ้าเขาหัวเราะ เห็นปลาอ้ายเงาะยิ่งเสียใจ
คิดอายด้วยปลายจมูกวิ่น ก้มหน้าดูดินหาเงยไม่
พรั่นตัวกบัวตายเป็นพ้นไป ภาวนาหายใจมิใคร่ทัน
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์เคืองขุ่นหุนหัน
จึงว่าไปแก่หกเขยนั้น กูจะใคร่ฆ่าฟันบั่นรอน
แต่อ้ายเงาะทรพลคนอัปรีย์ มันยังดีกว่ามึงมาถึงก่อน
เออนี่มิไปเที่ยวจอดนอน ไม่รู้เร็วรู้ร้อนเจ้าคนดี
บ่าวไพร่ไปด้วยก็หนักหนา ได้ปลามาไม่พอจะเซ่นผี
กูคิดนิดเดียวดอกครั้งนี้ หาไม่ชีวีจะบรรลัย
เออจมูกนั่นถูกอะไรนั่น เหมือนกันกับเขาเชือดเลือดไหล
จงบอกให้แจ้งกูแคลงใจ อย่าได้เอาเท็จมาเจรจา
  ฯ ๘ คำ ฯ
   

 

 

  เมื่อนั้น เขยใหญ่ทั้งหกตกประหม่า
แกล้งทูลเลี้ยวลดปดพ่อตา แต่เช้าข้าก็ไปไม่เชือนแช
ลงตีอวนฉุดลากที่ปากลัด ปากเป้ากัดจมูกลูกเป็นแผล
ในแม่น้ำลำคลองทั้งสองแคว ไม่มีปลาเลยแต่สักตัวเดียว
สู้ทนแดดแผดร้อนไปยังค่ำ จนตัวลอกออกดำเหมือนม่าเหมี่ยว
อุส่าห์บุกขึ้นบกรกเรี้ยว ไปได้ปลาหน่อยเดียวที่ในบึง
ไม่เคยพบเคยเห็นเลยเช่นนี้ ชะรอยผีโขมดมันโกรธขึ้ง
ในปวดหัวมัวตาหน้าตึง แทบจะไม่มาถึงท้าวไท
  ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น ทั้งหกบุตรีพี่ผู้ใหญ่
เห็นผัวแพ้เงาะป่าขัดใจ ผักปลาหาได้มานิดเดียว
มิหนำซ้ำจมูกแหว่งหวะ แล้วพระบิดาก็โกรธเกรี้ยว
ขายหน้าทุกสิ่งจริงเจียว นางเหลียวชำเลืองเคืองค้อน
หกนางต่างคนบ่นบ้า มันไม่น่าร่วมเรียงเคียงหมอน
บ้างกอดเข้าเจ่าจุกทุกข์ร้อน มืออ่อนตีนอ่อนเสียน้ำใจ
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น รจนาสรวลสันต์ไม่กลั้นได้
เจ้าเงาะหัวร่ององอไป ทำบุ้ยปากบอกใบ้ให้เมียดู
เห็นจมูกเขยใหญ่เลือดไหลหยด แหว่งวิ่นสิ้นทั้งหมดน่าอดสู
สาแก่ใจมันสิติผัวกู นางยิ้มอยู่ในหน้าไม่พาที
แล้วแลพี่สาวทั้งหกคน เห็นหน้าหม่นหมองคล้ำดำมิดหมี
ทำแยบค่ยชายตาดูสามี เทวียิ้มแย้มกระแอมไอ
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกนางเคืองขัดอัชฌาสัย
ต่างคนชี้หน้าแล้วว่าไป หัวเราะเยาะใครอีรจนา
เหตุว่าผัวมึงมาถึงก่อน ทำแสนงอนเจ๋อเจ๊อะสะเออะหน้า
ผัวกูไม่รู้จักจับผักปลา จึงได้มาไม่มากเหมือนหม่อมเงาะ
ดูเยี่ยงผัวเจ้ามันเคล่าคล่อง หัวยหนองเหนือใต้เข้าใจเสาะ
นางเมียขึ้นหน้ามาหัวเราะ เปรียบเปรยเย้ยเยาะไม่เจียมตัว
เขาขับไล่ไปอยู่เสียปลายนา ยังดื้อด้านเข้ามาว่าแทนผัว
ไม่มีความยำเยงเกรงกลัว ไสหัวออกำปเสียจากวัง
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น รจนาตอบไปดังใจหวัง
ชิชะหม่อมพี่ที่ขึ้นซัง ออกประดังด่าทอเล่นพอแรง
เฝ้ามาขับไล่ไสหัวหู โกรธหรือว่าดูจมูกแหว่ง
แต่เห็นเขาหัวร่อก็ระแวง ออกสกัดสแกงแกล้งพาโล
ผัวพี่ไปหาปลาประสาโซ แต่จมูกไม่โหว่เหมือนผู้ดี
พอรู้เช่นเห็นอยู่ว่าเท็จจริง สู้ปิดปากหากนิ่งเสียดอกพี่
จะให้ว่าหรือจะว่าออกเดี๋ยวนี้ แล้วเหลียวดูสามีเห็นขึงตา
แค้นใจคิดจะใคร่อยู่ทะเลาะ แต่เจ้าเงาะชี้ชวนไปเคหา
ถ่มน้ำลายรดให้แล้วไคลคลา ตามผัวออกมาไม่พรั่นพรึง
  ฯ ๑๐ คำ ฯ

 

  เมื่อนั้น หกนางต่างพิโรธโกรธขึ้ง
ลุกขึ้นเดินตามมาด่าอึง ทำไมมึงจึงหัวเราะเยาะกู
เท็จจริงอย่างไรนั่นขันจ้าน ใครปิดปากไว้วานอย่านิ่งอยู่
จองหองพองขนเป็นพ้นรู้ ลบหลู่ดูหมิ่นถิ่นแคลน
ผัวหาปลาผักได้นักหนา หม่อมเมียได้หน้าขึ้นกว่าแขน
ค้าคารมเปรี้ยงเปรี้ยงออกเถียงแทน ขืนแค่นเปรียบเปรยเย้ยเย้า
อย่าดูถูกผัวกัยกระนั้นนะ ช่างเถิดคะค่อยยังชั่วกว่าผัวเจ้า
ถึงจมูกโหว่แหว่งก็ทำเนา แต่หน้าตาของเขายังเพราพริ้ม
ไม่เหมือนเงาะอุบาทว์ชาติชั่ว น่ากลัวหัวหูกระปุ่มกระปิ่ม
กลับจะมาหัวเราะเยาะยิ้ม เปรมปริ่มในใจมิใช่น้อย
ซะช่างได้ผัวเงาะเหมาะสม ปากกล้าค้าคารมดังต่อยหอย
ขึ้นเสียงเถียงคนบ่นตะบอย มันน่าต่อยให้ยับลงกับมือ
แต่ปากเป้ากัดเข้าก็เฝ้าถาก นี้เป็นเบี้ยพอปากของเจ้าหรือ
ว่าพลางต่างเข้ายุดยื้อ กล้าปากกล้ามืออย่าหนีกัน
  ฯ ๑๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น เจ้าเงาะเห็นวุ่นวางเข้ากางกั้น
ทำบอกใบ้ให้รู้สำคัญ แกล้งกระชั้นกระโชกโบกมือ
ก้มลงหลอนหลอกกลอกคอ หกนางด่าทอก็ไม่ถือ
ทำเหมือนบ้าใบ้ได้แต่อือ ตบมือหัวร่อล้อเลียนนาง
เห็นพี่เมียชำเลืองเคืองค้อน ก็ฉุดเมียมาสอนให้ค้อนบ้าง
ถือไม้เท้าก้าวเดินเป็นท่าทาง ทีเสือลากหางให้นางกลัว
แล้วเด็ดใบไม้ปิดจมูกเล่น ทำเป็นปัดแมลงวันสั่นหัว
ชี้มือให้เห็นแล้วเล่นตัว เย้ายั่วพี่เมียไปมา
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกเขยขัดใจเป็นหนักหนา
เห็นเงาาะเยาะหยอกภรรยา โกรธตาเขียวเหลียวดูกัน
โมโหฮึดฮัดขัดเขมร โจงกระเบนคาดกระเบนเสียให้มั่น
หมายเขม้นกำหมัดกัดฟัน มุทะลุดุดันไม่พรั่นพรึง
ลางคนบ่นด่าเงาะอุบาทว์ จะใคร่เอาเท้าคาดเข้าสักผึง
บ้างว่าจะถองสักสองตึง ทำไมมึงมาหยอกหลอกเมียกู
ดูเถิดเกิดมาไม่เคยพบ บ้าใบ้บัดซบทำลบหลู่
จองหองถองเสียให้เมียดู ด่าพลางทางกรูกันเข้าไป
เห็นเงาะเงื้อไม้ไล่กวัดแกว่ง ระรันสันหน้าแข้งไม่เข้าใกล้
บ้างนั่งลงลูบลอยที่รอยไม้ น้ำตาไหลครางออดกอดมือ
บ้างหลับตาหน้าเมินซ้อมหมัด เงาะวัดล้มกลิ้งลุกวิ่งตื๋อ
ทรุดนั่งลงนวดปวดละดือ ครางฮือไปทีเดียวไม่เหลียวแล
เขยใหญ่ย่างเท้าก้าวถลำ เงาะตำต่อยจมูกถูกแผล
ล้มลงกลอกคอทำท้อแท้ เมียมาช่วยแก้ทุบต้นคอ
ลางคนถอยหลังเข้าบังเสา ร้องว่าพวกเราอย่ากลัวพ่อ
บ้างกำหมัดขัดเขมรไม่ย่อท้อ ใจคอเหี้ยมฮึกบึกบึน
เข้าชกเงาะเดาะเอาด้วยเข่าลา ล้มผวาเจ็บจุกลุกไม่ขึ้น
พูดไม่ออกกลอกหัวมัวมึน เพื่อนกันวิ่งครึนกระจายไป
  ฯ ๑๘ คำ ฯ

 

  เมื่อนั้น เจ้าเงาะทำเงื้อศอกบอกใบ้
เหลียวหลังเหลียวหน้าคว้าไม้ กวัดแกว่งแกล้งไล่กระชั้นชิด
เห็นเขยทั้งหกตกประหม่า ก็หวดไปหวดมาให้ผิดผิด
ควงกระบองลองแรงแผลงฤทธิ์ ไล่ติดตามตีหนีกระจุย
ดูเห็นเต็มกลัวก็หัวเราะ ยิ้มเยาะยกมือขึ้นกุ๋ยกุ๋ย
ตั้งท่าทีทำเป็นรำชุย เบี้ยวบุ้ยปากหลอกกลอกหน้าตา
เห็นหกเขยคอยจะถอยหลัง ก็หยุดยั้งยืนมองป้องหน้า
แล้วย่างเท้าสาวหมัดเข้ามา ถลึงตาขู่เข็ญเขม้นดู
  ฯ ๘ คำฯ
  เมื่อนั้น หกเขยเข็ดขยาดไม่อาจสู้
เหลียวซ้ายแลขวาหาประตู เอ๊ะอยู่แล้วกระมังครั้งนี้
บ้างเข้าแอบหลังภรรยา รุนเมียออกหน้าเจ้าอย่าหนี
ความกลัวตัวสั่นไม่สมประดี เต็มทีลงนั่งภาวนา
บ้างกำหมัดขัดเขมรหมายเขม้น ทำเป็นว่าพี่นี้คนกล้า
ครั้นเห็นเงาะถือไม้ใกล้เข้ามา ก็วิ่งล้มถลาขาแข้งเพลีย
ลางคนยืนนิ่งไม่วิ่งหนี อุตส่าห์ทำใจดีแก้เบี้ย
พูดจาอวดฮึกศึกหน้าเมีย สู้เสียชีวิตไม่คิดกลัว
ทำเหน็บรั้งตั้งมวยอยู่แต่นอก เห็นเจ้าเงาะเงื้อศอกก็กลอกหัว
ย่อทัอถอยหลังระวังตัว ต่างกลัวเงาะป่าทุกคนไป
  ฯ ๑๐ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ทั้งหกบุตรีพี่ใหญ่
เห็นผัวกลัวเงาะก็ขัดใจ จึงว่าเอออะไรช่างไม่อาย
แต่เงาะป่าบ้าใบ้บัดสี ช่างชวนกันวิ่งหนีมันง่ายง่าย
เสียแรงกำเนิดเกิดเป็นชาย ไม่อดสูดูร้ายเขามั่งเลย
โมโหหันมาด่าน้องสาว ไม่ว่ากล่าวผัวมั่งนั่งทำนั่งเฉย
นิ่งให้ไอ้เงาะมาเยาะเย้ย ต่อยตีพี่เขยของตัวเอง
ขึ้นเสียงเถียงพี่แล้วมิหนำ ยังซ้ำให้ผัวตัวข่มเหง
ดูถูกผู้ใหญ่ช่างไม่เกรง มันเหมาะเหม็งแล้วหรือนางรจนา
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น รจนายิ้มพลางทางว่า
เออพี่นี้อะไรช่างพูดจา กลับมาว่ากระนั้นขันจริง
เดิมทีใครด่าทอก่อก่อน ควักค้อนเคืองขัดสะบัดสะบิ้ง
ครั้นเขาว่ามั่งก็ชังชิง ชวนกันวิ่งมาตามจะต่อยตี
หกเขยเข้ากลุ้มรุมกันชก ให้เอามือใส่พกเสียหรือพี่
สาแก่ใจเจ็บปวดอวดกล้าดี เออเดี๋ยวนี้จะให้ใครห้ามปราม
เมื่อเป็นผู้ใหญ่ไม่ไว้ตัว ยังมาว่าผัวข้าหยาบหยาม
ชะพี่เขยข้าหน้างามงาม บุ่มบามบ้าเลือดไม่เหือดเลย
นั่นแน่แผลเก่าปากเป้ากัด พี่เขยพี่สาวฉาวไป
  ฯ ๑๐ คำ ฯ

 

 

  เมื่อนั้น นางมณฑาหนวกหูอยู่ไม่ได้
ลุกเดินออกมาว่าอะไร ไม่เกรงเนื้อเกรงใจผู้ใหญ่เลย
ล้วนแต่พี่น้องท้องเดียวกัน จะฆ่าฟันกันได้แล้วหรือเหวย
ลูกเต้าเช่นนี้กูมิเคย อกเอ๋ยแต่ละคนพ้นกำลัง
รจนาพาผัวออกไปเสีย เจ้าเหล่านี้ห้ามเมียเสียมั่ง
เอออะไรอื้ออึงตึงตัง หน้าที่ลุกที่นั่งชั่งไม่เกรง
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ว่าเหม่มันข่มเหง
อ้ายเงาะป่ากล้าทำไม่ยำเยง กูออกสู้ดูเองลองสักยก
ทำไมกับบ้าใบ้ตาขาว อีสาวสาวเหล่านี้อย่าวิตก
ลุกขึ้นขอฟันงันงก เห็นทั้งหกตาลายหมายว่าเงาะ
กระหยับย่างสามขุมสุ่มตะรัง ไม่ทันตั้งต่อยตำซ้ำศอกเดาะ
ถองลงตรงจมูกถูกจำเพาะ เขยใหญ่ใจเสาะร้องออกโอย
มองเขม้นเป็นครู่ก็รู้จัก ลงนั่งเหนื่อยหอบฮักหิวโหย
แล้วร้องด่าเงาะมี่น่าตีโบย มานี่โวยเล่นกับกูดูสักครั้ง
เห็นฮึกคึกคักขึ้นหนักหนา ไล่ลวงเข้ามาหน้าที่นั่ง
แต่แค้นอ้ายหกคนพ้นกำลัง มันเฝ้าถอยหลังไปอย่างเดียว
ยังว่าตัวต่อตัวช่างชั่วชาติ น้อยหรือนี่ขี้ขลาดตาเหมี่ยว
เป็นฝูงคณาทำหน้าเชียว แต่อ้ายเงาะคนเดียวก็กลัวมัน
แล้วเรียกนางมณฑามาเสียนี่ ไม่พอที่พอทางออกกางกั้น
อย่าห้ามปรามเลยปล่อยให้ต่อยกัน ช่างมันเป็นไรจะได้ดู
น้อยหรือสนุกนักไม่พักหา ยังว่าจะให้มีมวยหมู่
ลูกเขยยายแต่ละคนพ้นรู้ ชะต้าน่าเอ็นดูเหมือนลูกเล็ก
ทุดอ้ายหกเขยใหญ่ช่างใจเสาะ ราวกับอ้ายเงาะมันกินเหล็ก
ถูกเจ็บเข้าไม่ได้ดังใจเจ๊ก แต่เด็กเด็กมันก็ดีกว่ามึง
อีเมียก็สุดใจมิใช่ชั่ว ดูหรือน้องของตัวก็โกรธขึ้ง
อีรจนาด่าพี่มี่อึง หน้าไม่อายเอาไอ้เงาะเป็นผัว
นี่หากหาปลาได้จึงรอดตัว หาไม่ก็หัวจะปลิวไป
  ฯ ๒๒ คำ ฯ
  เมื่อนั้น รจนาหุนหัสหมั่นไส้
เห็นบิดาเคืองขุ่นฟุนไฟ เข้าข้างเขยใหญ่ก็เดือนดาล
จึงชวนผัวไปลาพ่อตาเสีย อย่าอยู่ช้าพาเมียออกไปบ้าน
นางสอนให้นั่งลุกคุกคลาน กราบกรานท่านเสียหน่อยหนึ่งตามจน
  ฯ ๔ คำ ฯ

 

 

  เมื่อนั้น เจ้าเงาะก้มกราบยิบสักสิบหน
แกล้งเลียนล้อต่อหน้าท้าวสามนต์ เฝ้าก่นหัวเราะริกกระดิกเท้า
เห็นพ่อตาทำไรก็ทำมั่ง เหมือนบ้าหลังจริงจริงยิงฟันขาว
ทำโจงกระเบนใหม่ไว้หางยาว แกล้งปัดหัวผัวพี่สาวของเมียไป
แล้วยืนมองป้องหน้าดูจมูก เห็นรอยถูกมีดเชือดเลือดยังไหล
ตบมือหัวเราะเยาะไยไพ บอกใบ้บุ้ยปากให้เมียดู
เห็นทั้งหกตกประหม่าก้มหน้านิ่ง ไม่ไหวติงเต็มกลัวตัวเป็นหนู
จึงชวนรจนาโฉมตรู ออกประตูรีบกลับไปฉับพลัน
  ฯ ๘ คำ ฯ เพลงเร็ว
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์เคืองขัดอัดอั้น
แกล้งให้หาปลาจะฆ่าฟัน อ้ายเงาะมันกลับได้มามากมาย
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแน่นใจ แม้นมิฆ่ามันได้ก็ไม่หาย
จึงตรัสแสร้งเสเพทุบาย จะต้องการเนื้อทรายมาเลี้ยงกัน
ทั้งหกหามาแก้ตัวใหม่ แม้นไม่ได้ชีวาจะอาสัญ
เสนาในไปบอกอ้ายเงาะนั้น หาเนื้อมาให้ทันวันพรุ่งนี้
  ฯ ๖ คำ ฯ
  บัดนั้น อำมาตย์รับสั่งใส่เกศี
ออกจาวังวิ่งเป็นสิงคลี ตรงไปยังที่บ้านปลายนา
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงกระท่อมก็ด้อมดู เอ๊ะแล้วหลับอยู่กระมังหนา
ประหลาดใจมิได้ยินพูดจา เสนนั่งมองร้องเรียกอึง
  ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น รจนาคลี่ผ้าตาชุนขึง
ที่ไหนหย่อนผ่อนผูกเสียให้ตึง นั่งปักสะดึงกรึงกรอง
ตั้งเนื้อตั้งใจจะให้ผัว แต่งตัวไปกฐินเดือนสิบสอง
เจ้าเงาะแสนกลคนคะนอง หัดร้องนางนาคปากร่ายซอ
เอากระทายตีแทนรำมะนา ทำให้ภรรยาน่าหัวร่อ
รจนานิ่งฟังเอียงคอ เพราะหนักหนาหนอเจียวพ่อคุณ
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา
  พอได้ยินเสนามาร้องเรียก ตื่นตะเกียกตะกายวายวุ่น
โดนสุดดสะดังผ้าตาชุน กระทายหกตกใต้ถุนลงไป
รจนาเดินออกมานอกชาน อำมาตย์เห็นหมอบกรานกราบไหว้
นางจึงถามทักซักไซ้ ธุระอะไรนะเสนา
  ฯ ๔ คำ ฯ
  บัดนั้น เสนาบังคมก้มหน้า
ทูลว่าสมเด็จพระบิดา ให้ข้ามาบอกนางโฉมยง
บัดนี้มีรับสั่งจำเพาะ ให้เจ้าเงาะหาเนื้อเข้าไปส่ง
พรุ่งนี้มิได้ดังใจจง จะให้ลงอาญาฆ่าฟัน
  ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา
   

 

  เมื่อนั้น รจนาตระหนกอกสั่น
เข้าไปในทับฉับพลัน รำพันบอกผัวแล้วโศกา
  ฯ ๒ คำ ฯ โอด
  โอ้ว่าพระองค์ทรงเดช บิตุเรศพาลผิดจะคิดฆ่า
เมื่อวันวานท่านใช้ให้หาปลา ก็นึกว่าไม่รอดจะวอดวาย
นี่หากมีมนต์ดลจึงพ้นภัย หาปลามาได้เอาไปถวาย
วันนี้มิหนำซ้ำอุบาย แกล้งย้ยสั่งมาให้หาเนื้อ
เป็นเหตุเพราะเงาะร้ายให้ถอดเสีย พ่อรูปทองของเมียมิได้เชื่อ
อ้อนวอนเท่าไรไม่เอื้อเฟื้อ นี่เนื้อแท้ว่าเวรากรรม
ว่าพลางทางทรงโศกา ชลนาฟูมฟองร้องร่ำ
สองกรข้อนอกจนฟกช้ำ ครวญคร่ำกำสรดโศกี
  ฯ ๘ คำ ฯโอด
  เมื่อนั้น เจ้าเงาะเยาะหยอกนางโฉมศรี
ซึ่งสั่งให้หาเนื้อคราวนี้ เห็นพี่จะอับจนไม่พ้นตาย
ถึงตัวจะบรรลัยก็ไม่ว่า วิตกแต่รจนาจะเป็นม่าย
ว่าพลางแย้มยิ้มพริ้มพราย โอบอุ้มโฉมฉายขึ้นบนเพลา
สวมกอดรัดสัมผัสต้อง นี่แน่น้องจะให้ตายเสียไยเปล่า
เชยแก้มแนมปรางทางโลมเล้า พี่ว่าเล่นดอกเจ้าอย่าตกใจ
ทำไมกับเนื้อถึกอย่านึกพรั่น สักพันหนึ่งสองพันก็หาได้
ไม่เคยเห็นฝีมือพี่หรือไร ร้องไห้ไยให้เสียน้ำตา
แต่เพียงนี้มิพอจะยากเย็น ร้องละครนอนเล่นเสียดีกว่า
เหมือนกันนั่นและกับหาปลา อะไรกับน้ำหน้าอ้ายหกคน
พรุ่งนี้มิปากก็ใบหู จะเชือดเสียให้ดูอีกสักหน
เสสรวลชวนนางนฤมล ขึ้นบนเตียงนอนสำราญใจ
  ฯ ๑๒ คำ ฯ กล่อม
  ครั้นดาวเดือนเลื่อนลับเมฆา สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล
พระชมโฉมโลมนางทรามวัย ดวงใจเจ้าค่อยอยู่จงดี
ตะวันชายบ่ายหน่วอยจะกลับมา แก้วตาอย่าหม่นหมองศรี
สั่งเสียเมียแล้วจรลี มาทรงเกือกแก้วมณีทันใด
จับไม้ท้าวก้าวลงจากเคหา สำแดงอานุภาพแผ่นดินไหว
เหาะทะยานผ่านเมฆามาไรไร ตรงไปไพรวันอรัญวา
  ฯ ๖ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงจึงลงหยุดยั้ง ที่ร่มรังสูงใหญ่ใบหนา
พระถอดเงาะซ่อนไว้ให้ลับตา แล้วร่ายมนต์มหาจินดาพลัน
  ฯ ๒ คำ ฯ ตระ
  ฝูงเนื้อในป่ามามากมาย ทั้งละมั่งกวางทรายและฉมัน
ดูดาษแดงไปทั้งไพรวัน เป็นฝูงฝูงวิ่งพันกันมา
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

 

 

  เมื่อนั้น หกเขยคิดวิตกหนักหนา
ครั้นรุ่งรีบแต่งตัวกลัวจะช้า เรียกหาบ่าวไพร่พร้อมพรัก
บ้างหาแร้วบ่วงหวายหลายอย่าง ไปถึงกลางพงไพรจะได้ดัก
บ้างเอาผ้าพันพุงจูงสุนัข คึกคักขนข่ายขึ้นหลังช้าง
แล้วผูกม้าเคยขับสำหรับขา บังเหียนอานพานหน้าซองหาง
ม้าหลังเปล่าบ้างผูกเบาะบาง ต่างต่างแต่งอวดประกวดกัน
เกณฑ์กองกระบือบ่าวชาวบ้านนอก ล้วนถือหอกเสวียนแทงแข็งขัน
พรานปืนพื้นแม่นหมายสำคัญ โผงไรโผงนั้นไม่ผิดเลย
บ่าวผู้ชายตะพายย่ามถือกล่อง หิ้วปิ่นโตบายทองของเสวย
บ้างแบกเสบียงหาบหามตามเคย อย่าช้าเลยจวนสายจะเสียการ
  ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา
  ครั้นพร้อมเสร็จทุกสิ่งไม่นิ่งช้า หกพระองค์ทรงม้าออกจากบ้าน
รีบขับพาชีตะลีตะลาน พวกพรานนำหน้าพาไป
  ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
  ลุล่วงมรคามาถึง ป่าซึ่งมฤคาเคยอาศัย
สั่งให้ขึงข่ายไว้ชายไพร บ้างดักแร้วแล้วใส่บ่วงราว
ลางคนปักขวากที่ปากทาง หาช่างสันทัดขัดจั่นห้าว
ขี่กระบือเข้าค้นอยู่เกรียวกราว โห่ฉาวอึงไปทั้งไพรวัน
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  พรานปืนซุ่มรกขึ้นนกง่า สวนมาตามรอยจะคอยลั่น
หมายตรงหลงยิงเพื่อนกัน ล้มดิ้นยันยันอยู่แทบตาย
เนื้อถึกที่ไหนก็ไม่มี พบแต่เสือหมีหมูกระต่าย
ลงนั่งปรึกษากับบ่าวนาย ดีร้ายจะเป็นเช่นหาปลา
ลางคนบ่นว่าข้าได้ทัก ไม่เซ่นวักพระไพรเจ้าป่า
จึงให้ปลูกศาลขึ้นเพียงตา สังเวยเทวดาทันใด
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา
  แล้วขึ้นมาพากันเที่ยวค้น พบรอยเกลื่อนกล่นมาใหม่ใหม่
ตาสอดลอดแลเห็นแต่ไกล โน่นมิใช้เนื้อหรือร้องอื้ออึง
หกเขยยินดีปรีดา วางม้าขับใหญ่เข้าไปถึง
เห็นพระสังข์นั้งอยู่ดูตะลึง งามละม้ายคล้ายคลึงเจ้าของปลา
เอ๊ะจะเป็นเช่นนั้นอีกกระมัง จมูกยังไม่หายขายหน้า
ว่าพลางทางลงจากม้า เข้าไปวันทาสุรารักษ์
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์แสร้งทำไม่รู้จัก
ลุกขึ้นขู่เข็ญเต้นคึกคัก ถามทักซักไซ้ไปไหนมา
เที่ยวซุกซี้ซุกซนเจ้าคนเอก โหยกเหยกยุ่งหยาบบาปหนา
มาลอบลักไล่เนื้อเบื่อปลา ข่มเหงเราเจ้าป่าพนาลี
ทำจู่ลู่ดูหมิ่นถิ่นแคลน ล่วงลัดตัดแดนมาถึงนี่
จะยำเยงเกรงใจก็ไม่มี เจ้าเหล่านี้คอจะหักสักคราว
  ฯ ๖ คำ ฯ

 

  เมื่อนั้น ทั้งหกตกประหม่าตาขาว
แข็งใจแจ้งความตามเรื่องราว ข้าเป็นลูกเขยท้าวสามนต์
พ่อตาให้หาเนื้อกับอ้ายเงาะ ทูลเดาะข้อความมาแต่ต้น
เอ็นดูด้วยช่วยชีวิตทั้งหกคน พอพ้นโพยภัยบรรลัยลาญ
ข้าหาเนื้อที่ไหนก็ไม่มี มฤคีหนีมาอยู่หน้าฉาน
เทพเจ้าจงได้โปรดปราน ขอประทานเนื้อไปให้พ่อตา
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์ยิ้มพลางทางว่า
อันหมู่มฤคีนี้นา มันหนีมนุษย์มาพึ่งเรา
ช้างท่านก็ร้อนตัวกลัวภัย มาขอแล้วมิให้อย่างไรเล่า
เถิดซิบาปกรรมก็ทำเนา แต่จะไห้เปล่าเปล่านั้นไม่เคย
ถ้ารักชีวิตจงคิดดู เนื้อจะแลกใบหูหกเขย
แม้มิยอมให้ไม่ได้เลย ผิดวิสัยสังเวยเทวา
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น หกเขยได้ฟังนั่งก้มหน้า
เสียใจทุกคนบ่นนินทา เทวดาเดนแช่งมันแกล้งจริง
จมูกแล้วหูเล่าเจ้าเลห์ สมคะเนคงยักเอาสักสิ่ง
ขี้คร้านง้องอนวอนวิง ผิดก็เพียงผู้หญิงมันไม่รัก
ว่าพลางทางหยิบเอาดาบมา ส่งให้เทวดาทั้งฝัก
แล้วเอียงหูเข้าไปใจทึกทัก อย่าเชือดให้หนักนักเลยพ่อคุณ
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์ฉุดหูกระชากกลากหลุน
จะเชือดแต่เบาเบาเอาบุญ แล้วชักดาบญี่ปุ่นออกเงือดเงื้อ
เขยใหญ่ขยั้นพรั่นพรึง ร้องอึงอุยหน่าน่าเจ็บเหลือ
อย่างนี้ที่ไหนจะได้เนื้อ ทำทีจะเชือดเถือแล้วรั้งรอ
แกล้งขยับจับจ้องลองใจ เลือกเอาข้างไหนจะดีหนอ
เหนี่ยวหูขวาลงให้ก่งคอ แข็งข้อเชือดขาดเลือดสาดไป
  ฯ ๖ คำ ฯ ปี่กลอง
  เมื่อนั้น หกเขยนิ่วหน้าน้ำตาไหล
จมูกแล้วปูเล่าเฝ้าเสียใจ นี้เนื้อกรรมกระไรของเรา
เจ็บปวดหนักหนาอุตสาห์ทน ต่างคนบ่นออดนั่งกอดเข่า
เร่งอารักษ์ตักเตือนรบเร้า เนื้อจะให้ไหนเล่าอย่านิ่งนาน
  ฯ ๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น พระสังข์ตั้งสัตย์อธิษฐาน
เนื้อถึงที่ตายก็วายปราณ มากประมาณสมหวังดังใจ
แล้วว่าอย่าพักประดักประเดิด เอาไปเถิดคนละตัวตามได้
ถ้าจะต้องการเนื้ออีกเมื่อไร อย่าเกรงใจจงออกมาบอกเรา
  ฯ ๔ คำ ฯ

 

 

  เมื่อนั้น หกเขยละห้อยสร้อยเศร้า
คำนับรับสั่งแต่เบาเบา แล้วบังคมก้มเกล้าลามา
ทั้งบ่าวไพร่นายมุลวุ่นวาย ผูกมัดเนื้อทรายขึ้นใส่บ่า
หกองค์ทรงม้าแล้วไคลคลา ดั้นดัดลัดป่าไปธานี
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  เมื่อนั้น พระสังข์สวมรูปเงาะของยักษี
ใส่เกือกแก้วแล้วมัดมฤคี ครบยี่สิบถ้วนล้วนมรณา
เอาไม้เท้าทำคานหาบห้อย ยกลอยขึ้นวางเหนืออังสา
สำแดงแผลงอิทธิฤทธา เหาะทะยานผ่านฟ้ามาไรไร
  ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
  ครั้นถึงจึงลงหยุดอยู่ นอกประตูบ้านริมรั้วไร่
นึกจะชวนรจนาคลาไคล กลัวจะไปทะเลาะเกาะแกะกัน
ไปแต่กูผู้เดียวดีกว่า จะได้ล้อพ่อตาแล่นขันขัน
ถึงทั้งหกจะชกต่อยตีรัน ได้สู้กันแต่ลำพังไม่กังวล
คิดแล้วเดินเดาะเหยาะย่าง หาบเนื้อมากลางท้องถนน
แกล้งทำเกะกะปะผู้คน เอาหาบชนล้มคว่ำคะมำไป
  ฯ ๖ คำ ฯ
  บัดนั้น หญิงชายชาวเมืองน้อยใหญ่
ต่างคนร้องว่าช่างกระไร เรี่ยวแรงสุดใจเจียวเจ้าเงาะ
หาบเนื้อที่ไหนมานักหนาหนอ ไม่หนักเลยหรือพ่อพาวิ่งเหยาะ
ลางคนบ้างกลัวบ้างหัวเราะ บ้างร้อยเยาะงามเหวยลูกเขยพระยา
เด็กเด็กเซ็งแซ่เข้าแห่ห้อม พรั่งพร้อมล้อมหลังล้อมหน้า
บ้างล้อว่าเออเกลอกูมา เฮฮาโห่ฉาวกราวเกรียว
บ้างชวนว่าอย่าเพ่อไปก่อน อยู่รำละครสักประเดี๋ยว
เจ้าเงาะไมหยุดฉุดเป็นเกรียว หน่วงเหนี่ยวห้ามปรามมาตามทาง
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น เจ้าเงาะเห็นเด็กพร้อมล้อมรอบข้าง
พอถึงที่ราบราบเอาหาบวาง เข้ายืนกลางแล้วเล่นเต้นรำไป
ใครตบมือผิดพลั้งจังหวะ ปะเตะปะตะต่อยถองจนร้องไห้
แกล้งทำฮึดฮัดขัดใจ ยกหาบขึ้นได้เดินดุ่มมา
ใครจะห้ามอย่างไรไม่ฟังเจ้า ตรงเข้าท้องพระโรงข้างหน้า
ทิ้งเนื้อลงไว้ให้พ่อตา แล้วเดินไปเดินมาไม่เกรงกลัว
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์เห็นมันให้คันหัว
เรี่ยวแรงกระไรเหมือนความยวัว เนื้อยีสิบตัวช่างหาบมา
ไม่สมหวังดังจิตที่คิดไว้ หุนหันหมั่นไส้จะใคร่ฆ่า
เห็นมันแล้วหรือเจ้ามณฑา หยาบช้าทะนงไม่กลัวใคร
แค้นใจไปเขยทั้งหกคน มันไปเที่ยวซุกซนอยู่ข้างไหน
ทำให้อายขายหน้าทุกคราไป อีเมียก็ไม่กำชับกัน
  ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

 

 

  เมื่อนั้น หกเขยไม่สบายรีบผายผัน
ครั้นถึงจึ่งขึ้นพระโรงคัล บ่าแกบเนื้อรันขึ้นไปตาม
เห็นเนื้อเงาะหนักหน้าช่างหาได้ หลากใจใครช่วยมันหาบหาม
คิดกลัวตัวสั่นครั่นคร้าม กราบสามทีแล้วลงก้มพักตร์
  ฯ ๔ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ผุดลุกขึ้นกุกกัก
ชะลูกเขยข้ามันน่ารัก ช่างได้เนื้อขาหักที่ไหนมา
ยิ่งให้แก้ตัวยิ่งชั่วช้ำ จะใคร่ทำโทษทัณฑ์ฟันฆ่า
นี่หากคิดนิดเดียวด้วยธิดา จะเป็นม่ายอายหน้าประชาชน
บ่าวไพร่ไปด้วยก็พร้อมเพรียง ชอบแต่สับเสี่ยงเสียให้ป่น
ก้มหน้าอยู่ไยไอ้หกคน ดีแต่จะบ่นนินทากัน
เออหูถูกอะไรเลือดไหนหยด ช่างเป็นเหมือนกันหมดอย่างไรนั่น
ไปเรือจมูกวิ่นสิ้นทั้งนั้น เข้าไพรวันหูแหว่งกูแคลงใจ
  ฯ ๘ คำ ฯ
  เมื่อนั้น หกเขยก้มหน้าน้ำตาไหล
กราบทูลเยื้องยักกระอักกระไอ ผันแปรแก้ไขตามจน
ข้าไปหาเนื้อวันนี้ ช่างกระไรไม่มีทุกแห่งหน
ให้บ่าวไพร่ไล่บุกซุกซน ลดเลี้ยวเที่ยวด้นค้นคว้า
ชะรอยผีปีศาจประหลาดเหลือ ซ่อนเนื้อเสียสิ้นทั้งป่า
แล้วดูเหมือนมีดน้อยลอยลงมา ถูกหูข้าแหว่งวิ่นสิ้นทุกคน
ทั้งนี้ก็เพราะเคราะห์ของลูก มาซ้ำถูกผีสางที่กลางหน
ต้องปลูกศาลเซ่นสรวงบวงบน จึงได้เนื้อแต่คนละตัวเดียว
บ่ายคล้อยหน่อยหนึ่งก็กลับมา ผีพาหลงไปในไพรเขียว
ลำบากบุกชัฏลัดเลี้ยว จนหน้าเซียวแสบท้องเต็มที
รีบเดินแทบตายถึงชายทุ่ง ก็ขับม้าหมายมุ่งมากรุงศรี
เป็นความสัตย์ทุกสิ่งจริงอย่างนี้ ภูมีจงทรงพระเมตตา
  ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์สำรวลสรวลร่า
ตบพระหัตย์ตรัสแก่นางมณฑา มันงามหน้าแล้วเหวยลูกเขยยาย
จมูกแหว่งหูวิ่นสิ้นทุกคน สมประกอบชอบกลใจหาย
ทั้งสองหนก่นแต่เคราะห์ร้าย ช่างไม่อายอดสูเลยดูเอา
ยังว่าจะหาญฮึกทำศึกเสือ แต่หาปลาหาเนื้อก็แพ้เขา
คิดจะใคร่ฆ่าตีอ้ายขี้เค้า มันจะตายเสียเปล่าไม่เข้ายา
แล้วเหลียวมาว่ากับลูกสาวใหญ่ มึงเห็นผัวหรือไม่น่าขายหน้า
จมูกแหว่งหูวิ่นเวทนา อนิจจานิจจาเป็นน่ากลัว
  ฯ ๘ คำ ฯ

 

 

  เมื่อนั้น หกนางตางพิศดูผัว
สารพัดวิปริตผิดตัว มันช่างชั่วจริงจริงทุกสิ่งไป
จมูกโหว่แล้วมิหนำซ้ำหูแหว่ง เหมือนใครแกล้งเอามีดเชือดเลือดไหล
ลงคนบ่นว่าไม่น่าอะไร จมูกใบหูวิ่นสิ้นงาม
บ้างว่าน่าอายกับอ้ายเงาะ มันยิงฟันหัวเราะเยาะเย้ยหยาม
ดูดู๋หน้าดำเป็นน้ำคราม ไม่หมดจดงดงามเหมือนเก่าเลย
ลางคนเคืองค้อนแล้วค่อนว่า สมเพชเวทนานิจจาเอ๋ย
ไม่น่าสมาคมชมเชย แต่นี้ไปไม่เลยแล้วพ่อคุณ
บ้างบ่นอออกอดเข่าเกาหัว โกรธผัวตัวสั่นหันหุน
ทุกข์ทนพ้นกำลังนั่งงวงงุน ต่างคนเคืองขุ่นวุ่นวายใจ
  ฯ ๑๐ คำ ฯ
  เมื่อนั้น เจ้าเงาะย่างย่องมองมาใกล้
เห็นพ่อตาอาธรรม์เข้ากันไป ไม่เอาโทษเขยใหญ่ดังสัญญา
ทำนับเนื้อที่กองลองเล่น จะให้เห็นว่าใครได้มากกว่า
ชี้ไปตรงพระแสงแกล้งกลอกตา เงื้อง่าท่าทีเหมือนฟาดฟัน
แล้วชี้เข้าที่คอเขยใหญ่ บอกใบ้ให้รู้ดูขันขัน
ตบมือหัวร่ออยู่งองัน เย้ยหยันหยอกล้อท่านพ่อตา
  ฯ ๖ คำ ฯ
  เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ว่าเหม่อ้ายเงาะป่า
จองหองพองขนพ้นปัญญา ใบ้บ้าไม่เสงี่ยมเจียมตัวเลย
กลับจะมาชี้มือทำซื้อรู้ สอนกูให้ฆ่าอ้ายหกเขย
มิหนำซ้ำหัวเราะเยาะเย้ย เกินเลยนักหนาน่าขัดใจ
รู้แล้วคะชะเจ้ามันดีเหลือ หาเนื้อได้มากกว่าเขยใหญ่
ขึ้นหน้ามาอวดข้าหรือไร กูฝากมึงไว้ด้วยเถิดวะ
คิดคิดขึ้นมาหน้าต่อยตบ บ้าใบ้บัดซบพึ่งพบปะ
เถิดจะงดอดโมโหถวายพระ ถ้าทีหลังแล้วนะไม่ละมึง
ดูดู๋ยังทะนงองอาจ หัวจะขาดแม่นมั่นสักวันหนึ่ง

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม