ประวัติที่มาเรื่องรามเกียรติ์
ห้องเรียนสีชมพู ห้องเรียนรามเกียรติ์ รามเกียรติ์ฉบับหอมรดกไทย
สมุดเยี่ยม

พระราม
|
|
| อันพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ | ทรงเพียรตามเรื่องนิยายไสย |
| ใช่จะเป็นแก่นสารสิ่งใด | ตั้งพระทัยสมโภชบูชา |
| ใครฟังอย่าได้ไหลหลง | จงปลงอนิจจังสังขาร์ |
| ซึ่งอักษรกลอนกล่าวลำดับมา | โดยราชปรีดาก็บริบูรณ์ |
|
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงพระราชสมภพเมื่อ |
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทศกัณฐ์ (ทศ=10 กัณฐ์=คอ)
รามเกียรติ์
ตอนปราบนนทก
| มาจะกล่าวบทไป | ถึงนนทกน้ำใจกล้าหาญ |
| ตั้งแต่พระสยมภูวญาณ | ประทานให้ล้างเท้าเทวา |
| อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ | สุราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า |
| บ้างให้ตักน้ำลางบาทา | บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป |
| จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู | ดูเงาในน้ำแล้วร้องไห้ |
| ฮึดฮัดขัดแค้นแน่นใจ | ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า |
| เป็นชายดูดู๋มาหมิ่นชาย | มิตายจะได้มาเห็นหน้า |
| คิดแล้วก็รีบเดินมา | เฝ้าพระอิศราธิบดี ฯ |
| ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ | |
| ครั้นถึงจี่งประณตบทบงสุ์ | ทูลองค์พระอิศวรเรืองศรี |
| ว่าพระองค์เป็นหลักธาตรี | ย่อมเมตตาปรานีทั่วพักตร์ |
| ผู้ใดทำชอบต่อเบื้องบาท | ก็ประสาททั้งพรแลยศศักดิ์ |
| ตัวข้านี้มีชอบนัก | ล้างเท้าสุรารักษ์ถึงโกฏิปี |
| พระองค์ผู้ทรงศักดาเดช | ไม่โปรดเกศแก่ข้าบทศรี |
| กรรมเวรสิ่งใดดั่งนี้ | ทูลพลางโกศีรำพัน ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ โอด | |
| เมื่อนั้น | พระอิศวรบรมรังสรรค์ |
| เห็นนนทกโศกาจาบัลย์ | พระทรงธรรม์ให้คิดเมตตา |
| จึ่งมีเทวราชบรรหาร | เอ็งต้องการสิ่งไรจงเร่งว่า |
| ตัวกูจะให้ดั่งจินดา | อย่าแสนโศกาอาลัย ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| บัดนั้น | นนทกผู้มีอัชณาสัย |
| น้อมเศียรบังคมแล้วทูลไป | จะขอพรเจ้าไตรโลกา |
| ให้นิ้วข้าเป็นเพชรฤทธี | จะชี้ใครจงม้วยสังขาร์ |
| จะได้รองเบื้องบาทา | ไปกว่าจะสิ้นชีวี ฯ |
| ฯ
๔ คำ ฯ ์ |
|
| เมื่อนั้น | พระสยมภูวญาณเรืองศรี |
ได้ฟังนนทกพาที |
ภูมีนิ่งนึกตรึกไป |
| ไอ้นี่มีชอบมาช้านอน | จำจะประทานพรให้ |
| คิดแล้วก็ประสิทธิ์พรชัย | จงได้สำเร็จมโนรถ ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| บัดนั้น | นนทกผู้ใจสาหส |
| รับพรพระศุลีมียศ | บังคมลาแล้วบทจรไป ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ | |
| ครั้นถึงบันไดไกรลาส | ขัดสมาธินั่งยิ้มริมอ่างใหญ่ |
| คอยหมู่เทวาสุราลัย | ด้วยใจกำเริบอหังการ์ ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | เทวาสุราฤทธิ์ทุกทิศา |
| สุบรรณคนธรรพ์วิทยา | ต่างมาเฝ้าองค์พระศุลี ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เหาะ | |
| ครั้นถึงซึ่งเซิงไกรลาส | คนธรรพ์เทวาราชฤาษี |
| ก็ชวนกันย่างเยื้องจรลี | เข้าไปยังที่อัฒจันทร์ ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ | |
| นนทกก็ล้างเท้าให้ | เมื่อจะไปก็จับหัวสั่น |
| สัพยอกหยอกเล่นเหมือนทุกวัน | สรวลสันต์เยาะเย้ยเฮฮา ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา | |
| บัดนั้น | นนทกน้ำใจแกล้วกล้า |
| กริ้วโกรธร้องประกาศตวาดมา | อนิจจาข่มเหงเล่นทุกวัน |
| จนหัวไม่มีผมติด | ขบฟันแล้วชี้นิ้วไป ฯ |
| ฯ
๔ คำ ฯ |
|
| ต้องสุบรรณเทวานาคี | ดั่งพิษอสุนีไม่ทนได้ |
| ลัมฟาดกลาดเกลื่อนลงทันใด | บรรลัยไม่ทันพริบตา ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ โอด | |
| เมื่อนั้น | หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศา |
| เห็นนนทกนั้นทำฤทธา | ชี้หมู่เทวาวายปราณ |
| ตกใจตะลึกรำพึงคิด | ใครประสิทธิ์ให้มันมาสังหาร |
| คิดแล้วเข้าเฝ้าพระทรงญาณ | ยังพิมานทิพรัตน์รูจี ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ | |
| ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ | ทูลองค์พระอิศวรเรืองศรี |
| ว่านนทกมันทำฤทธี | ชี้หมู่เทวานั้นบรรลัย |
| อันซึ้งนิ้วเพชรของมัน | พระทรงธรรม์ประสิทธิ์หรือไฉน |
| จึ่งทำอาจองทะนงใจ | ไม่เกรงใต้เบื้องบาทา ฯ |
| ฯ
๔ คำ ฯ |
| เมื่อนั้น | พระอิศวรบรมนาถา |
| ได้ฟังองค์อมรินทรา | จึ่งมีบัญชาตอบไป |
| ไอ้นี่ทำชอบมาช้านาน | เราจี่งประทานพรให้ |
| มันกลับทรยศกบฏใจ | ทำการหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้ ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| ตรัสแล้วจึ่งมีบัญชา | ดูราพระนารายณ์เรืองศรี |
| ตัวเจ้าผู้มีฤทธี | เป็นที่พึ่งแก่หมู่เทวัญ |
| จงช่วยระงับดับเข็ญ | ให้เย็นทั่วพิภพสรวงสวรรรค์ |
| เชิญไปสังหารอ้ายอาธรรม์ | ให้มันสิ้นชีพชีวา ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | องค์นารายณ์นาถา |
| รับสั่งถวายบังคมลา | ออกมาแปลงกายด้วยฤทธี ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ ตระ | |
| เป็นโฉมนางเทพอัปสร |
อ้อนแอ้นอรชรเฉลิมศรี |
| กรายกรย่างเยื่องจรลี | ไปสู่ที่นนทกจะเดินมา ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด เพลง | |
| บัดนั้น | นนทกผู้ใจแกล้วกล้า |
| สิ้นเวลาเฝ้าเจ้าโลกา | สำราญกายาแล้วเดินมา ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ | ์พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข |
| งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร | งามนัยน์เนตรงามกร |
| งามถันงามกรรณงามขนง | งามองค์ยิ่งเทพอัปสร |
| งามจริตกิริยางามงอน | งามเอวงามอ่อนทั้งกายา |
| ถึงโฉมองค์อัครลักษมี | พระสุรัสวดีเสน่หา |
| สิ้นทั้งไตรภพจบโลกา | จะเอามาเปรียบไม่เทียบทัน |
| ดูไหนก็เพลินจำเริญรัก | ในองค์เยาวลักษณ์สาวสวรรค |
| ยิ่งพิศยิ่งคิดผูกพัน | ก็เดินกระชั้นเข้าไป ฯ |
| ฯ ๘ คำ ฯ เข้าม่าน | |
| โฉมเอยโฉมเฉลา | เสาวภาค์แน่งน้อยพิสมัย |
| เจ้ามาแต่สวรรค์ชั้นใด | นามกรชื่อไรนะเทวี |
| ประสงค์สิ่งอันใดจะใคร่รู้ | ทำไมมาอยู่ที่นี่ |
| ข้าเห็นเป็นน่ปรานี | มารศรีจงแจ้งกิจจา ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | นางนารายณ์เยาวลักษณ์เสน่หา |
| ได้ฟังยิ่งทำมารยา | ชำเลืองนัยนาแล้วตอบไป |
| ทำไมมาล่วงไถ่ถาม | ลวนลามบุกรุกเข้ามาใกล้ |
| ท่านนี้ไม่มีความเกรงใจ | เราเป็นข้าใช้เจ้าโลกา |
| พนักงานฟ้อนรำระบำบัน | ชื่อสุวรรณอัปสรเสน่หา |
| มีทุกข์จึ่งเที่ยวลงมา | หวังว่าจะให้คลายร้อน ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| สุดเอยสุดสวาท | โฉมประหลาดล้ำเทพอัปสร |
| ทั้งวาจาจริตก็งามงอน | ควรเป็นนางฟ้อนวิไลลักษณ์ |
| อันซึ่งธุระของเจ้า | หนักเบาจงแจ้งให้ประจักษ์ |
| ถ้าวาสนาเราเคยบำรุงรัก | ก็จะเป็นภักดิ์ผลสืบไป |
| ตัวพี่มิได้ลวนลาม | จะถือความสิ่งนี้นี่ไม่ได้ |
| สาวสรรค์ขวัญฟ้ายาใจ | พี่ไร้คู่จะพึ่งแต่ไมตรี ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | นางเทพนิมิตโฉมศรี |
| ค้อนแล้วจึ่งตอบวาที | ว่านี้ไพเราะเป็นพ้นไป |
| อันซึ่งฝากไมตรีข้า | ข้อนั้นไพเราะเป็นพ้นไป |
| อันซึ่งจะฝากไมตรีข้า | ข้อนั้นอย่าว่าหารู้ไม่ |
| เราเป็นนางรำระบำใน | จะมีมิตรที่ใจผูกพัน |
| ในการนักเลงเพลงฟ้อน | จึ่งจะผ่อนด้วยความเกษมสันต์ |
| รำได้ก็มารำตามกัน | นั่นแหละจะสมดั่งจินดา ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| บัดนั้น | นนทกผู้ใจแกล้วกล้า |
| ไม่รู้ว่านารายณ์แปลงมา | ก็โสมนัสสาพันทวี |
| ยิ้มแล้วจึ่งกล่าวว่าสุนทร | ดูก่อนนางฟ้าเฉลิมศรี |
| เจ้าจักปรารมภ์ไปไยมี | พี่เป็นคนเก่าพอเข้าใจ |
| เชิญเจ้ารำเถิดนะนางฟ้า | ให้สิ้นท่าที่นางจำได้ |
| ตัวพี่จะรำตามไป | มิให้ผิดเพลงนางเทวี ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | พระนารายณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี |
| เห็นนนทกหลงกลก็ยินดี | ทำทีเยื้องกรายให้ยวนยิน ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา | |
| เทพนมปฐมพรหมสี่หน้า | สอดสร้อยมาลาเฉิดฉิน |
| ทั้งกวางเดินหงส์บิน | กินรินเลียบถ้ำอำไพ |
| อีกช้านางนอนภมรเคล้า | ทั้งแขกเต้าผาลาเพียงไหล่ |
| เมขลาโยนแก้วแววไว | มยุเรศฟ้อนในอัมพร |
| ลมพัดยอดตองพรหมนิมิต | ทั้งพิสมัยเรียงหมอน |
| ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร | พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์ |
| ฝ่ายนนทกก็รำตาม | ด้วยความพิสมัยใหลหลง |
| ถึงท่านาคาม้วนหางวง | ชี้ตรงถูกเพลาทันใด ฯ |
| ฯ
๘ คำ ฯ เพลง |
|
| ด้วยเดชนิ้วเพชรสิทธิศักดิ์ | ขาหักล้มลงไม่ทนได้ |
| นางกลายเป็นองค์นารายณ์ไป | เหยียบไว้จะสังหารราญรอน ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| บัดนั้น | นนทกแกล้วหาญชาญสมร |
| เห็นพระองค์ทรงสังข์คทาธร | เป็นสี่กรก็รู้ประจักษ์ใจ |
| ว่าพระหริวงศ์ทรงฤทธิ์ | ลวงล้างชีวิตก็เป็นได้ |
| จึ่งมีวาจาถามไป | โทษข้าเป็นไฉนให้ว่ามา ฯ |
| ฯ ๔ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | พระนารายณ์บรมนาถา |
| ได้ฟังจึ่งมีบัญชา | โทษามึงใหญ่หลวงนัก |
| ด้วยทำโอหังบังเหตุ | ไม่เกรงเดชพระอิศวรทรงจักร |
| เอ็งฆ่าเทวาสุรารักษ์ | โทษหนักถึงที่บรรลัย |
| ตัวกูก็คิดเมตตา | แต่จะไว้ชีวามึงไม่ได้ |
| ตรัสแล้วแกว่งตรีเกรียงไกร | แสงกระจายพรายไปดั่งไฟกาล ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| บัดนั้น | นนทกผู้ใจแกล้วหาญ |
| ได้ฟังจึ่งตอบพจมาน | ซึ่งพระองค์จะผลาญชีวี |
| เหตุใดมิทำซึ่งหน้า | มารยาเป็นหญิงไม่บัดสี |
| หรือว่ากลัวนิ้วเพชรนี้ | จะชี้พระองค์ให้บรรลัย |
| ตัวข้ามีมือแต่สองมือ | หรือจะสู้ทั้งสี่กรได้ |
| แม้นสี่มือเหมือนพระองค์ทรงชัย | ที่ไหนจะทำได้ดั่งนี้ ฯ |
| ฯ ๖ คำ ฯ | |
| เมื่อนั้น | พระนารายณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี |
| ได้ฟังจึ่งตอบวาที | กูนี้แปลงเป็นสตรีมา |
| เพราะมึงจะถึงแก่ความตาย | ฉิบหายด้วยหลงเสน่หา |
| ใช่ว่ากลัวฤทธา | ศักดานิ้วเพชรนั้นเมื่อไร |
| ชาตินี้มึงมีแต่สองหัตถ์ | จงไปอุบัติเอาชาติใหม่ |
| ให้สิบเศียรสิบพักตร์เกรียงไกร | เหาะเหินเดินได้ในอัมพร |
| มีมือยี่สิบซ้ายขวา | ถือคทาอาวุธธนูศร |
| กูจะเป็นมนุษย์แต่สองกร | ตามไปราญรอนชีวี |
| ให้สิ้นวงศ์มึงอันศักดา | ประจักษ์แก่เทวาทุกราศี |
| ว่าแล้วกวัดแกว่งพระแสงตรี | ภูมีตัดเศียรกระเด็นไป ฯ |
| ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด โอด | |
| ครั้นล้างนนทกมรณา | พระจักราผู้มีอัชณาสัย |
| เหาะระเห็จเตร็จฟ้าด้วยว่องไว | ไปยังเกษียรวารี ฯ |
| ฯ ๒ คำ ฯ เชิด | |
| เมื่อนั้น | ฝ่ายนางรัชดามเหสี |
| องค์ท้าวลัสเตียนธิบดี | เทวีมีราชบุตรา |
| คือว่านนทกมากำเนิด | เกิดเป็นพระโอรสา |
| ชื่อทศกัณฐ์กุมารา | สิบเศียรสิบหน้ายี่สิบกร |
| อันน้องซึ่งถัดมานั้น | ชื่อกุมภรรณชาญสมร |
| องค์พระบิตุเรศมารดร | มิให้อนาทรสักนาที |
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| กระเษียรวารี | เกษียร
สมุทรหรือทะเลน้ำนม ขณะบรรทมพระนารายณ์จะประทับอยู่บนพญาอนันตนาคราชกลางเกษียรสมุทร ซึ่งมักเรียกว่า นารายณ์บรรทมสินธ์ (เมื่อเหาะเหินจึงจะทรงครุฑซึ่งมักเรียกว่า นารายณ์ทรงสุบรรณ) |
| เกลง | ยังไม่ทราบความหมาย
ข้อความว่า"ใครมารำเกลงเพลงฟ้อน"น่าจะหมายความว่า ใครมารำตามเพลงด้วย
รามเกียรติ์บางฉบับใช้ข้อความวรรคนี้ต่างไปว่า "ในการนักเลงเพลงฟ้อน" |
| ไกรลาส | ชื่อภูเขาที่เป็นที่ประทับของพระอิศวร |
| ครธรรพ์ | ชาวสวรรค์พวกหนึ่ง มีความชำนาญในวิชาคนตรีและขับร้อง |
| จุไร | ผมที่เกล้าเป็นจุกและประดับอย่างสวยงาม |
| ตรัยตรึงศา | ตรัยตรึงศ์หรื่อดาวดึงส์ แปลว่า ๓๓ เป็นชืท่อสวรรค์ที่มีเทพชั้นผู่ใหญ่ ๓๓ องค์ และมีพระอินทร์เป็นหัวหน้า เป็นสวรรค์ชั้นที่สองแห่งฉกามาพจร (สวรรค์ ๖ ชั้นฟ้า) |
| ตรี | คือ ตรัสูล เป็นอาวุธง่าม ปกติเป็นเทพอาวุธของพระอิศวรแต่ในที่นี้เป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ |
| เทพนมปฐมพรหมสี่หน้า | ท่ารของนางรำที่เป็นพระนารายณ์แปลได้แก่
๑)เทพนม๒)ปฐม ๓)พรหมสี่หน้า ๔)สอดสร้อยมาลา ๕)กวางเดินดง ๖)หงส์บิน ๗)กินรินเลียบถ้ำ ๘)ช้านางนอน ๙)ภมรเคล้า ๑0)แขกเต้าเข้ารัง ๑๑) ผาลาเพียงไหล่ ๑๒)เมขลาล่อแก้ว ๑๓)มยุเรศฟ้อน ๑๔)ลมพัดยอดตอง ๑๕)พรหมนิมิต ๑๖)พิสมัยเรียงหมอน ๑๗)มัจฉาชมสาคร ๑๘)พระสี่กรขว้างจักร ๑๙) นาคาม้วยหาง ท่านาคาม้วนห้างเป็ฯท่าที่นางรำที่เป็นพระนารายณ์แปลงลวงให้ นนทกรำต่อไปจนต้องชี้ที่ขาของตน |
| เทพอัปสร | นางฟ้า |
| ธาตรี | แผ่นดิน,โลก |
| นนทก,นนทุก | ในรามเกียรติ์พระราชนืพนธ์รัชกาลที่๑
ตัวละครตัวนี้ชื่อว่านนทก ส่วนพระราชนิพนธ์เบิกโรงในราชกาลที่๔ ใช้ว่านนทุก
ดังนี้ เรื่องนารายณ์กำราบปราบนนทุก ในต้นไตรตายุคโบราณว่าเป็น เรื่องดึกดำบรรพ์สืบกันมา ครั้งศรีอยุธยาเอามาใช้ ต่อมาในราชกาลที่๖ มีพระราชนิพนธ์เบิกโรงเรื่องอัปสราวตาร หรืออัจฉราวตาร หรือสุดาวตาร (ซึ่งหมายถึงพระนารายณ์อวตารเป็นนางฟ้า) ก็ปรากฎว่าเรยีกตัวละครนี้ว่านนทุกเช่นกัน (อ้างจาก หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล. งานละครของพระบาทสมเด็จพระลงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพ :ไทยวัฒนาพานิช,๒๕๑๗)ในหนังสือเรียนวรรณคดีจักษ์นี้ใช้นนทก ตามฉบับรัชกาลที่๑ |
| นาคี | นาค คืองูใหญ่มีหงอน เป็นสัตว์ในนิยาย |
| บทบงสุ์,บทศรี | ใช้หมายถึงพระบาทของเทวดาหรือกษัตริย์ เป็นต้น |
| บังเหตุ | ประมาท,ทำให้เป็นเหตุ |
| พระหริวงศ์ | พระนารายณ์ |
| พระองค์ทรงสังข์คทาธร เป็นสี่กรก็รู้ประจักษ์ใจ |
พระนารายณ์
ตามคติอินเดียว่ามีสี่กรถือสังข์ จักรคทา |
| ไฟกาล |
ไฟกัลป์ หรือ
ไฟบรรลัยกัลป์ ตามคติพราหมณ์เชื่อว่า |
| ภักษ์ผล | ผลสำเร็จ |
| ลักษมี | ชายาของพระนารายณ์ |
| วิทยา | ในที่นี้คือ วิทยาธร ชาวสวรรค์พวกหนึ่งมีวิชาอาคม |
| สำเร็จมโนรถ | ได้ตามต้องงการ |
| สิ้นท่า | ครบทุกท่ารำ |
| สุบรรณ | ครุฑ คือ พญานกในเทพนิยาย |
| สุรัสวดี | ชายาของพระพรหม |
| โสมนัสา | คือคำวา โสมนัยน์ หมายความว่า ยินดี |
| หัสนัยน์ | ผู้มีพันตา
หมายถึง พระอินทรเหป็นเทวราช ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดุงส์ |
| อสุนี | อสุนีบาต หมายถึง ฟ้าผ่า |
| อัฒจันทร์ | ในที่นี้หมายถึงขั้นบันได |
ห้องเรียนสีชมพู ห้องเรียนรามเกียรติ์
จัดทำและนำเสนอโดย
คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี