โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยครูภาทิพ ศรีสุทธิ์ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู สมุดเยี่ยม
ภาพเงาะป่าจาก http://www.jitdrathanee.com/
| แสนเอยแสนแขนง | น้อยหรือแกล้งตัดพ้อเล่นต่อหน้า |
| ติเล็กติน้อยคอยนินทา | ค่อนว่าพิไรไค้แคะ |
| พี่ก็ไม่หลีกเลี่ยงเถียงสักสิ่ง | มันก็จริงกระนั้นนั่นแหละ |
| เจ้าเย้ยเยาะว่าเงาะไม่งามแงะ | แฮะแฮะว่าเล่นหรือว่าจริง |
| อย่าประมาทรูปพี่เห็นขี้เหร่ | ไม่ว่าเล่นเป็นเสน่ห์ชอบใจหญิง |
| ชาวรั้วชาววังไม่ชังชิง | อุตส่าห์ทิ้งมาลัยมาให้เงาะ |
| เจ้าเงาะพูดยั่วนางรจนา |
|
ประวัติที่มาของเรื่อง สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวัณสังขชาดก
ซึ่งเป็นนิทาน เรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก บทละครพระราชนิพนธ์เรื่อง สังข์ทอง มี ๙ ตอน คือ ๑
. กำเนิดพระสังข์ ลักษณะคำประพันธ์ ๑
เป็นกลอนบทละคร บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๖ คำ หนึ่งบทมี ๒ บาท เรียกว่าบาทเอก
สัมผัสระหว่างวรรคไม่บังคับตายตัว
ให้สังเกตจากแผนผัง วรรคที่ ๑อาจจะสัมผัสกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ๒.
คำขึ้นต้นบท กลอนบทละครมีคำขึ้นต้นหลายแบบ และคำขึ้นต้นนั้นไม่จำเป็นต้องมีจำนวน ๒.๑
มาจะกล่าวบทไป มักใช้เมื่อขึ้นต้นเรื่อง หรือกล่าวถึงเรื่องแทรกเข้ามา
เรื่องย่อสังข์ทอง ท้าวยศวิมลมีมเหสีชื่อนางจันท์เทวีมีสนมเอกชื่อนางจันทา
ไม่มีโอรสธิดา จึงบวงสรวงและรัทษาศีลห้า นางจันท์เทวีพาหอยสังข์ไปอาศัยตายายช่าวไร่
ช่วยงานตายายเป็นเวลา ๕ ปี พระโอรส
และนางจันท์เทวีเลี้ยงพระสังข์มาด้วยความรัก ฝ่ายท้าวยศวิมลเศร้าพระทัยเพราะอาลัยอาวรณ์นางจันท์เทวีมากทรงรำพึงว่า
นางจันทาสังเกตเห็นงุ่นง่านใจกลัวจะไม่ได้เป็นใหญ่
จึงให้ยายเฒ่าสุเมธามาทำเสน่ห์ให้ท้าวศวิมลหลงรัก
เมื่อท้าวยศวิมลทรงทราบว่าพระโอรสมิใช่หอยสังข์แต่เป็นพระกุมารที่มีบุญญาธิการ ท้าวเธอก็จะให้รับพระโอรสและนางจันท์เทวีกลับวัง พระสังข์ร้องขอให้พระมารดาช่วย
แต่ถูกนางจันทาทัดทานไว้ และในที่สุดนางจันทาเสนอให้เอาไปถ่วงน้ำจมหายไปต่อหน้าพระมารดา นางจันท์เทวีอ้อนวอนพระสวามีว่า
ข้าราชบริพารและเหล่าประชาเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความสลดใจ
ความรักที่แม่มีต่อลูก
ด้วยบุญของตระสังข์ ถูกหินถ่วงจมลงไปตรงปล่องนาคาอันเป็นประตูสู่เมืองบาดาล พญานาคคือท้าวภุชงค์มาพบเห็นพระสังข์นอนสลบอยู่
จึงนำไปเลี้ยง แต่เห็นว่าจะเลี้ยงกันไม่สะดวกเพราะตนเป็นนาค จึงส่งพระสังข์ไปให้เพื่อนรักคือนางพันธุรัตเลี้ยงดู โดยมีใจความในสารที่แนบไปว่า
และไม้เท้า
เมื่อลองสวมชุดเงาะและเกือกแก้วดูก็ สามารถเหาะไปมาได้ พระสังข์จึงวางแผนหลบหนี
นางพันธุรัตติดตามไปพระสังข์อธิษฐานไม่ให้นางพันธุรัตขึ้นไปได้
นางอ้อนวอนให้พระสังข์ลงมาหา แต่พระสังข์ไม่ยอมลงมา
นางจึงเขียนมนต์เรียก เนื้อเรียกปลาไว้ให้ที่แผ่นศิลาเชิงเขา มนตร์นั้นเรียกว่ามหาจินดามนต์ และแสดงความรักความบริสุทธิ์ใจต่อพระสังข์กระทั่งตาย
นางพันธุรัตร้องไห้อ้อนวอนพระสังข์จนทระทั่งอกแตกตายด้วยความอาลัยรักพระสังข์ ซึ่งขณะนั้นพระสังข์ก็สับสน ไม่เชื่อในคำของนาง
นางพันธุรัตนได้ฟังดังนั้นก็
พระสังข์เห็นดังนั้นก็ลงมาคร่ำครวญอาลัยว่า
พระสังข์ลงมาจัดการเรื่องศพพระมารดา
โดยสั่งไพร่พลให้จัดการใส่พระเมรุ แล้วพระสังข์ก็ ท่องมนตร์ได้แล้วท็เหาะไปจนถึงเมืองท้าวสามนต์
ท้าวสามนต์มีธิดา
๗ นาง อยากจะให้นางทั้งเจ็ดมีคู่ เพื่อท้าวสามนต์จะได้ยกเมืองให้แก่เขย
พี่นางทั้งหกของนางรจนาเลือกได้เจ้าชายต่างเมือง
อันที่จริงท้าวสามนต์ตั้งใจจะประชดนางรจนาที่ไม่เลือกใคร
เลยนำเจ้าเงาะมาให้เลือกพระสังข์ในรูปเงาะเห็นนางรจนาก็พอใจในความงามของนาง
จึงอธิษฐานให้นางเห็นรูปทองของพระองค์ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปเงาะ รจนาได้เห็นรูปที่แท้จริงของพระสังข์
ท้าวสามนต์เสียใจมากจึงขับไล่นางรจนาให้ไปอยู่กับเจ้าเงาะที่ปลายนา
ท้าวสามนต์รู้สึกอับอายและเสียเกียรติอย่างมากที่รจนาได้เจ้าเงาะเป็นสามี
จึงวางแผนคิดฆ่า
ท้าวสามนตร์โกรธมากที่อุบายไม่เป็นผล พระอินทร์รู้สึกว่าอาสน์ที่ประทับของพระองค์แข็งกระด้าง
จึงส่องทิพยเนตรดูก็เห็นว่านางรจนา พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมลพระบิดาของพระสังข์เพื่อสั่งสอนให้รู้ดีรู้ชั่วและสั่งให้ไปรับนางจันท์ |
แนวคิดในเรื่องสังข์ทอง ๑.
คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ คารมเจ้าเงาะหยอกล้อรจนา
ความเป็นอยู่ของเจ้าเงาะกับรจนาที่กระท่อม
เจ้าเงาะเอาใจแม่ยาย (นางมณฑา)
เมื่อเจ้าเงาะถอดรูปนางมณฑาชื่นชมลูกเขยและนางรจนา
การติดต่อสื่อสารจากนางจันท์เทวีถึงพระสังข์
รูปสลักบนชิ้นฟักที่นางจันท์เทวีเล่าเรื่องราวเมื่อนำฟักมาวางเรียง
อารมณ์เศร้า คร่ำครวญในเรื่องสังข์ทอง
|
บทละครเรื่องสังข์ทอง
ตอน ท้าวสามนต์ให้ลูกเขยหาปลาหาเเนื้อ
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวท้าวสามนต์เป็นใหญ่ |
| ตั้งแต่เงาะตาธิดาไป | ให้แค้นขัดฤทัยทุทเวลา |
| รจนาเจ้ากรรมมันทำชั่ว | มีผัวเงาะร้ายให้ขายหน้า |
| จำจะคิดอ่านด้วยมารยา | พาลฆ่าเสียให้ได้ไม่ไว้เลย |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ คิดพลางทางสั่งเสนาใน | จงรีบไปบอกบรรดาลูกเขย |
| กูจะให้แต่งตั้งสังเวย | ตามเคยบวงสรวงเทวัญ |
| พรุ่งนี้หาปลามาคนละร้อย | ใครได้น้อยจะฆ่าให้อาสัญ |
| ทั้งอ้ายเงาะขี้ครอกจงบอกมัน | มิได้ปลามาทันจะบรรลัย |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ บัดนั้น | เสนารับสั่งบังคมไหว้ |
| วิ่งวางออกจากวังใน | มายังบ้านเขยใหญ่ทั้งหกองค์ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงจึงแถลงแจ้งคดี | บัดนี้รับสั่งต้องประสงค์ |
| เร่งหาปลามาให้ดังใจจง | เอาไปส่งให้ทันพระบัญชา |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยเกษมสันต์หรรษา |
| ยิ้มพลางทางตอบเสนา | ผักปลาหน้านี้มีถมไป |
| อย่าว่าแต่เท่านั้นท่านจะเอา | ถึงจะลงสำเภาก็รับได้ |
| อาสาพ่อตาแล้วเต็มใจ | จะหาให้สุดฤทธิ์ไม่บิดพลิ้ว |
| สงสารแต่เงาะป่าประดาเสีย | จะพาเมียสุ่มช้อนจะอ่อนหิว |
| เต็มทีจะได้มาแต่ปลาซิว | ท้าวจะกริ้วโกรธาให้ฆ่าฟัน |
| ว่าพลางทางสั่งบ่าวไพร่ | พรุ่งนี้กูจะไปแต่ไก่ขัน |
| เรือนแพแหอวนทุกสิ่งอัน | เร่งรัดจัดกันให้พร้อมไว้ |
| ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ บัดนั้น | เสนาลาหกเขยใหญ่ |
| ชวนกันรีบออกนอกเวียงชัย | ตรงไปยังบ้านปลายนา |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงจึงยืนอยู่นอกรั้ว | ระวังตัวกลัวสุนัขหนักหนา |
| ร้องเรียกเข้าไปมิได้ช้า | หม่อมแม่รจนาอยู่แห่งใด |
| ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาสาละวนลนควันไต้ |
| จับกระเหม่าใสน้ำมันกันไร | ถึงยากเย็นเข็ญใจมิให้รก |
| ทาแป้งแต่งตัวไม่มัวหมอง | ผัดหน้านั่งมองส่องกระจก |
| นุ่งผ้าจัดกลีบจีบชายพก | แล้วยกของมาให้ผัวกิน |
| จีบพลูใส่ซองรองลำดับ | เอามีดพับผ่าหมากจนปากบิ่น |
| เจ้าเงาะนอนถอนหนวดสวดสุบิน | เล่นลิ้นละลักยักลำนำ |
| ฯ ๖ คำ ฯ |
| ๏ รจนานิ่งฟังนั่งหัวเราะ | น้อยหรือเพราะแจ้วเจื่อยเฉื่อยฉ่ำ |
| ไม่ทันถึงใบสมุดหยุดกินน้ำ | สวดซ้ำอีกสักนิดยังติดใจ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ พอได้ยินแว่วเสียงเสนี | มาร้องเรียกอยู่ที่ริมไร่ |
| นางจึงลุกเดินออกไป | ยืนเยี่ยมกระไดมองดู |
| ฯ ๒ คำ ฯ | |
| ๏ บัดนั้น | เสนาหยุดยั้งนั่งคอยอยู่ |
| เรียกพลางทางมองที่ช่องประตู | เห็นโฉมตรูเดินออกมานอกชาน |
| จึงเข้าไปบังคมก้มหน้า | น้ำตาไหลลงด้วยสงสาร |
| แล้วทูลแถลงเล่าเยาวมาลย์ | ตามบัญชาการพระทรงยศ |
| บัดนี้มีรับสั่งใช้มา | ให้เจ้าเงาะเสาะหาปลาสด |
| ทั้งหกเขยใหญ่ก็ไม่ลด | กำหนดให้ทันวันพรุ่งนี้ |
| ใครได้ไม่ครบร้อยน้อยไป | พระจะให้ฆ่าฟันบั่นเกศี |
| ทูลแถลงแจ้งความตามคดี | อัญชลีแล้วกลับไปฉับไว |
| ฯ ๘ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาอกสั่นหวั่นไหว |
| เข้าไปในกระท่อมทันใด | กอดตีนผัวไว้แล้วโสกา |
| ฯ ๒ คำ ฯ โอด | |
| ๏ อกเอ๋ยโอ้ว่าครานี้ | น่าที่จะม้วยสังขาร์ |
| สมเด็จบิตุเรศไม่เวทนา | จะคิดอ่านพาลฆ่าชีวาลัย |
| ให้หาปลาเป็นร้อยน้อยหรือนั่น | ประกวดกันกับเขาเหล่าเขยใหญ่ |
| มั่งมีศรีสุขทุกข์อะไร | ประเดี๋ยวเดียวก็จะได้ง่ายดาย |
| วิตกแต่ส่วนตัวผัวรัก | ยากนักจะซุกซนขวนขวาย |
| ผัวเมียสองคนจนจะตาย | จะหาปลาไปถวายที่ไหนทัน |
| ถ้าพระรูปทองน้องบรรลัย | เมียจะตามเข้าไปมิได้พรั่น |
| จะให้เข้าพิฆาตฟาดฟัน | สู้ตายตามกันไปไม่คิดกลัว |
| ไม่ขออยู่ดูหน้าคนทั้งหลาย | มิให้ชายอื่นต้องเป็นสองผัว |
| ว่าพลางนางทุ่มทอดตัว | ตีอกชกหัวเข้าร่ำไร |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด | |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะยิ่งคิดพิสมัย |
| ปลอบนางพลางเช็ดชลนัยน์ | โลมเล้าเอาใจให้เคลื่อนคลาย |
| ฯ ๒ คำ ฯ | |
| ๏ น้องเอยน้องรัก | งามพักตร์ผ่องเหมือนดั่งเดือนหงาย |
| อย่าครวญคร่ำน้ำเนตรฟูมฟาย | แสนเสียดายนวลน้องจะหมองมัว |
| ทั้งในใต้ฟ้าไม่หาได้ | พี่ขอบใจเจ้านักที่รักผัว |
| ทำไมกับมัจฉาเจ้าอย่ากลัว | สักแสนตัวก็จะได้ไม่ยากนัก |
| ไปนอนเสียให้สบายหายเจ็บหลัง | จะมานั่งโศกาด้วยปลาผัก |
| แย้มสรวลชวนชิดจุมพิตพักตร์ | น้องรักเจ้าอย่าปรารมภ์เลย |
| ถึงยากจนคนเดียวก็หาได้ | พี่หาพรั่นไม่อ้ายหกเขย |
| ว่าพลางภิรมย์ชมเชย | หลับนอนตามเคยสบายใจ |
| ฯ ๘ คำ ฯ กล่อม | |
| ๏ ครั้นอุทัยไขแสงขึ้นสางสาง | พระโลมนางพลางลูบหลังไหล่ |
| สั่งเสียรจนาด้วยอาลัย | พี่จะไปสักประเดี๋ยวเที่ยวหาปลา |
| ว่าพลางทางจับไม้เท้าทรง | ใส่เกือกแก้วแล้วลงจากเคหา |
| แผลงฤทธิ์เหาะเหินเดินฟ้า | ตรงมายังฝั่งชลธาร |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงจึงลงหยุดนั่ง | ที่ร่มไทรใบบังสุริย์ฉาน |
| ถอดเงาะซ่อนเสียมิทันนาน | แล้วโอมอ่านมหาจินดามนต์ |
| ฯ ๒ คำ ฯ ตระ | |
| ๏ เดชะเวทวิเศษของมารดา | ฝูงปลามาสิ้นทุกแห่งหน |
| เป็นหมู่หมู่มากมายในสายชล | บ้างว่ายวนพ่นน้ำคล่ำไป |
| ฯ ๒ คำ ฯ โล้ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ฝ่ายเจ้าเหล่าหกเขยใหญ่ |
| ครั้นรุ่งเรียกหาข้าไท | บ่าวไพร่นับร้อยไม่น้อยเลย |
| แต่งองค์ทรงเสื้อลงเรือญวน | แหอวนของใครเอาไปเหวย |
| ภรรยาหาขนมนมเนย | ตามเคยขนส่งลงมาพลัน |
| ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ ครั้นจัดแจงพร้อมมูลไม่ขาดเหลือ | ให้ออกเรือจากที่ขมีขมัน |
| เรืออวนเรือแหแจจัน | เร่งกันตามนายพายมา |
| ฯ ๒ คำ ฯ โล้ | |
| ๏ พ้นด่านบ้านช่องล่องเลย | ถึงท้องคุ้งที่เคยมีมัจฉา |
| หกองค์ทรงแหทอดปลา | ลอยมาสองฟากลากเบ็ดราว |
| บ้างเอาลอบลงดักตักสวิง | ริมตลิ่งลากอวนอื้อฉาว |
| ติดแต่จระเข้อยู่เกรียวกราว | นายบ่าวต่างโกรธโทษกัน |
| แล้วพายเลียบริมฝั่งมาทั้งพวก | ถือฉมวกยืนคอยแทงหวั่น |
| บ้างลงเฝือกปิดคลองไว้สองชั้น | แล้วช่วยกันตีน้ำร่ำมา |
| ฯ ๖ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ปลาผักสักตัวก็ไม่ได้ | คิดอัศจรรย์ใจเป็นหนักหนา |
| รีบพายมาจนถึงบึงปลายนา | พบมัจฉานับแสนแน่นไป |
| เห็นพระสังข์นั้งอยู่ที่ฝั่งชล | ต่างคนพิศวงสงสัย |
| จะเป็นเทพารักษ์หรืออะไร | เถียงกันวุ่นไปทั้งไพร่นาย |
| จึงวาดแวะนาวาเข้ามาพลัน | ทั้งหกอกสั่นขวัญหาย |
| ต่างก้มกรานหมอบยอบกาย | บ่าวนายนึกคะเนว่าเทวา |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์นั่งยิ้มอยู่ในหน้า |
| เห็นหกเขยเคอะเซอะมา | สมดังจินดาก็ยินดี |
| จึงเสแสร้งทำไม่รู้จัก | ถามทักซักไซ้ไปไหนนี่ |
| เอะแล้วออเจ้าเหล่านี้ | หน่วยก้านพานจะดีมีฝีมือ |
| เรือแพแหอวนก็เอามา | จะลอบลักดักปลาของข้าหรือ |
| เราเป็นเทพเจ้าเล่าลือ | นับถือทุกแห่งแพร่งพราย |
| แต่หักคอคนตายเสียหลายพัน | อย่าดุดันดูหมิ่นมักง่าย |
| มาหาเรานี้ดีหรือร้าย | บอกยุบลต้นปลายให้แจ้งใจ |
| ฯ ๘ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | ทั้งหกอกสั่นหวั่นไหว |
| สำคัญจิตคิดว่าพระไพร | กราบไหว้ท่วมหัวกลัวฤทธา |
| ใจคอทึกทึกนึกพรั่น | ปากสั่นเสียงสั่นซังตายว่า |
| ท่านท้าวสามนต์ผู้พ่อตา | ให้หาปลาประกวดกับอ้ายเงาะ |
| ข้าทอดแหแปรช้อนแต่เช้าตรู่ | ออกอ่อนหูหิวหอบเที่ยวรอบเกาะ |
| ไม่ได้ปลาสักหน่อยชะรอยเคราะห์ | ฉวยแพ้อ้ายเงาะซิน่าอาย |
| กลัวท้าวพ่อตาจะฆ่าเสีย | สงสารแต่เมียจะเป็นม่าย |
| เทวดาเลี้ยงปลาไว้มากมาย | ข้าขอไปถวายพอรอดตัว |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์ได้ฟังก็ยิ้มหัว |
| จึงว่าหกเจ้านี้เมามัว | ไม่กลัวบาปกรรมทำประมง |
| แต่ได้มาขอแล้วก็จำให้ | เราไซร้จะขอมั่งดังประสงค์ |
| จะให้หรือมิให้ทั้งหกองค์ | ท่านจงปรึกษาหารือกัน |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยรับคำขมีขมัน |
| พระองค์จะประสงค์สิ่งใดนั้น | สารพันมีแล้วไม่ขัดเลย |
| สุดแท้แต่ตามจะเลือกเอา | เป็ดไก่เหล้าข้าวของเสวย |
| ทั้งกล้วยอ้อยขนมนมเนย | จะแต่งตั้งสังเวยเซ่นวัก |
| ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์กล่าวแกล้งแจ้งประจักษ์ |
| เราเป็นเทวดาสุรารักษ์ | จะเซ่นวักสิ่งของไม่ต้องใจ |
| จะขอปลายจมูกหม่อมลูกเขย | ตามเคยคนละน้อยหามากไม่ |
| แม้นให้เราเราจะให้ปลาไป | จะให้หรือมิให้ให้ว่ามา |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยได้ฟังนั่งปรึกษา |
| ชิชะเจ้าเลห์เทวดา | จะเอาปลาแลกปลายจมูกคน |
| แม้นเชือดเสียเมียเห็นจมูกด้วน | จะทำกระบวนผินหลังนั่งบ่น |
| ซองสำคัญหนักหนาเข้าตาจน | จะผ่อนปรนแก้ไขอย่างไรดี |
| บ้างว่าอย่าพักประดักประเดิด | ทนเจ็บเอาเถิดไม่จู้จี้ |
| หาปลาที่ไหนก็ไม่มี | อ้ายเงาะดีหาได้สิอายมัน |
| นั่งนิ่งก้มหน้าดูตากัน | เชือดเสียเห็นวันจะได้ไป |
| ต่างยอมพร้อมใจไม่กลัวเจ็บ | ฉวยได้มีดเหน็บของบ่าวไพร่ |
| ยื่นให้เทวัญทันใด | ทอดถอนใจใหญ่ย่อท้อ |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์สรวลสันต์กลั้นหัวร่อ |
| ยิ้มพลางทางตรัสตัดพ้อ | เอออะไรใจคอเหมือนปลาซิว |
| แล้วเอามีดกรีดลักกับศิลา | ทั้งหกตกประหม่าหน้านิ่ว |
| มือบีบหนีบจมูกไว้สองนิ้ว | อย่าบิดพลิ้วดุดดิกพลิกแพลง |
| ทำเงื้อมีดกกระหยับจับจ้อง | ที่ใจชั่วกลัวร้องจนเสียงแห้ง |
| เอาแล้วนะฉะเชือดเลือดแดง | จมูกแหว่งโหว่วิ่นสิ้นทุกคน |
| ฯ ๖ คำ ฯปี่กลอง | |
| ๏ เมื่อนั้น | ทั้งหกลูลแผลพลางครางร่น |
| เจ็บแสบแทบเต็มทน | ต่างคนต่างแลดูแผลกัน |
| เขยใหญ่ใจแข็งทำแกล้งว่า | จมูกด้วนดูหน้าเห็นขบขัน |
| สะกิดเพื่อนเตือนทวงเทวัญ | แลกกันเมื่อไรจะให้ปลา |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์ได้สมปราถนา |
| จึงตั้งสัตย์อธิษฐนด้วยวาจา | มัจฉาตัวใดถึงที่ตาย |
| จงกระโดดโลดขึ้นมาริมฝั่ง | ให้สมหวังดังจิตที่คิดหมาย |
| พอสิ้นคำประกาศไม่คลาดคลาย | ปลายตายบนตลิ่งกลิ้งเกลื่อนไป |
| แล้วแกล้งแบ่งมัจฉาที่ชั่วชั่ว | ให้คนละสองตัวหามากไม่ |
| หกองค์จึงชวนกันคลาไคล | เอาปลาไปให้สมอารมณ์คิด |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยค่อยคลายสบายจิต |
| ต่างองค์อำลาสุราฤทธิ์ | บ่าวตะบิดเชือกน้อยร้อยปลา |
| หัวท้ายพายวาดนาวาออก | บ้างบอกโยนยาวฉาวฉ่า |
| รีบเร่งโดยด่วนจวนเวลา | กลับมาจะให้ทันเตือนกันพาย |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์สมจิตที่คิดหมาย |
| จึงหยิบรูปเงาะมาสวมกาย | แล้วตัดหวายต่อดิดบิดพริ้ว |
| ร้อยปลามากมายเหลือประมาณ | เอาไม้เท้าทำค่นหาบหิ้ว |
| แผลงฤทธิ์รูปเงาะพาเหาะปลิว | ลอยลิ่วมาในเมฆา |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงริมไร่ใกล้เรือน | ก็คล้อยเคลื่อนเลื่อนลงจากเวหา |
| เดินด่วนขึ้นกระไดมิได้ช้า | เอาหาบปลาเหวี่ยงจากกลางนอกขาน |
| ภรรยาพาไปให้ลูบตัว | แล้วเผชิญผัวรูปทองกินของหวาน |
| เจ้าเงาะแถลงเล่าเยาวมาลย์ | วันนี้ขันจ้านไปหาปลา |
| พี่ถอดรูปเงาะออกซ่อนไว้ | ทำเป็นพระไพรพฤกษา |
| ร่ายมนต์มหาจินดา | เรียกมัจฉามาสิ้นทุกตำบล |
| อ้ายหกเขยเซอะกระเจอะกระเจิง | เที่ยวเซอะเซิงหาปลาก็ขัดสน |
| ไปประสบพบพี่ที่ฝั่งชล | ทั้งหกคนกราบกรานขอทานปลา |
| พี่แลกเปลี่ยนเจียนปลายจมูกมัน | แหว่งวิ่นสิ้นทั้งนั้นขันหนักหนา |
| ว่าพลางเสสรวลชวนรจนา | ไปดูหน้ามันเล่นก็เป็นไร |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนากลั้นยิ้มมิใคร่ได้ |
| สรวลพลางทางว่าข้าขอบใจ | เมียมันจะได้ดูหน้ากัน |
| ช่างแก้แค้นแทนทำพอสาสม | ที่เมียมาค้าคารมเย้ยหยัน |
| วันนี้น้องจะตามจรจรัล | ไปดูจมูกมันให้เต็มตา |
| ว่าแล้วทาแป้งแต่งตัว | ตามผัวออกจากเคหา |
| ปิดประตูเข็นกระไดแล้วไคลคลา | เจ้าเงาะหาบปลานำหน้าไป |
| ฯ ๖ คำ ฯ เชิด |
| ๏ ครั้นถึงพระโรงรัตน์รูจี | อัญชลีสองกษัตริย์เป็นใหญ่ |
| เจ้าเงาะยืนยิ้มหัวไม่กลัวใคร | ทิ้งปลาลงไว้ให้พ่อตา |
| รจนาจึงทูลบิตุรงค์ | นี่ปลาส่งสวนตัวผัวข้า |
| อุตส่าห์เสาะเพราะเกรงพระอาญา | ได้มาน้อยนักสักสองร้อย |
| ตามประสายากเย็นเข็ญใจ | ไม่มีบ่าวมีไพร่ใช้สอย |
| ผัวเมียสองคนจนกรองกรอย | ไม่เลิศลอยเหมือนลูกสาวของท้าวไท |
| หกเขยเขาดีมียศศักดิ์ | ท่านพ่อตาโปรดนักรักใคร่ |
| ไปหาปลามาแล้วหรืออย่างไร | เห็นจะได้มากมายหลายกระบุง |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์เคืองขัดฟัดหมอนผลุง |
| คันมือคันไม้หมั่นไส้พุง | ไม่สมที่หมายมุ่งจะฆ่าฟัน |
| อีรจนาพาผัวมาเย้ยได้ | แค้นใจเหลือที่จะอดกลั้น |
| เพราะอ้ายเขยขี้เค้าเหล่านั้น | พากันเซอะซะไปกระไร |
| จึงชี้หน้าด่าลูกทั้งหกนาง | มึงช่างหากำชับผัวไม่ |
| ปานนี้มิมาน่าแค้นใจ | กูจะใคร่ฆ่าเสียให้ม้วยมุด |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยร้อนใจดังไฟจุด |
| เร่งฝีพายเต็มทีตีรุด | ครั้นถึงหยุดจอดเรือเข้าเหนือแพ |
| หิ้วปลาพากันมาโดยด่วน | บ่าวตามเป็นพรวนแบกอวนแห |
| ตรงมาวังพลันไม่ผันแปร | หญิงชายร้องแซ่ว่าแพ้เงาะ |
| ทั้งหกอกสั่นขวัญหนี | ครั้งนี้ตายจริงวิ่งออกเหยาะ |
| คบานเข้าไปเฝ้าเขาหัวเราะ | เห็นปลาอ้ายเงาะยิ่งเสียใจ |
| คิดอายด้วยปลายจมูกวิ่น | ก้มหน้าดูดินหาเงยไม่ |
| พรั่นตัวกบัวตายเป็นพ้นไป | ภาวนาหายใจมิใคร่ทัน |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์เคืองขุ่นหุนหัน |
| จึงว่าไปแก่หกเขยนั้น | กูจะใคร่ฆ่าฟันบั่นรอน |
| แต่อ้ายเงาะทรพลคนอัปรีย์ | มันยังดีกว่ามึงมาถึงก่อน |
| เออนี่มิไปเที่ยวจอดนอน | ไม่รู้เร็วรู้ร้อนเจ้าคนดี |
| บ่าวไพร่ไปด้วยก็หนักหนา | ได้ปลามาไม่พอจะเซ่นผี |
| กูคิดนิดเดียวดอกครั้งนี้ | หาไม่ชีวีจะบรรลัย |
| เออจมูกนั่นถูกอะไรนั่น | เหมือนกันกับเขาเชือดเลือดไหล |
| จงบอกให้แจ้งกูแคลงใจ | อย่าได้เอาเท็จมาเจรจา |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | เขยใหญ่ทั้งหกตกประหม่า |
| แกล้งทูลเลี้ยวลดปดพ่อตา | แต่เช้าข้าก็ไปไม่เชือนแช |
| ลงตีอวนฉุดลากที่ปากลัด | ปากเป้ากัดจมูกลูกเป็นแผล |
| ในแม่น้ำลำคลองทั้งสองแคว | ไม่มีปลาเลยแต่สักตัวเดียว |
| สู้ทนแดดแผดร้อนไปยังค่ำ | จนตัวลอกออกดำเหมือนม่าเหมี่ยว |
| อุส่าห์บุกขึ้นบกรกเรี้ยว | ไปได้ปลาหน่อยเดียวที่ในบึง |
| ไม่เคยพบเคยเห็นเลยเช่นนี้ | ชะรอยผีโขมดมันโกรธขึ้ง |
| ในปวดหัวมัวตาหน้าตึง | แทบจะไม่มาถึงท้าวไท |
| ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | ทั้งหกบุตรีพี่ผู้ใหญ่ |
| เห็นผัวแพ้เงาะป่าขัดใจ | ผักปลาหาได้มานิดเดียว |
| มิหนำซ้ำจมูกแหว่งหวะ | แล้วพระบิดาก็โกรธเกรี้ยว |
| ขายหน้าทุกสิ่งจริงเจียว | นางเหลียวชำเลืองเคืองค้อน |
| หกนางต่างคนบ่นบ้า | มันไม่น่าร่วมเรียงเคียงหมอน |
| บ้างกอดเข้าเจ่าจุกทุกข์ร้อน | มืออ่อนตีนอ่อนเสียน้ำใจ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาสรวลสันต์ไม่กลั้นได้ |
| เจ้าเงาะหัวร่ององอไป | ทำบุ้ยปากบอกใบ้ให้เมียดู |
| เห็นจมูกเขยใหญ่เลือดไหลหยด | แหว่งวิ่นสิ้นทั้งหมดน่าอดสู |
| สาแก่ใจมันสิติผัวกู | นางยิ้มอยู่ในหน้าไม่พาที |
| แล้วแลพี่สาวทั้งหกคน | เห็นหน้าหม่นหมองคล้ำดำมิดหมี |
| ทำแยบค่ยชายตาดูสามี | เทวียิ้มแย้มกระแอมไอ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกนางเคืองขัดอัชฌาสัย |
| ต่างคนชี้หน้าแล้วว่าไป | หัวเราะเยาะใครอีรจนา |
| เหตุว่าผัวมึงมาถึงก่อน | ทำแสนงอนเจ๋อเจ๊อะสะเออะหน้า |
| ผัวกูไม่รู้จักจับผักปลา | จึงได้มาไม่มากเหมือนหม่อมเงาะ |
| ดูเยี่ยงผัวเจ้ามันเคล่าคล่อง | หัวยหนองเหนือใต้เข้าใจเสาะ |
| นางเมียขึ้นหน้ามาหัวเราะ | เปรียบเปรยเย้ยเยาะไม่เจียมตัว |
| เขาขับไล่ไปอยู่เสียปลายนา | ยังดื้อด้านเข้ามาว่าแทนผัว |
| ไม่มีความยำเยงเกรงกลัว | ไสหัวออกำปเสียจากวัง |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาตอบไปดังใจหวัง |
| ชิชะหม่อมพี่ที่ขึ้นซัง | ออกประดังด่าทอเล่นพอแรง |
| เฝ้ามาขับไล่ไสหัวหู | โกรธหรือว่าดูจมูกแหว่ง |
| แต่เห็นเขาหัวร่อก็ระแวง | ออกสกัดสแกงแกล้งพาโล |
| ผัวพี่ไปหาปลาประสาโซ | แต่จมูกไม่โหว่เหมือนผู้ดี |
| พอรู้เช่นเห็นอยู่ว่าเท็จจริง | สู้ปิดปากหากนิ่งเสียดอกพี่ |
| จะให้ว่าหรือจะว่าออกเดี๋ยวนี้ | แล้วเหลียวดูสามีเห็นขึงตา |
| แค้นใจคิดจะใคร่อยู่ทะเลาะ | แต่เจ้าเงาะชี้ชวนไปเคหา |
| ถ่มน้ำลายรดให้แล้วไคลคลา | ตามผัวออกมาไม่พรั่นพรึง |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | หกนางต่างพิโรธโกรธขึ้ง |
| ลุกขึ้นเดินตามมาด่าอึง | ทำไมมึงจึงหัวเราะเยาะกู |
| เท็จจริงอย่างไรนั่นขันจ้าน | ใครปิดปากไว้วานอย่านิ่งอยู่ |
| จองหองพองขนเป็นพ้นรู้ | ลบหลู่ดูหมิ่นถิ่นแคลน |
| ผัวหาปลาผักได้นักหนา | หม่อมเมียได้หน้าขึ้นกว่าแขน |
| ค้าคารมเปรี้ยงเปรี้ยงออกเถียงแทน | ขืนแค่นเปรียบเปรยเย้ยเย้า |
| อย่าดูถูกผัวกัยกระนั้นนะ | ช่างเถิดคะค่อยยังชั่วกว่าผัวเจ้า |
| ถึงจมูกโหว่แหว่งก็ทำเนา | แต่หน้าตาของเขายังเพราพริ้ม |
| ไม่เหมือนเงาะอุบาทว์ชาติชั่ว | น่ากลัวหัวหูกระปุ่มกระปิ่ม |
| กลับจะมาหัวเราะเยาะยิ้ม | เปรมปริ่มในใจมิใช่น้อย |
| ซะช่างได้ผัวเงาะเหมาะสม | ปากกล้าค้าคารมดังต่อยหอย |
| ขึ้นเสียงเถียงคนบ่นตะบอย | มันน่าต่อยให้ยับลงกับมือ |
| แต่ปากเป้ากัดเข้าก็เฝ้าถาก | นี้เป็นเบี้ยพอปากของเจ้าหรือ |
| ว่าพลางต่างเข้ายุดยื้อ | กล้าปากกล้ามืออย่าหนีกัน |
| ฯ ๑๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะเห็นวุ่นวางเข้ากางกั้น |
| ทำบอกใบ้ให้รู้สำคัญ | แกล้งกระชั้นกระโชกโบกมือ |
| ก้มลงหลอนหลอกกลอกคอ | หกนางด่าทอก็ไม่ถือ |
| ทำเหมือนบ้าใบ้ได้แต่อือ | ตบมือหัวร่อล้อเลียนนาง |
| เห็นพี่เมียชำเลืองเคืองค้อน | ก็ฉุดเมียมาสอนให้ค้อนบ้าง |
| ถือไม้เท้าก้าวเดินเป็นท่าทาง | ทีเสือลากหางให้นางกลัว |
| แล้วเด็ดใบไม้ปิดจมูกเล่น | ทำเป็นปัดแมลงวันสั่นหัว |
| ชี้มือให้เห็นแล้วเล่นตัว | เย้ายั่วพี่เมียไปมา |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยขัดใจเป็นหนักหนา |
| เห็นเงาาะเยาะหยอกภรรยา | โกรธตาเขียวเหลียวดูกัน |
| โมโหฮึดฮัดขัดเขมร | โจงกระเบนคาดกระเบนเสียให้มั่น |
| หมายเขม้นกำหมัดกัดฟัน | มุทะลุดุดันไม่พรั่นพรึง |
| ลางคนบ่นด่าเงาะอุบาทว์ | จะใคร่เอาเท้าคาดเข้าสักผึง |
| บ้างว่าจะถองสักสองตึง | ทำไมมึงมาหยอกหลอกเมียกู |
| ดูเถิดเกิดมาไม่เคยพบ | บ้าใบ้บัดซบทำลบหลู่ |
| จองหองถองเสียให้เมียดู | ด่าพลางทางกรูกันเข้าไป |
| เห็นเงาะเงื้อไม้ไล่กวัดแกว่ง | ระรันสันหน้าแข้งไม่เข้าใกล้ |
| บ้างนั่งลงลูบลอยที่รอยไม้ | น้ำตาไหลครางออดกอดมือ |
| บ้างหลับตาหน้าเมินซ้อมหมัด | เงาะวัดล้มกลิ้งลุกวิ่งตื๋อ |
| ทรุดนั่งลงนวดปวดละดือ | ครางฮือไปทีเดียวไม่เหลียวแล |
| เขยใหญ่ย่างเท้าก้าวถลำ | เงาะตำต่อยจมูกถูกแผล |
| ล้มลงกลอกคอทำท้อแท้ | เมียมาช่วยแก้ทุบต้นคอ |
| ลางคนถอยหลังเข้าบังเสา | ร้องว่าพวกเราอย่ากลัวพ่อ |
| บ้างกำหมัดขัดเขมรไม่ย่อท้อ | ใจคอเหี้ยมฮึกบึกบึน |
| เข้าชกเงาะเดาะเอาด้วยเข่าลา | ล้มผวาเจ็บจุกลุกไม่ขึ้น |
| พูดไม่ออกกลอกหัวมัวมึน | เพื่อนกันวิ่งครึนกระจายไป |
| ฯ ๑๘ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะทำเงื้อศอกบอกใบ้ |
| เหลียวหลังเหลียวหน้าคว้าไม้ | กวัดแกว่งแกล้งไล่กระชั้นชิด |
| เห็นเขยทั้งหกตกประหม่า | ก็หวดไปหวดมาให้ผิดผิด |
| ควงกระบองลองแรงแผลงฤทธิ์ | ไล่ติดตามตีหนีกระจุย |
| ดูเห็นเต็มกลัวก็หัวเราะ | ยิ้มเยาะยกมือขึ้นกุ๋ยกุ๋ย |
| ตั้งท่าทีทำเป็นรำชุย | เบี้ยวบุ้ยปากหลอกกลอกหน้าตา |
| เห็นหกเขยคอยจะถอยหลัง | ก็หยุดยั้งยืนมองป้องหน้า |
| แล้วย่างเท้าสาวหมัดเข้ามา | ถลึงตาขู่เข็ญเขม้นดู |
| ฯ ๘ คำฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยเข็ดขยาดไม่อาจสู้ |
| เหลียวซ้ายแลขวาหาประตู | เอ๊ะอยู่แล้วกระมังครั้งนี้ |
| บ้างเข้าแอบหลังภรรยา | รุนเมียออกหน้าเจ้าอย่าหนี |
| ความกลัวตัวสั่นไม่สมประดี | เต็มทีลงนั่งภาวนา |
| บ้างกำหมัดขัดเขมรหมายเขม้น | ทำเป็นว่าพี่นี้คนกล้า |
| ครั้นเห็นเงาะถือไม้ใกล้เข้ามา | ก็วิ่งล้มถลาขาแข้งเพลีย |
| ลางคนยืนนิ่งไม่วิ่งหนี | อุตส่าห์ทำใจดีแก้เบี้ย |
| พูดจาอวดฮึกศึกหน้าเมีย | สู้เสียชีวิตไม่คิดกลัว |
| ทำเหน็บรั้งตั้งมวยอยู่แต่นอก | เห็นเจ้าเงาะเงื้อศอกก็กลอกหัว |
| ย่อทัอถอยหลังระวังตัว | ต่างกลัวเงาะป่าทุกคนไป |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ทั้งหกบุตรีพี่ใหญ่ |
| เห็นผัวกลัวเงาะก็ขัดใจ | จึงว่าเอออะไรช่างไม่อาย |
| แต่เงาะป่าบ้าใบ้บัดสี | ช่างชวนกันวิ่งหนีมันง่ายง่าย |
| เสียแรงกำเนิดเกิดเป็นชาย | ไม่อดสูดูร้ายเขามั่งเลย |
| โมโหหันมาด่าน้องสาว | ไม่ว่ากล่าวผัวมั่งนั่งทำนั่งเฉย |
| นิ่งให้ไอ้เงาะมาเยาะเย้ย | ต่อยตีพี่เขยของตัวเอง |
| ขึ้นเสียงเถียงพี่แล้วมิหนำ | ยังซ้ำให้ผัวตัวข่มเหง |
| ดูถูกผู้ใหญ่ช่างไม่เกรง | มันเหมาะเหม็งแล้วหรือนางรจนา |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนายิ้มพลางทางว่า |
| เออพี่นี้อะไรช่างพูดจา | กลับมาว่ากระนั้นขันจริง |
| เดิมทีใครด่าทอก่อก่อน | ควักค้อนเคืองขัดสะบัดสะบิ้ง |
| ครั้นเขาว่ามั่งก็ชังชิง | ชวนกันวิ่งมาตามจะต่อยตี |
| หกเขยเข้ากลุ้มรุมกันชก | ให้เอามือใส่พกเสียหรือพี่ |
| สาแก่ใจเจ็บปวดอวดกล้าดี | เออเดี๋ยวนี้จะให้ใครห้ามปราม |
| เมื่อเป็นผู้ใหญ่ไม่ไว้ตัว | ยังมาว่าผัวข้าหยาบหยาม |
| ชะพี่เขยข้าหน้างามงาม | บุ่มบามบ้าเลือดไม่เหือดเลย |
| นั่นแน่แผลเก่าปากเป้ากัด | พี่เขยพี่สาวฉาวไป |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | นางมณฑาหนวกหูอยู่ไม่ได้ |
| ลุกเดินออกมาว่าอะไร | ไม่เกรงเนื้อเกรงใจผู้ใหญ่เลย |
| ล้วนแต่พี่น้องท้องเดียวกัน | จะฆ่าฟันกันได้แล้วหรือเหวย |
| ลูกเต้าเช่นนี้กูมิเคย | อกเอ๋ยแต่ละคนพ้นกำลัง |
| รจนาพาผัวออกไปเสีย | เจ้าเหล่านี้ห้ามเมียเสียมั่ง |
| เอออะไรอื้ออึงตึงตัง | หน้าที่ลุกที่นั่งชั่งไม่เกรง |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์ว่าเหม่มันข่มเหง |
| อ้ายเงาะป่ากล้าทำไม่ยำเยง | กูออกสู้ดูเองลองสักยก |
| ทำไมกับบ้าใบ้ตาขาว | อีสาวสาวเหล่านี้อย่าวิตก |
| ลุกขึ้นขอฟันงันงก | เห็นทั้งหกตาลายหมายว่าเงาะ |
| กระหยับย่างสามขุมสุ่มตะรัง | ไม่ทันตั้งต่อยตำซ้ำศอกเดาะ |
| ถองลงตรงจมูกถูกจำเพาะ | เขยใหญ่ใจเสาะร้องออกโอย |
| มองเขม้นเป็นครู่ก็รู้จัก | ลงนั่งเหนื่อยหอบฮักหิวโหย |
| แล้วร้องด่าเงาะมี่น่าตีโบย | มานี่โวยเล่นกับกูดูสักครั้ง |
| เห็นฮึกคึกคักขึ้นหนักหนา | ไล่ลวงเข้ามาหน้าที่นั่ง |
| แต่แค้นอ้ายหกคนพ้นกำลัง | มันเฝ้าถอยหลังไปอย่างเดียว |
| ยังว่าตัวต่อตัวช่างชั่วชาติ | น้อยหรือนี่ขี้ขลาดตาเหมี่ยว |
| เป็นฝูงคณาทำหน้าเชียว | แต่อ้ายเงาะคนเดียวก็กลัวมัน |
| แล้วเรียกนางมณฑามาเสียนี่ | ไม่พอที่พอทางออกกางกั้น |
| อย่าห้ามปรามเลยปล่อยให้ต่อยกัน | ช่างมันเป็นไรจะได้ดู |
| น้อยหรือสนุกนักไม่พักหา | ยังว่าจะให้มีมวยหมู่ |
| ลูกเขยยายแต่ละคนพ้นรู้ | ชะต้าน่าเอ็นดูเหมือนลูกเล็ก |
| ทุดอ้ายหกเขยใหญ่ช่างใจเสาะ | ราวกับอ้ายเงาะมันกินเหล็ก |
| ถูกเจ็บเข้าไม่ได้ดังใจเจ๊ก | แต่เด็กเด็กมันก็ดีกว่ามึง |
| อีเมียก็สุดใจมิใช่ชั่ว | ดูหรือน้องของตัวก็โกรธขึ้ง |
| อีรจนาด่าพี่มี่อึง | หน้าไม่อายเอาไอ้เงาะเป็นผัว |
| นี่หากหาปลาได้จึงรอดตัว | หาไม่ก็หัวจะปลิวไป |
| ฯ ๒๒ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาหุนหัสหมั่นไส้ |
| เห็นบิดาเคืองขุ่นฟุนไฟ | เข้าข้างเขยใหญ่ก็เดือนดาล |
| จึงชวนผัวไปลาพ่อตาเสีย | อย่าอยู่ช้าพาเมียออกไปบ้าน |
| นางสอนให้นั่งลุกคุกคลาน | กราบกรานท่านเสียหน่อยหนึ่งตามจน |
| ฯ ๔ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะก้มกราบยิบสักสิบหน |
| แกล้งเลียนล้อต่อหน้าท้าวสามนต์ | เฝ้าก่นหัวเราะริกกระดิกเท้า |
| เห็นพ่อตาทำไรก็ทำมั่ง | เหมือนบ้าหลังจริงจริงยิงฟันขาว |
| ทำโจงกระเบนใหม่ไว้หางยาว | แกล้งปัดหัวผัวพี่สาวของเมียไป |
| แล้วยืนมองป้องหน้าดูจมูก | เห็นรอยถูกมีดเชือดเลือดยังไหล |
| ตบมือหัวเราะเยาะไยไพ | บอกใบ้บุ้ยปากให้เมียดู |
| เห็นทั้งหกตกประหม่าก้มหน้านิ่ง | ไม่ไหวติงเต็มกลัวตัวเป็นหนู |
| จึงชวนรจนาโฉมตรู | ออกประตูรีบกลับไปฉับพลัน |
| ฯ ๘ คำ ฯ เพลงเร็ว | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์เคืองขัดอัดอั้น |
| แกล้งให้หาปลาจะฆ่าฟัน | อ้ายเงาะมันกลับได้มามากมาย |
| ยิ่งคิดยิ่งแค้นแน่นใจ | แม้นมิฆ่ามันได้ก็ไม่หาย |
| จึงตรัสแสร้งเสเพทุบาย | จะต้องการเนื้อทรายมาเลี้ยงกัน |
| ทั้งหกหามาแก้ตัวใหม่ | แม้นไม่ได้ชีวาจะอาสัญ |
| เสนาในไปบอกอ้ายเงาะนั้น | หาเนื้อมาให้ทันวันพรุ่งนี้ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ บัดนั้น | อำมาตย์รับสั่งใส่เกศี |
| ออกจาวังวิ่งเป็นสิงคลี | ตรงไปยังที่บ้านปลายนา |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงกระท่อมก็ด้อมดู | เอ๊ะแล้วหลับอยู่กระมังหนา |
| ประหลาดใจมิได้ยินพูดจา | เสนนั่งมองร้องเรียกอึง |
| ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาคลี่ผ้าตาชุนขึง |
| ที่ไหนหย่อนผ่อนผูกเสียให้ตึง | นั่งปักสะดึงกรึงกรอง |
| ตั้งเนื้อตั้งใจจะให้ผัว | แต่งตัวไปกฐินเดือนสิบสอง |
| เจ้าเงาะแสนกลคนคะนอง | หัดร้องนางนาคปากร่ายซอ |
| เอากระทายตีแทนรำมะนา | ทำให้ภรรยาน่าหัวร่อ |
| รจนานิ่งฟังเอียงคอ | เพราะหนักหนาหนอเจียวพ่อคุณ |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ พอได้ยินเสนามาร้องเรียก | ตื่นตะเกียกตะกายวายวุ่น |
| โดนสุดดสะดังผ้าตาชุน | กระทายหกตกใต้ถุนลงไป |
| รจนาเดินออกมานอกชาน | อำมาตย์เห็นหมอบกรานกราบไหว้ |
| นางจึงถามทักซักไซ้ | ธุระอะไรนะเสนา |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ บัดนั้น | เสนาบังคมก้มหน้า |
| ทูลว่าสมเด็จพระบิดา | ให้ข้ามาบอกนางโฉมยง |
| บัดนี้มีรับสั่งจำเพาะ | ให้เจ้าเงาะหาเนื้อเข้าไปส่ง |
| พรุ่งนี้มิได้ดังใจจง | จะให้ลงอาญาฆ่าฟัน |
| ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | รจนาตระหนกอกสั่น |
| เข้าไปในทับฉับพลัน | รำพันบอกผัวแล้วโศกา |
| ฯ ๒ คำ ฯ โอด | |
| ๏ โอ้ว่าพระองค์ทรงเดช | บิตุเรศพาลผิดจะคิดฆ่า |
| เมื่อวันวานท่านใช้ให้หาปลา | ก็นึกว่าไม่รอดจะวอดวาย |
| นี่หากมีมนต์ดลจึงพ้นภัย | หาปลามาได้เอาไปถวาย |
| วันนี้มิหนำซ้ำอุบาย | แกล้งย้ยสั่งมาให้หาเนื้อ |
| เป็นเหตุเพราะเงาะร้ายให้ถอดเสีย | พ่อรูปทองของเมียมิได้เชื่อ |
| อ้อนวอนเท่าไรไม่เอื้อเฟื้อ | นี่เนื้อแท้ว่าเวรากรรม |
| ว่าพลางทางทรงโศกา | ชลนาฟูมฟองร้องร่ำ |
| สองกรข้อนอกจนฟกช้ำ | ครวญคร่ำกำสรดโศกี |
| ฯ ๘ คำ ฯโอด | |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะเยาะหยอกนางโฉมศรี |
| ซึ่งสั่งให้หาเนื้อคราวนี้ | เห็นพี่จะอับจนไม่พ้นตาย |
| ถึงตัวจะบรรลัยก็ไม่ว่า | วิตกแต่รจนาจะเป็นม่าย |
| ว่าพลางแย้มยิ้มพริ้มพราย | โอบอุ้มโฉมฉายขึ้นบนเพลา |
| สวมกอดรัดสัมผัสต้อง | นี่แน่น้องจะให้ตายเสียไยเปล่า |
| เชยแก้มแนมปรางทางโลมเล้า | พี่ว่าเล่นดอกเจ้าอย่าตกใจ |
| ทำไมกับเนื้อถึกอย่านึกพรั่น | สักพันหนึ่งสองพันก็หาได้ |
| ไม่เคยเห็นฝีมือพี่หรือไร | ร้องไห้ไยให้เสียน้ำตา |
| แต่เพียงนี้มิพอจะยากเย็น | ร้องละครนอนเล่นเสียดีกว่า |
| เหมือนกันนั่นและกับหาปลา | อะไรกับน้ำหน้าอ้ายหกคน |
| พรุ่งนี้มิปากก็ใบหู | จะเชือดเสียให้ดูอีกสักหน |
| เสสรวลชวนนางนฤมล | ขึ้นบนเตียงนอนสำราญใจ |
| ฯ ๑๒ คำ ฯ กล่อม | |
| ๏ ครั้นดาวเดือนเลื่อนลับเมฆา | สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล |
| พระชมโฉมโลมนางทรามวัย | ดวงใจเจ้าค่อยอยู่จงดี |
| ตะวันชายบ่ายหน่วอยจะกลับมา | แก้วตาอย่าหม่นหมองศรี |
| สั่งเสียเมียแล้วจรลี | มาทรงเกือกแก้วมณีทันใด |
| จับไม้ท้าวก้าวลงจากเคหา | สำแดงอานุภาพแผ่นดินไหว |
| เหาะทะยานผ่านเมฆามาไรไร | ตรงไปไพรวันอรัญวา |
| ฯ ๖ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงจึงลงหยุดยั้ง | ที่ร่มรังสูงใหญ่ใบหนา |
| พระถอดเงาะซ่อนไว้ให้ลับตา | แล้วร่ายมนต์มหาจินดาพลัน |
| ฯ ๒ คำ ฯ ตระ | |
| ๏ ฝูงเนื้อในป่ามามากมาย | ทั้งละมั่งกวางทรายและฉมัน |
| ดูดาษแดงไปทั้งไพรวัน | เป็นฝูงฝูงวิ่งพันกันมา |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยคิดวิตกหนักหนา |
| ครั้นรุ่งรีบแต่งตัวกลัวจะช้า | เรียกหาบ่าวไพร่พร้อมพรัก |
| บ้างหาแร้วบ่วงหวายหลายอย่าง | ไปถึงกลางพงไพรจะได้ดัก |
| บ้างเอาผ้าพันพุงจูงสุนัข | คึกคักขนข่ายขึ้นหลังช้าง |
| แล้วผูกม้าเคยขับสำหรับขา | บังเหียนอานพานหน้าซองหาง |
| ม้าหลังเปล่าบ้างผูกเบาะบาง | ต่างต่างแต่งอวดประกวดกัน |
| เกณฑ์กองกระบือบ่าวชาวบ้านนอก | ล้วนถือหอกเสวียนแทงแข็งขัน |
| พรานปืนพื้นแม่นหมายสำคัญ | โผงไรโผงนั้นไม่ผิดเลย |
| บ่าวผู้ชายตะพายย่ามถือกล่อง | หิ้วปิ่นโตบายทองของเสวย |
| บ้างแบกเสบียงหาบหามตามเคย | อย่าช้าเลยจวนสายจะเสียการ |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ ครั้นพร้อมเสร็จทุกสิ่งไม่นิ่งช้า | หกพระองค์ทรงม้าออกจากบ้าน |
| รีบขับพาชีตะลีตะลาน | พวกพรานนำหน้าพาไป |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ลุล่วงมรคามาถึง | ป่าซึ่งมฤคาเคยอาศัย |
| สั่งให้ขึงข่ายไว้ชายไพร | บ้างดักแร้วแล้วใส่บ่วงราว |
| ลางคนปักขวากที่ปากทาง | หาช่างสันทัดขัดจั่นห้าว |
| ขี่กระบือเข้าค้นอยู่เกรียวกราว | โห่ฉาวอึงไปทั้งไพรวัน |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ พรานปืนซุ่มรกขึ้นนกง่า | สวนมาตามรอยจะคอยลั่น |
| หมายตรงหลงยิงเพื่อนกัน | ล้มดิ้นยันยันอยู่แทบตาย |
| เนื้อถึกที่ไหนก็ไม่มี | พบแต่เสือหมีหมูกระต่าย |
| ลงนั่งปรึกษากับบ่าวนาย | ดีร้ายจะเป็นเช่นหาปลา |
| ลางคนบ่นว่าข้าได้ทัก | ไม่เซ่นวักพระไพรเจ้าป่า |
| จึงให้ปลูกศาลขึ้นเพียงตา | สังเวยเทวดาทันใด |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ แล้วขึ้นมาพากันเที่ยวค้น | พบรอยเกลื่อนกล่นมาใหม่ใหม่ |
| ตาสอดลอดแลเห็นแต่ไกล | โน่นมิใช้เนื้อหรือร้องอื้ออึง |
| หกเขยยินดีปรีดา | วางม้าขับใหญ่เข้าไปถึง |
| เห็นพระสังข์นั้งอยู่ดูตะลึง | งามละม้ายคล้ายคลึงเจ้าของปลา |
| เอ๊ะจะเป็นเช่นนั้นอีกกระมัง | จมูกยังไม่หายขายหน้า |
| ว่าพลางทางลงจากม้า | เข้าไปวันทาสุรารักษ์ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์แสร้งทำไม่รู้จัก |
| ลุกขึ้นขู่เข็ญเต้นคึกคัก | ถามทักซักไซ้ไปไหนมา |
| เที่ยวซุกซี้ซุกซนเจ้าคนเอก | โหยกเหยกยุ่งหยาบบาปหนา |
| มาลอบลักไล่เนื้อเบื่อปลา | ข่มเหงเราเจ้าป่าพนาลี |
| ทำจู่ลู่ดูหมิ่นถิ่นแคลน | ล่วงลัดตัดแดนมาถึงนี่ |
| จะยำเยงเกรงใจก็ไม่มี | เจ้าเหล่านี้คอจะหักสักคราว |
| ฯ ๖ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | ทั้งหกตกประหม่าตาขาว |
| แข็งใจแจ้งความตามเรื่องราว | ข้าเป็นลูกเขยท้าวสามนต์ |
| พ่อตาให้หาเนื้อกับอ้ายเงาะ | ทูลเดาะข้อความมาแต่ต้น |
| เอ็นดูด้วยช่วยชีวิตทั้งหกคน | พอพ้นโพยภัยบรรลัยลาญ |
| ข้าหาเนื้อที่ไหนก็ไม่มี | มฤคีหนีมาอยู่หน้าฉาน |
| เทพเจ้าจงได้โปรดปราน | ขอประทานเนื้อไปให้พ่อตา |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์ยิ้มพลางทางว่า |
| อันหมู่มฤคีนี้นา | มันหนีมนุษย์มาพึ่งเรา |
| ช้างท่านก็ร้อนตัวกลัวภัย | มาขอแล้วมิให้อย่างไรเล่า |
| เถิดซิบาปกรรมก็ทำเนา | แต่จะไห้เปล่าเปล่านั้นไม่เคย |
| ถ้ารักชีวิตจงคิดดู | เนื้อจะแลกใบหูหกเขย |
| แม้มิยอมให้ไม่ได้เลย | ผิดวิสัยสังเวยเทวา |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยได้ฟังนั่งก้มหน้า |
| เสียใจทุกคนบ่นนินทา | เทวดาเดนแช่งมันแกล้งจริง |
| จมูกแล้วหูเล่าเจ้าเลห์ | สมคะเนคงยักเอาสักสิ่ง |
| ขี้คร้านง้องอนวอนวิง | ผิดก็เพียงผู้หญิงมันไม่รัก |
| ว่าพลางทางหยิบเอาดาบมา | ส่งให้เทวดาทั้งฝัก |
| แล้วเอียงหูเข้าไปใจทึกทัก | อย่าเชือดให้หนักนักเลยพ่อคุณ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์ฉุดหูกระชากกลากหลุน |
| จะเชือดแต่เบาเบาเอาบุญ | แล้วชักดาบญี่ปุ่นออกเงือดเงื้อ |
| เขยใหญ่ขยั้นพรั่นพรึง | ร้องอึงอุยหน่าน่าเจ็บเหลือ |
| อย่างนี้ที่ไหนจะได้เนื้อ | ทำทีจะเชือดเถือแล้วรั้งรอ |
| แกล้งขยับจับจ้องลองใจ | เลือกเอาข้างไหนจะดีหนอ |
| เหนี่ยวหูขวาลงให้ก่งคอ | แข็งข้อเชือดขาดเลือดสาดไป |
| ฯ ๖ คำ ฯ ปี่กลอง | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยนิ่วหน้าน้ำตาไหล |
| จมูกแล้วปูเล่าเฝ้าเสียใจ | นี้เนื้อกรรมกระไรของเรา |
| เจ็บปวดหนักหนาอุตสาห์ทน | ต่างคนบ่นออดนั่งกอดเข่า |
| เร่งอารักษ์ตักเตือนรบเร้า | เนื้อจะให้ไหนเล่าอย่านิ่งนาน |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์ตั้งสัตย์อธิษฐาน |
| เนื้อถึงที่ตายก็วายปราณ | มากประมาณสมหวังดังใจ |
| แล้วว่าอย่าพักประดักประเดิด | เอาไปเถิดคนละตัวตามได้ |
| ถ้าจะต้องการเนื้ออีกเมื่อไร | อย่าเกรงใจจงออกมาบอกเรา |
| ฯ ๔ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยละห้อยสร้อยเศร้า |
| คำนับรับสั่งแต่เบาเบา | แล้วบังคมก้มเกล้าลามา |
| ทั้งบ่าวไพร่นายมุลวุ่นวาย | ผูกมัดเนื้อทรายขึ้นใส่บ่า |
| หกองค์ทรงม้าแล้วไคลคลา | ดั้นดัดลัดป่าไปธานี |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ เมื่อนั้น | พระสังข์สวมรูปเงาะของยักษี |
| ใส่เกือกแก้วแล้วมัดมฤคี | ครบยี่สิบถ้วนล้วนมรณา |
| เอาไม้เท้าทำคานหาบห้อย | ยกลอยขึ้นวางเหนืออังสา |
| สำแดงแผลงอิทธิฤทธา | เหาะทะยานผ่านฟ้ามาไรไร |
| ฯ ๔ คำ ฯ เชิด | |
| ๏ ครั้นถึงจึงลงหยุดอยู่ | นอกประตูบ้านริมรั้วไร่ |
| นึกจะชวนรจนาคลาไคล | กลัวจะไปทะเลาะเกาะแกะกัน |
| ไปแต่กูผู้เดียวดีกว่า | จะได้ล้อพ่อตาแล่นขันขัน |
| ถึงทั้งหกจะชกต่อยตีรัน | ได้สู้กันแต่ลำพังไม่กังวล |
| คิดแล้วเดินเดาะเหยาะย่าง | หาบเนื้อมากลางท้องถนน |
| แกล้งทำเกะกะปะผู้คน | เอาหาบชนล้มคว่ำคะมำไป |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ บัดนั้น | หญิงชายชาวเมืองน้อยใหญ่ |
| ต่างคนร้องว่าช่างกระไร | เรี่ยวแรงสุดใจเจียวเจ้าเงาะ |
| หาบเนื้อที่ไหนมานักหนาหนอ | ไม่หนักเลยหรือพ่อพาวิ่งเหยาะ |
| ลางคนบ้างกลัวบ้างหัวเราะ | บ้างร้อยเยาะงามเหวยลูกเขยพระยา |
| เด็กเด็กเซ็งแซ่เข้าแห่ห้อม | พรั่งพร้อมล้อมหลังล้อมหน้า |
| บ้างล้อว่าเออเกลอกูมา | เฮฮาโห่ฉาวกราวเกรียว |
| บ้างชวนว่าอย่าเพ่อไปก่อน | อยู่รำละครสักประเดี๋ยว |
| เจ้าเงาะไมหยุดฉุดเป็นเกรียว | หน่วงเหนี่ยวห้ามปรามมาตามทาง |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะเห็นเด็กพร้อมล้อมรอบข้าง |
| พอถึงที่ราบราบเอาหาบวาง | เข้ายืนกลางแล้วเล่นเต้นรำไป |
| ใครตบมือผิดพลั้งจังหวะ | ปะเตะปะตะต่อยถองจนร้องไห้ |
| แกล้งทำฮึดฮัดขัดใจ | ยกหาบขึ้นได้เดินดุ่มมา |
| ใครจะห้ามอย่างไรไม่ฟังเจ้า | ตรงเข้าท้องพระโรงข้างหน้า |
| ทิ้งเนื้อลงไว้ให้พ่อตา | แล้วเดินไปเดินมาไม่เกรงกลัว |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์เห็นมันให้คันหัว |
| เรี่ยวแรงกระไรเหมือนความยวัว | เนื้อยีสิบตัวช่างหาบมา |
| ไม่สมหวังดังจิตที่คิดไว้ | หุนหันหมั่นไส้จะใคร่ฆ่า |
| เห็นมันแล้วหรือเจ้ามณฑา | หยาบช้าทะนงไม่กลัวใคร |
| แค้นใจไปเขยทั้งหกคน | มันไปเที่ยวซุกซนอยู่ข้างไหน |
| ทำให้อายขายหน้าทุกคราไป | อีเมียก็ไม่กำชับกัน |
| ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยไม่สบายรีบผายผัน |
| ครั้นถึงจึ่งขึ้นพระโรงคัล | บ่าแกบเนื้อรันขึ้นไปตาม |
| เห็นเนื้อเงาะหนักหน้าช่างหาได้ | หลากใจใครช่วยมันหาบหาม |
| คิดกลัวตัวสั่นครั่นคร้าม | กราบสามทีแล้วลงก้มพักตร์ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์ผุดลุกขึ้นกุกกัก |
| ชะลูกเขยข้ามันน่ารัก | ช่างได้เนื้อขาหักที่ไหนมา |
| ยิ่งให้แก้ตัวยิ่งชั่วช้ำ | จะใคร่ทำโทษทัณฑ์ฟันฆ่า |
| นี่หากคิดนิดเดียวด้วยธิดา | จะเป็นม่ายอายหน้าประชาชน |
| บ่าวไพร่ไปด้วยก็พร้อมเพรียง | ชอบแต่สับเสี่ยงเสียให้ป่น |
| ก้มหน้าอยู่ไยไอ้หกคน | ดีแต่จะบ่นนินทากัน |
| เออหูถูกอะไรเลือดไหนหยด | ช่างเป็นเหมือนกันหมดอย่างไรนั่น |
| ไปเรือจมูกวิ่นสิ้นทั้งนั้น | เข้าไพรวันหูแหว่งกูแคลงใจ |
| ฯ ๘ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | หกเขยก้มหน้าน้ำตาไหล |
| กราบทูลเยื้องยักกระอักกระไอ | ผันแปรแก้ไขตามจน |
| ข้าไปหาเนื้อวันนี้ | ช่างกระไรไม่มีทุกแห่งหน |
| ให้บ่าวไพร่ไล่บุกซุกซน | ลดเลี้ยวเที่ยวด้นค้นคว้า |
| ชะรอยผีปีศาจประหลาดเหลือ | ซ่อนเนื้อเสียสิ้นทั้งป่า |
| แล้วดูเหมือนมีดน้อยลอยลงมา | ถูกหูข้าแหว่งวิ่นสิ้นทุกคน |
| ทั้งนี้ก็เพราะเคราะห์ของลูก | มาซ้ำถูกผีสางที่กลางหน |
| ต้องปลูกศาลเซ่นสรวงบวงบน | จึงได้เนื้อแต่คนละตัวเดียว |
| บ่ายคล้อยหน่อยหนึ่งก็กลับมา | ผีพาหลงไปในไพรเขียว |
| ลำบากบุกชัฏลัดเลี้ยว | จนหน้าเซียวแสบท้องเต็มที |
| รีบเดินแทบตายถึงชายทุ่ง | ก็ขับม้าหมายมุ่งมากรุงศรี |
| เป็นความสัตย์ทุกสิ่งจริงอย่างนี้ | ภูมีจงทรงพระเมตตา |
| ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์สำรวลสรวลร่า |
| ตบพระหัตย์ตรัสแก่นางมณฑา | มันงามหน้าแล้วเหวยลูกเขยยาย |
| จมูกแหว่งหูวิ่นสิ้นทุกคน | สมประกอบชอบกลใจหาย |
| ทั้งสองหนก่นแต่เคราะห์ร้าย | ช่างไม่อายอดสูเลยดูเอา |
| ยังว่าจะหาญฮึกทำศึกเสือ | แต่หาปลาหาเนื้อก็แพ้เขา |
| คิดจะใคร่ฆ่าตีอ้ายขี้เค้า | มันจะตายเสียเปล่าไม่เข้ายา |
| แล้วเหลียวมาว่ากับลูกสาวใหญ่ | มึงเห็นผัวหรือไม่น่าขายหน้า |
| จมูกแหว่งหูวิ่นเวทนา | อนิจจานิจจาเป็นน่ากลัว |
| ฯ ๘ คำ ฯ |
| ๏ เมื่อนั้น | หกนางตางพิศดูผัว |
| สารพัดวิปริตผิดตัว | มันช่างชั่วจริงจริงทุกสิ่งไป |
| จมูกโหว่แล้วมิหนำซ้ำหูแหว่ง | เหมือนใครแกล้งเอามีดเชือดเลือดไหล |
| ลงคนบ่นว่าไม่น่าอะไร | จมูกใบหูวิ่นสิ้นงาม |
| บ้างว่าน่าอายกับอ้ายเงาะ | มันยิงฟันหัวเราะเยาะเย้ยหยาม |
| ดูดู๋หน้าดำเป็นน้ำคราม | ไม่หมดจดงดงามเหมือนเก่าเลย |
| ลางคนเคืองค้อนแล้วค่อนว่า | สมเพชเวทนานิจจาเอ๋ย |
| ไม่น่าสมาคมชมเชย | แต่นี้ไปไม่เลยแล้วพ่อคุณ |
| บ้างบ่นอออกอดเข่าเกาหัว | โกรธผัวตัวสั่นหันหุน |
| ทุกข์ทนพ้นกำลังนั่งงวงงุน | ต่างคนเคืองขุ่นวุ่นวายใจ |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | เจ้าเงาะย่างย่องมองมาใกล้ |
| เห็นพ่อตาอาธรรม์เข้ากันไป | ไม่เอาโทษเขยใหญ่ดังสัญญา |
| ทำนับเนื้อที่กองลองเล่น | จะให้เห็นว่าใครได้มากกว่า |
| ชี้ไปตรงพระแสงแกล้งกลอกตา | เงื้อง่าท่าทีเหมือนฟาดฟัน |
| แล้วชี้เข้าที่คอเขยใหญ่ | บอกใบ้ให้รู้ดูขันขัน |
| ตบมือหัวร่ออยู่งองัน | เย้ยหยันหยอกล้อท่านพ่อตา |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| ๏ เมื่อนั้น | ท้าวสามนต์ว่าเหม่อ้ายเงาะป่า |
| จองหองพองขนพ้นปัญญา | ใบ้บ้าไม่เสงี่ยมเจียมตัวเลย |
| กลับจะมาชี้มือทำซื้อรู้ | สอนกูให้ฆ่าอ้ายหกเขย |
| มิหนำซ้ำหัวเราะเยาะเย้ย | เกินเลยนักหนาน่าขัดใจ |
| รู้แล้วคะชะเจ้ามันดีเหลือ | หาเนื้อได้มากกว่าเขยใหญ่ |
| ขึ้นหน้ามาอวดข้าหรือไร | กูฝากมึงไว้ด้วยเถิดวะ |
| คิดคิดขึ้นมาหน้าต่อยตบ | บ้าใบ้บัดซบพึ่งพบปะ |
| เถิดจะงดอดโมโหถวายพระ | ถ้าทีหลังแล้วนะไม่ละมึง |
| ดูดู๋ยังทะนงองอาจ | หัวจะขาดแม่นมั่นสักวันหนึ่ง |
|
จัดทำและนำเสนอโดย
คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
|