โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยนักเรียนชั้น ม.1 และม.2โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู  มุมร้อยกรอง หลักภาษา ทดสอบด้วยตนเอง   

แบบทดสอบภาษาไทยประกอบด้วยหลักภาษาไทย ความงามทางภาษา ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา
                                       การโน้มน้าวใจภาษากับเหตุผล วารีดุริยางค์ ลิลิตตะเลงพ่าย

แบบฝึกหัดสำนวน

..๑. "กำลังของเราน้อย จะไปสู้เขาไหวหรือ มันเข้าทำนอง..... นะเพื่อน"
๑. เกลือจิ้มเกลือ
๒. เอาทองรู่กระเบื้อง
๓. หิ่งห้อยแข่งแสงจันทร์
๔. ไม้ซีกงัดไม้ซุง

..๒. ข้อใดใช้สำนวนไม่ถูกต้อง
๑. เขาต้องเสียเงินไปทีละเล็กทีละน้อย เบี้ยบ้ายรายทางไปเรื่อยๆ
๒. เขาชอบคุยคนโน้นคนนี้เป็นการเสี้ยมเขาควายให้ชนกันแท้ๆ
๓. ถามอะไรก็ไม่ตอบ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรืออย่างไร
๔. เขาเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านอยู่เสมอ

..๓. สำนวนใดเหมาะสมที่สุดสำหรับเติมในช่องว่าง
"เขาเป็นคนฉลาด บอกเขาสั้นๆเขาฏ้ทำตามได้ไม่ต้อง..... "
๑. แจงสี่เบี้ย
๒. จ้ำจี้จ้ำไช
๓. ปากเปียกปากแฉะ
๔. ชักแม่น้ำทั้งห้า

..๔. ข้อความต่อไปนี้ตรงกับสำนวนไทยข้อใด
"ทั้งสองประเภทต่างประสบปัญหาเรื่องเดียวกัน การเข้ามาช่วยเหลือกันก็เท่ากับกำลังจะจมน้ำตายช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำตายด้วยกัน"
๑. เตี้ยอุ้มค่อม
๒. กอดคอกันตาย
๓. เคียงบ่าเคียงไหล่
๔. ร่วมทุกข์ร่วมสุข

..๕. ข้อใดเหมาะสมที่จะเติมในช่องว่าง
"นกนี่แย่จริงๆ ชอบจับผิดคนอื่นเขา เรื่องเล็กก็ทำเป็นเรื่องใหญ่ ที่ตัวเองผิดล่ะก็ไม่ค่อยจะรู้ตัวบางทีก็ปิดเสียเงียบเชียว"
๑. ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด
๒. ว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเอง
๓. ไม่รู้ไม่ชี้
๔. โทษคนอื่นมองเห็นเป็นภูเขา โทษของเราแลเห็นเท่าเส้นผม


..๖. ข้อใดใช้สำนวนถูกต้องมากที่สุด
๑. เด็กๆพวกนี้คึกคักยังกับจับปุใส่กระด้งเชียวนะ
๒. เขามีตาเป็นสับปะรดเชียวนะ เพราะฉะนั้นเราจะพูดจะทำอะไรต้องระมัดระวังเอาไว้บ้าง
๓. คนสมัยใหม่ไม่ค่อยจะเชื่อกฎแห่งกรรม แต่สำหรับฉันเชื่อว่ากรรมติดตามเราเหมือนกงจักรกับดอกบัว
๔. เราอย่าไปเอาอย่างงานศพของครอบครัวนั้นเลย ทำแต่พอสมฐานะดีกว่า เดี๋ยวจะได้เชื่อว่า
นอนตายตาไม่หลับ

..๗. "สองคนนี้เขารู้จุดอ่อนและเล่ห์เหลี่ยมของกันและกันเหมือน..... นั่นแหละ"
๑. เพรชตัดเพรช
๒. คอหอยกับลูกกระเดือก
๓. ขนมพอสมน้ำยา
๔. ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

..๘. "ฉันอยากจะเลือกเขาเป็นหัวหน้าเหมือนกัน แต่ได้ยินว่าเขาเป็นคนโกงมิหนำซ้ำยังเคย
เป็นนักเลงฆ่าคนมามาก ฉันเลยรู้สึกเหมือน..... อย่างนั้นแหละ"
๑. น้ำท่วมปาก
๒. กินน้ำเห็นปลิง
๓. แกว่งเท้าหาเสี้ยน
๔. ชักใบให้เรือเสีย

..๙. สำนวนในข้อใดเติมลงในช่องว่างได้เหมาะสม
"คุณจันจิรา งานชิ้นนี้ผมลงทุนไปหลายล้านนะครับ คุณจะทำแบบ..... อย่างที่ผ่านมาไม่ได้นะ"
๑. หมายน้ำบ่อหน้า
๒. สุกเอาเผากิน
๓. ผักชีโรยหน้า
๔. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

..๑o. สำนวนใดเหมาะสมที่จะเติมลงในช่องว่าง
"คุณอุตส่าห์ทำขนมจ่ามงกุฏให้คุณหญิง แต่เพิ่งรู้ว่าท่านทำขนมนี้เก่งมาก ฉัน..... แท้ๆ"
๑. จุดไต้ตำตอ
๒. อัฐยายซื้อขนมยาย
๓. เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน
๔. เนื้อเต่ายำเต่า


..๑๑. สำนวนในข้อใดจะเติมลงในช่องว่างได้อย่างเหมาะสม
"ข้อสอบนี้ดูดีๆแล้วไม่ยากหรอก ตัวเลือกมันลวงอยู่นิดเดียว เฉลยแล้วต้องร้อง อ๋อนี่มัน..... แท้ๆ"
๑. ผีบังตา
๒. หญ้าปากคอก
๓. ใกล้เกลือกินด่าง
๔. เส้นผมบังภูเขา

..๑๒. "คุณคิดอย่างไรนะ อยากปรับปรุงทุกอย่างให้ดี มีโครงการเสียใหญ่โต แต่กลัวจะต้องใช้
เงินมากไม่กล้าลงทุน อย่างนี้เขาเรียกว่า..... "
๑. คิดเล็กคิดน้อย
๒. ฆ่าควายเสียดายพริก
๓. กินข้าวต้มกระโจมกลาง
๔. ขี่ช้างจับตั๊กแตน

..๑๓. สำนวนใดเหมาะสมที่จะเติมลงในช่องว่าง
"ถ้าเธอทำขนมเป็นจริงๆฉันคงไม่ต้อง..... บอกวิธีทำโดยละเอียดอย่างนี้"
๑. แจงสี่เบี้ย
๒. ชักแม่น้ำทั้งห้า
๓. สอนหนังสือสังฆราช
๔. สีซอให้ควายฟัง

..๑๔. ข้อใดใช้สำนวนการเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง
๑. เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นอย่าทำเป็นกระต่ายตื่นตูมไปเลย
๒. เขาเป็นลูกชาวนามาก่อนแต่กลับดูถูกชาวนาเข้าทำนองวัวลืมตีน
๓. เด็กคนนี้ปัญญาไม่ดีสอนเท่าไรไม่รู้จักจำเหมือนตักน้ำรดหัวตอ
๔. เหมือนคุณบูชาโทษ ผมเป็นคนช่วยเขาแท้ๆ ยังถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเขา

..๑๕. ผู้มีอาชีพที่คนทั่วไปนับถือ คอยแนะนำสั่งสอนคนให้เป็นคนดี แต่กลับปฏิบัติตนเอง
ในทางตรงกันข้าม คนลักษณะนี้ตรงกับสำนวนข้อใด
๑. หน้าเนื้อใจเสือ
๒. มือถือสาก ปากถือศีล
๓. ปากหวานก้นเปรี้ยว
๔. ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ


..๑๖. บุคคลักษณะใดที่จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องด้วยเสียหายมากที่สุด
๑. ปากอย่างใจอย่าง
๒. ปากหวานก้นเปรี้ยว
๓. มือถือสากปากถือศีล
๔. ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ

..๑๗. "คนที่รู้อะไรด้านเดียว แล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น" ตรงกับสำนวนในข้อใด
๑. ตาบอดได้แว่น
๒. ตาบอดคลำช้าง
๓. ตาบอดสอดตาเห็น
๔. ตาบอดตาใส

..๑๘. ข้อใดเป็นสำนวนทุกตัว
๑. แก้เผ็ด แก้มือ แก้ไข แก้เกี้ยว แก้ลำ
๒. คู่ปรับ คู่หู คู่มือ คู่ควร คู่ใจ
๓. มือปืน มือมืด มือขวา มืออ่อน มือรอง
๔. หน้าม้า หน้าแดง หน้าปั้น หน้าเลือด หน้าบาง

..๑๙. ข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับสำนวน "นกสองหัว" มากที่สุด
๑. ตีสองหน้า
๒. จับปลาสองมือ
๓. สองฝักสองฝ่าย
๔. เหยียบเรือสองแคม

..๒o. "นางเห็นรูปสุวรรณอยู่ชั้นใน เอารูปเงาะสวมไว้ให้คนหลง" ความหมายแฝงข้อความข้างบนนี้ตรงกับสำนวนไทยในข้อใด
๑. น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก
๒ ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
๓. ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด
๔. ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง


..๒๑. "ถ้าพี่จะไปขอ ไปขอ พ่อจะว่าอย่างไร
น้องสุดแสนดีใจ หากพี่ไปขอน้องจริงๆ"
คำตอบข้างต้นนี้ เรียกตามสำนวนไทยว่าอย่างไร
๑. กำปั้นทุบดิน
๒. กระดี่ได้น้ำ
๓. เออออห่อหมก
๔. ไปไหนมา สามวาสองศอก

..๒๒. ประโยคในข้อใด มีลักษณะบกพร่องในเรื่องการใช้สำนวน
๑. เพียงเนตรเป็นคนมือไว เลยฉวยผ้าชิ้นสวยไปได้ก่อนเพื่อน
๒. บุษบาเป็นคนมือดี จับฉลากครั้งใดได้รางวัลทุกครั้ง
๓. นพพรเป็นคนมือขึ้น ทำกิจการอะไรก็เจริญรุ่งเรืองไปหมด
๔. เยาวนุชเป็นเด็กมืออ่อน พบใครเป็นรีบยกมือไหว้ทันที

..๒๓. "งานจะสำเร็จได้ทุกคนต้องร่วมปรึกษาหารือกัน ร่วมทำงานกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด
ต่างคนต่างทำ ถ้าเป็นเช่นนี้ย่อมประสบความสำเร็จได้ยาก" การทำงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ
ตรงกับสำนวนในข้อใด
๑. พายเรือคนละที
๒. พายเรือทวนน้ำ
๓. พายเรือในหนอง
๔. พายเรือในอ่าง

..๒๔. ความหมายของสำนวนคู่ใด ไม่ เป็นไปในทำนองเดียวกัน
๑. ขิงก็รา ข่าก็แรง - ขนมผสมน้ำยา
๒. ยุให้รำตำให้รั่ว - เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
๓. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ - ตำข้าวสารกรอกหม้อ
๔. แกว่งเท้าหาเสี้ยน - เอามือซุก***บ

..๒๕. นายแดงถูกกล่าวหาว่ารักหลานไม่เท่ากัน คือรักหลานชายมากกว่าหลานสาว นายแดงเถียง
ว่ารักเท่ากัน เพราะแบ่งความรักให้ฝ่ายละครึ่ง หลานชายมีคนเดียวเลยรับเต็มครึ่ง แต่หลานสาว
มีหลายคน ก็ต้องเอาครึ่งนั้นไปแบ่งกันอีกที
คำพูดของนายแดงเป็นการกระทำในลักษณะใด
๑. แก้เก้อ
๒. แก้หน้า
๓. แก้ต่าง
๔. แก้เกี้ยว


..๒๖. เขาควรจะได้รับเลือกเป็นประธานในครั้งนี้ ฉันก็ตั้งใจจะเลือกเขา แต่แอบไปได้ยินมาว่า เขามีพฤติกรรมเบื้องหลังไม่สะอาดนัก ฉันก็เลยต้องคิดหนัก มีความรู้สึกเหมือน.....
สำนวนข้อใดที่เหมาะสมจะนำมาเติมลงในช่องว่าง
๑. กินปูนร้อนท้อง
๒. กินน้ำเห็นปลิง
๓. กินน้ำเผื่อแล้ง
๔. กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง

..๒๗. ข้อใดใช้สำนวนไม่ถูกต้อง
๑. ตั้งแต่เขาได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีดูเหมือนจะมีคนมาหาจนหัวกระไดไม่แห้ง
๒. การพูดของธนาครั้งนี้ เขาไม่ได้เตรียมตัวเลย การพูดจึงเป็นแบบขายผ้าเอาหน้ารอด
๓. ถ้าเหนื่อยก็ลาออกเลย งานเข็นของ่สงร้านค้าหนักมากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา
๔. ลูกสาวเธอสนใจเล่นดนตรีไทยเหมือนเธอเลย เป็นปี่เป็นขลุ่ยกันดีแท้ๆ

..๒๘. ข้อใดใช้สำนวนไทยถูกต้อง
๑. ลูกสาวเธอโชคดีนะตกถังข้าวสาร ได้แต่งงานกับเศรษฐีที่ดินสบายไปเลย
๒. แกงชามนี้เติมเกลือแล้วรสดีขึ้นมาก เห็นไหมล่ะแกงจืดจึงรู้คุณเกลือ
๓. คนบ้านใกล้เรือนเคียง ต้องมีน้ำใจไม่ตรีแบ่งปันกันแบบหมูไปไก่มา
๔. เชิญคุณเลือกทำเลและแบบบ้านเองดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวเข้าตำราปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย

..๒๙. สำนวนใดใช้กล่าวเพื่อเตือนสติ
๑. เงาตามตัว
๒. ไว้เนื้อเชื่อใจ
๓. คอขาดบาดตาย
๔. บ้านเมืองมีขื่อมีแป

..๓o. ข้อใดใช้สำนวนถูกต้อง
๑. อุบัติเหตุคราวนี้เขาไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัสแค่คางเหลืองเท่านั้น
๒. เขาชอบเอะอะโวยวายเป็นฆ้องปากแตกสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ
๓. เขาทำงานอย่างขอไปที ไม่ได้อย่างนี้ก้เอาอย่างนั้นพอให้เสร็จๆไปเรียกว่าจับแพะชนแกะแท้ๆ
๔. แม้จะรู้ว่าผูหญิงที่เขาแต่งงานด้วยมีประวัติไม่ดีมาก่อน เขาก็ไม่กล้าโวยวายเพราะเกรงว่าจะเป็นการลูบหน้าปะจมูก


..๓๑. ถึงว่ากษัตริย์ทั้งสี่กรุง จะมาช่วยรบพุ่งเป็นศึกใหญ่
กูก็ไม่ครั่นคร้ามขามใคร จะหักให้เป็นภัสม์ธุลีลง
ผู้กล่าวข้อความนี้อยู่ในภาวะอารมณ์ตรงกับสำนวนข้อใด
๑. เลือดเข้าตา
๒. เลือดขึ้นหน้า
๓. เลือดร้อน
๔. เลือดเดือด

..๓๒. ข้อใดใช้สำนวนไทยถูกต้อง
๑. โจรปล้นแบงก์เลือดเข้าตาสู้ไม่ถอย
๒. กางเกงยีนส์ตัวนี้มิใช่ใส่ไปวัดไปวาได้เท่านั้น แต่ไปได้ทั่ว
๓. สังคมปัจจุบันดูไม่จริงใจต่อกัน ใส่หน้ายักษ์เข้าหากันตลอดเวลา
๔. หน่วยงานนี้ทำงานเหมือน "หุ่นในกระบอก" ที่ถูกชักใยอยู่ข้างหลังไม่มีผิด

..๓๓. สำนวนใดที่ควรเติมในบทสนทนาต่อไปนี้
"ฉันว่าเขาพูดไม่จริงนะ"
"ก็เรื่องมันแล้วไปแล้วอย่า____เลยนะ"
๑. มากหมดมากความ
๒. เอามือไปซุก***บ
๓. แกว่งเท้าหาเสี้ยน
๔. ฟื้นฝอยหาตะเข็บ

..๓๔. พูดอะไรไม่มีหูรูด ไม่ควรที่จะพูดก็เผย
รู้เรื่องของใครไม่เคย จะเฉยเลยละโพนทะนา
พฤติกรรมการพูดของบุคคลตามคำประพันธ์ข้างต้นตรงกับสำนวนไทยในข้อใด
๑. ฆ้องปากแตก
๒. ปากหอยปากปู
๓. ปลาหมอตายเพราะปาก
๔. ต่อความยาวสาวความยืด

..๓๕. สำนวนข้อใดบอกถึงลักษณะนิสัย
๑. ยุให้รำตำให้รั่ว
๒. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
๓. เขียนเสือให้วัวกลัว
๔. จับปลาสองมือ


อ้างอิง: อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์
คู่มือภาษาไทย เอนทรานซ์ ม.4-6 . สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,กรุงเทพมหานคร, 2543




...เฉลยแบบฝึกหัดสำนวน...
๑...๔ ๒...๔ ๓...๑ ๔...๑ ๕...๔
๖...๒ ๗...๔ ๘...๒ ๙...๒ ๑๐..๓
๑๑..๔ ๑๒..๒ ๑๓..๑ ๑๔..๓ ๑๕..๒
๑๖..๓ ๑๗..๒ ๑๘..๔ ๑๙..๔ ๒๐..๔
๒๑..๔ ๒๒..๑ ๒๓..๑ ๒๔..๓ ๒๕..๔
๒๖..๒ ๒๗..๑ ๒๘..๔ ๒๙..๔ ๓๐..๑
๓๑..๓ ๓๒..๔ ๓๓..๔ ๓๔..๑ ๓๕..๒



: ด.ญ.ปุญญิศา อารีกุล เลขที่ 16 ม.2/11B - 14/11/2005 21:42

 

แบบฝึกหัด วิชาภาษาไทย ม.1-ม.3
แบบฝึกหัด ตะลุยโจทย์ ม.1-ม.3 วิชาภาษาไทย (ช่วงชั้นที่ 3)



1.ข้อใดเป็นคำไทยแท้
1) เห็นวัดร้างข้างเขาดูเก่าแก่ ยังมีแต่รูปพระชินสีห์
2) โบสถ์โบราณบานประตูยังอยู่ดี พอราตรีกราบไหว้อาศัยนอน
3) ครั้นรุ่งเช้าเอาขนมทั้งส้มลิ้น พอกินอิ่มแล้วออกเดินเนินสิงขร
4) ถึงบ้านกร่างทางคนเขาหามคอน เห็นเด็กต้อนควายอึงคะนึงไป

2.ข้อใดใช้คำศัพท์ได้ถูกต้องทุกคำ
1) ไนต์คลับ คลินิก โซเดียม
2) แท็กซี่ แทนลั่นทม
3) น็อต ล็อต เต็นท์
4) ดอลล่าร์ ดีเปรสชั่น แฟชั่น

3.ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นเป็นเสียงเดียวกัน
1) เฒ่าแก่ ธงทอง เทิดทูน
2) สร้างสรรค์ ทรุดโทรม ซาบซ่า
3) เชิดชู ฉาบฉวย ชัดเจน
4) เพิ่มพูน ผลผลิต ผูกพัน

4. “ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา
ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้
ภายในย่อมรสา เอมโอช
สาธุชนนั่นแล้ เลิศด้วยดวงใจ”
คำประพันธ์นี้มีอักษรนำกี่พยางค์
1) 2 พยางค์ 2) 3 พยางค์
3) 4 พยางค์ 4) 5 พยางค์

5.คำประพันธ์ในข้อที่ 4 ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร
1) คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ
2) ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
3) ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
4) คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล

6.ข้อใดเป็นได้ทั้งคำตายและคำลหุทุกพยางค์
1) ไปกันเถอะ 2) เปิดอกพูด
3) มุทะลุ 3) อกจะแตก

7.ข้อใดใช้คำไม่ตรงความหมาย
1) เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องปิดบังอะไร
2) เขาละก็ชอบทำตัวลึกลับเสมอ
3) เขาถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีขับรถชน
4) ทำอะไรก็ต้องให้เสร็จอย่าละทิ้งกลางคัน

8.ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ
1) ยกครู ยกมือ ยกยอด
2) แม่ทัพ แม่น้ำ แม่เบี้ย
3) บ้านเมือง บ้านช่อง บ้านรก
4) คัดเลือก คัดจมูก คัดออก

9.คำซ้ำในข้อใดมีลักษณะเป็นสำนวน
1) บ้าๆบอๆ 2) หลับๆตื่นๆ
3) งูๆปลาๆ 4)เจ็บๆไข้ๆ
10.คำซ้ำในข้อใดมีความหมายเป็นพหูพจน์
1) นิสัยเด็กๆ 2) หน้าตาเด็กๆ
3) พูดเป็นเด็กๆ 4) เล่นกับเด็กๆ

11.สำนวนไทยในข้อใดมีความหมายต่างพวก
1) กินอิฐกินทราย 2) กินนอกกินใน
3) กินจุบกินจิก 4) กินเล็กกินน้อย

[img]http://www.student.chula.ac.th/~45436461/picture/s15.gif [/img]12.คำว่า "ไป" ในข้อใดไม่ใช่คำกริยา
1) ไปกันเถอะ 2) จะไปก็ไป
3) ไม่ไปกับใคร 4) กินไปทำไม

13.จากข้อ12 ตัวเลือกในข้อใดบอกความหมายเชิงอนุญาต
1) ข้อ 1) 2) ข้อ 2)
3) ข้อ 3) 4) ข้อ 4)

14.คำไทยแท้ในข้อใดเป็นคำนามทุกคำ
1) ระฆัง หญิง หญ้า 2) นาน นับ นอน
3) งู งาม ฟ้า 4) ศึก เศร้า ศก

15.คำในข้อใดมีตัวสะกดอยู่ในมาตราเดียวกัน
1) บุญ จร สัณฑ์ 2) เมฆ เพศ เศษ
3) เปรต เล่ห์ ลาด 4) ชล ชาด ชื่น

16.คำในข้อใดเกิดจากการแทรกเสียงและเติมพยางค์
1) กระจุ๋มกระจิ๋ม

2) กระจุกกระจิก
3) กระโดดโลดเต้น
4) กระชุ้มกระชวย

17.ข้อใดเป็นคำยืมจากภาษาบาลีทุกคำ
1) สิริ อมตะ อัจฉรา
2) แพทย์ อมฤต กีรติ
3) สิกขา พิสดาร สถาปนา
4) อักขร ศึกษา มัสยา

จากข้อ 17 ตัวเลือกใดมีคำยืมจากภาษาสันสกฤตทุกคำ
1) ข้อ 1) 2) ข้อ 2)
3) ข้อ 3) 4) ข้อ 4)
15.gif [/img]19.คำในข้อใดใช้ลักษณนามตรงกับลักษณนามของคำว่า " เกี๊ยว"
1) เก้าอี้ 2) เกือกม้า
3) เกลือ 4) เกาทัณฑ์

20.ข้อใดสะกดไม่ถูกต้อง
1) ฉันคาดคะเนเหตุการณ์ผิดพลาดไป
2) เครื่องหมายกาชาดเป้นกากบาทสีแดง
3) เด็กดีจะไม่เล่นพนันบอล
4) ยาไทยมักสะกัดจากสมุนไพรไทย

21.ข้อใดใช้ยมกแทนคำซ้ำไม่ได้
1) เอาเถอะ

2) ไป
3) คง

4) กิน

22.ข้อใดกร่อนเสียงพยางค์หน้า
1) จะจะ
2) มะลิ
3) ฉะนั้น
4) มะละกอ

23.ข้อใดแสดงว่าผู้พูดมิได้นิ่งนอนใจในงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ
1) ผมพยายามจะทำอยู่
2) ผมกำลังทำอยู่
3) ผมกำลัจะทำอยู่

4) ผมตั้งใจจะทำอยู่

24.ข้อใดเป็นประโยคที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศ
1) เมื่อวานนี้ผมส่งการบ้านไปแล้ว
2) ขนมชิ้นนี้เป็นของผม
3) ผมสนใจวิชาภาษาอังกฤษมากกว่าวิชาอื่นๆ
4) ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่นานกว่า 3 ปี

25. ข้อใดไม่ใช่ประโยคคำถาม
1) ใครๆก็รู้
2) ใครรู้บ้าง
3) ไปกับใคร
4) ใครไม่ไป

26.ข้อใดใช้สำนวนเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง
1) อาจารย์ท่านนี้ตรงยังกับไม้บรรทัดแหละเธอ
2) ทำอะไรต้องทำให้แล้วเสร็จ โบราณเขาว่าก่อแล้วต้องสาน
3) ผู้หญิงที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตันน่ะเขาเรียกว่าไก่แก่แม่ปลาช่อน
4) สมัยนี้นะมือใครยาวสาวได้สาวเอา คนเลยเห็นแก่ตัวมากขึ้น

27.คำซ้อนเพื่อความหมายในข้อใดมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าคำเดิม
1) ดูแล
2) เดือดร้อน
3) พัดวี
4) ขัดถู

28.ข้อใดมีวรรณยุกต์ครบทุกเสียง
1) จึ่งมีบัญชาประกาศิต
2) สั่งลูกพระอาทิตย์ชาญสมร
3) จงเตรียมโยธาวานร
4) เราจะไปราญรอนทศกัณฐ์

29.คำในข้อใดไม่มีความหมายเป็นสำนวน
1) ถือกำเนิด
2) ถือดี
3) ถือตัว
4) ถือท้าย

30.ข้อใดละ "บุพบท" ได้
1) เขาไปถึงชลบุรีอาทิตย์ที่แล้ว
2) เสื้อตัวนี้เอามาแต่บ้าน
3) แม่น้ำไหลมาจากภูเขา
4) เขามาร่วมงามเพื่อเป็นเกียรติแก่โรงเรียน


เฉลย
1) เฉลย 4) ถึงบ้านกร่างทางคนเขาหามคอน เห็นเด็กต้อนควายอึงคะนึงไป
2) เฉลย 1) ไนต์คลับ คลินิก โซเดียม
3) เฉลย 2) สร้างสรรค์ ทรุดโทรม ซาบซ่า
4) เฉลย 4) 5 พยางค์ ได้แก่ ขนุน สล้าง หนาม หนา หนั่น
5) เฉลย 2) ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
6) เฉลย 3) มุทะลุ เป็นคำตายและคำลหุทุกพยางค์
7) เฉลย 4) ทำอะไรก็ต้องให้เสร็จอย่าทิ้งกลางคัน
8) เฉลย 2) แม่ทัพ แม่น้ำ แม่เบี้ย เป็นคำประสม
9) เฉลย 3) งูๆปลาๆ หมายความว่า ไม่ชำนาญ
10) เฉลย 4) เล่นกับเด็กๆ คำว่า "เด็กๆ" เป็นพหูพจน์
11) เฉลย 3) กินจุบกินจิก = กินตลอดเวลา
12) เฉลย 4) กินไปทำไม คำว่า "ไป" เป็นคำวิเศษณ์
13) เฉลย 2) จะไปก็ไป มีความหมายเชิงอนุญาต
14) เฉลย 1) ระฆัง หญิง หญ้า เป็นคำไทยแท้และเป็นคำนามทุกคำ
15) เฉลย 1) บุญ จร สัณฑ์ มีตัวสะกดในมาตรา "แม่กน"
16) เฉลย 2) กระจุกกระจิก เกิดจากการแทรกเสียง "ก" จุก-กะ-จิก
17) เฉลย 1) สิริ อมตะ อัจฉรา เป็นคำยืมภาษาบาลีทุกคำ
18) เฉลย 2) แพทย์ อมฤต กีรติ เป็นคำยืมภาษาสันสกฤตทุกคำ
19) เฉลย 1) เก้าอี้ มีลักษณนาม "ตัว" เหมือนคำว่า "เกี้ยว"
20) เฉลย 4) ยาไทยมักสะกัดจากสมุนไพรไทย (สกัด)
21) เฉลย 3) คง ใช้ยมก แทนคำไม่ได้
22) เฉลย 3) ฉะนั้น กร่อนเสียงพยางค์หน้ามาจาก "ฉันนั้น"
23) เฉลย 2) ผมกำลังทำอยู่ แสดงว่าผู้พูดมิได้นิ่งนอนใจในงานที่ได้รับหมอบหมายให้ทำ
24) เฉลย 4) ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่นานกว่า 3 ปี เป็นประโยคที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาอังกฤษ
25) เฉลย 1) "ใครๆก็รู้" ไม่ใช่ประโยคคำถาม เป็นประโยคแจ้งให้ทราบ
26) เฉลย 3) "ผู้หญิงที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตันน่ะเขาเรียกว่าไก่แก่แม่ปลาช่อน "
ที่ถูกต้องคือ "ดอกไม้ริมทาง"
27) เฉลย 4) ขัดถู
28) เฉลย 2) สั่งลูกพระอาทิตย์ชาญสมร(เอก-โท-ตรี-สามัญ-ตรี-สามัญ-เอก-จัตวา)
29) เฉลย 1) ถือกำเนิด = เกิด ไม่มีความหมายเป็นสำนวน
30) เฉลย 1) เขาไปถึงชลบุรีอาทิตย์ที่แล้ว ("ถึง" ตัดออกได้)

: ด.ญ.ชนาพร บุญโอภาส เลขที่14 ม.1/11B - 27/11/2005 23:02

แบบฝึกหัดคำประพันธ์และความงามของภาษา[1]

................ ...แบบฝึกหัดคำประพันธ์และความงามของภาษา......................
-----๑) วันเอ๋ยวันนี้........................................เป็นวันที่สำคัญกว่าวันไหน
เป็นวันที่สำคัญกว่าวันใด................วันอะไรไม่สำคัญเท่าวันนี้
คำประพันธ์นี้ข้อบกพร่องในการเขียนที่เด่นชัดที่สุดตรงกับข้อใด
๑. ใช้คำซ้ำมาก
๒. เนื้อความวกวน
๓. ไม่แสดงความรู้สึก
๔. ไม่ใช้จินตนาการ
-----๒) ขอขอบคุณไมตรีที่มีให้.....................ความห่วงใยอาทรที่ก่อนมา
แม้วันนี้ไม่มีทางระหว่างเรา.............ก็ไม่เศร้าเหงาหรอกใจบอกมา
ขอขอบคุณวันวารที่ผ่านล่วง...........กับกลลวงที่ทำให้ใจแกร่งกล้า
กับบทเรียนหนึ่งนี้มีราคา...................ยากเกินกว่าซื้อหาเงินตราใด
น้ำเสียงของผู้ประพันธ์แต่งบทประพันธ์ข้างต้นคือข้อใด
๑. ขมขื่น
๒. ตัดพ้อ
๓. เคียดแค้น
๔. ประชดประชัน
-----๓) บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น..........................อยู่ในถิ่ที่ไกลเช่นไพรสณฑ์
ไม่มีใครได้เชยสักคน.............................ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย
"สาร" ของบทประพันธ์นี้คือข้อใด
๑ ดอกไม้ที่มีสีสวย และกลิ่นหอมมักขึ้นอยู่ในป่าลึก
๒ ธรรมชาติและชีวิตย่อมเกิดแล้วดับเป็นวัฏจักรธรรมดา
๓ สิ่งดีงามที่ไม่มีผ้ใดได้ใช้ประโยชน์ก็จะปราศจากคุ้มค่า
๔ ดอกไม้บานอยู่ในถิ่นห่างไกลจะร่วงโรยไปโดยไม่มีใครชมเชย

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๔ - ๕
เบาบางว่างพ้นจนจรดฟ้า................. หนักหนาแนวเขินเนินไศล
คือทางที่เราก้าวไป............................. ก้าวไกลกว่าฝันวันวาน
พรุ่งนี้จักต้องดีกว่า............................ วันวานผ่านมาไม่หวาน
วันนี้ทุกข์ท้อทรมาน.......................... พรุ่งนี้ไม่นาน.....พรุ่งนี้.....
-----๔) บทประพันธ์ข้างต้นนี้แสดงคุณค่าทางวรรณศิลป์ที่เด่นชัดที่สุดตามข้อใด
๑. ใช้ถ้อยคำที่ไพเราะสละสลวยมาก
๒. ให้สาระอันเป็นแง่คิดในการต่อสู้กับชีวิต
๓. ให้อารมณ์สะเทือนใจอันเกิดจากความทุกข์ในอดีต
๔. ให้จินตภาพอันกว้างไกลในการก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
-----๕) เจตนาของผู้เขียนคือข้อใด
๑. ปลุกปลอมใจให้คลายทุกข์
๒. เพิ่มสุขความหวังและกำลังใจ
๓. เตือนให้ก้าวใหม่ด้วยความมั่นคง
๔. ย้ำให้คงความหวังในวันหน้าที่ดีกว่าวันวาน
-----๖) ความในข้อใดใช้โวหารเปรียบเทียบต่างจากข้ออื่น
๑. เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียใด้
๒. กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิใด้ดูหงอนแต่ก่อนมา
๓. แม้เนื้อเย็นเป็นห่วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
๔. เหล่าชายคือมวลภุมรา ใฝ่หาแต่มวลมาลี

ให้ใช้กวีนิพนธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๗ - ๙
......... อุดมคติปณิพานเพื่องานนั้น....................... ยังจำมันได้ไหมในวันนี้
หรือหลงใหลในอำนาจราชศักดิ์.......................... สร้างมหาอาณาจักร์แข่งศักดิ์ศรี
หลงรายรับหลากหลายอันมากมี......................... ลืมหน้าที่ที่พึงยึดตามพฤตินัย
เธอต้องเปลี่ยนภาพพจน์เปลี่ยนบทบาท............ เพื่อนร่วมชาติยังร่วมทุกข์ร่วมยุคสมัย
จะเป็นเจ้าขุนมูลนายอยู่ได้อย่างไร..................... เธอต้องเป็นผู้รับใช้ประชาชน
เป็นสะพานทอดข้ามแม่น้ำใหญ่.......................... เป็นลำแสงสว่างไสวไปทุกหน
เป็นพระลบลบสีดำความมือมนต์....................... ลบสีแห่งทุกข์ทนทั้งหลายนั้น
-----๗) ผู้ประพันธ์ใช้การสร้างภาพพจน์แบบใด
๑. สัญญลักษณ์
๒. อุปลักษณ์
๓. การกล่าวเกินจริง
๔ สมมุติให้สิ่งต่างๆ ให้มีตัวตนเหมือนมนุษย์
-----๘) "เธอ" ในกวีนิพนธ์หมายถึงใคร
๑. ครู
๒. นักศึกษา
๓. ข้าราชการ
๔. ผู้แทนราษฏร
-----๙) จุดประสงค์ของเขียนข้อความข้างต้นคือข้อใด
๑. บอกข้อความปฏิบัติ
๒. อธิบายลักษณะงาน
๓. ตำหนิการกระทำ
๔. ย้ำเตือนถึงหน้าที่
-----๑o) คำประพันธ์ในข้อใดใช้อุปลักษณ์เป็นภาพพจน์ดังตัวอย่างนี้
"น้ำพระเนตรเธอไหลหยาดหยดเป็นสายเลือด"
๑. น้ำในสาครจะน้อยลงก็หามิใด้........เสมือนหนึ่งน้ำพระทัยทูลกระหม่อมแก้ว
๒. บนอากาศก็วิกลเป็นหมอกกลุ้มอัมพรชรอุ่มอับอลวนอลเวง
๓. พระโพธิญาณในภายหลังนั้น คือ ไซ ปราถนาจะเข้าไปถึงยกพระลูกให้เป็นทานบารมี
๔. ว่าพลางนางก็แอบพระอังสา ซบพระเศียรทวายต่างประทีปธูปเทียนประทุมชาติ

-----๑๒) ข้อใดใช้ภาพพจน์ที่ต่างประเภทกับตัวอย่างนี้
"น้ำเวาะหินรินรินหลากไหล.......... ไม่หลับเลยชั่งฟ้าดินสลาย
๑. ที่นาหายใจคล้ายคนร่อแร่จวนจะตาย
๒. หวูดรถไฟยั่วเย้าให้หล่อนทิ้งที่นี้ไปเสีย
๓. ที่มี่คือนรกเ๖มไปด้วยความร้อนแห้งผากและฝุ่นบ้าๆ
๔. ดวงอาทิตย์ที่สาดแสงกล้าบนฟ้าเปลือยดูเหมือนจะหยามเยาะในความสะเพร่าของหล่อน
-----๑๓) แนวคิดในคำประพันธ์ ๒ บทนี้ ตรงกับแนวคิดข้อใดมากที่สุด
......นกน้อยขนน้อยแต่............................พอตัว
รังแต่จุเมียผัว..........................................อยู่ได้
๑. หากลูกและเมียมี......ก็ถนอมประหนึ่งตน
๒. การงานกระทำไป... บ่มิหยุดและสับสน
๓. ยินดี ณ ของตน....... บ่มิโลภทะยานปอง
๔. ความประเทศซึ่ง.... เหมาะและควรจะสุขขี
-----๑๔). ข้อใดใช้ภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น
๑. สมรรถไชยไกรกราบแก้ว.......... แสงแวววับจับสาคร
เรียบเรียงเคียงคู่จร......................... ดั่งรอนฟ้ามาแดนดิน
๒. เล่ห์เลื่อนชลชลอดุสิตฐา-.......... นมหาพิมานรมย์
มารังสฤษฎ์พิศนิยม.......................... .ผิจะเทียบก็เทียมทัน
๓. ศกุนตลา........................................ นางฟ้าแมกฟ้าจากสรวง
คลื่นสมุทรสุดหทัยไหวปวง........... คือทรวงนางสะท้อนถอนใจ
๔. ชมวิไลงามตา................................ดั่งเทพธิดาองค์หนึ่ง
พอเห็นเต็มตา.....................................พลอยพารำพึง

ให้ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามสข้อ ๑๕-๑๖
...............................ขอบคุณ...
...............................ขอบคุณสำหรับโรงบุหรี่
...............................ขอบคุณอีกทีกับโรงหวย
...............................ขอบคุณสนามบ้าชาติหน้ารวย
...............................ขอบคุณโรงเหล้าด้วยช่วยชาติไทย
-----๑๕.) ข้อใดคือเจตนาของผู้แต่ง
๑. กระแหนะกระแหน
๒. กระทบกระเทียบ
๓. ประชดประชัน
๔.ประจบประแจง
-----๑๖.) ผู้แต่งไม่พอใจใคร
๑. รัฐบาล
๒. คนไทย
๓. ผู้ผลิต
๔. ผู้จำหน่าย

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถาม ๑๗-๑๘
....................ถ้าจะมีสองมือไว้ถือสาก.........................อย่าอายปากจะดื้อกว่าถือศลี
...................และถ้ามีหัวใจไว้ป่ายปีน ..........................จงมีตีนไว้เพื่อจะกระเตือบคน
----๑๗.)เจตนาสของผู้เขียนคือสข้อใด
๑. แนะนำการอยู่รอดในสังคม
๒. ประชดคนบางจำพวกในสังคม
๓. เสนอวิธีเอาตัวรอดจากคนบางจำพวกในสังคม
๔. ระบายความขุ่นเคือง คนบางจำพวกในสังคม
-----๑๘.) หากความในคำประพันธ์บทแรกเขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจในสำนวนว่า "มือถือสาก ปากถือศีล
แล้วในบทสองควรเป็นสำนวนใด
๑. ปัดแข่งปัดขา
๒. ถีบหัวส่ง
๓. เหยียบจมธรณี
๔ แกว่งตีนหาเสี้ยน
-----๑๙.)คำประพันธ์ในข้อใดใช้คำเลียนเสียงเป็นกลวิธีในการประพันธ์
๑. ดูคะคลาคะคล่ำ.......บ่รู้กี่ส่ำสับสน
๒. ศรต่อศรยิ่งยืน.........ปืนต่อปืนยิงยัน
๓. เงื้อดาบฉะฉาด.........ง่าง้าวฟาดฉะฉับ
๔. อุดอึงโห่เอกฤกษ์.......เอิกอึงโห่เอาชัย
-----๒o.) "ผู้หญิงคนนั้นเคยเลี้ยงฉันมาแต่เยาว์วัย แต่ในวันนี้เธอได้จากไป แล้วทำอย่างไรเธอจะกลับมา"
๑. ร่ายยาว
๒. กาพย์ยานี
๓. กาพย์ฉบัง
๔. กาพย์สุรางคนางค์

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๑ - ๒๒
....ก.) สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว...........แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน
....ข. ) อยากจะบอกว่ารักสักเท่าฟ้า....หมดภาษาจะพิสูจน์บอกรักได้
....ค. ) ชีวิตเป็นกีฬา.............................เกิดมาเพื่อแข่งขัน
............บ้างจะไปสู่ก้อนเมฆ..................บ้างอยากสู่ตะวัน
......ง.) ทะเลไม่เคยหลับ.....................ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น
............ บางครั้งยังสะอื้น......................ทะเลมันตื่นอยู่รำไป
๒๑.)ข้อใดมีการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
๑. ก.
๒. ข.
๓. ค.
๔. ง.
๒๒.)ข้อใดมีการใช้สัญลักษณ์
๑. ก.
๒. ข.
๓. ค.
๔. ง.
ั้
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๔ -๒๕
......................."อนิจจา.. แสงเดือนเพ็ญส่องกระจายจับพระพักตร์เมื่อกี้จางซีดขมุกขมัวลง...
ท้องฟ้าสลัวมัวพยับครึ้ม อากาศเย็นเฉียบหัวใจ...น้ำค้างหยดลงเผาะๆ..เป็นหยาดน้ำตาแห่งสวรรค์..
.เกสรดอกรังร่วงพรูเป็นสายสหัสธาราสรง
พระพุทธสรีระ...จักจั่นเรไรสงัดเงียบดูไม่มีแก่ใจจะทำเสียง...ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความ
คะนองทุกสิ่งทุกอย่าง" แล้วจึงมีเสียงกระซิกๆ..สะอึ้นไห้แห่งพระสงฆ์...ฝ่ายพวกมัลละก็ร้องไห้โฮ
ลงแทบสิ้มสมปดี
-----๒๓.)"น้ำค้างหยดเผาะๆ เป็นหยาดน้ำตาแห่งสวรรค์" เป็นการใช้ภาพพจน์วิธีใด
๑. อุปมา
๒. อุปลักษณ์
๓. สัญลักษณ์
๔. บุคลาธิษฐาน

-----๒๔.) ข้อความที่เขียนมานี้ใช้กลวิธีแบบใด
๑. การพรรณา
๒ การอธิบายและการบรรยาย
๓. การแสดงเหตุผลและการบรรยาย
๔. การพรรณาและการบรรยาย

-----๒๕.) คำในสข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับชื่อดอกไม้
๑. นางแย้ม
๒ นางรำ
๓. บางชื่น
๔. นางละคร

-----๒๖.) "อ้าอุราแอร่มระเรื่อรุจี ประดุจมโนภิรมรดี ณ แรกรัก
แสงอรุณวิโรจน์ภาประจักษ์ แฉล้มเฉลาและโศภินัก นะฉันใด"...มีคำที่มีความหมายว่า"งาม" อยู่กี่คำ
๑. มี ๑ คำ
๒ มี ๒ คำ
๓. มี ๓ คำ
๔. มี ๔ คำ

-----๒๗.) "อย่าเคลิ้มคลำคล่ำคล้าแต่ลำโลภ เที่ยวหวงห่วงห้วงละโมบละเมอหาญ "คำประพันธ์
นี้มีลักษณะเด่นในข้อใด
๑. เล่น คำ
๒ เล่นความหมาย
๓. เล่นเสียงวรรณยุกต์
๔. เล่นสัมผัสระหว่าววรรค

-----๒๘.) ข้อความต่อไปนี้ข้อใดทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามมากที่สุด
๑. นึกระกำนามไม้... แนแม้นทรวงเรียน
๒ เมืองชื่อกาญจนบุรี...ว่างว้าง
๓. บึงบัวตุมตุ่มตุ้ม...กลางตม
๔. เรียมจักแนะนั่นนี้...โน่นโน้นแนงพนม

-----๒๙.) ข้อใดใช้เสียงสัมผัสแล้วทำให้เกิดภาพพจน์ชัดเจนที่สุด
๑. งานจริงยิ่งคนบนดิน..รัศมีสีนิลเฉิดฉาย
๒ เรียมร่ำคร่ำครวญคราง...โดยแถวทางท้องเถื่อพนม
๓. เข้าร่างน้อยนอกนิ่งบนเตียงต่ำ..คนขำงามแฉล้มแจ่ใส
๔. นึกองค์อรทัยใสศรี...นึกหน้านารีหล่อเหลา

-----๓o.) ข้อใดที่กวีใช้โวหารทำให้เกิดภาพพจน์ได้ชัดเจน
๑. ว่าพลางทางพากันคลาไคล...สีหมอกมีใจละห้อยหา
๒. ครั้นพ้นเมืองจวนเย็นเห็นถิ่นฐาน...พฤกษาสำราญเกษมศรี
๓. นกขมิ้นจับเถาขมิ้นเครือ...คาบเหยี่อเผื่อลูกแล้วโผบิน
๔. จะเลี้ยงดูอย่างไรในไพรชิด...คิดคิดก็กำสรดสลดใจ

-----๓๑.) ข้อใดกวีไม่ได้ใช้คำอุปมาอุไมย
๑. เย็นพระยศปูนเดือน...เด่นฟ้า
๒. เกษมสุขส่องสมบูรณ์...บานทวีป
๓. คุณแม่หนาหนักเพี้ยง...พสุธา
๔. คุณพี่พ่างศิขรา...เมรุมาศ

-----๓๒.) ข้อใดใช้สัญลักษณ์ได้ถูกต้อง
๑. กถินณรงค์ยอดรักร่วงทักทาย...เหลืองแดงรายรับขวัญบัณฑิตโดม
๒. น้ำเซาะหินรินรินหลากใหล...ไม่หลับเลยชั่วฟ้าดินสลาย
๓. น้อยนักน้ำวังตะไคร้แต่ใสนัก... มีความรักซุกซ่อนทุกก้อนหิน
๔. พระน้องเอยแต่จากเจ้า...ทุกค่ำเช้าและยามเย็น

-----๓๓.) ความในข้อใดที่กวีใช้คำกล่าวเกินจริง
๑. ชังกันบ่แลเหลียว...ตาต่อ...กันนา
๒. พ่อตาคือฉัตรกั้น...หายหัก
๓. ราชาธิราชน้อย... ในสัตย์
๔. เอียงอกเทออกอ้าง...อวดองค์...อรเอย

-----๓๔.) คำประพันธ์ต่อไปนี้มีลักษณะเด่นทางด้านใด
.........."ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ..............ยังจากกอก็มาขึ้นท่คลองขวาง
โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง......................ทั้งจากนางจากไปใจระบม"
๑. สัมผัสอักษร
๒. การเล่นคำ
๓. ความหมายลึกซึ้ง
๔. โวหารเปรียบเทียบ

-----๓๕.) ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติได้ชัดเจนที่สุด
๑. ......รอนรอนสุริยะโอ้ .....................อัสดง
เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง...........................ค่ำแล้ว
๒...... เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วน...............ถึงพรหม
พาหมู่สัตว์จ่อมจม.............................ซีพม้วน
๓....... ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง.................เรียมครวญ
หึ่งหึ่งใช่ลมหวน................................พี่ให้
๔.......สุริยจันทร์ขจาย.......................จากโลก ไปฤา
ไฟแล่นล้างสี่หล้า..............................ห่อนล้ายอาลัย

-----๓๖.) ข้อใดที่กวีใช้คำเลียนเสียงเครื่องดนตรี
๑. .......... ต้อยตะริดติดตี่เจ้าพี่เอ๋ย...........................จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน
.......... แอ้ดี่อ๋อยสร้อยฟ้ามาลัย..................................แนเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย
๒............ แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษญย์................มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
.......... ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด.....................ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
๓. ...........บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว...........สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
...........เห็นโยคีขี่รุ้งดุ่งออกมา.................................ประคองพาขึ้นไปจนบนพรรพต
๔............. ลางลิงไต่กิ่งลางลิงไขว่..........................ลางลิงวิ่งไล่กันวุ่นวิ่ง
............ลางลิงชิงค่างขึ้นลางลิง...............................กาหลงลงกิ่งกาหลงลง

-----๓๗.) "ออดแอดแดออดสยอดไกว..............แพไผ่ไล้น้ำลำคลอง"
คำประพันธ์นี้กวีกล่าวเปรียบเทียบถึงเครื่องดนตรีชนิดใด
๑. เสียงระฆัง
๒. เสียงปี่
๓. เสียงซอ
๔. เสียงกลอง
อ้างอิง: อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์
คู่มือภาษาไทย เอนทรานซ์ ม.๔-๖. สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๓



.........................................เฉลย.........................................
___๑.) ตอบข้อ 2________๑๑. )ตอบข้อ4__________๒๑. )ตอบข้อ 1__________๓๑. )ตอบข้อ 2__________
___๒.) ตอบข้อ 4________๑๒. )ตอบข้อ 3_________๒๒. )ตอบข้อ 1_________๓๒. )ตอบข้อ 4__________
___๓. )ตอบข้อ 3________๑๓. )ตอบข้อ 3_________๒๓. )ตอบข้อ 2__________๓๓. )ตอบข้อ 4__________
___๔. )ตอบข้อ 4________๑๔. )ตอบข้อ 3_________๒๔. )ตอบข้อ 4__________๓๔. )ตอบข้อ 2__________
___๕. )ตอบข้อ 2________๑๕. )ตอบข้อ 3_________๒๕. )ตอบข้อ 4__________๓๕. )ตอบข้อ 3__________
___๖. )ตอบข้อ 2_________๑๖. )ตอบข้อ 1_________๒๖. )ตอบข้อ 4__________๓๖. )ตอบข้อ 1__________
___๗. )ตอบข้อ 2________๑๗. )ตอบข้อ 2_________๒๗. )ตอบข้อ 3__________๓๗. )ตอบข้อ 3__________
___๘. )ตอบข้อ 4________๑๘. )ตอบข้อ 3_________๒๘. )ตอบข้อ 1__________
___๙. )ตอบข้อ 4_________๑๙. )ตอบข้อ 3_________๒๙. )ตอบข้อ 3__________
___๑o. )ตอบข้อ 3________๒o. )ตอบข้อ 4_________๓o. )ตอบข้อ 3__________

: ด.ญ.ปิยธิดา โมรา เลขที่ 15 ม.2/11B - 16/11/2005 20:04

 

ตะลุยโจทย์ แบบฝึกหัด วิชาภาษาไทย ม.1-ม.3
แบบฝึกหัด วิชาภาษาไทย ม.1-ม.3

1. ข้อใดเป็นคำไทยทุกคำ
1) ถ้อยคำใช้ในภาษาน่าพินิจ
2) คำใช้แทนความคิดมี น้ำหนัก
3) ภาษาไทยรวมใจไทยพร้อมพรัก
4) อนุรักษ์วัฒนธรรมล้ำเลิศเอย

2. ข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ
1) เวรคืน เศร้าโศก สักหลาด
2) สบถสาบาน สาระพัด สิงห์โต
3) ยโส มลทิน ภูมิใจ
4) หยักไย่ สาปสูญ สับปะรด

3. ข้อใดเป็นคำสมาสทุกคำ
1) วโรกาส จันทร์เพ็ญ สยมพู
2) สมณพราหมณ์ พระหัตถ์ อิสรภาพ
3) พระขนง ประวัติบุคคล วาตภัย
4) ประวัติศาสตร์ มฤคมาศ กายกรรม

4. ข้อใดมีรากศัพท์จากภาษาบาลีทุกคำ
1) สักกะ ขณะ อัคคี 2) สัตย์ อารยะ อัศจรรย์
3) วุฒิ อาขยาน ญาณ 4) สถาน มัธยม พิษ

5. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเสียงทุกคำ
1) หลงใหล ลาลับ ร่วงโรย
2) หมองหมาง หมั่นเพียร มัดหมี่
3) ทรวดทรง ซาบซึ้ง เศร้าสร้อย
4) ผุดผาด พลั้งเผลอ เพริศแพร้ว

6. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ผิด
1) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี
เสด็จเยือนประเทศนิวซีแลนด์
2) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในงาน
" ราตรีสดุดีมหาราชินี "
3) สมเด็จพระสงฆราชจะเสด็จในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเด็ก
ของสภาสตรีแห่งชาติ
4) สมเด็จพรระเจ้าพี่นางเธอกรมหลวงนาธิวาสราชนครินทร์
เสด็จไปทรงเยี่ยมและพระราชทานเครื่องอุปโภคแก่ราษฎร

7. ข้อใดมีวรรณยุกต์ครบ 5 เสียง
1) อีกข้อหนึ่งเมืองเราชาวมนุษย์
2) ย่อมว่าพุทธกับไสยตั้งใจว่า
3) ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปมา
4) ทั้งเจรจาลำคาญหูดูไม่งาม

8. ข้อใดมีพยัญชนะต้นและพยัญชนะเสียงเดียวกัน
1) มาร 2) ภาพ 3) เดช 4) เศษ

9. ข้อใดมีคำที่มีรากศัพท์จากภาษาเขมรมากที่สุด
1) เล่ห์ พ่าห์ วงศ์ องค์ 2) เมฆ เลขา เฉก สุข
3) ลาภ เลิศ เฉลย เพลิน 4) เจริญ เดิน เพลิง ถวาย

10. " ดี " ในข้อใดเป็นคำต่างชนิดจากข้ออื่น
1) เขาดีกว่าฉัน 2) ถึงอย่างไรเขาก็มีดีจะอวด
3) อย่าดีแต่พูด 4) เธอดีกับเขามากที่สุดแล้ว


11. ข้อใดสื่อความหมายในเชิงยกย่อง
1) หนามแหลมไม่มีใครเสี้ยม
2) หนามยอกอก
3) หนามยอกเอาหนามบ่ง
4) หมาขี้ไม่มีใครยกหาง

12. ข้อใดเป็นประโยคความรวม
1) ไปกันเถอะจ้ะ 2) จะไปด้วยกันไหม
3) จะไปกันแล้วนะ 4) ไปด้วยกันหรือไม่

13. ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) วัวใครเข้าคอกคนนั้น 2) วัวลืมตีน
3) วัวสันหลังหวะ 4) วัวหายล้อมคอก

14. ข้อใดมีสระเลื่อนมากที่สุด (ไม่นับคำซ้ำ)
1) เห็นแต่เนื้อแสอสิงห์ฝูงลิงข้าง จะอ้างว้างเวียนวกระหระเหิน
2) ขวัญมาหาย่าเถิดอย่าเพลิดเพลิน จงเจริญร้อยปีอย่ามีภัย
3) แล้วจุดเทียนเวียนวนส่งให้บ่าว มันโห่กราวเกรียวลั่นสนั่นไหว
4) คอยรับเทียนเวียนส่งเป็นวงไป แล้วดับไฟโบกควันให้ทันที

15. จากข้อ 14 ข้อใดมีคำตายมากที่สุด
1) ข้อ 1 2) ข้อ 2 3) ข้อ 3 4) ข้อ 4

16. ข้อใดเป็นคำลหุและคำตายทุกพยางค์
1) ผักปลอดสารพิษ 2) มุทะลุดุดัน
3) เลอะเทอะเหนอะหนะ 4) ประดักประเดิด

17. ข้อใดเป็นพยัญชนะที่ไม่ออกเสียงมากที่สุด
1) รัศมีลีเลื่อนพรายพรรณ ดั่งพระจันทร์หมดเมฆไม่ราคี
2) อันสถิตในทิพย์วิมานมาศ ลีลาศตามจักรราศี
3) พระองค์ผู้ทรงฤทธี พิศรูปอสุรีไม่วางตา
4) งามรูปงามโฉมงามทอง ยิ่งองค์เจ้าตรัยตรึงศ์สวรรค์

18. ข้อใดอ่านม่ถูกต้อง
1) บวรนิเวศวิหาร อ่านว่า บอ-วอน-นิ-เวด-วิ-หาร
2) ราชนัดดาราม อ่านว่า ราด-นัด-ดา-ราม
3) มหาพฤฒาราม อ่านว่า มะ-หา-พรึด-ทา-ราม
4) พระปฐมเจดีย์ อ่านว่า พระ-ปะ-ถม-มะ-เจ-ดี

19. ข้อใดใช้ลักษณะนามผิด
1) กล้อง-กล้อง ไม้ขีดไฟ-กลัก กระบี่-เล่ม
2) กะละมัง-ใบ กะลา-ใบ ตัวเลข-ตัว
3) ข้อหา-กระทง ข้าวเกรียบ-แผ่น ดินสอ-แท่ง
4) ข่า-หัว กระเทียม-พวง ตะหลิว-ด้าม

20. ข้อใดไม่มีคำซ้ำ
1)จนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยข้อให้ท้อแท้ คิดถึงแม่วันทองแล้วร้องห้าย
2) พระสุริยาสายัณห์ลงไรไร เหมือนจิตใจเจ้าจะขาดลงรอรอน
3) พอจวนพลบพบฝูงจิ้งจอกน้อย วิ่งร่อยร่อยตามเขาแล้วเห่าหอน
4) ประตูหับยับยั้งยืนฟังไป เสียงแต่ในออดแอดแรดแรแร


21. ข้อใดเป็นคำที่เกิดจากการกร่อนเสียงพยางค์หน้าทุกคำ
1) กระดุม สะอื้น ผักกระเฉด
2) สะดุด นกกระจาบ กระดุกกระดิก
3) ตะขบ สะดือ มะขาม
4) มะตูม กระโดด ประท้วง

22. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเสียงเดียวกันทุกคำ
1) ถอดถอน ทุบตี ท่าทาง
2) เพริศเพรา เพลิดเพลิน พักตร์พริ้ม
3) ผุดผ่อง ผลพวง ภาคพื้น
4) เผอเรอ ผ่องพรรณ แพรวพราว

23. ข้อใดอ่านตามหลักคำสมาส
1) คุณโทษ 2) ครุฑพ่าห์ 3) คนธรรพ์ 4)คุณธรรม

24. ข้อใดไม่ใช้คำที่มีรากศัพท์มาจากเขมร
1) โขลน ฉนำ โตนด 2) ขนง โปรด เสวย
3) บันดาล บันเทิง บันทึก 4) บัณฑิต บังสูรย์ บังสุกุล

25. ข้อใดใช้คำได้ตรงกับความหมาย
1) อย่าจอดรถขัดขวางทางจราจร
2) หลังจากฟื้นไข้แล้วดูเขาสดชื้นกระฉับกระเฉงขึ้นมาก
3) ฉันรู้สึกอึดอัดเมื่อมีผู้ถามถึงผลการสอบ
4) สงสัยมีคนเข้ามาในบ้าน ฉันได้ยินเสียงตะกุกตะกักอยู่ในห้อง

26. ข้อใดใช้รูปวรรณยุกต์ผิด
1) ก๋วยเตี๋ยว เฉาก๊วย เก๊กฮวย
2) ก๋วยจั๊บ เซงจี๊ ขงจื้อ
3) โจ๊ก เซ๊ง เซี่ยงไฮ้
4) อั้งยี่ บะหมี่ เอี้ยมจุ๊น

27. ข้อใดเน้นเสียงพยางค์หน้าและพยางค์หลัง
1) จ้าละหวั่น ฉุกละหุก สับปะรด
2) สะระแหน่ จริยธรรม กะปริบกะปรอย
3) เกษียณอายุ กะหรี่ปั๊บ กะทันหัน
4) กิตติมศักดิ์ กาลเทศะ ขะมุกขะมอม

28. ข้อใดใช้คำทับศัพท์ผิด
1) เซ็นต์ชื่อ ลายเซนต์ เซ็นติเมตร
2) อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กโทน
3) เตนท์ ไนต์คลับ โนต
4) ปลาสเตอร์ ไอศกรีม เชิ้ต

29. ข้อใดมีอักษรนำมากที่สุด
1) ปัถมังตั้งตัวนะปัดตลอด แล้วถอนถอดถูดต้องเป็นล่องหน
2) หัวใจกรดอิทธิเจเสน่ห์กล แล้วเล่ามนต์ขมิ้นกินน้ำมัน
3) เข้าในห้องลองวิชาประสาเด็ก แทงจนเหล็กแหลมลู่ยู่ขยั้น
4) มหาทะมื่นยืนยงคงกระพัน ทั้งเลขยันต์ลากเหมือนไม่เคลื่อนคลาย

30. จากข้อ 29 ตัวเลือกข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายน้อยที่สุด (ไม่นับคำซ้ำ)
1) ข้อ 1 2) ข้อ 2 3) ข้อ 3 4) ข้อ 4

หนังสืออ้างอิง:
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย.
กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537






: ด.ญ.เกวลิน หวังมุทิตากุล ม.1/11B เลขที่11 - 25/11/2005 18:32

แบบฝึกหัดภาษาไทยม.1-ม.3ตะลุยโจทย์

1. ข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ
1) คลางแคลง ขยั้นขะยอ ถ่วงดุล
2) จะละเม็ด งูสวัด จุดไต้ตำตอ
3) เจตจำนงค์ ฟั่นจุก คัมภีร์
4) ตกร่องปล่องชิ้น ตระเวน ตลบแตลง

2. ข้อใดอ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง
1) ราชกกุธภัณฑ์ อ่านว่า ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน
2) ราชทินนาม อ่านว่า ราด-ชะ-ทิน-นะ-นาม
3) ราชสาสน์ อ่านว่า ราด-ชะ-สาน
4) ราชหัตถเลขา อ่านว่า ราด-ชะ-หัด-ถะ-เล-ขา

3. ข้อใดเป็นคำยืมมาจากภาษาบาลีทุกคำ
1) ปฐม สิริ วัฒนา
2) สถาน พัสดุ ภรรยา
3) จริยา กรรม กิตติ
4) บุคคล พรรษา เกียรติ

4. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง
1) ทรงช้าง ทรงดนตรี ทรงเรือใบ
2) ทรงศีล ทรงธรรม ทรงบาตร
3) ทรงม้า ทรงราชย์ ทรงกีฬา
4) ทรงโปรด ทรงสดับ ทรงเสด็จ

5. "ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา
ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้
คำประพันธ์นี้มีอักษรนำกี่ตัว
1) 3 คำ
2) 4 คำ
3) 5 คำ
4) 6 คำ

6. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายมากที่สุด
1) เห็นแก้วแวววับที่จับจิต
2) ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้เต็มที่
3) เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี
4) อันมณีฤาจะโลดไปถึงมือ

7. พยัญชนะต้นในข้อใดเป็นอักษรคู่ทุกคำ
1) ครูของฉัน
2) ธูปเทียนแพ
3) ทองเนื้อเก้า
4) ทำไมยาก

1) เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง
2) รินรสพระธรรมแสดง ค่ำเช้า
3) เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด
4) ยลยิ่งแสงแก้วเก้า แก่นเหล้าหลากสวรรค์

9. ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ
1) เซ่นไหว้ ทรวดทรง ซอกซอย
2) ซุ่มซ่าม ค่ำคืน ขัดข้อง
3) เขียวขจี ต้านทาน ท้อถอย
4) คล่องแคล่ว คุ้นเคย ข้อความ

10. ข้อใดเป็นคำสมาสกลมกลืนเสียง (สนธิ)
1) พระพุทธ ราชอุบาย ศีลธรรม
2) ธรณินทร์ สิงหาสน์ อิสริยาภรณ์
3) ธรรมจริยา สมณพราหมณ์ ผลผลิต
4) ทัศนคติ วิทยาธร วัฒนธรรม

11. ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) บ่างช่างยุ
2) บุกป่าฝ่าดง
3) บ้านเมื่องมีขื่อมีแป
4) บ้าห้าร้อยจำพวก

12. สำนวนในข้อใดด้อยคุณธรรม มีความหมายในเชิงอาฆาตพยาบาท
1) วันโกนไม่ละ วันพระไม่เว้น
2) วันพระไม่ได้มีหนเดียว
3) ปล่อยนกปล่อยปลา
4) แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร

13. คำราชาศัพท์ข้อใดมีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรทุกคำ
1) พระนาภี พระราชนัดดา พระพักตร์
2) พระนลาฏ พระศรี พระมัสสุ
3) สรงสนาน เสวย โปรด
4) พระเมาลี พระทนต์ พระเกศา

14. ข้อใดมีสระลดรูปมากที่สุด
1) ถึงวัดเขาเช้าตรู่ดูลูกน้อย เห็นมาคอยนั่งท่าน่าสงสาร
2) จะนั่งหยุดพูดจาจะช้าการ ลาสมภารพามาป่าสะแก
3) ให้ขนมส้มสูกแก่ลูกรัก สงสารนักจะร้างไปห่างแม่
4) หนทางบ้านกาญจน์บุรีตรงนี้แล จำให้แน่อย่างหลงเที่ยววงเวียน

15. คำในข้อใดไม่ได้เกิดจากการกร่อนเสียงพยางค์หน้า
1) มะพร้าว
2) ตะไคร้
3) บังคม
4) ตะวัน

16. ข้อใดใช้คำทับศัพท์ไม่ถูกต้อง
1) แท็กซี่ แบตเตอรี่ บังกะโล
2) แอปเปิ้ล โน้ต บัคเตรี
3) ไดนาโม บรั่นดี บล็อก
4) โชล่า ท้อฟฟี่ แวนด้า

17) ข้อใดใช้ลักษนามถูกต้องทุกคำ
1) ฉิ่ง-ข้าง เฉลียง-เฉลียง โฉนด-ฉบับ
2) ฉัตร-คัน ชฎา-หัว ฉาก-แผ่น
3) ไข่-ใบ เขื่อน-แห่ง คทา-องค์
4) ครก-ครก วัน-วัน ปี-ปี

18. ข้อใดมีเสียงตัวสะกดอยู่ในมาตราเดียวกันทั้งข้อ
1) เปล เพล กาล
2) พาล ฌาน กาฬ
3) วัว วาว หาว
4) เณร พร พรหม

19. ข้อใดแสดงว่า ผู้พูดมิได้นิ่งนอนใจในงานที่รับมอบหมายให้ทำ
1) ผมกำลังทำอยู่
2) ผมกำลังจะทำอยู่แล้ว
3) ผมพยายามจะทำอยู่
4) ผมตั้งใจทำอยู่

20. ข้อใดใช้สำนวนการเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง
1) ทำอะไรต้องทำให้เสร็จอย่าทิ้งไว้จนเป็นดินพอกหางอย่างนี้
2) ทำงานอย่างนี้ ยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา
3) ใจเย็นๆ จะทำเรื่องอะไรๆ ก็ยังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนค่ายไข้เลย
4) เห็นท่าเขาเฉยๆอย่างนี้แหละฉลาดมาก โบราณเขาว่าน้ำแพ้ไฟระเธอ

21. ประโยคในข้อใดได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศ
1) ในไม่ช้า ทุกคนก็จะเดินทางมาถึงที่นี่ ขอให้รอก่อน
2) ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ติมอร์จะมีเอกราชอย่างแท้จริง
3) เขาถูกตีโดยไม่ทราบสาเหตุ
4) ถ้าเขายอมรับผิดเขาก็จได้รับโทษสถานเบา

22. ข้อใดละ"บุพบท"ได้
1) เขามารายงานตัวต่อศาล
2) รัฐบาลสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงวีรชน 14 ตุลา
3) เขาไปที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันจันทร์
4) คนเราควรมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

23. คำว่า"ถือ"ในข้อใดไม่มีความหมายเป็นสำนวน
1) ถือตัว
2) ถือท้าย
3) ถือบังเ***ยน
4) ถือกำเนิด

24. ข้อใดใช้ยมกแทนคำซ้ำไม่ได้
1) ไปไปเขาก็ลืม
2) เห็นกันจะจะเลยเธอ
3) ใครใครก็ชอบก็ฟังเพลง
4) กินกินเข้าไปเถอะ

25. "ขรัวเกิดแลมองเห็นทองประศรี ถามว่านี่ลูกใครเล่าอ้ายหนู
เจ้าขรัวย่าอ้าปากน้ำหมากพรู เล่าให้รู้แต่ต้นมาจนปลาย"
คำประพันธ์นี้มีอักษรควบและอักษรนำอย่างละกี่คำ
1) อักษรควบ 6 คำ อักษรนำ 2 คำ
2) อักษรควบ 8 คำ อักษรนำ 1 คำ
3) อักษรควบ 2 คำ อักษรนำ 6 คำ
4) อักษรควบ 5 คำ อักษรนำ 3 คำ

26. ข้อใดเป็นคำมูล และทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ด้วย
1) กระโดโลดเต้น ขับไล่ไสส่ง
2) กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง
3) ตีรันฟันแทง ต้อนรับขับสู้
4) พูดจาปราศรัย ให้ศีลให้พร

27. คำในข้อใดเป็นทั้งคำลหุ และคำตายทุกพยางค์
1) สฤษดิ์
2) ดุเดือด
3) มุทะลุ
4) ดุดัน

28. ข้อใดเป็นประโยคคำซ้อน
1) เวลาที่ผ่านไปหลายชั่วโมง
2) คนที่ฉันอยากพบในขณะนี้
3) สุภาพชนคนเก่งในโรงเรียน
4) เยาวชนดีเด่นที่น่ายกย่องกำลังมาถึง

29. คำในข้อใดเป็นเสียงสระยาวทุกพยางค์
1) จุดจบ
2) นัดพบ
3) เกี่ยวดอง
4) เกาะเกี่ยว

30. คำในข้อใดมีคำยืมมาจากภาษาสันสกฤต
1) เวไนยสัตว์
2) ไวยากรณ์
3) อธิปไตย
4) มไหสวรรย์

อ้างอิง
ไพจิตร ศุภพิมล,ศิริวรรณ์ ชื่นบุญ,อัฏฐะกาญน์ ชัยชนะ
พิมพ์:ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์
สำนักงาน:บัณฑิตแนะแนว

เฉลย

1. เฉลย ข้อ 2
2. เฉลย ข้อ 3
3. เฉลย ข้อ 1
4. เฉลย ข้อ 4
5. เฉลย ข้อ 3

6. เฉลย ข้อ 2
7. เฉลย ข้อ 2
8. เฉลย ข้อ 1
9. เฉลย ข้อ 3
10. เฉลย ข้อ 2

11. เฉลย ข้อ 4
12. เฉลย ข้อ 2
13. เฉลย ข้อ 3
14. เฉลย ข้อ 4
15. เฉลย ข้อ 3

16. เฉลย ข้อ 4
17. เฉลย ข้อ 1
18. เฉลย ข้อ 2
19. เฉลย ข้อ 1
20. เฉลย ข้อ 4

21. เฉลย ข้อ 2
22. เฉลย ข้อ 3
23. เฉลย ข้อ 4
24. เฉลย ข้อ 2
25. เฉลย ข้อ 1

26. เฉลย ข้อ 2
27. เฉลย ข้อ 3
28. เฉลย ข้อ 4
29. เฉลย ข้อ 3
30. เฉลย ข้อ 4


: ด.ญ.พนิตนาฏ โกละกะ ม.1/11B - 25/11/2005 11:31

แบบฝึกหัดภาษาไทย ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B
1. ข้อใดไม่มีคำประสม
1) ผู้เข้าสอบทุกคนพยายามทำข้อสอบอย่างตั้งใจ
2) การสอบครั้งนี้บางคนมาสอบเพื่อวัดความสามารถ
3) พ่อแม่ก็หวังว่าลูกคงจะทำได้
4) ความตั้งใจจะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น
ตอบ 3) พ่อแม่หวังว่าลูกคงจะทำได้ - ไม่มีคำประสม
1) ผู้เข้าสอบ ข้อสอบ ตั้งใจ - เป็นคำประสม
2) การสอบ ความสามารถ - เป็นคำประสม
3) ความตั้งใจ ความมั่นใจ - เป็นคำประสม
2. ประโยคในข้อใดมีคำสันธาน
1) ของขวัญนี้สำหรับเธอ
2) ข้อสอบฉบับนี้คล้ายกับฉบับกลางภาค
3) งานนี้จัดอย่างดีที่สุดเพื่อเธอคนเดียว
4) ฉันหวังว่าคะแนนคงจะดีเพราะฉันเตรียมตัวตลอดเวลา
ตอบ 4) ฉันหวังว่าคะแนนคงจะดี เพราะ ฉันเตรียมตัวมาตลอดเวลา "เพราะ" เป็นคำสันธาน สำหรับ
กับ เพื่อ เป็นคำบุพบท
3. คำว่า "ใกล้" ข้อใดเป็นคำกริยา
1) เราอยู่บ้าน ใกล้ กัน
2) อยู่ ใกล้ เกลือกับกินด่าง เสียดายแท้ๆ
3) ฉันรู้สึกอบอุ่นใจเมื่ออยู่ ใกล้ คุณพ่อคุณแม่
4) คุณยายเปรียบเหมือนไม้ ใกล้ ฝั่ง
ตอบ 2) อยู่ ใกล้ เกลือกับต้องกินด่างเสียดายแท้ๆ "ใกล้" เป็นคำกริยา
1) ใกล้ - บุพบท
3) ใกล้ - บุพบท
4) ใกล้ - บุพบท
4. สำนวนในข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกัน
1) ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น - เชื้อไม่ทิ้งแถว
2) ชีปล่อยปลาแห้ง - มือใครยาวสาวได้สาวเอา
3) ปากว่าตาขยิบ - นำขึ้นให้รีบตัก
4) หน้าเนื้อใจเสือ - ใจดีสู้เสือ
ตอบ 1) ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น - เชื้อไม่ทิ้งแถว (บุคคลย่อมเป็นไปตามเผ่าพันธุ์)
2) ชีปล่อยปลาแห้ง - ทำบุญเอาหน้า
มือใครยาวสาวได้สาวเอา - แวยโอกาสเท่าที่จะทำได้
3) ปากว่าตาขยิบ - ปากว่าไม่ให้ทำแต่อนุญาตในทีให้ทำได้
นำขึ้นให้รีบตัก - มีโอกาสต้องไขว่คว้าหาประโยชน์ให้ตนเอง
4) หน้าเนื้อใจเสือ - หน้าตาใจดี แต่เป็นคนใจร้าย
ใจดีสู้เสือ - ใจกล้าที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู
5. ข้อใดเป็นประโยคความเดียว
1) คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2) การเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม
3) คนที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นเด็กชนบท
4) เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา
ตอบ 4) เด็ก ขาด โอกาสทางการศึกษา เป็นประโยคความเดียว
มีกริยา "ขาด" ตัวเดียว
1)และ 2) ไม่เป็นประโยคเพระขาดกริยา
3) เป็นประโยคความซ้อน สังเกต "ที่ " เป็นบทเชื่อม
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว ตะลุยโจทย์ ม.1-ม.3วิชาภาษาไทย
กรุงเทพห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสำนักการพิมพ์,2537
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ เลขที่2 ม.1/11B


ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B
6. จากข้อ5ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1)ข้อ1) 2)ข้อ2)
3)ข้อ3) 4)ข้อ4)
ตอบ3)
7. คำในข้อใดควรเติมในช่องว่าง
"เหตุการณ์มัน..............เตรียมอะไรไม่ทันก็เลยรีบตัดสินใจ.............
ไม่ได้ปรึกษาหารือจากคนที่มี.........ในเรื่องนั้นโดยตรง"
1)ชุลมุน ซึ่ง ความสามารถ
2)ฉุกละหุก โดย ประสบการณ์
3)วิกฤต ทั้งๆที่ ความรู้
4)วุ่นวาย ฉับพลัน คุณวุฒิ
ตอบ2)
8. "ฝนตกชุกในภาคใต้ อากาศเย็นหมอกในตอนเช้า" ข้อความนี้บกพร่องด้านใด
1)ขาดประธาน 2)ขาดกรรม
3)ขาดกริยา 4)ขาดบุพบท
ตอบ 3)"มี" หมอกในตอนเช้า
9."ลมหนาวเริ่มพัดกระหน่ำ เด็กๆในชนบทที่ขาดแคลนผ้าห่มต้องก่อไฟ เพื่อไล่ความหนาวในเวลากลางคืน"ข้อความนี้เป็นโครงสร้างของประโยคประเภทใด
1)ความเดียวกับความซ้อน
2)ความรวมกับความซ้อน
3)ความเดียวกับความรวม
4)ความซ้อนกับความรวม
ตอบ 1)
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว ตะลุยโจทย์ม.1-ม.3วิชาภาษาไทย
กรุงเทพห้งหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสำนักการพิมพ์,2537
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11Bเลขที่2
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B
10."ถ้าเธอขยันและฝึกฝนทำแบบฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอ เธอจะต้องทำข้อสอบฉบับนี้ได้อย่างแน่นอน"ข้อความที่ยกมานี้เป็นประโยคประเภทใด
1)ประโยคแสดงเงื่อนไขที่ซับซ้อน
2)ประโยคความซ้อนที่ซับซ้อน
3)ประโยคความเดียวที่ซับซ้อน
4)ประโยคความซ้อน และประโยคความรวมที่ซับซ้อน
ตอบ1)สังเกตุคำว่า "ถ้า"
11. ข้อใดประสมด้วยสระเสียงสั้นทุกคำ
1)ไปกันเถอะนะ 2)จะว่าอย่างไร
3)ทำอะไรอยู่ 4)กินก่อนแล้วไป
ตอบ 1)
12.ข้อใดเป็นคำยืมจากภาษาบาลีทุกคำ
1)นารายณ์ ปราณี อริยะ 2)ประโยชน์ ภรรยา อาจารย์
3)กีฬา มรรยาท ปัญญา 4)สุทธิ สิกขา กิริยา
ตอบ 4)
1)นารายณ์-สันสกฤต ปราณี-สันสกฤต อริยะ-บาลี
2)ประโยชน์-สันสกฤต ภรรยา-สันสกฤต อาจารย์-สันสกฤต
3)กีฬา-บาลี มรรยาท-สันสกฤต ปัญญา-บาลี
13. ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ
1)กลัวน้ำ กลัวลาน กลัวผี
2)กลับคำ กลับใจ กลับปลา
3)ก่อหวอด ก่อตัว ก่อกวน
4)กลิ้งกลอก กลิ้งเกลือก กลิ้งครก
ตอบ 3)
14.คำลงท้ายในการเขียนหนังสือสำหรับ "สมเด็จพระสังฆราช"ใช้ว่าอย่างไร
1)แล้วแต่จะโปรด
2)ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
3)ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า
4)ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ตอบ 2)
เอกสารอ้างอิง
สำนักบัณฑิตแนะแนว ตะลุยโจทย์ม.1-ม.3 วิชาภาษาไทย
กรุงเทพห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสำนักการพิมพ์2537
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B เลขที่2

ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11Bเลขที่2
15.ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ ไม่ถูกต้อง
1)สมาคมแม่บ้านทุกเหล่าทัพ จัดอาหารเลี้ยงเด็กถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
2)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
3)สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยมบรมราชกุมาลี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร
ที่จังหวัดสมุทรสงคราม
4)สมเด็จพระสังฆราชเสด็จพระราชดำเนินในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเด็กของมูลนิธิเด็กแห่งประเทศไทย
ตอบ4) ไม่ต้องใช้พระราชดำเนิน
16.ข้อใดเป็นคำไทยแท้ทุกคำ
1)ทองประศรีชี้แจงแถลงเล่า 2)นี่ลูกเจ้าแล้วเป็นไรไหว้เสียหนู
3)แล้วบอกความตามที่มีศัตรู 4)ขุนแผนรู้รับขวัญกลั้นน้ำตา
ตอบ2)
17.จากข้อ16ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบทั้ง5เสียง
1)ข้อ1) 2)ข้อ2)
3)ข้อ3) 4)ข้อ4)
ตอบ1)
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ18-19
เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา
นายหนึ่งเลี้ยงพยัฆา ไป่อ้วน
สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ
บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย
18.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1)มีคำตายใช้แทนคำเอก3ตำแหน่ง
2)บาทที่1ต้องอ่านแบบมีลูกเก็บ
3)บาทที่1ผิดฉันทลักษณ์ เพราะไม่มีคำสร้อย
4)ไม่มีคำเอกโทษ โทโทษ
ตอบ3)
19.คำประพันธ์บทนี้กล่าวถึงเรื่องใด
1)การฉ้อราษฎร์บัวหลวง
2)การเลี้ยงเสือ
3)การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
4)หลักการรับราชการ
ตอบ1)
20.พยัญชนะต้นในข้อใดเป็นอักษรคู่ทุกพยางค์
1)ถุงเท้า 2)สอดคล้อง
3)ผองเพื่อน 4)ธงไทย
ตอบ4) (ธ-ทเป็นอักษรคู่)
21.ข้อใดไม่เป็นประโยค
1)น้ำท่วมปาก 2)น้ำน้อยแพ้ไฟ
3)น้ำนิ่งไหลลึก 4)น้ำหนึ่งใจเดียว
ตอบ 4)เพราะขาดกริยา
เอกสารอ้างอิง
สำนักบัณฑิตแนะแนว ตะลุยโจทย์ ม.1-ม.3 วิชาภาษาไทย
กรุงเทพห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสำนักการพิมพ์,2537
ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B เลขที่2


: ด.ช.เจษฎา วณิชชานนท์ ม.1/11B - 18/11/2005 18:45

ตะลุยโจทย์ ม.1-ม.3 วิชาภาษาไทย
1.ข้อใดใช้คำทับศัพท์ถูกต้องทุกคำ
ก.ลิฟท์ คอนโมเนียม คัตเอาต์
ข.คริสต์มาส คลอรีน ค็อกเทล
ค.คลาสสิค ปิกนิก คาทอลิค
ง.โอลิมปิค เคาน์เตอร์ เซนเซอร์

ตอบ ข.คริสต์มาส คลอรีน ค็อกเทล

2.ข้อใดสะกดคำถูกต้องทุกคำ
ก.ค่อนขอด งบดุล เครื่องราง
ข.โครงการณ์ เหตุการณ์ แผนการณ์
ค.คำภีร์ เคี่ยวเข็ญ คนโท
ง.กระเพรา กระทง กระดิ่ง

ตอบ ก.ค่อนขอด งบดุล เครื่องราง

3.ข้อใดอ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง
ก.อรรถคดี อ่านว่า อัด-ถะ-คะ-ดี
ข.อวชาตบุตร อ่านว่า อะ-วะ-ชาด-ตะ-บุด
ค.อักษรเลข อ่านว่า อัก-สอน-ระ-เลก
ง.อักษรสมัย อ่านว่า อัก-สอ-ระ-สะ-ไหม

ตอบ ง.อักษรสมัย อ่านว่า อัก-สอ-ระ-สมัย

4.ข้อใดใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง
ก.ข้าวเกรียบ-แผ่น ข้าวต้มมัด-มัด
ข.ข้าวตู-ลูก ข้าวเกรียบปากหม้อ-ชิ้น
ค.ตาข่าย-ผืน สวิง-ปาก
ง.โพงพาง-ปาก เขาสัตว์-กิ่ง

ตอบ ข.ข้าวตู-ก้อน ข้าวเกรียบปากหม้อ-ชิ้น

5.คำว่า "ลอย" ในข้อใดเป็นคำนาม
ก.ลอยแก้ว
ข.ลอยชาย
ค.ลอยนวล
ง.ลอยหน้า

ตอบ ก.ลอยแก้ว

6.คำคู่ใดใช้แทนกันไม่ได้
ก.มาลี ผกา
ข.กระได บันได
ค.ขยัก ขยักขย่อน
ง.เขม็ดแขม่ กระเหม็ดกระแหม่

ตอบ ค.ขยัก ขยักขย่อน

7.คำในข้อใดถ้าออกเสียงผิดความหมายจะผิดไปทุกคำ
ก.ปวดร้าว ตระเวน เตร็ดเตร่
ข.หกล้ม ปราบปราม ปล้องคอ
ค.เผยแพร่ พรวดพราด พลัดพราก
ง.ปลอดโปร่ง ครั้งคราว รวดเร็ว

ตอบ ง.ปลอดโปร่ง ครั้งคราว รวดเร็ว


8.ข้อใดพยัญชนะต้อนเป็นอักษรคู่ทุกตัว
ก.พลั้งเผลอ ผุดผ่อง พึ่งพา
ข.ธงทอง ทอดทิ้ง ชุ่มชื่น
ค.ข้อคิด ติดตาม เซื่องซึม
ง.โศกเศร้า สุดสวย ซมซาน

ตอบ ง.โศกเศร้า สุดสวย ซมซาน

9.พยัญชนะในข้อใดใช้เป็นตัวสะกดไม่ได้
ก.ผ ฝ
ข.พ ฟ
ค.ภ ฬ
ง.ข ค

ตอบ ก.ผ ฝ

10.ข้อใดใช้คำราชาศัพท์สำหรับพระเจ้าอยู่หัวไม่ถูกต้อง
ก.พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมราชวโรกาส
ข.พระฉายาลักษณ์ พระราชสมภพ
ค.ทรงกีฬา ทรงช้าง
ง.กระแสพระราชดำรัส แท่นพระบรรทม

ตอบ ค.ทรงกีฬา ทรงช้าง



11.สมเด็จพระสังฆราช"ป่วย"ใช้คำราชาศัพท์ว่าไร
ก.ทรงประชวร
ข.ทรงพระประชวร
ค.ทรงมีอาการพระประชวร
ง.ประชวร

ตอบ ก.ทรงประชวร

12."พูดไม่ออกเพราะเกรงจะมีภัยแก่ตนหรือผู้อื่น" ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร
ก.น้ำท่วมทุ่ง
ข.น้ำน้อยแพ้ไฟ
ค.น้ำท่วมปาก
ง.น้ำเย็นปลาตาย

ตอบ ค.น้ำท่วมปาก

13.ข้อใดมีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีทุกคำ
ก.อริยะ สุทธิ กัญญา
ข.จรรยา สงฆ์ ศาสนา
ค.รัตติ สามี ศิลปะ
ง.ลัทธิ ธรรม ศึกษา

ตอบ ก.อริยะ สุทธิ กัญญา

14.ข้อใดเป็นคำที่ทีรากศัพท์จากภาษาเขมรทุกคำ
ก.กัณฐ์ ขนง นิวัติ
ข.ขจี เสวย ตรัส
ค.สวรรค์ นิติ นฤมล
ง.นิวรรณ์ นิศา นิรุตติ

ตอบ ข.ขจี เสวย ตรัส

15.ข้อใดเป็นคำสมาสไม่เปลี่ยนแปลงเสียง
ก.ราโชบาย ชโยดม เภทภัย
ข.สุนทรียภาพ เจตนารมณ์ จินตภาพ
ค.ชาตินิยม โลกุตรธรรม โรคาพยาธิ
ง.จันทรคติ ชนมพรรษา ชลประทาน

ตอบ ง.จันทรคติ ชนมพรรษา ชลประทาน

16.ข้อใดเป็นคำไทยแท้ทุกคำ
ก.บุหงา กะลาสี
ข.กิน ไป
ค.โต๊ะ เก้าอี้
ง.ห้าง ยี่ห้อ

ตอบ ข.กิน ไป

17.ข้อใดเป็นการสมาส ที่มีคำยืมจากภาษาบาลีและสันกฤต ตามลำดับ
ก.วัฒนธรรม
ข.ศิลปกรรม
ค.ศิลปศาสตร์
ง.จักษุแพทย์

ตอบ ก.วัฒนธรรม

18.ข้อใดผันวรรยุกต์ได้เพียง 2 เสียง
ก.ผืน
ข.ชาด
ค.ฝาด
ง.พาด

ตอบ ก.ผืน

19.ข้อใดเป็นประโยค
ก.กระดูกสันหลังของชาติ
ข.กระโถนท้องพระโรง
ค.กลางเก่ากลางใหม่
ง.กลิ้งเป็นลูกมะนาว

ตอบ ง.กลิ้งเป็นลูกมะนาว

20.ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ
ก.ผ้าดิบ ผ้าถุง
ข.ดอกไม้ ดอกทานตะวัน
ค.ทางน้ำ ทางไหน
ง.ดินดำ ดินดี

ตอบ ก.ผ้าดิบ ผ้าถุง





: ด.ญ.คุณิตา วีระสุนทร ม.1/11B เลขที่ 12 - 21/11/2005 18:00

แบบฝึกหัดภาษาไทย ม.1-3
แบบฝึกหัดภาษาไทย ม.1-ม.3

1. ข้อใด ไม่มี คำสรรพนาม
1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว
2) ผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ไปมาก
3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแก
4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ

2.ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) ทำอะไร
2) ทำไปทำไม
3) ทำไปทำมา
4) ไม่อยากจะทำ

3.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1) บุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในสัตย์ธรรมนั้นย่อมเป็นศัตรูกับผู้อื่น
2) หาผู้เชื่อถือนับหน้ามิได้
3) ถึงจะพูดจริงบ้างเขาก็ไม่เชื่อ
4) และถึงจะกระทำความซื่อตรงเขาก็คงคลางแคลง

4. “ครืนๆ คะครื้นครั่น ชละลั่นสนั่นดัง
โดยทางทะเลฟัง สรคลื่นคะเครงโรม”
คำประพันธ์นี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด
1) กาพย์ฉบัง
2) กาพย์ยานี
3) อินทวงศ์ฉันท์
4) อินทรวิเชียรฉันท์

5.ข้อใด ไม่มี เสียงวรรณยุกต์เอก
1) เห็นภาพทะเลแผน
2) ดุจะแผ่นอุทกอัน
3) ปราศฝั่งบใฝ่ฝัน
4) บพิจารณาไกล

6.พยัญชนะข้อใดเป็นอักษรคู่
1) งูสวัด
2) ฉัตรทอง
3) ผองเพื่อน
4) ธงไทย

7.คำในข้อใดมาจากภาษาโปรตุเกส
1) สอางค์
2) ยี่หร่า
3) สบู่
4) โสร่ง

8.คำประสมในข้อใดสร้างจากคำนามประสมกับคำนามทุกคำ
1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้
2) เรือพาย เรือเดินสมุทร เรือจ้าง
3) ปากเสีย ปากบอน ปากหอยปากปู
4) หักใจ หักหน้า หักลำ

9.ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ
1) เสือสาง เสือหมอบ เสือดาว
2) ใหญ่โต เดือดร้อน ทรัพย์สิน
3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ
4) เจ็บไข้ เจ็บใจ เจ็บตัว

10.ข้อใด ไม่ใช่ คำสมาส
1) อิทธิฤทธิ์ รูปธรรม วจีกรรม
2) ปริญญาบัตร ครุศาสตร์ วิทยาทาน
3) สัมพันธภาพ สามัคคีธรรม จรรยาบรรณ
4) มฤคมาศ ผลผลิต วิพากษ์วิจารณ์

11.ข้อใดมีประพันธวิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า
2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น
4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา

12.ประโยคข้อใด ไม่ ต้องการคำตอบ
1) ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง
2) ใครจะไปโปรดแจ้งให้ทราบ
3) จะไปไหนบอกมา
4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน

13.จากข้อ 12 ข้อใดมีลักษณะนาม
1) ข้อ1)
2) ข้อ2)
3) ข้อ3)
4) ข้อ4)

14. “เลย” ในข้อใดเป็นคำสันธาน
1) ไป เลย นะแล้วไม่ต้องกลับมา
2) เขาไม่มาฉัน เลย ไม่คอย
3) รถก็ เลย เลยไปออกไปอีกคันหนึ่งแล้ว
4) ไปข้างหน้า เลย ที่นี่ไม่มีที่จอด

15. คำบุพบทในข้อใดทำหน้าที่เชื่อทคำนามกับคำนาม
1) เขาซื้อบ้านของคุณตา
2) บ้านองเขาอยู่ไกล
3) ขนมของเธออยู่ในถุง
4) ปากกาของฉันอยู่ไหน

16. ข้อใดเป็นประโยคกรรม
1) หมากัดแมว
2) แมววิ่งหนีหมา
3) แมวถูกหมาไล่กัด
4) หมากัดแมวไม่ทัน

17. ข้อใดเป็นประโยคกริยา
1) วิ่งเล่นเป็นการเพลิดเพลิน
2) เดินไปเดินมาน่ารำคาญ
3) ทำงานจนเหนื่อยล้าน่าเห็นใจ
4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้

18. ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย
1) มีเสียงบอกความหมาย
2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย
3) คำๆเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง
4) มีตัวสะกดตรงตามมาตรา

19. “บ้านหลังนี้ใหญ่โตมาจริง” คำว่า “หลัง” ทำหน้าใดในประโยค
1) ลักษณนาม
2) วิเศษณ์
3) สรรพนาม
4) สามานยนาม

20. ข้อใดมีคำวิเศษณ์ขยายนาม
1) ฝนตกหนักมาก
2) ปลาว่ายน้ำในอ่าง
3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า
4) เขามาคนเดียว

21.”มีรูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้” ตรงกับสำนวยไทยว่าอย่างไร
1) ผู้หญิงยิงเรือ
2) กระดังงาลนไฟ
3) มีน้ำมีนวล
4) ไปวัดไปวาได้

22. “ผีเข้าผีออก” มีความหมายว่าอย่างไร
1) เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าน ไม่คงที่
2) เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวไข้
3) เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน
4) เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ

23. ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง
1) เอกบุคคล อ่านว่า เอก-กะ-บุก-คน
2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ-วาด-ปา-ติ-โมก
3) โอปปาติกา อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ
4) โอสถกรรม อ่านว่า โอ-สด-ถะ-กำ

24. “อันของสูงแม้ปองต้องจิต” มีที่มาจากเรื่องอะไร
1) อิเหนา
2) พระอภัยมณี
3) ท้านแสนปม
4) สกุนตลา

25. คำประพันธ์ประเภทใดไม่บังคับจำนวนคำ (คณะ)
1) ร่ายสุภาพ
2) ร่ายยาว
3) กาพย์
4) โคลงดั้น

26. “งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไปหน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคืน” ข้อความนี้ถ้าแบ่งวรรคถูกต้อง จัดเป็นคำประพันธ์ประเภทใด
1) กาพย์ยานี
2) กาพย์ฉบัง
3) กลอนหก
4) กลอนสุภาพ

หนังสืออ้างอิง:
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรือง
สาส์นการพิมพ์, 2537





เฉลยจ้า


1.เฉลย 4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ ไม่มีคำสรรพนาม
1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว มีคำสรรพนามคือ คำว่า ใต้เท้า
2) ผมรู้สึกว่าผมแก่ไปบ้าง มีคำสรรพนามคือ คำว่า ผม
3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแกมีคำสรรพนามคือคำว่า แก

2.เฉลย 3) ทำไปทำมา ไม่มีคำกริยา
1),2)และ 4)"ทำ"เป็นคำกริยา

3.เฉลย 1) เป็นประโยคความซ้อนสังเกตจาก"ที่"เป็นประพันธสรรพนาม
2) เป็นประโยคความรวม มีกริยา2ตัว ละสันธาน "และ"
3) เป็นประโยคความรวม"ถึง...ก็"เป็นสันธาน
4) เป็นประโยคความรวม"ถึง...ก็"เป็นสันธาน

4.เฉลย 4) อินทรวิเชียรฉันท์

5.เฉลย 1) เห็นภาพทะเลแผน ไม่มีเสียงวรรณยุกต์เอก
2) จะ อุ ทก-เสียงวรรณยุกต์เอก
3) ปราศ บ-เสียงวรรณยุกต์เอก
4) บ-เสียงวรรณยุกต์เอก

6.เฉลย 4) งไย"ธ ท"เป็นอักษรคู่

7.เฉลย 3) สบู่ มีที่มาจากภาษาโปรตุเกส
1) สอางค์-บาลี
2) ยี่หร่า-เปอร์เชีย
3) โสร่ง-มลายู

8.เฉลย 1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ เป็นคำประสมที่เกิดจากคำนามกับคำนาม
2) เรือพาย (นาม+กริยา) เรือเดินสมุทร (นาม+กริยา+นาม) เรือจ้าง (นาม+กริยา)
3) ปากเสีย (นาม+กริยา) ปากบอน (นาม+นาม) ปากหอยปากปู (นาม+นาม)
4) หักใจ(กริยา+นาม) หักหน้า (กริยา+นาม) หักลำ (กริยา+นาม)

9.เฉลย 2) ใหญ่โต เดือนร้อน ทรัพย์สิน เป็นคำซ้อนเพื่อความหมาย
1) เสือหมอบ เสือดาว เป็นคำประสม เสือสาง-คำซ้อนเพื่อความหมาย
3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ เป็นคำประสม
4) เจ็บไข้-คำซ้อน เจ็บใจ-คำประสม เจ็บตัว-กลุ่มคำ

10.เฉลย 4) มฤคมาศ (มาศ-เขมร) ผลผลิต(แปลความจากหน้าไปหลัง) วิพากษ์วิจารณ์ (แปลความจากหน้าไปหลัง)คำสมาสจะต้องแปลความจากหลังไปหน้า

11.เฉลย 3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น "อย่างที่" เป็นประพันธ์วิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า"ที่" เป็นประพันธสรรพนาม
2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว "อัน" เป็นประพันธสรรพนาม
4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา"อัน"เป็นประพันธสรรพนาม

12.เฉลย 1) "ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง" ไม่ต้องการคำตอบ เป็นประโยคแจ้งให้ทราบ

13.เฉลย 4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน "วัน" เป็นลักษณนาม

14.เฉลย 2) เขาไม่มาฉันเลยไม่คอย"เลย"เป็นคำสันธาน
1) ไปเลยนะแลัวไม่ต้องมา"เลย" เป็นคำวิเศษณ์
3) รถก็เลยเลยไปอีกคันนึงแลัว"เลย"เป็นคำกริยานุเคราะห์
4) ไปข้างหน้าเลยที่นี่ไมีมีที่จอด "เลย" เป็นคำวิเศษณ์

15.เฉลย 1) เขาซื้อบ้านของคุณตา (นาม-นาม)
2) บ้านของเขาอยู่ไกล (นาม-สรรพนาม)
3) ขนมของเธออยู่ในถุง (นาม-สรรพนาม)
4) ปากกาของฉันอยู่ไหน (นาม-สรรพนาม)

6.เฉลย 3) แมวถูกหมาไล่กัด เป็นประโยคกรรม
1) 2) 4) เป็นประโยคประธาน

17.เฉลย 4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ เป็นประโยคกริยาขึ้นต้นด้วยมี "มี"
1) 2) 3)เป็นประโยคกริยาสภาวมาลา

18.เฉลย 2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย

19.เฉลย 1) ลักษณนาม

20.เฉลย 3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า "สีฟ้า"เป็นวิเศษณ์ขยายนาม คือ "เสื้อ"

21.เฉลย 4) ไปวัดไปวาได้

22.เฉลย 1)เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่คงที่

23.เฉลย 2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ- วา-ทะ-ปา-ติ-โมก

24.เฉลย 3)ท้าวแสนปม

25.เฉลย 2)ร่ายยาว

26.เฉลย 1) กาพย์ยานี แบ่งวรรคได้ดังนี้
"งูเหลือมกินสุกร อึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไป
หน่อไม้ขึ้นมาไช ท้องแทงตลอดรอดคลาคืน"
หนังสืออ้างอิง:
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537



: ด.ช.ธนากร เทพอักษร เลขที่ 5 ม.1/11B - 23/11/2005 09:51

 

แบบฝึกหัดวิชาภาษาไทยสำหรับม.1-ม.3
1.ข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ
1) อำมะหิต เหงื่อกาฬ หอมหวน
2) ไอศครีม อาวรณ์ เอนก
3) อาเพท อานิลสงส์ โหยหวน
4) อุโมงค์ อินทรียวัตถุ อิริยาบถ

2.ข้อใดอ่านอย่างคำสมาสทุกคำ
1) เอกอัครราชทูต โอสถกรรม
2) เสวก สวรรคต
3) สัตบุรุษ สัทธรรม
4) สัปปุรุษ สุภาพบุรุษ

3.ข้อใดใช้ไม้ยมกแทนคำซ้ำไม่ได้
1) แต่งกายค่อนข้างจะปอนปอน
2) ผมหงอกหน้าย่นมากและจมูกออกจะแดงแดง
3) วันนี้ร้อนจริง ร้อนจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว
4) คอยอยู่ใกล้ใกล้เผื่อข้าจะเรียก

4.ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ
1) น้ำเลี้ยง น้ำลาย น้ำหนัก
2) นายบ้าน นายจ้าง นายว่า
3) นามแฝง นามธรรม นามบัตร
4) ตัวแทน ตัวต่อ ตัวเต็ง

5.ข้อใดเป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีทุกคำ
1) อัคนี ปัจเจก บุคคล
2) สิทธิ วัฒนา กีฬา
3) ปราณี เมตตา กรุณา
4) อรรถ บุปผา วุฒิ

: ด.ญ.กานต์สิรี โรจนวีระ เลขที่10 ม.1/11B - 11/11/2005 17:52

6. ข้อใดเป็นการสนธิพยัญชนะทุกคำ
1) สงสาร สมาคม สยมภู
2) สามัคยาจารย์ ราชินยานุสรณ์ อัคโยภาส
3) นิรมล หัสดาภรณ์ สโมสร
4) ยโสธร ทุรชน มโนภาพ

7. ข้อใดเป็นสมาสที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป
1) นิติบุคคล นิติศาสตร์ นิติกร
2) ประวัติบุคคล ประวัติศาสตร์ ประวัติวรรณคดี
3) นายกสมาคม นายกรัฐมนตรี นายกสโมสร
4) อากาศยาน อาถรรพณ์ อาชญากร

อ่านคำประพันธ์ แล้วตอบคำถามตั้งแต่ข้อ 8-10
"เพียงคำพูดกล่าวขานหวานสนิท
จะกลับผิดให้ถูกได้อย่างไรนั้น
กล่าววาจาแท้จริงสิ่งสำคัญ
ความหวานนั้นเป็นแต่แค่มายา"

8. สาระสำคัญของคำประพันธ์นี้ตรงกับข้อใด
1) วาจาจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
2) หน้าเนื้อใจเสือ
3) ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก
4) น้ำนิ่งไหลลึก

9. คำประพันธ์วรรคใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบทั้ง 5 เสียง
1) วรรคที่ 1
2) วรรคที่ 2
3) วรรคที่ 3
4) วรรคที่ 4

10. คำประพันธ์นี้มีอักษรควบและอักษรนำกี่คำตามลำดับ
1) อักษรควบ 5 คำ อักษรนำ 4 คำ
2) อักษรควบ 5 คำ อักษรนำ 3 คำ
3) อักษรควบ 6 คำ อักษรนำ 3 คำ
4) อักษรควบ 6 คำ อักษรนำ 2 คำ


: ด.ญ.กานต์สิรี โรจนวีระ เลขที่10 ม.1/11B - 11/11/2005 18:23

แบบฝึกหัดการโน้มน้าวใจและภาษากับเหตุผล

การทำงานของอวัยวะต่างๆต้องเป็นระบบและมีระเบียบ ร่างกายจึงอยู่เป็นปกติและเจ้าของร่างกาย
จึงจะรู้สึกสบายดี เมื่อใดอวัยวะต่างๆเกิดความขัดข้อง อาทิเกิดอุบัติเหตุโลหิตไหลออกนอกเส้นโลหิตใน
สมองเป็นการไม่อยู่ในระเบียบของการสูบฉีดโลหิต เจ้าของร่างกายก็จะล้มป่วยเป็นอัมพาตหรือถึงแก่ชีวิตได้

๑. ข้อความนี้เป็นการอธิบายโดยใช้วิธีใด
๑. ยกข้ออย่าง ๒. เปรียบความเหมือนความต่าง
๓. อธิบายตามลำดับขั้นตอน ๔. ชี้หาสาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน
๒. ควรจะสรุปข้อความนี้ว่าอย่างไร
๑. เจ้าของร่างกายจะสบายดีเมื่อการทำงานของอวัยวะอยู่ในระบบระเบียบ
๒. เจ้าของร่างกายจะสบายดีเมื่อเส้นโลหิตในสมองมิได้ถูกกระทบกระเทือน
๓. ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วโลหิตไหลออกนอกเส้นโลหิตก็อาจทำให้เป็นอัมพาตหรือถึงแก่ชีวิตได้
๔. การเป็นอัมพาตหรือถึงแก่ชีวิตเกิดเมื่อการทำงานของอวัยวะไม่อยู่ในระบบระเบียบ



ให้ใช้ข้อวามต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๓-๖

นึกสะท้อนใจอยู่ลึกๆ ว่าหนุ่มสาวสมัยนี้ถ้าไม่ใช่พ่อรวย แม่รวย มีกิจการใหญ่โต มีมรดกพันล้าน
เป็นฐานให้แล้วจะสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเรื่องยากเต็มที่ จะซื้อบ้านสักหลังต้องทำงานกันทั้งงาน
ประจำและงานพิเศษ หรือไม่ก็เป็น"เศรษฐีเงินผ่อน" กันหืดขึ้นคอเป็นเพราะผู้คนในสภาพสังคมใหม่แข่งขันแย่งงานแย่ง
อาชีพมากขึ้น โอกาสในการตั้งตัวอย่างคนจีนรุ่นโบราณมีน้อยลง การสร้างตัวจาก
"เสื่อผืนหมอนใบ" หมดสมัยไปแล้ว คนที่ทำงานกินเงินเดือน
ประจำ โอกาสที่จะหวังจับเงินแสนเงินล้านมีน้อยมาก


๓. ผู้เขียนสะท้อนใจมนเรื่องอะไร
๑. คนในสังคมแย่งกันกินอยู่และประกอบอาชีพ
๒. ปริมาณประชากรมีมากขึ้น โอกาสที่คนจนจะสร้างฐานะจึงหมดไป
๓. คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตจะต้องมาจากครอบครัวเดิมที่มีฐานะดี
๔. คนที่ต้องการสร้างฐานะด้วยตัวเอง ทำงานหนักและเหนื่อยกว่าปกติ
๔. จากข้อความข้างต้นสามารถสรุปสาระสำคัญของผู้เขียนว่าอย่างไร
๑. ปัจจัยในการดำรงชีวิตนี้ราคาสูงขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับรายได้
๒. สภาพสังคมปัจจุบันบีบคั้นมากสำหรับคนที่มีแต่เงินเดือนประจำ
๓. คนปัจจุบันไม่ควรคิดสร้างฐานะโดยเริ่มต้นจากเสื่อผืนหมอนไป
๔. พ่อแม่ควรเตรียมทรัพย์สินสำหรับลูกไว้บ้างเพื่อมิให้ลูกลำบากเกินความจำเป็น
๕. ในข้อความข้างต้นผู้เขียนกล่าวถึงคนจีนในเมืองไทยเพื่อสื่อความหมายในเรื่องใด
๑. เศรษฐีเงินล้านส่วนใหญ่เป็นคนจีน
๒. ระบบเงินผ่อนเกิดจากเศรษฐกิจของคนจีน
๓. คนจีนทำให้เกิดการแข่งขันและแย่งงานกันทำ
๔. คนจีนสามารถสร้างฐานะได้จากความไม่มีอะไร
๖. "หืดขึ้นคอ" ในข้อความนี้มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
๑. เป็นบ้าเป็นหลัง ๒. สายตัวแทบขาด
๓. หัวไม่วางหางไม่เว้น ๔. หายใจหายคอไม่ทัน


ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบข้อ ๗-๙

"หลักการของคุณคืออะไร"
"พยายามหาทาง"
"ทางอะไร"
"ทางที่จะนำไปสู่บั้นปลาย"
"ปลายอะไร"
"ปลายเดือนสิคุณ"

๗. บทสนทนาของผู้ถามตอบข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด
๑. การเงิน ๒. ความยากจน
๓. ภาวะเศรษฐกิจ ๔. การประหยัด
๘. บทสนทนานี้ ข้อความใดสำคัญที่สุดในการไขความให้เกิดความเข้าใจ
๑. หลักการ ๒. ปลายเดือน
๓. บั้นปลาย ๔. หาทาง
๙. จากคำสนทนานี้พอจะอนุมานได้ว่าผู้ตอบเป็นคนอย่างไรเด่นชัดที่สุด
๑. ช่างคิด ๒. เจ้าคารม
๓. ขี้รำคาญ ๔. จริงใจ



ให้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๐-๑๑

ในกาแฟมรสารเคมีชื่อว่าคาเฟอีนซึ่งมาคุณสมบัติกระตุ้นทางด้านจิตใจ ทางประสาทและทางกายทำให้เกิด
ความกระปรี้กระเปร่า คล่องแคล่วว่องไว ไม่ซึมไม่ง่วงหาวนอน แต่ก็เป็นสภาพชั่วคราว บางคนเมื่อดื่มกาแฟ
แล้วถึงกับนอนไม่หลับ คาเฟอีนช่วยขยายหลอดเลือดเล็กน้อย ทำให้เลือดไหลเข้าสู่สมองและหัวใจได้ดีขึ้น
คนบางคนไม่ถูกกับกาแฟ ดื่มกาแฟแล้วเกิดอาการปวดศีรษะและระบบย่อยอาหารไม่ดี

๑๐. ผู้เขียนมีความมุ่งหมายอย่างไรในการเขียนข้อความนี้
๑. ให้ข้อมูล ๒. เตือนให้ระวัง
๓. วิเคราะห์คุณและโทษ ๔. ชี้ให้เห็นสิ่งที่ถูกมองข้าม
๑๑. ควรที่ตั้งชื่อข้อความข้างต้นว่าอย่างไร
๑. คาเฟอีนในกาแฟ ๒. คุณและโทษของคาเฟอีน
๓. ความรู้เรื่องสารคาเฟอีน ๔. ข้อควรระวังเกี่ยวกับกาเฟอีน



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๒-๑๖

เมื่อเห็นเพื่อนของคุณใช้เครื่องประดับที่ทำด้วยงาช้างขอได้ปรานีเขาและปรานีช้างพอที่จะเล่าให้ฟังว่าช้าง
แอฟริกาได้ถูกทำลายลงอย่างน่าใจหายอย่างไร จะเล่าด้วยก็ได้นะครับว่าช้างนั้นเป็นสัตว์สังคมอย่างยิ่ง คือต้องอยู่กันเป็นโขลงและมีความสัมพันธ์กับอย่างมาก ตัวที่แก่และมีงายาวจะถูกฆ่าตายก่อนแล้วก็มาถึง
งาธรรมดา โขลงช้างที่เหลือจึงเป็นสัตว์สังคมช้างที่ขาดความสมดุลของวัย เพราะเหลือแต่ช้างหนุ่มช้างสาว
โอกาสจะเอาตัวรอดในธรรมชาติก็น้อยลง เขาประมาณกันว่าช้างซึ่งมีอายุไม่ถึง ๑๐ ปี
จะตายลงเมื่อพ่อแม่มันถูกฆ่าตายไปแล้ว
เพียงแต่คุณยุติการใช้งาช้างสักคนหนึ่ง บางทีก็ได้รักษาชีวิตช้างไว้ได้เชือกหนึ่งแล้ว

๑๒. จุดมุ่งหมายของผู้เขียนคือข้อใด
๑. เสนอกันให้ช่วยอนุรักษ์ช้างป่า
๒. รณรงค์ให้งดใช้เครื่องประดับจากงาช้าง
๓. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสังคมและธรรมชาติ
๔. ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมและธรรมวาติของช้าง
๑๓. "ปรานีเขา" ให้ข้อความข้างต้นมีความหมายตรงกับข้อใด
๑. ช่วยให้เพื่อนมีส่วนร่วมในการทำลายชีวิตสัตว์
๒. ช่วยให้เพื่อนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องวิถีชีวิตขิงช้าง
๓. ช่วยมิให้เพื่อนมีค่านิยมที่ผิดๆ ในการใช้เครื่องประดับ
๔. ช่วยให้เพื่อนเข้าใจเกี่ยวกับความสมดุลของธรรมชาติ
๑๔. ข้อใดที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึงในข้อความข้างต้น
๑. ช้างชอบอยู่รวมกันเป็นโขลง
๒. ช้างเป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยอยู่กับมนุษย์
๓. ช้างจะเกื้อกูลกันเพื่อความอยู่รอดในธรรมชาติ
๔. ช้างโขลงเดียวกันจะมีความสัมพันธ์ในระบบอาวุโส
๑๕. ข้อความข้างต้นแสดงลักษณะใดของผู้เขียนเด่นชัดที่สุด
๑. เป็นคนมีเหตุผล ๒. เป็นคนที่มีอุดมการณ์
๓. เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ๔. เป็นผู้ที่เข้าใจปัญหาเกี่ยวกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม
๑๖. ท่วงทำนองการเขียนของข้อความนี้มีลักษณะใด
๑. ยั่วยุ ๒. โน้มน้าว ๓. อ้อนวอน ๔. ประชดประชัน



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๗-๑๘

หนังสือเป็นอาหารบำรุงสมอง เป็นช่องทางที่แน่นอนที่สุดของมนุษย์ในอันที่จะสร้างสรรค์อำนาจแห่งจิต เป็นมิตรแท้ที่จะนำมนุษย์ไปสู่ความสำเร็จสมหวังอย่างซื่อสัตย์ที่สุด
๑๗. ข้อใดบอกความหมายของข้อความข้างต้นได้ครบถ้วนที่สุด
๑. การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสติปัญญาและจิตใจ
๒. ผู้ที่ประสบความสำเร็จต้องอ่านหนังสือที่มีประโยชน์
๓. การอ่านหนังสือจะทำให้คนฉลาดขึ้นและประกอบกิจการงานได้ดี
๔. คนที่มีหนังสืออยู่กับตัวจะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนที่ไม่เคยขัดแย้งกัน
๑๘. ข้อใดไม่ใช่ความเปรียบเทียบถึงหนังสือในข้อความนี้
๑. อาหารบำรุงสมอง ๒. อำนาจแห่งจิต
๓. ช่องทางของมนุษย์ ๔. มิตรแท้



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๙-๒๑

๑. ธรรมชาติเป็นผู้ให้กำเนินชีวิตมนุษย์ แต่ก็น่าเสียใจว่าความเจริญของมนุษย์ที่ขาดจิตสำนึกแปรผันไป
ทำลายธรรมชาติอย่างย่อยยับ
๒. แม่น้ำซึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิดและสายน้ำให้มนุษย์ได้อุปโภคตลอดจน
ใช้ทางการเกษตร
๓. ภูเขาซึ่งเคยเขียวขจีเต็มไปด้วยพันธุ์แมกไม้นานาชนิดและพันธุ์สัตว์ป่า เป็นที่กำเนินต้นน้ำลำธาร
๔. แต่......อนิจจาสิ่งเหล่านี้ได้ถูกผู้ที่ขึ้นชื่อว่า "มนุษย์" เป็นผู้ทำลายทั้งสิ้นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของสรรพชีวิต
ที่อาศัยร่วมโลก
๑๙. ผู้เขียนมีความรู้สึกตรงกับข้อใดมากที่สุด
๑. เศร้าใจที่ธรรมชาติจะถูกทำลายสิ้น
๒. เสียดายที่แม่น้ำลำธารและป่าไม้ถูกทำลาย
๓. สลดใจที่มนุษย์เห็นแก่ประโยชน์จนทำลายธรรมชาติ
๔. กังวลใจว่าในอนาคตสิ่งมีชีวิตในโลกนี้จะเดือดร้อนกันทั่ว
๒๐. สาระสำคัญของข้อความนี้อยู่ในส่วนใด
๑. ส่วนที่๑ และ ๒ ๒. ส่วนที่๑ และ ๔
๓. ส่วนที่๑ และ ๓ ๔. ส่วนที่ ๒ และ ๓
๒๑. ข้อเขียนนี้น่าจะมีจุดประสงค์ตรงตามข้อใดมากที่สุด
๑. จูงใจคนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๒. ขอร้องให้รณรงค์ให้เลิกตัดไม้ทำลายป่า
๓. เตือนให้นึกถึงความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์
๔. ปลุกเร้าให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการสงวนทรัพยากรธรรมชาติ



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๒-๒๔

โรงเรียนต่างๆควรจัดทำรางน้ำฝน ท่อรองน้ำ และภาชนะกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยจัดขอ
งบประมาณเพื่อการนี้ หรือขอความร่วมมือจากเอกชนตลอดจนหน่วยงายราชการต่างๆ หากโรงเรียน
ได้เก็บน้ำไว้ใช้นอกจากจะใช้ในโรงเรียนแล้ว ยังอาจมีพอให้บริการชุมชนในบางโอกาสด้วย ซึ่งสอดคล้อง
กับโครงการสร้างความสัมพันธ์บ้าน วัด โรงเรียน ที่สำคัญต้องมาตรการการใช้น้ำให้คุ้มค่า
ควรปลูกฝังนิสัยนักเรียนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ระดมกำลังกันสร้างนิสัยและค่านิยมในการประหยัดน้ำ
เช่น นำน้ำล้างมือไปใช้รดน้ำต้นไม้

. ผู้กล่าวข้อความข้างต้นน่าจะเป็นผู้ใด
๑. ผู้อำนวยการโรงเรียน ๒. ผู้ว่าราชการจังหวัด
๓. เจ้าอาวาสวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ ๔. นายกสมาคมครูและผู้ปกครอง
๒๓. ข้อความข้างต้นไม่ได้กล่าวถึงเรื่องใด
๑. การรักษาแหล่งน้ำ ๒. การใช้น้ำอย่างประหยัด
๓. การเก็บน้ำตามธรรมชาติ ๓. การปรับพฤติกรรมการใช้น้ำ
๒๔. ผู้กล่าวข้อความข้างต้นกล่าวในลักษณะใด
๑. เตือนและสั่งให้ทำ ๒. ชี้แจงและให้นโยบาย
๓. แจ้งให้ทราบแนวปฏิบัติ ๔. เตือนและเสนอแนวปฏิบัติ



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๕-๒๘

) ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดที่สุด เพราะทุกหน่วยพลังงานที่ได้จากก๊าซธรรมชาติทำให้เกิดการแพร่กระจายของคาร์บอนได
ออกไซด์เพียงครึ่งหนึ่งของถ่านหิน และหนึ่งในสี่ของน้ำมันเท่านั้น
) นอกจากนั้นก๊าซธรรมชาติยังปลอดจากสารกำมะถันซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดฝนกรดเช่นเดียว
กับถ่านหินและน้ำมัน ) และข้อสำคัญในทุกๆปีจะมีการค้นพบแหล่งก๊าซมากกว่าปริมาณการเผาผลาญ
) การค้นพบเท่าที่ปรากฏทุกวันนี้จะทำให้มีก๊าซธรรมชาติพอใช้ไปอีก ๔๘ ปีในอัตราการโดยปกติใช้ในปัจจุปัน

. ผู้เขียนมีเจตนาอย่างไร
๑. แสดงข้อเท็จจริง ๒. ชักชวนให้ตั้งข้อสงสัย
๓. ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ถูกมองข้าม ๔. โน้มน้าวเพื่อประโยชน์ทางการค้า
๒๖. ข้อความข้างต้นควรใช้หัวข้ออย่างไร
๑. ลักษณะของก๊าซธรรมชาติ ๒. พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ
๓. ประโยชน์ของก๊าซธรรมชาติ ๔. ข้อดีของก๊าซธรรมชาติ
๒๗. ข้อใดไม่ถูกต้องตามข้อความข้างต้น
๑. ก๊าซธรรมชาติทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยมาก
๒. ถ่านหินและน้ำมันถูกเผาผลาญเป็นปริมาณที่ค้นพบ
๓. ก๊าซธรรมชาติยังคงมีใช้ไปอีกกว่าครึ่งศตวรรษถ้าใช้ในอัตราเดิม
๔. การใช้พลังงานน้ำมันทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แพร่กระจายกว่ากว่าพลังงานจากถ่านหิน
๒๘. ข้อความส่วนใดมีความกำกวม
๑. ส่วนที่ ๑ ๒. ส่วนที่ ๒
๓. ส่วนที่ ๓ ๔. ส่วนที่ ๔



ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๙-๓๑

แนวคิดนี้เริ่มมาแต่เมื่อไรไม่ทราบ แต่ได้ยินได้ฟังมานานพอสมควร คู่หนุ่มสาวหลายคู่มักจะบอกว่า
ไม่อยากจัดงานให้หรูหราเพราะฟุ่มเฟือยเหลือเกิน และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรับรู้ว่า
สองคนนี้จะอยู่กินฉันสามีภรรยา แล้วเวลาทุกข์เวลาสุขแขกรับเชิญในงานเลี้ยงก็ไม่ได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุข
กับเราด้วย นอกจากนี้คนที่รับเชิญเขาอาจจะรู้สึกว่าถูกรบกวนให้เสีย “ภาษีสังคม” อีกแล้ว


มนุษย์มีภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้เหตุผลและในการพัฒนาสมรรถภาพในการใช้เหตุผล
นอกจากนี้มนุษย์ยังต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในกระบวนการใช้เหตุผลซึ่งเป็นวิทยาการสำคัญแขนงหนึ่ง
เรียกว่าวิชา "ตรรกวิทยา"
ความหมายของคำ เหตุ และผล
เหตุ หมายถึง สิ่งที่เป็นต้นกำเนิด หรือสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมา อาจเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดมีขึ้น
หรือจากการกระทำอาจเรียกว่า "สาเหตุ" หรือ "มูลเหตุ"
ผล หมายถึง สิ่งที่เกิดตามมาจากเหตุ ผลของเหตุอันหนึ่งอาจกลายเป็นเหตุของผลอย่างอื่นต่อเนื่อง
กันไปโดยไม่สิ้นสุดก็ได้ "ผล" นี้เรียกว่า "ผลลัพธ์"



โครงสร้างของการแสดงเหตุผลและภาษาที่ใช้
โครงสร้างของการแสดงเหตุผล ประกอบด้วย
1. ตัวเหตุผล หรือข้อสนับสนุน
2. ข้อสรุป

กระบวนการแสดงเหตุผลและการอนุมาน
การอนุมานศีล การะบวนการหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่ มี 2 ประการ คือ
1. การอนุมานด้วยวิธีนิรนัย คือการแสดงเหตุผลจากส่วนรวมไปหาส่วนย่อย
2. การอนุมานด้วยวิธีอุปนัย คือการแสดงเหตุผลจากส่วนย่อยไปหาส่วนรวม



การอนุมานโดยพิจารณาสาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน
1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ คือการที่เราใช้ความรู้ความเข้าใจของเราพิจารณาปรากฏการณ์
อย่างหนึ่งว่าปรากฏการณ์นั้น
จะทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรมา
2. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ คือการที่เราใช้ความรู้ความเข้าใจของเราพิจารณาปรากฏการณ์
อย่างหนึ่งว่าปรากฏการณ์นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร
3. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ คือการที่เราใช้ความรู้ความเข้าใจของเราพิจารณาปรากฏการณ์
อย่างหนึ่งว่า เป็นผลลัพธ์ของสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งก่อน แล้วจึงพิจารณาต่อไปว่า สาเหตุนั้นอาจจะก่อ
ให้เกิดผลลัพธ์อื่นใดได้อีกบ้าง





เฉลยแบบฝึกหัดการโน้มน้าวใจและภาษากับเหตุผล

ข้อ ๑ ตอบข้อ ๔
ข้อ ๒ ตอบข้อ ๔
ข้อ ๓ ตอบข้อ ๔
ข้อ ๔ ตอบข้อ ๑
ข้อ ๕ ตอบข้อ ๔
ข้อ ๖ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๗ ตอบข้อ ๑
ข้อ ๘ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๙ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๐ ตอบข้อ ๓



ข้อ ๑๑ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๒ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๓ ตอบข้อ ๓
ข้อ ๑๔ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๕ ตอบข้อ ๓
ข้อ ๑๖ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๗ ตอบข้อ ๑
ข้อ ๑๘ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๑๙ ตอบข้อ ๓
ข้อ ๒๐ ตอบข้อ ๒



ข้อ ๒๑ ตอบข้อ ๔
ข้อ ๒๒ ตอบข้อ ๑
ข้อ ๒๓ ตอบข้อ ๓
ข้อ ๒๔ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๒๕ ตอบข้อ ๑
ข้อ ๒๖ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๒๗ ตอบข้อ ๒
ข้อ ๒๘ ตอบข้อ ๓



ต้องลากันจิงๆแล้วนะ ............Bye.....Bye............



อ้างอิง: อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์
คู่มือภาษาไทย เอนทรานซ์ ม.๔-๖. สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๓

 

ิ11. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นเสียงเดียวกันทุกคำ
1) ซุ่มซ่าม ซวดเซ สอดส่อง
2) ทรามวัย สดใส ส่องแสง
3) ซุกซ่อน พากเพียร รุ่มร่าม
4) ส่งเสริม สุดสวาท สายสร้อย

12. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายอยู่ในมาตราเดียวกัน
1) เร่อร่า เผอเรอ ป้ำเป๋อ
2) พาล หาญ กาฬ
3) เลอะเทอะ เปรอะ เขรอะ
4) เมฆ เขต เลศ

13. ข้อใดมีคำตานน้อยที่สุด
1) เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย
2) เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม
3) อากาศจักจานผจง จารึก พอฤา
4) โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤาเห็น

14. "ลิงค่างครางโครกครอกฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอนชะนีวิเวกวอนนกหกร่อนนอนรังเรียง"
1) กาพย์ยานี
2) กาพย์ฉบัง
3) กาพย์สุรางคนางค์
4) อินทรวิเชียรฉันท์

15. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1) เธอจะไปกับใคร
2) ใครจะไปพร้อมเธอ
3) คนที่เธอจะไปด้วยเป็นใคร
4) ใครจะไม่ไปกับเธฮ
16. ข้อใดมีเจตนาถามให้ตอบ
1) ไปไหนไปด้วย
2) ไปด้วยคนนะ
3) ถ้าจะไปไหนบอกด้วย
4) จะไปไหนกัน

17. ข้อใดเรียงประโยคต่างจากข้ออื่น
1) หลายประเทศกำลังพิจารณาโครงการนี้อยู่
2) ประเทศไทยตัดสินเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว
3) รัฐบาลให้รีบเร่งดำเนินการทางกฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
4) ประชาชนแสดงทรรศนะไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง

18. คำในข้อใดมีความหมายกว้างออกไป
1) ใจดี
2) ใจเสีย
3) ใจเพชร
4) ใจกล้า

19. สำนวนในข้อใดไม่เป็นประโยค
1) ตีงูให้กากิน
2) จับงูข้างหาง
3) ล้วงคองูเห่า
4) ศึกเหนือเสือใต้

20. ข้อใดเป็นการประสมอักษร 3 ส่วน
1) เธอ
2) ท่าน
3) เทริด
4) เพลิน

21. ข้อใด "ฑ" ออกเสียง "ท"
1) บัณฑุ
2) มณฑป
3) มณฑล
4) บัณฑิต

22. คำว่า "ถึง" ในข้อใดเป็นคำกริยา
1) ึถึงเขาไม่ม่าฉันก็ไปเองได้
2) เขาไปหาฉันถึงบ้าน
3) เขาไปถึงบ้านคุณยายที่เชียงใหม่
4) เขาถึงบ้านก่อนเพื่อนๆเสียอีก

23. คำสมาสในข้อใดแปลจากหลังมาหน้ากรือหน้าไปหลังก็ได้
1) ทาสกรรมกร
2) บุตรทาน
3) สังฆสภา
4) พุทธวัจนะ

24. ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำสมาสทุกคำ
1) ราชอุบาย กรมท่า ตรัสรู้
2) สิทธิบัตร วัฒนธรรม กรรมาธิการ
3) ธนาคาร ธไนศวรรย์ มหรรณพ
4) สันติสุข จริยธรรม พุทธบริษัท

25. ข้อใดออกเสียงพยางค์หน้าต่างจากข้ออื่น
1) พลความ
2) พลการ
3) พลรบ
4) พลโลก

26. คำว่า "จดหมาย" ของสมเด็จพระสังฆราชใช้ว่าอย่างไร
1) ลิขิต
2) พระลิขิต
3) ลายพระหัตถ์
4) พระสมณสาสน์

27. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ผิด
1) ทรงม้า ทรงช้าง ทรงกีฬา
2) ทรงพระอักษร ทรงเครื่องใหญ่ ทรงเรือใบ
3) ฉลองพระองค์ ฉลองพระเนตร ฉลองพระบาท
4) ทรงโปรด ทรงเสด็จ ทรงตรัส

28. สำนวนในใข้อใดมีความหมายในเชิงอาฆาต
1) วันโกนไม่ละวันพระไม่เว้น
2) วันพระไม่ได้มีหนเดียว
3) รักพี่เสียดายน้อง
4) ตื่นแต่ดึกสึกแต่หนุ่ม

29. "พูดให้เขาเขวออกนอกเรื่อง" ตรงกับสำนวนไทยอย่างไร
1) ชักแม่น้ำทั้งห้า
2) ชักใบให้เรือเสีย
3) ชักน้ำเข้าลีก ชักศึกเข้าบ้าน
4) ตีปลาหน้าไซ

30. ข้อใดไม่ใช่คำสุภาพ
1) ถั่วเพาะ
2) ปลายาว
3) ปลาช่อน
4) ราวดิน

หนังสืออ้างอิง:
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด
รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537
เฉลยแบบฝึกหัด :
1. ตอบ 4) อุโมงค์ อินทรียวัตถุ อิริยาบถ
2. ตอบ 1) เอกอัครราชทูต
3. ตอบ 3) วันนี้ร้อนจริง ร้อนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
4. ตอบ 1) น้ำเลี้ยง น้ำลาย น้ำหน้า
5. ตอบ 2) สิทธิ วัฒนา กีฬา
6. ตอบ 4) ยโสธร ทุรชน มโนภาพ
7. ตอบ 1) นิติบุคคล นิติศาสตร์ นิติกร
8. ตอบ 1) วาจาจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
9. ตอบ 4) วรรคที่ 4
10. ตอบ 1) อักษรควบ 5 คำ อักษรนำ 4 คำ
11. ตอบ 1) ซุ่มซ่าม ซวดเซ สอดส่อง
12. ตอบ 2) พาล หาญ กาฬ
13. ตอบ 4) โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤาเห็น
14. ตอบ 1) กาพย์ยานี
15. ตอบ 3) คนที่เธอจะไปด้วยเป็นใคร
16. ตอบ 4) จะไปไหนกัน
17. ตอบ 1) หลายประเทศกำลังพิจารณาโครงการนี้อยู่
18. ตอบ 3) ใจเพชร
19. ตอบ 4) ศึกเหนือเสือใต้
20. ตอบ 1) เธอ
21. ตอบ 3) มณฑล
22. ตอบ 4) เขาถึงบ้านก่อนเพื่อนๆ เสียอีก
23. ตอบ 1) ทาสกรรมกร
24. ตอบ 4) สันติสุข จริยธรรม พุทธบริษัท
25. ตอบ 2) พลการ
26. ตอบ 4) พระสมณสาสน์
27. ตอบ 4) ทรงโปรด ทรงเสด็จ ทรงตรัส
28. ตอบ 2) วันพระไม่ได้มีหนเดียว
29. ตอบ 2) ชักใบให้เรือเสีย
30. ตอบ 3) ราวดิน
: ด.ญ.กานต์สิรี โรจนวีระ เลขที่ 10 ม.1/11B - 11/11/2005 18:39

 

แบบฝึกหัดการโน้มน้าวใจและภาษากับเหตุผล [ 2 ]
๒๙. แนวคิดในข้อความข้างต้นได้แก่อะไร
๑. การจัดงานแต่งงานควรเชิญเฉพาะคนใกล้ชิด
๒. หนุ่มสาวปัจจุบันเริ่มนิยมอยู่กินร่วมกันโดยไม่จัดพิธีแต่งงาน
๓. คนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งเห็นว่างานแต่งงานควรจัดอย่างประหยัด
๔. แขกที่รับเชิญส่วนใหญ่ไม่สะดวกใจที่มาร่วมงานแต่งงาน
๓๐. "ภาษีสังคม" หมายความว่าอะไร
๑. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเนื่องจากได้รับเชิญให้มาร่วมงานแต่งงาน
๒. พันธะที่ต้องจ่ายทรัพย์เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม
๓. ภาวะจำยอมในการต้องจ่ายเงินบำรุงสังคม
๔. การไปร่วมงานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
๓๑. จุดมุ่งหมายของผู้เขียนข้อความนี้คือข้อใด
๑. ตักเตือน
๒. ประชดประชัน
๓. วิพากษ์วิจารณ์
๔. แนะให้คิด


: ด.ญ. วิจิตรแข เจนปรมกิจ ม.2/11B เลขที่ 23 - 11/11/2005 22:51

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๓๒ - ๓๖
..........แม้เทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถิอ จานดาวเทียม ผู้ด้อยโอกาสก็ยังไม่ได้สัมผัสกับความทันสมัยเหล่านั้น เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงไม่รู้หรอกว่า คอมพิวเตอร์รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร สังคมไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้ สังคมได้แต่บีบให้วิถีชีวิตของเขามีทางเลือกน้อยลง ต้องดิ้นรนทำมาหากิน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิต
ให้รอดไปวันหนึ่งๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่โอกาสที่พวกเขาจะก้าวให้ทันเทคโนโลยีอเลย โอกาสที่จะให้พวกเขาเข้าไปสัมผัสนั้นยังมีค่าความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์

๓๒. ข้อใดมิใช่นัยแห่งความหมายของคำว่า "ผู้ด้อยโอกาส" ตามที่ปรากฏในข้อความข้างต้น
๑. ต่ำต้อยทางเศรษฐกิจ
๒. ต่ำต้อยทางการศึกษา
๓. ต่ำต้อยทางการงาน
๔. ต่ำต้อยทางชาติกำเนิด

๓๓. ข้อความดังกล่าวมีการประกอบศัพท์ใหม่ปรากฏอยู่จำนวนกี่คำ
๑. ๑ คำ
๒. ๒ คำ
๓. ๓ คำ
๔. ๔ คำ

๓๔. กลวิธีการนำเสนอให้ผู้เขียนใช่นั้น จัดเป็นกลวิธีประเภทใด
๑. บรรยาย และอธิบาย
๒. บรรยาย และพรรณนา
๓. อธิบาย และพรรณนา
๔. บรรยาย อธิบาย และพรรณนา

๓๕. ผู้เขียนมีเจตนาเช่นไร
๑. ชี้ปัญหาความล้าหลังทางเทคโนโลยีของผู้ด้อยโอกาส
๒. เรียกร้องให้สังคมเห็นใจผู้ด้วยโอกาสทางเทคโนโลย
๓. ชี้ถึงสาเหตุที่ทำให้มีผู้ด้อยโอกาสทางเทคโนโลยี
๔. กระตุ้นให้มีการส่งเสริมความเจริญทางเทคโนโลยีแก่ผู้ด้อยโอกาส

๓๖. สารข้อใดไม่ปรากฏในข้อความข้างต้น
๑. ทุกคนในสังคมไม่อาจปรับตัวให้ทันกับความเจริญทางเทคโนโลยี
๒. ผู้ที่ก้าวทันเทคโนโลยีจะสามารถดำรงชีวิตและเป็นสุขได้อย่างปลอดภัย
๓. สภาพสังคมเป็นปัจจัยกำหนดวิถีดำเนินชีวิตของคนในสังคม
๔. ในสังคมของความเจริญทางเทคโนโลยีในปัจจุบันประกอบด้วยกลุ่มผู้มีโอกาสและด้อยโอกาส


: แพร์ ^^ - 11/11/2005 23:20

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๓๗ - ๔๐
..........นักวิจัยชาวกรีกแห่งมหาวิทยาลัยพาทราส เปิดเผยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาว่าได้ค้นพบว่าสตรีกรีกโบราณนิยมใช้เครื่องสำอางที่มีสาร
ตะกั่วปนอยู่ และได้สกัดผิวสตรียุโรปมาไม่น้อยกว่าสามพันปี การกล่าวถึงพิษภัยของสารตะกั่วที่
ผสมอยู่นี้มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แต่ไม่มีใครเชื่อ กลับหัวเราะเยาะเอาด้วยซ้ำ การค้นพบครั้งนี้ชี้ชัดว่าความสวยงามกับการเสียโฉมเป็นของคู่โลกมาตั้งแต่โบราณแล้ว

๓๗. ผู้เขียนเรื่องนี้ด้วยเจตนาใด
๑. เตือนให้ใช้เครื่องสำอางอย่างระมัดระวัง.
๒. ปลอบใจว่าการใช้เครื่องสำอางเป็นสิ่งไม่น่ากลัว
๓. แนะนำให้เลิกใช้เครื่องสำอาง
๔. ขู่ขวัญให้เห็นอันตรายจากเครื่องสำอาง

๓๘. สาระสำคัญของข้อความนี้คืออะไร
๑. สตรีนิยมใช้เครื่องสำอางมานับพันปีแล้ว
๒. สตรีกับการประทินโฉมเป็นของคู่กัน
๓. สตรีรับอันตรายจากการใช้เครื่องสำอางมานานแล้ว
๔. สตรีควรเลิกใช้เครื่องสำอางประทินโฉมตั้งแต่อดีตกาล

๓๙. ข้อใดมิใช่ข้อเท็จจริง
๑. นักวิจัยมหาวิทยาลัยพาทราสแถลงผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องสำอาง
๒. ชาวกรีกโบราณไม่ยอมเชื่อเรื่องพิษภัยของสารตะกั่วในเครื่องสำอาง
๓. การประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางเกิดขึ้นตั้งแต่อดีตกาล
๔. สตรียุคปัจจุบันวิตกกังวลถึงอันตรายจากเครื่องสำอาง

๔๐. ข้อความข้างต้นมีวิธีเขียนอย่างไร
๑. อธิบายโดยยกตัวอย่างประกอบ
๒. อธิบายจากข้อสรุปไปสู่ข้อสนับสนุน
๓. อธิบายจากข้อสนับสนุนไปสู่ข้อสรุป
๔. อธิบายสาเหตุและผลลัพธ์สัมพันธ์กัน


: แพร์ ^^ - 12/11/2005 12:57

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบข้อ ๔๑ - ๔๒
..........การศึกษาจะต้องสร้างคนให้มีความสุข เพราะว่าความสุขเป็นแกนของจริยธรรมใน
ทางพระพุทธศาสนานั้น คนมีจริยธรรมได้ต้องมีความสุขเป็นหลักด้วย ถ้าคนไม่มีความสุขแล้ว
จะมีจริยธรรมได้ยาก คนที่มีความสุขย่อมมีความโน้มเอียงที่จะแผ่ความสุขไปให้แก่ผู้อื่น
ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

๔๑. สาระสำคัญของข้อความข้างต้นคือข้อใด
๑. การสร้างความสุข
๒. การสร้างคน
๓. การสร้างจริยธรรม
๔. การสร้างการศึกษา

๔๒. ข้อความข้างต้นกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใดกับสิ่งใดเป็นสำคัญ
๑. การศึกษากับคน
๒. ความสุขกับจริยธรรม
๓. การศึกษากับความสุข
๔. ความสุขกับคน

๔๓. ข้อใดที่ไม่ปรากฏในข้อความข้างต้น
๑. ความสุขหาได้จากการศึกษา
๒. หัวใจของความสุขคือจริยธรรม
๓. การศึกษาต้องสร้างจริยธรรม
๔. จริยธรรมทำให้คนเป็นสุข


: แพร์ ^^ - 12/11/2005 13:13

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบข้อ ๔๔ - ๔๖
..........หนังสือสำหรับเด็กในเมืองไทยยังมีน้อยเหลือเกิน พ่อแม่ชอบซื้อและอ่านเรื่องจำพวกประโลมโลกมาก กว่าจะยอมเสียเงินซื้อหนังสือดีๆ ให้ลูกอ่าน เราไม่พยายามผลิตคนรุ่นใหม่ของเราให้เป็นนักอ่าน หนังสือดีๆ นักเขียนนวนิยายของเราไม่ค่อยมีใจเอื้อเฟื้อที่จะเจียดเวลามาเขียนเรื่องสำหรับเด็ก เด็กไทยจึงหันไปนิยมอ่านการ์ตูนกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และดูโทรทัศน์ญี่ปุ่น เล่นเกมญี่ปุ่น แทนการออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน

๔๔. ข้อสรุปจากทรรศนะข้างต้นมีลักษณะอย่างไร
๑. เป็นการเสนอแนะ
๒. เป็นการวินิจฉัย
๓. เป้นการสันนิษฐาน
๔. เป็นการประเมินค่า

๔๕. ผู้เขียนใช้วิธีการแสดงเหตุผลอย่างไรในการแนะนำเสนอทรรศนะ
๑. จากสาเหตุไปหาผลลัพธ์
๒. จากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ
๓. จากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์
๔. จากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ และจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ

๔๖. จากเรื่องนี้ ผู้เขียนมีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่เขียน
๑. ท้อแท้
๒. กังวล
๓. ห่วงใย
๔. ผิดหวัง


: แพร์ ^^ - 12/11/2005 13:32

จงอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ ๔๗ - ๔๘
..........ในเชียงใหม่บางฤดูของปีนั้น ปริมาณมลพิษในอากาศมีสูงกว่าโตเกียวและกรุงเทพฯ ทั้งนี้เพราะสภาพภูมิประเทศของเชียงใหม่เป็นแอ่งกลางภูเขา และถนนรนแคมที่ค่อนข้างแคบ จึงทำให้อาคารสองข้างกลายเป็นกล่องปิดอากาศเสียเอาไว้ในเมืองได้หนาแน่นกว่ากรุงเทพฯ
การเติบโตของเชียงใหม่ ในลักษณะที่ไม่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้มองเห็นได้ว่า ปลายทางของเชียงใหม่คือนรกอย่างเดียวกับที่อาจพบในกรุงเทพฯ

๔๗. ผู้เขียนข้อเขียนข้างต้นมีจุดประสงค์จะสื่อความในเรื่องใดถึงผู้อ่าน
๑. เชียงใหม่มีมลภาวะทางอากาศสุงมากจนเกินไป
๒. เชียงใหม่เจริญเติบโตอย่างไม่เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม
๓. เชียงใหม่จะมีปัญหามลภาวะทางอากาศรุนแรงเช่นเดียวกับกรุงเทพฯ
๔. สภาพภูมิศาสตร์ของเชียงใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อากาศเป็นพิษ

๔๘. "นรก" ในข้อความข้างต้นหมายถึงอะไร
๑. การจราจรติดขัด
๒. อากาศเป็นพิษ
๓. การเจริญเติบโตของเมืองหยุดชะงัก
๔. อาคารและประชากรหนาแน่น


: แพร์ ^^ - 12/11/2005 13:52

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๔๙ - ๕๐
..........เราควรส่งเสริมให้คนจบสายอาชีพระดับโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคสามารถมีงาน
ที่ได้ค่าตอบแทนสูง มีช่องทางก้าวหน้าพอสมควร เหมือนอย่างในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมหลายแห่งวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ เวลานี้มักได้นักเรียนที่มีความรู้พื้นฐานอ่อนเข้าไป เพราะคนที่เก่งกว่ามุ่งไปเรียนสายสามัญเพื่อนเข้ามหาวิทยาลัยกันหมดทำให้ประเทศไทย
เราพัฒนาช่างฝีมือที่ดีได้น้อย ต้องแก้ทั้งค่าตอบแทน ค่านิยมและการประชาสัมพันธ์ด้านข่าวสารข้อมูล

๔๙. ข้อใดไม่อาจอนุมานได้จากข้อความนี้
๑. เราควรพัฒนาความสามารถของช่างฝีมือชั้นสูง
๒. เราควรเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการแก่ผู้ที่จบสายอาชีพ
๓. เราควรรับนักเรียนคะแนนดีเข้าเรียนในวิทยาลัยเทคนิคเพิ่มขึ้น
๔. เราควรประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเก่งๆ มาสอบเข้าวิทยาลัยเทคนิค

๕๐. "ทำให้ประเทศไทยเราพัฒนาช่างฝีมือที่ดีได้น้อย" เป้นการอนุมานประเภทใด
๑. การอนุมานจากสาเหตุไปหาสาเหตุ
๒. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์
๓. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์
๔. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ

๕๑. ข้อความคู่ใดแสดงความสัมพันธ์กันในลักษณะ "ผลลัพธ์ - สาเหตุ" ตามข้อเท็จจริงของข้อความข้างต้น
๑. จบวิทยาลัยเทคนิคได้เงินเดือนน้อย - นักเรียนไม่เลือกเรียนวิทยาลัยเทคนิค
๒. มีค่านิยมว่าคนต้องมีปริญญา - นักเรียนแย่งกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย
๓. ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญของช่างเทคนิค - ช่างเทคนิคได้เงินเดือนสูง
๔. การพัฒนาช่างฝีมือที่ดีทำได้ยาก - นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคมีความรู้พื้นฐานอ่อน

..........บัณฑิตกับพาลก็เช่นเดียวกันที่ตัวเราเองเป็นได้ด้วยกันทุกคนใกล้กิเลสมากเพียงใดก็เป็น
พาลมากเพียงนั้น ไกลกิเลสมากเพียงใดก็เป็นบัณฑิตมากเพียงนั้น เป็นพาลมีความดีน้อย
เป็นบัณฑิตมีความดีมาก

๕๒. ข้อความนี้ใช้กลวิธีในการอธิบายตามข้อใด
๑. การใช้ตัวอย่าง
๒. การอธิบายตามลำดับขั้น
๓. การชี้สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน
๔. การกล่าวซ้ำด้วยถ้อยคำที่แปลกออกไป


: แพร์ ^^ - 12/11/2005 14:32

ใช้ข้อความนี้ตอบคำถามข้อ ๕๓ - ๕๔
..........โลกที่เราอยู่อาศัยช่างใหญ่เหลือเกิน แต่ตัวเราก็ช่างเล็กกระจิริด จนยากที่จะเชื่อว่าสิ่งที่เราแค่ไป
สะกิดสระเกาโลก จนทำให้เกิดผลเสียอย่างจริงๆจังๆ ขึ้นมา เช่นเพียงแค่ขึ้นรถยนต์เดินทางไปสองสามช่วงตึก ใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร เปิดไฟสว่างทิ้งไว้เมื่อออกจากห้อง ทิ้งพลาสติกลงไปในท่อน้ำหรือทะเลเหล่านี้น่า
จะเป็นเรื่องขี้ผงเฉพาะถ้าทำไม่กี่คน แต่จำนวนคนในโลกมีมากนักและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรวมจำนวนประชากรและเครื่องจักรกลทั้งหลายแล้วอาจสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า
ภัยธรรมชาติหรือสงครามเสียอีก

๕๓. ใจความสรุปของข้อความข้างต้นคือข้อใด
๑. มนุษย์มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติคนละเล็กคนละน้อยโดยไม่รู้ตัว
๒. มนุษย์ทุกคนเป็นตัวการทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อมนุษย์จำนวนมาก สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลายลงมากมาย
๓. ภัยธรรมชาติหรือสงครามทำความเสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการกระทำของมนุษย์ทั้งโลก
๔. ภัยธรรมชาติและสงครามรวมทั้งมนุษย์คือตัวการทำลายสิ่งแวดล้อมในโลก

๕๔. จุดมุ่งหมายของผู้เขียนคือข้อใด
๑. แนะนำวิธีรักษาสภาพแวดล้อม
๒. ชี้แจงสาเหตุสำคัญที่สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย
๓. อธิบายกระบวนการที่สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย
๔. ตักเตือนให้ระมัดระวังการใช้วัสดุที่จะมีผลทำลายสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ ตอบคำถามข้อ ๕๕ - ๕๖
..........การตัดไม้ทำลายป่า การใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยล้วนเป็นมูลเหตุในการทำลายสภาพแวดล้อม แล้วพรุ่งนี้จะยังมีอากาศหลงเหลืออยู่อีกหรือ เรามาช่วยกันปกป้องชีวิตและรักษาสภาพแวดล้อมให้ปราศจากมลพิษเสียตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้จะได้มีอากาศบริสุทธิ์ไว้หายใจ

๕๕. ข้อความข้างต้นนี้ใช้คำแสดงคำถามเพื่อวัตถุประสงใด
๑. ทดสอบความเห็นของผู้อ่าน
๒. กระตุ้นให้คิด
๓. ซักซ้อมความเข้าใจ
๔. บอกข้อเท็จจริง

๕๖. ผู้เขียนใช้กลวิธีในการโน้มน้าวใจ
๑. การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า
๒. การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย
๓. การแสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล
๔. การแสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมกัน

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ ตอบคำถามข้อ ๕๗ - ๕๘
..........โลกปัจจุบันเป็นโลกของเทคโนโลยี อิทธิพลของเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ครอบงำประ
เทศอุตสาหกรรม เจ้าของความคิดเท่านั้น แต่ยังแพร่ขยายเข้ามาในประเทศโลกที่สามและไม่เว้นแม้ในชนบทที่ห่างไกล ดูเหมือนว่ายิ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีสูงขึ้นไปเท่าไร ยิ่งทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่คิดว่า
การใช้พลังงานที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นั้นเป็นเรื่องคร่ำครึล้าสมัย

๕๗. จากข้อความข้างต้น อิทธิพลของเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดผลตามข้อใด
๑. เทคโนโลยีกำลังเจริญแพร่ขยายไปทั่วโลก
๒. มนุษย์มุ่งหน้าแข่งขันกันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี
๓. พลโลกในปัจจุบันพากันละเลยพลังงานธรรมชาติ
๔. ประเทศที่กำลังพัฒนาเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นประเทศอุตสาหกรรม

๕๘. ข้อความข้างต้นแสดงน้ำเสียงของผู้เขียนตามข้อใด
๑. พอใจที่การพัฒนาเทคโนโลยีแพร่กระจายไปทั่วโลก
๒. เสียดายที่การดำรงชีวิตแบบเดิมที่นับวันจะหมดไป
๓. ชื่นชมกับความเจริญทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
๔. ไม่ยอมรับการขยายอิทธิพลของเทคโนโลยี

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๕๙ - ๖๐
๑) การตีมีดใครๆ ก็ตีได้
๒) จะให้มันวิเศษกว่าคนอื่นๆ
๓) เจ้าต้องทุ่มหัวใจลงไป
๔) อย่าตีมีดด้วยมือสองมือ
๕) ต้องเอาหัวใจลงไปตีด้วย
๖) มีดจะออกมาสวยและทนทานกว่าของคนอื่น

๕๙. ข้อความคู่ใดสัมพันธ์กันในเชิงขัดแย้ง
๑. ตอน ๒ กับ ๓
๒. ตอน ๓ กับ ๔
๓. ตอน ๔ กับ ๕
๔. ตอน ๕ กับ ๖

๖๐. ข้อความตอนใดเป็นความคิดหลักของข้อความทั้งหมด
๑. ตอน ๑
๒. ตอน ๓
๓. ตอน ๔
๔. ตอน ๖

๖๑. ผู้ที่จะทำงานที่ต้องใช้คุณสมบัติ
๑. มีความชำนาญในงาน
๒. มีความพิถีพิถันรอบคอบ
๓. มีความสังเกตและอดทน
๔. มีความรักและศรัทธาในงาน

๖๒. ข้อความข้างต้นนี้น่าจะปรากฏในที่ใดมากที่สุด
๑. ช่างฝีมือสอนศิษย์
๒. คู่มืองานหัตถกรรม
๓. หัวหน้างานสั่งลูกน้อง
๔. สารคดีเรื่อง "มีดอรัญญิก"





ที่มา : อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์
คู่มือ ภาษาไทย : ม. ๔ - ๕ - ๖ Entrance กรุงเทพฯ

: แพร์ ^^ - 12/11/2005 17:32

 

 

แบบฝึกหัดคำประพันธ์และความงามในภาษาไทย 2
แบบฝึกหัดคำประพันธ์และความงามในภาษาไทย 2

39. "อันนารีที่เป็นสาวพวกชาวบ้าน ถีกระดานถือตะกร้าเที่ยวหาหอย" ข้อความนี้เกี่ยวข้องกับ
การสรรคำใช้ในข้อใด
1. คำที่มีความหมายอย่างเดียวกัน
2. คำที่เหมาะกับเนื้อความในเรื่อง
3. คำที่ให้เกิดความหมายชัดเจน
4. คำที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของตัวละคร

40. "พอสบเนตรวนิดามารศรี แรงฤดีดาลเล่ห์เสน่หา
ดังต้องศรซ่านพิษด้วยฤทธิ์ยา เข้าตรึงตราตรมระทมทรวง
ตะลึงเล็งเพ่อแลชะแง้พักตร์ จนนงลักษณ์จากไปครรไลล่วง
ให้เสียวปลาบวาบไหวใจระลวง ประหนึ่งดวงจิตดับเพราะลับนาง" มีคำที่แปลว่า "ผู้หญิง" กี่คำ
1. 3 คำ
2. 4 คำ
3. 5 คำ
4. 6 คำ

41. การเรียบเรียงถ้อยคำแบบร้อยกรอง ผู้ประพันธ์ต้องคำนึงถึงข้อใดเป็นหลัก
1. ลักษณะของฉันทลักษณ์
2. ความรู้สึกนึกคิดที่แสดงออกเป็นภาษา
3. เนื้อเรื่องและสำนวนโวหาร
4. ภษษที่ใช้ตองเป็นภาษกวี

42. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเรียบเรียงถ้อยคำแบบร้อยแก้ว
1. เรียงคำได้ดุลของเสียงและความหมาย
2. เรียงคำสับที่ ความหมายเปลี่ยน
3. เว้นวรรคผิด ไม่สื่อความหมาย
4. เสนอสารที่ให้ความคิดนึกอันลึกซึ้ง

43. ข้อใดใช้ถ้อยคำทีทำให้เกิดความรู้สึกและนึกภาพได้ตามจินตนาการของกวี
1. พระดาลเดือดแล้วดับได้ กลัวเทพไทจะติฉิน
2. โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ
3. พอสบเนตรวนิดามารศรี แรงฤดีดาลเล่ห์เสน่หา
4. อันพวกเขาชาวประโมงไม่โหย่งหยิบ ล้วนตีนถีบปากกัดขัดเขมร




: ด.ญ. นงนภัส อ่อนเกตุพล (หยก) - 13/11/2005 14:49




๔๗. ข้อใดไม่ใช่การเปรียบเทียบแบบเกินจริง
๑. น้ำพระเนตรเธอไหลหยาดหยดเป็นสายเลือด ไม่เว้นวายหายเหือดซึ่งโศกา
๒. ถึงจะวิดวักตักตวงทุกค่ำคืนทิวาวัน ถึงทดท่อระหัดหันเข้าทุกนาและดง น้ำในสาครจะน้อยลงก็หามิได้
๓. เสด็จออกสู่พระที่นั่งบัลลังก์รัตนราชอาสน์ อลงกตพิมานหน้าพระลานชัยแสนสุรเสนาในน้อมเกล้า
เข้าเฝ้าแหน เยียดยัดอัดแน่นอยู่เนืองนอง
๔. แต่พระน้องนุชแก้วกัณหาชนานาฎ ทรงพิกัดคาดค่าขาดเป็นราคาด้วยวิญญาณกทรัพย์บับสิ่งละร้อยๆกับสุวรรณไม่น้อยร้อยตำลึงด้วยกัน

๔๘. ไกวตอนเช้า ถึงดวงดาว ในยามค่ำ
ให้งามขำ เก็บดาวใส่ตะกร้า
เลือกดาวดวงแพรวทำแก้วตา
และเอามาฝากคนตาบอดเอย

ข้อใดไม่ใช่กลวิธีที่ใช้ในคำประพันธ์ข้างต้น
๑. การซ้ำคำ
๒. การเล่นคำ
๓. การหลากคำ
๔.การเลียนเสียงธรรมชาติ

๔๙. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์
๑. มโนภาพงดงาม
๒. ความอลังการภาษา
๓. แนวคิดที่สร้างสรรค์
๔. จินตนาการที่เหนือจริง

ให้ใช้ข้อความนี้ตอบคำถาม
(๑) เรไรเสียงจักจั่นสนันเสียง เพราะเพียงดนตรีปี่ไฉน
(๒) น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง
(๓) ทรงกลดหมดเมฆพรายพรรณ แสงจันทร์จับแสงรถทรง
(๔) เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม

๕๐. ข้อใดไม่ใช่การเปรียบเทียบ
๑. ก
๒. ข
๓. ค
๔. ง

๕๑. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์
๑. ก
๒. ข
๓. ค
๔. ง

๕๒. ข้อใดมีการเล่นสัมผัสพยัญชนะมากที่สุด
๑. พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร
๒. ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง
๓. เป็นฟองฟู้งรุ่งเรืองอยู่รางราง
๔. กระเด็นพร่างพรายแพรวราวกับพลอย

๕๓.ข้อใดไม่ใช้โวหารพจน์
๑. ลมพัดเมฆผ่านพ้น ปลิวบน
๒. ฝากเมฆสารสั่งน้อง ถนอมนวล
๓. เมฆลอยเลื่อนเล่นล้อ หลีกลม
๔. ฝากนุชแมกเมฆไว้ กลางโพยม

๕๔. ข้อใดมีการสัมผัสถูกต้อง
๑. จะมาช่วงชิงกันดังผลไม้ อันจะได้นาวไปสงกา
๒. พระปิ่นภพกุเรปันธานี ให้กะหรัดตะปาตีเป็ฯทัพขันธ์
๓. สตีใดในพิภพจบแดน ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า
๔. เราอย่าคอยเขาเลยนะหลานรัก ก้มพักตร์รบศึกไปดีกว่า

๕๕. ไปเก็บสะตอมาหลายๆช่อไว้จิ้มน้ำพริกที่เหลือก็ผัดพอน้ำขลุกขลิกตำเครื่องขยี้ขยิกให้ทันมื้อเย็น
ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดเป็นวรรค ได้คำประพันธ์ใด
๑. กลอน
๒. กาพย์ฉบัง
๓. กาพย์ยานี
๔. กาพย์สุรางคนางค์

๕๖. ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดเป็นวรรค ได้คำประพันธ์ใด
มากินขนมกันนะจ๊ะ ฉันจะสุขใจกินไปคุยไปจะสนุและเบิกบาน
๑. กาพย์ยานี
๒. โคลงสาม
๓. กลอนสุภาพ
๔. อินทรวิเชียรฉันทร์

๕๘. ผัดกระเพราไก่พริกขี้หนูใส่ตำกับกระเทียมไก่สับละเอียดลงผัดอย่าเกรียมปรุงรสแล้วเตรียมใส่ใบกะเพรา
ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดเป็นวรรค ได้คำประพันธ์ใด
๑. กลอน
๒. กาพย์ยานี
๓. อินทรวิเชียรฉันทร์
๔. กาพย์สุรางคนางค์

๕๙. บอกแล้วก็ไม่เชื่อจะมิเหลืออะไรเลยคราวนี้ละเธอเอ๋ยฤจะเฉยก็ตามใจ
ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดเป็นวรรค ได้คำประพันธ์ใด
๑. กลอน
๒. กาพย์ยานี
๓. อินทรวิเชียรฉันทร์
๔. กาพย์สุรางคนางค์

๖๐. บทที่สามโครงสี่สุภาพ ข้อใดแต่งถูกต้อง
๑. นารายณ์เนื่องนินทรสินธุ์ นานตื่น
๒. นารายณ์เนื่องเจ้านิทร นานเนา แล้วเฮย
๓. นารายณ์บรรทมสินธุ์ นานตื่น
๔. นารายณ์เนาในสินธุ์ นานนับ แลนา




อ้างอิง อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์

: ด.ญ. นงนภัส อ่อนเกตุพล (หยก) - 19/11/2005 10:27




คำเฉลย
๓๙. ๔
๔๐. ๑
๔๑. ๑
๔๒. ๑
๔๓. ๒
๔๔. ๒
๔๕. ๔
๔๖. ๔
๔๗. ๔
๔๘. ๔
๔๙. ๓
๕๐. ๓
๕๑. ๒
๕๒. ๓
๕๓. ๑
๕๔. ๓
๕๕. ๔
๕๖. ๔
๕๗. ๔
๕๘ ๔
๕๙. ๓
๖๐. ๑




: ด.ญ. นงนภัส อ่อนเกตุพล (หยก) - 19/11/2005 10:33

 

แบบฝึกหัดข้อบกพร่องในการใช้ภาษา 2

แบบฝึกหัดข้อบกพร่องในการใช้ภาษา 2

๔๕. ข้อใดใช้ลัษณนามไม่เหมาะสม
๑. หนังสือรวมกลอนร่วมสมัยที่เขาพิมพ์แจกมีทั้งหมดห้าร้อยบท
๒. มีวิทยานิพนธ์อีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พิมพ์เผยแพร่
๓. วันนี้ที่ภัตตาคารห้องเย็นมีงานสมรสสองราย
๔. คณะกรรมการพวกนี้ได้ประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว

๔๖. ประโยคใดมิได้ใช้คำฟุ่มเฟือย
๑. เขาเล่าเรื่องทั้งสิ้นให้เราฟังทั้งหมด
๒. เขามีรายได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเดื่อนละ ๒ หมื่นบาท
๓. ผลสืบเนื่องที่ตามมาคือการจราจรติดขัด
๔. กรมศิลปากรได้ตกแต่งซ่อมแซมซากโบราณสถานและโบราณวัตถุให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงกับของเดิม

๔๗. การเรียงลำดับคำในข้อใดได้ชัดเจนที่สุด
๑. ตระกูลของคุณแม่เป็นคนจีนแท้ๆ
๒. ตระกูลของคุณแม่แท้ๆเป็นคนจีน
๓. ตระกูลคุณแม่เป็นของคนจีนแท้ๆ
๔. ตระกูลแท้ๆของคุณแม่เป็นคนจีน

๔๘. ข้อใดเรียงลำดับคำได้เหมาะสมที่สุด
๑. ทหารเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้หยุดยิงจากรัฐบาล
๒. พวกเราไม่ได้ต่อสู้ตามที่ประกาศไว้อย่างสมศักดิ์ศรี
๓. บางครั้งนักเก็งกำไรที่ขายหุ้นไม่ทันหลายคนก็ยอมเป็นนักลงทุนระยะยาว
๔. เมื่อเหตุการณ์ในกัมพูชาสงบเรียบร้อย รัฐบาลไทยก็เริ่มส่งผู้อพยพกลับประเทศ

๔๙. ข้อใดเป็นภาษาเขียนถูกต้อง
๑. บทประพันธ์ของสุนทรภู่เลือกใช้คำได้เหมาะสมกับเนื้อหา และเล่นคำทั้งสัมผัสนอกและสัมผัสใน
๒. คนเรายิ่งมีความเห็นแก่ตัวมากเท่าไร การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกันก็มากขึ้นเท่านั้น
๓. ข้าพเจ้าแปลกใจมากที่นักเรียนบางคนเรียนจบชั้นป. ๖ แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก
๔. ระยะที่ดอกซากุระบานนั้นสั้นมากไม่ถึงสองอาทิตย์

๕0. ทุนเป็นปัจจัยสำคัญ การเมืองก็เป็นปัจจัยสำคัญ การเชื่อมประโยคข้างต้นให้เป็นประโยค
เดียวกันควรเป็นดังข้อใด
๑. ไม่เฉพาะทุนที่เป็นปัจจัยสำคัญเท่านั้น การเมืองก็เช่นกันเป็นปัจจัยสำคัญ
๒. ทุนไม่เฉพาะเป็นปัจจัยที่สำคัญเท่านั้น การเมืองก็เช่นกันเป็นปัจจัยสำคัญ
๓. ทุนไม่เฉพาะเป็นปัจจัยที่สำคัญเท่านั้น การเมืองก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน
๔. ไม่เฉพาะทุนเท่านั้นที่เป็นปัจจัยสำคัญ การเมืองก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

๕๑. ประโยคใดไม่กำกวม
๑. คนขับรถบรรทุกไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ก่อนสว่าง
๒. น้องของสมชายที่ถูกรถชนเดินทางไปต่างประเทศแล้ว
๓. ละครเรื่องนี้ไม่ได้รับความนิยมเหมือนเรื่องก่อน
๔. ขณะนี้ที่ภาคอีสานมีปัญหาเล็กน้อยเรื่องน้ำท่วมไร่นา

๕๒. ข้อใดความหมายไม่กำกวม
๑. งานเดินเงินดี
๒. ผลเป็นอย่างไร
๓. ทำไมเธอไม่ชอบกินข้าวเย็น
๔. แม่สาวท้องเรือล่มไม่มีเงินทำศพ




๕๓. ประโยคใดไม่อาจแก้ความกำกวมได้โดยการเติมคำ
๑. ฉันเป็นเหมือนคุณ
๒. ควรใช้ประตูซ้ายหรือขวา
๓. ถ้าเงินหายเจ้าหน้าที่ต้องออก
๔. วันนี้คุณแม่ของนักเรียนที่ถูกรถชนมาหา

๕๔. ข้อใดใช้ำต่างประเทศได้เหมาะสม
๑. หล่อนมีรูปร่างสวยงาม ผิวแทนเนียนละเอียด
๒. รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงเพราะใช้เกียร์อัตโนมัติ
๓. ในวันปีใหม่ทุกคนจะส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ให้แก่กัน
๔. ทุกวันนี้บริษัทไม่มีนโยบายให้เพิ่มออเดอร์สินค้าต่างประเทศ

๕๕. ข้อใดใช้ภาษาได้ถูกต้อง
๑. แม้ว่าข้าพเจ้าจะพยายามทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดแล้วแต่พวกคุณไม่ร่วมมือจึงไม่เสร็จ
๒. เด็กๆ ควรจะได้พบเห็นแต่สิ่งดีๆตลอดจนได้รับความเอาใจใส่อย่างเต็มที่
๓.จังหวัดที่มีพื้นที่กว้างขวางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โคราช อุดร อุบลราชธานี
๔. โรงเรียนนี้อาจารย์ชายส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ช่วยงานปกครองและงานบรรณาธิการ

ใช้ประโยคตอบคำถาม
ก. นักศึกษาคอมพิวเตอร์สอบผ่านทุกคนไม่มีใครสอบตก
ข. การแข่งขันครั้งนี้ผู้จัดมา 4 ชนิด ได้แก่ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล เทนนิส แบดมินตัน
ค. ผู้สนใจติดต่อขอตัวอย่างวารสารได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ ที่บริษัทไม่คิดค่าใช้จ่าย
ง. การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นได้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้จักใช้กลวิธีการประชาสัมพันธ์
จ. ในต่างประเทศ แม้ว่านักศึกษาจะได้เกรด 4.00 หากไม่มีประวัติการทำงาน หน่วยงานก็ไม่รับเข้าทำงาน

๕๖. ประโยคใดมีการเรียงลำดับคำที่ไม่ใช่ลักษณะภาษาไทย
๑. ก.
๒. ข.
๓. ง.
๔. จ.

๕๗. ถ้าเป็นภาษาระดับทางการ ประโยคใดใช้คำทับศัพท์
๑. ก และ ข
๒. ข และ ค
๓. ก และ จ
๔. ค และ จ

๕๘. ประโยคใดใช้ภาษฟุ่มเฟือย
๑. ก และ ค
๒. ข และ ง
๓. ค และ จ
๔. ก และ ง

๕๙. ข้อใดใช้ภาษผิดระดับ
๑. วันพฤหัส ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2539 เวลาบ่ายสี่โมงเย็นจะมีการแข่งขันขว้างจักร
๒. ครูคหกรรมของนิตยาบอกว่า การปรุงอาหารไทยนั้นง่าย
๓. เราเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน อาจมีเรื่องกระทบกระทั้งกันบ้าง
๔. ความรักเป็นสิ่งมีคุณค่า สามารถทำให้คนเราหมดอาลัยตายอยากกลับมีกำลังใจสู้ต่อไป

อ้างอิง อาจารย์ จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์









เฉลย
๔๕. ๔
๔๖. ๓
๔๗. ๑
๔๘. ๔
๔๙. ๑
๕๐. ๔
๕๑. ๓
๕๒. ๒
๕๓. ๔
๕๔. ๑
๕๕.๒
๕๖. ๒
๕๗.๔
๕๘. ๑
๕๙. ๑






: ด.ญ. นงนภัส อ่อนเกตุพล (หยก) - 18/11/2005 20:27

แบบฝึกหัดข้อบกพร่องในการใช้ภาษา

๑. การเรียงลำดับคำในข้อใดให้ความหมายชัดเจน
๑.แก้วไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งแต่งงานเมื่อวานนี้กับน้องสาวของเขา
๒.แก้วไปเยี่ยมเพื่อนกับน้องสาวของเขาที่เพิ่งแต่งงานเมื่อวานนี้
๓.เมื่อวานนี้แก้วกับน้องสาวของเขาไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งแต่งงาน
๔.เมื่อวานนี้แก้วไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งแต่งงานกับน้องสาวของเขา

๒. "โจรกรรมลึกลับโรงจำนำ"ข้อความนี้บกพร่องในข้อใด
๑.ขาดประธาน
๒.ขาดประธาน ขาดคำเชื่อม
๓.ขาดกริยา ขาดกรรม
๔.ขากกริยา ขาดคำเชื่อม

๓. ประโยคใดไม่กำกวม
๑.คนจับเชือกควรเป็นคนสาว
๒.หนังสือพิมพ์ที่คุรุสภาขายดี
๓.น้องของเขาที่เพิ่งกลับมาเสียชีวิตแล้ว
๔.นายสิงห์ขับมอเตอร์ไซค์รถชนตายแล้วหนึ่ง

๔. ข้อใดใช้ภาษากระชับที่สุด
๑.เขาเป็นหวัดในทุกครั้งที่ฝนตก
๒.ท่านจะได้ซื้อสินค้าที่มีราคาถูก
๓.เขามีความจำเป็นต้องรีบเดินทาง
๔.นายแพทย์ตรวจร่างกายคนไข้ทุกวัน

๕. ข้อบกพร่องของประโยคต่อไปนี้คือข้อใด"เมื่อกวาดล้างตลาดให้สะอาดแล้วภาพพจน์ของตลาดก็ดีขึ้น"
๑.ใช้คำฟุ่มเฟือย ขาดคำเชื่อม
๒.ใช้คำผิดสถานการณ์ ขาดประธาน
๓.ใช้คำผิดความหมาย ขาดคำเชื่อม
๔.ใช้คำที่มีความหมายกำกวม ขาดส่วนขยาย

๖. ประโยคใดใช้คำได้กระชับ
๑.โปรดกรุณาเข้าคิวตามลำดับ
๒.หนุ่มสาวสมัยนี้ก้าวหน้ากันเร็วมาก
๓.ผ่าศพคนตายพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช
๔.เห็นภาษาไทยพัฒนาไปในทางที่ดีแล้วชื่นใจ

๗. ประโยคในข้อใดเรียบเรียงได้กะทัดรัดชัดเจน
๑.ปัญหาการจราจรติดขัดที่สำคัญคือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
๒.ปัญหาติดขัดที่สำคัญของการจราจรคือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
๓.ปัญหาสำคัญที่ทำให้การจราจรติดขัดคือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
๔.ปัญหาประการสำคัญที่ติดขัดของการจราจรคือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

๘. ประโยคในข้อใดที่กระชับและได้ใจความสมบูรณ์
๑.คุณตัดสินใจแทนไปได้เลยในส่วนของผม
๒.ต้นไทรเนืองแน่นไปด้วยวิหคนานาชนิด
๓.มันเป็นจริงที่ว่าเขาเป็นฆาตกร
๔.ตามความคิดของผมคุณไม่ผิด

๙. ข้อใดเรียงลำดับสื่อความหมายได้ชัดเจนที่สุด
๑.การประชุมครั้งนั้นสมาชิกได้กล่าวถึงเกาะสมุยในทรรศนะของชาวยุโรปต่างๆกัน
๒.ครูควรสอนให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดโดยใช้ภาษาเป็นเครื่องช่วยอย่างมีเหตุผล
๓.การกินอาหารมื้อเย็นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอลดความอ้วนไม่ได้
๔.ในนิทรรศการครั้งนี้มีศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงรูปจำลองมาตั้งไว้ให้ชมด้วย

๑๐. คำถามสัมภาษณ์เกษตรกรต่อไปนี้ ข้อใดเป็นคำสัมภาษณ์ที่กระชับชัดเจนที่สุด
๑.ไม่ทราบว่าถ้าสนใจผลไม้นี้จะหาซื้อได้ที่ไหนคะ
๒.ช่วยเล่าถึงการบรรจุ***บห่อผลไม้ชนิดต่างๆหน่อยค่ะ
๓.ทราบว่าผลไม้ที่นี่มีแทบจะครบวงจรใช่ไหมคะ
๔.ที่อำเภอนี้กำลังจะมีงานวันเกษตรมีไปหรือยังคะ


๑๑. ข้อความพาดหัวข่าวต่อไปนี้ ข้อใดมีความหมายไม่กำกวม
๑.รถชนสุนัขตายคว่ำทับคน ๒ ศพ
๒.อาศัยป้ายรถยังตกน้ำตาย
๓.ประชุมกรรมการจัดงานโรคหัวใจเด็กทั่วโลก
๔.คัดนักชกเป็นตัวยืนไปแข่งที่อินโดนีเซีย

๑๒. ข้อใดใช้ความเน้นเสียงแก้ไขความกำกวมได้
๑.สมศักดิ์ตั้งใจเรียนเคมี
๒.วิระเตะตะกร้อสวย
๓.อย่าชักเสื้อขาดนะสมศรี
๔.น้ำมันหมดราตรีเลยขับรถไม่ได้

๑๓.ประโยคใดไม่กระชับ
๑.เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เพราะความขยัน
๒.ผู้คนกำลังกระทำการรณรงค์เรื่องส.ส.ร.
๓.หลายคนตื่นเต้นที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิก
๔.เลือกประธานได้ถูกคนนั่นล่ะถูกต้อง

๑๔. ข้อใดเป็นประโยคกำกวม
๑.กรมตำรวจเร่งดำเนินการปราบปรามยาบ้าทั่วประเทศ
๒.การบุกรุกป่าของราษฎรเป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย
๓.รัฐพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
๔.การร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ยุติ

๑๕. ข้อความต่อไปนี้ไม่มีข้อบกพร่องลักษณะใด
รวิสุดารู้สึกเป็นสุขราวกับขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น เมื่อดนัยยื่นดอกไม้และดอกกุหลาบสีแดงที่กำลังแย้มกลีบบานแฉ่งรับแสงอาทิตย์ในยามเช้าให้เธอ
พร้อมกับพูดว่า"แฮปปี้วาเลนไทน์"
๑.ใช้คำขัดแย้งกัน
๒.ใช้คำภาษาต่างประเทศ
๓.ใช้ถ้อยคำสำนวนผิด
๔.ใช้คำที่มีความหมายแคบกว้างต่างกันไม่เหมาะสม

๑๖."ปัจจุบัน แพทย์พยายามแนะนำการเลี้ยงเด็กให้ได้ขนาดพอดี"
ข้อความนี้บกพร่องอย่างไร
๑.เว้นวรรคผิด
๒.ใช้คำไม่เหมาะสมกับบุคคล
๓.ใจความกำกวม
๔.วางตำแหน่งผิดที่


๑๗. ข้อใดไม่ใช่สำนวนต่างประเทศ
๑.ผมเต็มใจให้ความช่วยเหลือ
๒.ผลงานของคุณเป็นที่น่าพอใจมาก
๓.ฉันเสียใจอย่างยิ่งที่ทราบข่าวอุบัติเหตุ
๔.มันเป็นการยากที่คนเราจะเห็นข้อบกพร่องของตนเอง

๑๘. ข้อใดไม่ใช้สำนวนภาษาต่างประเทศ
๑.ชาวต่างชาติมักจะกล่าวว่าวิชาภาษาไทยยากแก่การเรียน
๒.รัฐบาลพยายามประชาสัมพันธ์ให้คนไทยช่วยกันประหยัดอย่างจริงจัง
๓.คณะกรรมการชมรมนักเรียนเก่าชุดนี้ถูกจับตามองจากสมาชิกตลอดเวลา
๔.การนำชาวบ้านมาชุมนุมประท้วงครั้งนี้ทำให้ประเทศได้รับความเสียหายมาก

ใช้ประโยคต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ๑๙-๒๑
ก.เท่าที่ผ่านมายังมีผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่สับสนและขาดความเข้าใจ
ข.ปี๒๕๓๙ถือว่าเป็นปีแห่งความยากลำบากของผู้ทำธุรกิจซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป
ค.เช็คทำให้นักธุรกิจจำนวนมากต้องติดคุกและล้มละลายมานักต่อนักแล้ว
ง.เรื่องนี้ทำให้ผู้ประกอบการหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
จ.ในช่วงแนะนำสินค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน๒๕๓๙-มกราคม๒๕๔๐สินค้าทุกชนิดรดราคา๑๐เปอร์เซ็นต์

๑๙. ประโยคใดวางส่วนขยายผิดที่
๑.ประโยค ก.
๒.ประโยค ข.
๓.ประโยค ค.
๔.ประโยค จ.

๒๐. ประโยคใดใช้สำนวนพูด
๑.ประโยค ก และ ข
๒.ประโยค ข และ ค
๓.ประโยค ค และ ง
๔.ประโยค ง และ จ

๒๑. ประโยคใดใช้ภาษาฟุ่มเฟือย
๑.ประโยค ก ข และ ค
๒.ประโยค ข ค และ ง
๓.ประโยค ค ง และ จ
๔.ประโยค ก ค และ ง

๒๒. ข้อใดใช้บุพบทได้ถูกต้อง
๑.ผมพร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ทุกรูปแบบ
๒.นโยบายข้อนี้เป็นอุปสรรคต่อการหาตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอ
๓.วีรกรรมของทหารเหล่านี้สมควรแก่การยกย่อง
๔.เขาลาออกจากงานเพราะขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา

๒๓. ข้อใดเรียงลำดับได้เหมาะสมที่สุด
๑.เมื่อถึงฤดูสารทในประเทศอินเดียมีคติถือกันว่า ผู้มีอาชีพกสิกรรมจะเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ออกผลครั้งแรกไปทำขนมไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
๒. มีคติถือกันว่าเมื่อถึงฤดูสารทในประเทศอินเดีย ผู้มีอาชีพกสิกรรมจะเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ออกผลครั้งแรกไปทำขนมไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
๓.ในประเทศอินเดียมีคติถือกันว่าเมื่อถึงฤดูสารทในประเทศอินเดีย จะเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ออกผลครั้งแรกไปทำขนมไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
๔.ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีคติถือกันว่า เมื่อถึงฤดูสารทในประเทศอินเดีย จะเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ออกผลครั้งแรกไปทำขนมไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว


: ด.ญ.ธิดารัตน์ พันธจินา ม.2/11B - 14/11/2005 19:46


๒๔. ข้อใดใช้ถ้อยคำและลำดับความได้เหมาะสมมากที่สุด
๑.สีดาถูกกลั่นแกล้งจนต้องถูกลงโทษทั้งๆที่ไม่เคยทำความผิดมาก่อน
๒.อาจารย์และภารโรงมีหน้าที่ให้ความรู้และทำความสะอาดภายในบริเวณโรงเรียน
๓.บนถนนทุกๆสายดูช่างวุ่นวาย ทำอย่างไรจึงจะไปทันโรงเรียน
๔.ความมีไมตรีต่อกันภายใต้มิตรภาพอันแน่แฟ้นของประเทศทั้งสองทำให้ประชาชนพอใจ

๒๕. "เกิดพสุธาไหวที่จังหวัดกาญจนบุรี"ประโยคนี้ใช้คำไม่เหมาะสมเพราะเหตุใด
๑.ใช้คำไม่เหมาะสมกับฐานะของบุคคล
๒.ใช้ภาษาเขียนในภาษาพูด
๓.นำคำบางคำที่ควรจะใช้ในร้อยกรองมาใช้ในสำนวนภาษาสามัญ
๔.ใช้คำคะนองในข้อความที่เป็นทางการ

๒๖. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมที่สุด
๑.เขาเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษโดยแต่งกายชุดไทย
๒.ผู้ร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไว้หลังจากวันเกิดเหตุเพียงวันเดียว
๓.จากการที่เกิดสภาวะน้ำท่วมทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก
๔การเชื้อเชิญใหมาแข่งขันกีฬาเยาวชนครั้งที่๑๒ได้รับการตอบรับจากประเทศต่างๆแล้ว

๒๗. ข้อใดใช้ภาษาได้กะทัดรัดและความหมายชัดเจน
๑.หมดเขตรับสมัครคนเสิร์ฟอาหารหญิงวันที่๑พ.ค.๒๗
๒.กรเคลื่อนไหวดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีตเกิดจากการที่มนุษย์ไม่พอใจในสภาพแวดล้อม
๓.เธออยากที่จะเป็นนักเขียนมาก เธอจึงทำการฝึกฝนเขียนหนังสือทุกวัน
๔.นักเรียนตอบไม่ได้ว่าใครเป็นผู้สร้างพระราชวังบางปะอิน และใครเป็นผู้สร้างพระราชวังแวร์ซายส์

๒๘. ข้อความ"ต่อไปต้อยก็จะได้งานดีๆทำ สารถตั้งร้านใหม่ได้แน่ๆ"ไม่เหมาะสมแก่เนื้อความตอนต้น ควรแก้เป็นอย่างไรจึงจะเหมาะสม
๑.ให่คิดว่าพระคงคุ้มครองเธอ ไม่ซ้ำเติมเธอแน่ๆ
๒.ถ้าต้อยเรียนเก่งก็จะได้งานดีๆทำ ร่ำรวยอีกครั้งหนึ่งได้
๓.ถ้ามัวแต่กังวลไม่มีสมาธิในการเรียน อาจจะทำให้การเรียนเสียได้
๔.ใหม่อยากให้คิดว่าบางครั้งเราก็ต้องผิดหวังเพื่อจะพบกับความสมหวัง

๒๙. ประโยคในข้อใดที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศ
๑.ประเทศไทยส่งออกข้าวปีละจำนวนมาก
๒.เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยุ่ในห้องพยาบาล
๓.สามารถซ่อนร่างอยู่ในเสื้อคลุมสีทอง
๔เขาถูกคัดชื่อออกจากโรงเรียน

๓๐. ความในข้อใด แม้จะอ่านเว้นวรรคต่างกันก็ไม่ทำให้ความหมายรวมๆ ของทั้งประโยคต่างไปจากเดิม
๑.ทุ่มเงินกู้โรงแรมวังใต้
๒.อาจารย์คนดังกล่าว
๓.เขานัดฉันไปกินข้าวเย็นวันนี้
๔.ปุ้มซื้อรถปิ๋มอยากได้แต่ไม่มีเงินซื้อ


: ด.ญ.ธิดารัตน์ พันธจินา ม.2/11B - 14/11/2005 20:26


๓๑. ข้อใดมีความหมายมากกว่า๑ประเด็น
๑.ฉันไม่ชอบคนที่พูดมาก
๒.คนที่ฉันชอบพูดไม่มาก
๓.คนที่ฉันชอบไม่มากพูด
๔.คนที่พูดมากฉันไม่ชอบ

๓๒. ข้อใดมีความหมายชัดเจนที่สุด
๑.รัฐบาลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือราษฎรทุกคน
๒.เด็กฉลาดเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ
๓.นักสังคมเคราะห์จะไปเยี่ยมชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็นบางครา
๔.ตำรวจม้าจะออกตรวจและทำหน้าที่เกี่ยวกับการจราจลบนหลังม้า

๓๓. ประโยคใดไม่ได้ใช้คำฟุ่มเฟือย
๑.ในอนาคตข้างหน้า
๒.เขารู้สึกละอายใจมากที่ทุจริตโกงในการสอบ
๓.ถ้าต้องการพบผม กรุณาไปที่ที่ทำงานของผม
๔.เขาป่วยหนัก น่าเป็นห่วง เพราะอาการเพียบหนัก

๓๔. ประโยคใดใช้สำนวนต่างประเทศ
๑.ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่นานมากทีเดียว
๒.เขาใช่ว่าจะเคยสอนหนังสือที่โรงเรียนนี้
๓.เพื่อนๆรีบมาด้วยเกรงว่าจะส่งผมไม่ทัน
๔.เขาจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่นั้น แล้วแต่ความพยายามของเขาเอง

๓๕. ข้อใดใช้สำนวนต่างประเทศ
๑.เรามีอุปกรณ์อย่างดีที่จะป้องกันไฟไหม้
๒.ในความคิดเห็นของข้าพเจ้า ฝ่ายผู้หญิงไม่ได้รับความยุติธรรมเลย
๓.ใครซื้อสินค้าร้านนี้แล้วได้รับของแจกถูกใจทุกคน
๔.รถยนต์ยี่ห้อเกวียนทองเป็นรถยนต์ที่มีกำลังสูง

๓๖. ข้อใดใช้ภาษาฟุ่มเฟือย
๑.ความจริง ข้าพเจ้าไม่ทราบความจริงเรื่องนี้
๒.เขาศึกษาอยู่ที่โอคแลนด์ประเทศนิวซีแลนด์หลายปี
๓.เรามีความยินดีช่วยเหลือผู้ที่ขาดทุนทรัพย์แต่มีความขยัน
๔.สถานตากอากาศแห่งนี้เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมเป็นคนเป็นจำนวนมาก

๓๗. ประโยคใดมีลักษณะเป็นภาษาไทยมากที่สุด
๑.นพพรโดยสารรถประจำทางไปโรงเรียน
๒.มันเป็นเรื่องยากมากที่สุด และโสภาจะคืนดีกัน
๓.มิใช่เป็นการง่ายนักหรอกที่จะปฏิบัติตามกฏของลูกเสือ
๔.โรงเรียนรัฐบาลอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ


๓๘. ข้อความโฆษณาใดมีการเรียงลำดับคำตามระเบียบของภาษาไทย
๑.รถสมบูรณ์แบบระดับสากล ที่พิชิตได้ในทุกสภาพถนน
๒.งานที่เลือกสรร สารพันสิ่งสุข เพื่อบ้านและครอบครัวของคุณ
๓.สัญลักษณ์กบริหาร รวมความเลิศหรู ควรค่าสำหรับผู้ที่คู่ควร
๔.อมตะวรรณกรรมของทมยันตี ที่สะเทือนใจผู้หญิงทั้งประเทศ

๓๙. ประโยคใดมีข้อความสอดคล้องกันดีที่สุด
๑.ปัญหาการว่างงานไม่เพียงแต่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจยังมีผลต่อเนื่องไปถึงปัญหาสังคมต่างๆด้วย
๒.ผลิตภัณฑ์หัตกรรมทำรายได้สูงให้แก่อำเภอนี้และยังเป็นแหล่งผลิตปลาเค็มที่มีชื่อเสียงด้วย
๓.ปัจจัยที่ทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่เต้านมเพิ่มขึ้นได้แก่ หญิงจำนนมากที่เป็นมะเร็งไม่มีลูก
๔.หลังจากที่นั่งรถประจำทางที่วิ่งไปตามถนนขรุขระ ข้าพเจ้าจะบ่นไปก็ใช่ที่เพราะไม่มีใครรับฟัง

๔๐ ข้อใดใช้คำฟุ่มเฟือย
๑.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้ราชการในกระทรวงเคร่งครัดในจริยธรรม
๒.สังคมไทยแต่โบราณเป็นสังคมที่สงบสุข ไม่มีข้อขัดแย้ง
๓.ตำรวจฆ่าโจรปล้นทองตายหมด ไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว
๔.ไทยอาสาป้องกันหมู่บ้านต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายตัวต่อตัว

๔๑. ข้อใดใช้คำอุปมาและคำเปรียบเทียบถูกต้องเหมาะสม
๑.เขาเป็นชายหนุ่มที่ไร้ค่าเหมือนหญ้าเจ้าชู้
๒.ตาของหล่อนวาววามราวกับหมู่ดาวในท้องฟ้า
๓.ถึงแม้ร่างกายเขาจะเล็กแต่ก็เล็กเยี่ยงผงชูรส
๔.พอได้ยินเรื่องราวเขาโกรธเป็นไฟไหม้ป่าทีเดียว

๔๒.ประโยคใดใช้คำผิดความหมาย
๑.เราควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็ง
๒.ท่านมองหน้าธิดาสาวด้วยความอ่อนโยน
๓.โปรดอย่าจอดรถกีดขวางจราจร
๔.เขาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถจะขัดขืนได้

๔๓. ถ้าผู้พูดคิดว่า รถโดยสารเป็นฝ่ายผิด ผู้พูดควรเลือกใช้ประโยคใด
๑.รถโดยสารชนกับรถบรรทุก
๒.รถโดยสารชนรถบรรทุก
๓.รถโดยสารกับรถบรรทุกชนกัน
๔.รถบรรทุกชนกับรถโดยสาร

๔๔.ข้อความใดใช้คำไม่ถูกต้องต่อสถานการณ์
๑.ศิษย์วัดบอกมรรคนายก"วันนี้หลวงตาอาพาธ เลยจำวัดอยู่ในกุฏิ"
๒.ดำบอกแดง"วันนี้เราไปบ้านคุณยาย ฟาดข้าวเหนียวมะม่วงเสียเต็มที่ลเย"
๓.นายหมู่รายงานผู้กำกับลูกเสือ"เราไปถึงพัทยาเมื่อตะวันรอนๆ"
๔.บทพรรณนาในนวนิยาย"คืนหนึ่งเย็นยะเยือก ดาวระยิบระยับล้อมรอบเสี้ยวเรือนทอง"


อ้างอิง: อ.จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์
คู่มือภาษาไทย เอนทรานซ์ ม.๔-๖. สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๓



เฉลยค่ะ
๑. ตอบข้อ ๓ ๒๓. ตอบข้อ ๑
๒. ตอบข้อ ๔ ๒๔. ตอบข้อ ๑
๓. ตอบข้อ ๓ ๒๕. ตอบข้อ ๓
๔. ตอบข้อ ๔ ๒๖. ตอบข้อ ๓
๕. ตอบข้อ ๓ ๒๗.ตอบข้อ ๑
๖. ตอบข้อ ๒ ๒๘. ตอบข้อ ๔
๗. ตอบข้อ ๓ ๒๙. ตอบข้อ ๔
๘. ตอบข้อ ๒ ๓๐. ตอบข้อ ๒
๙. ตอบข้อ ๓ ๓๑. ตอบข้อ ๒
๑๐. ตอบข้อ ๒ ๓๒. ตอบข้อ ๓
๑๑. ตอบข้อ ๔ ๓๓. ตอบข้อ ๓
๑๒. ตอบข้อ ๒ ๓๔. ตอบข้อ ๑
๑๓. ตอบข้อ ๒ ๓๕. ตอบข้อ ๒
๑๔. ตอบข้อ ๑ ๓๖. ตอบข้อ ๓
๑๕. ตอบข้อ ๓ ๓๗. ตอบข้อ ๑
๑๖. ตอบข้อ ๒ ๓๘. ตอบข้อ ๔
๑๗. ตอบข้อ ๓ ๓๙. ตอบข้อ ๑
๑๘. ตอบข้อ ๒ ๔๐. ตอบข้อ ๓
๑๙. ตอบข้อ ๒ ๔๑. ตอบข้อ ๒
๒๐. ตอบข้อ ๓ ๔๒. ตอบข้อ ๒
๒๑. ตอบข้อ ๔ ๔๓. ตอบข้อ ๒
๒๒. ตอบข้อ ๔ ๔๔. ตอบข้อ ๓



: ด.ญ.ธิดารัตน์ พันธจินา ม.2/11B - 14/11/2005 21:06

ลิลิตตะเลงพ่าย
ลิลิตตะเลงพ่าย


๑. “อาจต่ออาจเข้ารุก อุกต่ออุกเข้าร้า กล้าต่อกล้าชิงบั่น กลั่นต่อกลั่นชิงรอน ศรต่อศรยิงปืน ปืนต่อปืนยิงยัน กุทัณฑ์ต่างตอบโต้ โล่ต่อโล่ต่อตั้ง…..” คำประพันธ์ข้างบนนี้เด่นที่สุดในแง่ใด
๑. บรรยายเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ๒. ใช้คำที่แสดงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
๓. ใช้คำที่ทำให้เกิดความฮึกเหิม ๔. เล่นคำและเล่นสัมผัสทำให้เห็นภาพชัดเจน
๒. “หัสดินปิ่นธเรศไท้ โททรง
คือสมิทธิมาตงค์ หนึ่งอ้าง
หนึ่งคือคิริเมขล์มง- คลอาสน์ มารเอย
เศียรส่ายหงายงาคว้าง ไขว่แคว้งแทงโถม”
คำประพันธ์ข้างบนนี้ใช้กลวิธีในการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับข้อใด
๑. คำขนานธารเกษมก็สมชื่อ สนุกคือเรื่องอิเหนาเสน่หา
๒. ดูทำนองนางในไกวชิงช้า ดังสีดาผูกศอที่โรงโขน
๓. ขอเป็นเกือกทองรองบาทา ไปจนกว่าชีวันจะบรรลัย
๔. อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ
๓. การที่พระวันรัตวัดป่าแก้วถวายพระพรแด่สมเด็จพระนเรศวร ฯ ที่ว่า
“ไว้เพื่อผดุงเดชเจ้า จอมปราณ
ก่อเกิดราชรำบาญ ใหม่แม้
พูนเพิ่มพระสมภาร เพ็ญภพ พระนา
วายบ่หวังตนแก้ ชอบได้ไป่มี”
นั้นพระวันรัตมีประสงค์อย่างไร
๑. เพื่อให้สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงเห็นแก่พระวันรัต
๒. เพื่อให้สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงมีพระวโรกาสแสดงพระมหากรุณาธิคุณ
๓. เพื่อให้ราชการที่มีโทษนั้นมีโอกาสไปรบเพื่อถ่ายโทษของตน
๔. เพื่อให้ข้าราชการที่มีโทษนั้นมีโอกาสบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
๔. คำประพันธ์ในข้อใดที่ตรงกับจุดประสงค์ในการแต่ง “ลิลิตตะเลงพ่าย”
๑. จึ่งไท้เทเวศอ้าง สมมุติ
มิ่งมหิศวรมกุฎ เกศหล้า
เถลิงภพแผ่นอยุธ- ยายิ่ง ยศแฮ
แสดงพระเดชฟุ้งฟ้า เฟื่องด้าวดินไหว
๒. พระพี่พระผู้ผ่าน ภพอุต- ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้
เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผลอเกียรติ ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤๅมี


๓. สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า
กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ ราแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด
๔. ดลยังเวียงด่านด้าว โดยมี
เมืองชื่อกาญจนบุรี ว่างว้าง
ผู้ใดบ่ออกตี ตอบต่อ ทัพนา
ยลแต่เหย้าเรือนร้าง อยู่ไร้ใครแรม
๕. “พระตรีโลกนาถแผ้ว เผด็จมาร
เฉกพระราชสมภาร พี่น้อง
เสด็จไร้พิริยะราญ อรินาศ ลงนา
เสนอพระยศยินก้อง เกียรติท้าวทุกภาย”
คำประพันธ์นี้แสดงความคิดเกี่ยวกับเรื่องใด
๑. ความสูงส่งของกษัตริย์ ๒. การยอพระเกียรติกษัตริย์
๓. ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ๔. ความเกรงกลัวอำนาจกษัตริย์



๖.) พระราชดำรัสข้อใดของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทำให้พระมหาอุปราชาทรงตัดสินพระทัย
กระทำยุทธหัตถี
๑. สงครามกษัตริย์ทรง ภพแผ่น สองฤๅ
สองราชรอนฤทธิ์ร้า เรื่องรู้สรรเสริญ
๒. ขัตติยายุทธ์บรรหาร คชคู่ กันแฮ
คงแต่เผือพี่น้อง ตราบฟ้าดินกษัย
๓. พระพี่พระผู้ผ่าน ภพอุต- ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้
๔. เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤๅมี

๗.) สมเด็จพระวันรัตใช้กลวิธีโน้มน้าวจิตใจข้อใดที่ทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพระราชทาน
อภัยโทษประหารชีวิตแก่แม่ทัพนายกอง
๑. การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า
๒. การแสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล
๓. การแสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้โน้มน้าวใจ
๔. การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย


๘.) “สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า” กวีใช้กลวิธีในการเขียนอย่างไร
๑. ใช้การขัดแย้ง ๒. ใช้การคล้องความ
๓. ใช้ความตรงกันข้าม ๔. ใช้การกล่าวเกินจริง

๙.) ความในข้อใดแสดงลักษณะวรรณศิลป์มากที่สุด
๑. ธุมาการเกิดกระลบ อบอลเวงฟากฟ้า ตูบ่รู้จักหน้า หนึ่งสิ้นแสงไถง แลนา
๒. ธก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย หงายงาเสยสารเศิก
๓. พวกพลทัพรามัญ เห็นไทยผันหนีหน้า ไปบ่หยุดยั้งช้า ตื่นต้อนแตกฉาน
๔. ว่องต่อว่องชิงชัย ไวต่อไวชิงชนะ ม้าไทยพะม้ามอญ ต่างเข้ารอนเข้าโรม

๑๐.) “พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรงบ่ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง”
เมื่อพิจารณาโคลงบทนี้ว่ากล่าวถึงผู้ใดแล้ว จะนับว่าคำประพันธ์ในข้อใดมีใจความใกล้เคียงที่สุด
๑. คุณแม่หนักหนาเพี้ยง พสุธา
๒. คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง
๓. บำรุงบิดรมา- ตุระด้วยหทัยปรีย์
๔. จงมุ่งบำเพ็ญมา- ตุปิตุปัฏฐานการ



๑๑.) ข้อความต่อไปนี้ให้ความรู้สึกแก่ผู้อ่านตามข้อใด
“ต่างชิงฆ่าชิงหั่น ต่างชิงบั่นชิงฟัน ปันกันยิงกันแผลง ปันกันแทงกันพุ่ง ยอยุทธ์ยุ่งบ่มิแตก แยก
ยุทธ์แย้งบ่มิพัง”
๑. ฮึกเหิม ๒. ตื่นเต้น
๓. หวาดกลัว ๔. คึกคัก

๑๒.) คำประพันธ์ในข้อใดใช้คำเลียนเสียงเป็นกลวิธีในการประพันธ์
๑. ดูคะคลาคะล่ำ บ่รู้กี่ส่ำสับสน ๒. ศรต่อศรยิงปืน ปืนต่อปืนยิงยัน
๓. เงื้อดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉับ ๔. อุดอึงโห่เอาฤกษ์ เอิกอึงโห่เอาชัย

๑๓.) “นฤบดีโถมถีบสู้ ศึกธาร
ฟอนฟาดสุงสุมาร มอดม้วย
สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์ หายเหือด แห้งแฮ
พระเร่งปรีดาด้วย เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย”
โคลงลิลิตตะเลงพ่ายนี้กล่าวถึงเรื่องใด และเรื่องนั้นมีความหมายสำคัญอย่างไร
๑. นิมิตบอกเหตุ ความมีชันต่อศัตรู
๒. การปราบจระเข้ ความพ่ายแพ้ของข้าศึก
๓. น้ำป่าหลากท่วมทับข้าศึก การไม่ต้องเสียกำลังรบ
๔. การต่อสู้อย่างดุเดือดของสมเด็จพระนเรศวร ฯ พระมหาอุปราชขาดคอช้าง

๑๔.) สมเด็จพระวันรัตแสดงเหตุผลเป็นประการใดสำคัญที่สุดที่ทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพระ
ราชทานอภัยโทษแก่แม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทัน
๑. พระเดชหากแสดงเอง อำนาจ พระนา
เสนอทุกทวยธเรศก้อง เกียรติอ้างอัศจรรย์
๒. ทุกทวยเทพคณา ชุมช่วย พระเอย
แสดงพระเดโชชี้ ชเยศไว้ในสนาม
๓. ถวายพรบวรศรีสวัสดิ์ สว่างโทษ ท่านนา
นฤทุกข์ฤทัยแผ้ว ผ่องพ้นอันตราย
๔. พระตรีโลกนาถแผ้ว เผด็จมาร
เฉกพระราชสมภาร พี่น้อง

๑๕.) ข้อความต่อไปแสดงความรู้สึกอย่างไรของบุคคลในเรื่อง
สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา
เรียงเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้
ลูกตาย ฤ ใครเก็บ ผีฝาก พระเอย
ผีจักเท้งที่โพล้ ที่แพล้ใครเผา
๑. ความคับแค่น ๒. ความเปล่าเปลี่ยว
๓. ความหวาดหวั่น ๔. ความเศร้าโศก



๑๖.) ท่วงทำนองการประพันธ์ในลิลิตตะเลงพ่ายตอนพระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรีมี
ลักษณะการแต่งคล้ายข้อใด
๑. นิราศ ๒. ร่ายยาว ๓. พงศาวดาร ๔. กาพย์ห่อโคลง

๑๗.) ข้อใดคือลักษณะของคำประพันธ์ประเภท “ลิลิต”
๑. โคลงแต่งสลับกับฉันท์ ๒. กาพย์แต่งสลับกับโคลง
๓. ร่ายและโคลงแต่งสลับกัน ๔. กาพย์แต่งสลับกับโคลง

๑๘.) เนื้อเรื่องของ “ลิลิตตะเลงพ่าย” ได้ต้นเค้ามาจากข้อใด
๑. คำให้การของชาวกรุงเก่า ๒. จากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
๓. จากนิทานพื้นบ้าน ๔. จากประวัติศาสตร์ไทย

๑๙.) ลิลิตตะเลงพ่ายให้คติธรรมที่เด่นที่สุดในข้อใด
๑. ความซื่อสัตว์ของเหล่าทหารที่ยอมรับโทษถึงชีวิต
๒. ความกล้าหาญของพระมหาอุปราชาที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาเกียรติ
๓. ความเมตตาของสมเด็จพระวันรัตวัดป่าแก้วต่อทหารที่ได้รับโทษทัณฑ์
๔. ความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรที่ไม่ย่อท้อต่อกำลังข้าศึกที่มากกว่า

๒๐.) ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้พระมหาอุปราชาไม่อยากยกทัพไปรบกับพระนเรศวร
๑. เพราะกลัวบารมีและฤทธิ์ของพระนเรศวร
๒. เพราะห่วงความสุขสบายในวังกับพระสนม
๓. เพราะโหรทำนายว่าชะตาขาดเพราะมีเคราะห์
๔. เพราะไม่อยากห่างจากพระบิดา


: อิงอร ไอยสุวรรณ์ ม.2/11A เลขที่ 24 - 17/11/2005 18:00

วารีดุริยางค์
วารีดุริยางค์


๑.) เพชรน้ำค้างหล่นพรมบนหญ้า เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลังวันใหม่
เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน
คำใดในร้อยกรองบทนี้ที่ให้จินตภาพชัดเจนที่สุด
๑. วันใหม่ ๒. ดอกหญ้า ๓. แฉกดาวใบไผ่ ๔. เพชรน้ำค้าง

๒.) ความในข้อใดใน “วารีดุริยางค์” ที่ยกมานี้ แสดงทรรศนะของกวีได้อย่างชัดเจน
๑. เลิกความคิดขันแข่งปรุงแต่งจิต ๒. หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม
๓. เงียบสงบระงับลงตรงมุมนี้ ๔. ไม่ต้องมีปรารถนาในอารมณ์

๓.) ความที่ว่า “เกิดแล้วก่อล่อแล้วเร้นเย้นแล้วร้อน” ผู้เขียนใช้กลวิธีการเขียนเสนอภาพพจน์ต่างจากข้อใด
๑. เสียงน้ำซึ่งกระซิบสาดปราศจากเสียง ๒. จักรวาลวุ่นวายไร้สำเนียง
๓. อยู่ห่างไกลแต่ก็ใกล้ในคุณธรรม ๔. วนและวิ่งคืนและวันหวั่นและไหว

๔.) บทกวีในข้อใดที่ความไพเราะเกิดจากการใช้ถ้อยคำที่มีเสียงและจังหวะดุจดนตรีเด่นชัดที่สุด
๑. จงหยุดชมชื่นใจในใจเถิด ทุกสิ่งเกิดก่อได้ในใจก่อน
๒. หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร
๓. กลางคืนคอยเป็นควันอั้นอัดไว้ ครั้นกลางวันก็เป็นไฟไปทุกอย่าง
๔. สงสารใจเจ้าเอ๋ยไม่เคยนิ่ง วนและวิ่งคืนและวันหวั่นและไหว


ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๕–๖
หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร
งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ
เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวันใหม่
เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน

๕.) กวีใช้ภาพพจน์ชนิดใดมากที่สุดในคำประพันธ์ข้างต้น
๑. อุปมา ๒. อุปลักษณ์
๓. บุคลาธิษฐาน ๔. การกล่าวเกินจริง

๖.) ข้อใดมิใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น
๑. มีการเล่นคำ ๒. มีสัมผัสแพรวพราว
๓. อุดมไปด้วยกวีโวหาร ๔. ใช้ภาพพจน์ที่ให้ภาพชัดเจน



๗.) ข้อความใดไม่ใช้ปฏิพากย์ในการนำเสนอสาร
๑. มีความมืดที่เวิ้งว้างสว่างไสว ๒. เสียงน้ำซึ่งกระซิบสาดปราศจากเสียง
๓. ยิ่งเย็นเยียบยิ่งเดือดมิรู้ดับ ๔. เสมือนไฟไหม้ฟืนคืนลมหนาว

๘.) “รู้จักเพียงพอดีที่จะรับ ความเกิดดับธรรมดาอุทาหรณ์
พร้อมรู้สึกตามวิสัยไปทุกตอน เหมือนทุกก้อนกรวดทรายย่อมคล้ายกัน”
ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของบทประพันธ์ข้างต้นนี้
๑. ความสุขเกิดความพอดี ๒. ความสุขเกิดความดับสูญ
๓. ความสุขเกิดจากความเข้าใจชีวิต ๔. ความสุขเกิดจากความเสมอภาค

๙.) “ขอกายเจ้าจงเป็นเช่นต้นไม้ ยืนอยู่ได้โดยภพสงบนิ่ง
เผื่อแผ่ร่มและเป็นหลักให้พักพิง แต่งดอกพริ้งผลัดฤดูอยู่ชั่วกาล”
แนวคิดของหลักข้อความข้างต้นนี้คืออะไร
๑. ทำตนให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ๒. ทำตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๓. เห็นความงดงามของธรรมชาติ ๔. ละทิ้งความว้าวุ่นของจิตใจ

๑๐.) “รู้จักเพียงพอดีที่จะรับ ความเกิดดับธรรมดาอุทาหรณ์
พร้อมรู้สึกตามวิสัยไปทุกตอน เหมือนทุกก้อนกรวดทรายย่อมคล้ายกัน”
วรรคไหนใน “วารีดุริยางค์” ตอนนี้ที่สำคัญที่สุด
๑. วรรค ๑ ๒. วรรค ๒
๓. วรรค ๓ ๔. วรรค ๔

๑๑.) ในบทกลอนเรื่อง “วารีดุริยางค์” ค่านิยมใดที่ผู้แต่งสะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดที่สุด
๑. ความสุขอันเกิดจากความสงบระงับใจ ๒. ความงดงามของธรรมชาติ
๓. ความอิสระเสรีที่จะอยู่กับธรรมชาติ ๔. ความไพเราะของสายน้ำและดนตรีธรรมชาติ

๑๒.) ความในข้อใดใช้วิธีการ “ปฏิพากษ์” ในการนำเสนอสาร
๑. ความเกิดดับธรรมดาอุทาหรณ์ ๒. วนเวียนหว่างทุกข์สุขทุกวันวาร
๓. เกิดแล้วก่อล่อแล้วเร้นเย็นแล้วร้อน ๔. วนและวิ่งคืนและวันหวั่นและไหว





: อิงอร ไอยสุวรรณ์ ม.2/11A เลขที่ 24 - 17/11/2005 18:21

คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2549

เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม