โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยนักเรียนชั้น
ม.1 และม.2โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู
สุภาษิตไทยตัว
ข
ขนทรายเข้าวัด -ก.ทำบุญโดยวิธีนำหรือขนทรายไปก่อพระเจดีย์ทรายที่วัด, หาประโยชน์ให้ส่วนรวม. ขนมผสมน้ำยา - ว. พอดีกัน จะว่าข้างไหนดีกว่ากันไม่ได้. ขนหน้าแข้งไม่ร่วง -ว .ไม่กระทบกระเทือนถึงเดือดร้อน(ใช้กับคนมั่งมีที่ จะต้องจ่ายเงินแม้จะมาก แต่ก็ดู เหมือนเป็นจำนวน เล็กๆน้อยๆ). ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า -ก.บังคับขืนใจผู้อื่นให้ทำตามที่ใจตนต้องการ เช่น จะจัดแต่งตามอารมณ์เรา เหมือนข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า . ขมเป็นยา - น. คำติมักเป็นประโยชน์ทำได้ให้คิด, มักใช้คู่กับหวานป็นลม ว่า หวานป็นลม ขมเป็นยา ขม่อมบาง -ว.เจ็บป่วยง่าย เช่น เขาเป็นคน ขม่อมบาง ถูกน้ำค้าง หน่อยก็เป็นหวัด , ขม่อมบาง ก็ว่า. ขมิ้นกับปูน -ว. ชอบทะเลาะวิวาทกันอยู่เสมอเมื่ออยู่ใกล้กัน, ไม่ถูกกัน. ขว้างงูไม่พ้นคอ -ก. ทำอะไรแล้วผลร้ายกลับมาสู่ตนเอง. ขวานผ่าซาก -ว. โผงผางไม่เกรงใจใคร (ใช้แก่กริยาพูด). ของหายตะพายบาป น.ของหายหรือเข้าใจว่าหายแล้วเที่ยวโทษผู้อื่น. ข้าเก่าเต่าเลี้ยง -น. คนเก่าคนแก่, คนที่อยู่ด้วยกันมานานในฐานะรับใช้จนไว้วางใจได้. ข้านอกเจ้า -น. การกระทำหรือความประพฤตินอกเหนือคำสั่งหรือ ข้าวนอกหม้อ - แบบอย่างขนบธรรมเนียม. ข้ามน้ำข้ามทะเล,ข้ามน้ำข้ามท่า ก.ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและความลำบากต่างๆกว่าจะได้ผลสำเร็จ. ข้ามหน้าข้ามตา - ก. ทำโดยไม่เว้นหน้าผู้ใด ขายผ้าเอาหน้ารอด -ก. ยอมเสียสละแม้แต่ของจำเป็นที่ตนเองมีอยู่ เพื่อรักษชื่อเสียง ของตนไว้ , ทำให้ลุล่วงไป เพื่อรักษาชื่อเสียง ของตนไว้ . ขายหน้าขายตา - ก. อับอาย. ขายหน้าวันละห้าเบี้ย - ก. ทำให้อับอายขายหน้าอยู่ทุกวัน. ข้าวแดงแกงร้อน -น. บุญคุณ. ข้าวยากหมากแพง -น. ภาวะขาดแคลนอาหาร, ทุพกภิกภัย. ข้าวเหลือเกลืออิ่ม -น. บ้านเมืองที่อุดมไปด้วยข้าวปลาอาหาร. ข้าวใหม่ปลามัน -น. อะไรที่เป็นของใหม่ก็ถือว่าดี , นิยมเรียกช่วงเวลาที่สามีภรรยาเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ว่าระยะ ข้าวใหม่ปลามัน. ขิงก็รา ข่าก็แรง - ต่างก็จัดจ้านพอพอกัน , ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอพอกัน, ต่างไม่ยอมลดละกัน. ขี่ช้างจับตั๊กแตน - ก. ลงทุนมากแต่ได้ผลประโยชน์นิดหน่อย. ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น - ก. ทำสิ่งที่ไม่สมควรให้ผู้น้อยเห็น. ขี้เกียจสันหลังยาว, ขี้เกียจหลังยาว -ว. เรียกคนเกียจคร้านเอาแต่นอนว่าขี้เกียจสันหลังยาว หรือ ขี้เกียจหลังยาว , บางทีใช้สั้นสั้นว่า สันหลังยาวหรือ หลังยาว. ขี้แพ้ชวนตี - ก. แพ้ในกติกาแล้วไม่ยอมรับว่าแพ้ จะเอาชนะด้วยกำลัง , แพ้แล้วพาล . ขี้ไม่ให้หมากิน - ก. ขี้เหนียว , ตระหนี่เหนียวแน่น. ขี้ราดโทษล่อง -ก. ทำผิดเองแล้วกลับโทษผู้อื่น. ขี้หดตดหาย -ว. ใช้ประกอบคำกับคำ กลัว หรือ ตกใจ เช่น กลัวจนขี้หดตดหาย หมายความว่ากลัวมาก ตกใจมาก. ขึ้นต้นไม้สุดยอด -ก. ขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุด , หมดทางเจริญต่อไป. ขุดด้วยปาก ถากด้วยตา - ก. แสดงอาการเหยียดหยามทั้งด้วยวาจาและสายตา. ขุดดินกินหญ้า ก. ทำงานกระท่อมกระแท่มพอเลี้ยงตัวไปวันหนึ่งๆเช่นทำไร่เล็กเล็กน้อยน้อย . ขุดบ่อล่อปลา - ก. ทำอุบายเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งหลงเชื่อโดยหวังประโยชน์จาก อีกฝ่ายหนึ่ง. ขุนนางใช้พ่อแม่หินแง่ใช้ตายาย - ถ้าไม่ใช่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของตน ก็ไม่ควรไว้ใจใคร,ทำนองเดียวกับภาษิตที่ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง. ขุนไม่ขึ้น -ว. เลี้ยงไม่เชื่องมีแต่เนรคุณ. เข็นครกขึ้นภูเขา -ก.ทำงานที่ยากลำบากอย่างยิ่งต้องใช้ความพยายามและ อดทนอย่างมาก หรือบางทีก็เกินกำลังความสามารถหรือสติปัญญาของตน. เข้าด้ายเข้าเข็ม -ว. คับขัน , สำคัญ, หมายถึงเวลาสำคัญ ถ้าทำผิดพลาดหรือมีอะไรมาขัดจังหวะแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังเสียการ. เข้าตามตรอก ออกตามประตู -ก. ทำตามธรรมเนียมประเพณี. เข้าไต้เข้าไฟ - ว. เริ่มมืดต้องใช้แสงไฟ , พลบ, ใช้ว่า เวลา เขาไต้เข้าไฟ เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า - ก. ให้มีสติอย่างประมาท เช่นเดียวกับเวลาเข้าป่าต้องหามีด ติดตัวไปด้วย. เข้าผู้เข้าคน -ก. ติดต่อกับคนอื่นอื่นได้. เข้าพกเข้าห่อ - ก. เอาไว้เป็นของส่วนตัว , รู้จักเก็บไว้บ้าง, รู้จักเก็บ เข้าพระเข้านาง - ก.แสดงบทเกี้ยวพาราสี. เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ก. ประพฤติตนให้อยู่ในกาลเทศะ. เข้ารกเข้าพง -ก. พูดหรือทำไม่ถูกต้องกับเรื่องเพราะขาดความชำนาญในเรื่องนั้น. เข้ารูปเข้ารอย - ก. ถูกกับแบบแผน. เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา -ก. บอกหรือสอนไม่ได้ผล. เข้าไหนเข้าได้ - ก. สามารถติดต่อ หรือคบหาสมาคมกับใครๆได้. เขียนด้วยมือลบด้วยตีน - ก. ยกย่องแล้วกลับทำลายภายหลัง. เขียนเสือให้วัวกลัว - ก. ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งกลัวหรือเกรงขาม. แขนซ้ายแขนขวา -น. บริวารหรือผู้บังคับบัญชาที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเปรียบเสมือน แขนซ้ายแขนขวา ไข่ในหิน -น. ของที่ต้องระวังทะนุถนอมอย่างยิ่ง
![]() จากหนังสือพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน : ด.ญ.สุรัตนา สุขานนท์สวัสดิ์ - 18/11/2005 15:53 |
สุภาษิต,
คำพังเพย และ สำนวนไทย หมวด ง-ซ(
งมเข็มในมหาสมุทร..............ก. ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้,ทำกิจที่สำเร็จได้ยาก งอมพระราม.............ว. มีความทุกข์ยากลำบากเต็มที่ เช่น ทศกัณฑ์จะงอมพระรามที่ไหน เกรงพระรามจะงอมพระรามไปเองเสียอีก งอมืองอตีน..............ก. เกียจคร้าน,ไม่สนใจขวนขวายทำการงาน,ไม่คิดสู้ ง่อยเปลื้ยเสียขา...........ว. มีร่างกายพิการจนเดินไม่ได้อย่างปรกติ งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่เสีย,งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสีย............ทำงานไม่บกพร่องทั้งงานส่วนรวมและส่วนตัว งูกินหาง.............ว. เกี่ยวโยงกันไปเป็นทอดๆ เงยหน้าอ้าปาก............ว. มีฐานะดีขึ้นกว่าเดิมพอทัดเทียมเพื่อน เงาตามตัว...............น. ผู้ที่ไปไหนไปด้วยกันแทบไม่คลาดกันเลย เงียบเป็นเป่าสาก...............ว. ลักษณะที่เงียบสนิท เงื้อง่าราคาแพง............ก. จะทำอะไรก็ไม่กล้าตัดสินใจทำลงไป ดีแต่ทำท่าหรือวางท่าว่าจะทำเท่านั้น โง่แกมหยิ่ง............ว. โง่แล้วยังอวดฉลาด,อวดดีทั้งๆที่โง่ โง่เง่าเต่าตุ่น..........ว. โง่ที่สุด เช่น เพราะโง่เง่าเต่าตุ่นพ่อคุณเอ๋ย ผู้ใดเลยจะประสงค์จำนงหมาย โง่แล้วอยากนอนเตียง...........ว. โง่แล้วไม่เจียมตัวว่าโง่ ไปทำสิ่งที่ตนไม่รู้ไม่เข้าใจ จมไม่ลง............ก. เคยทำตัวใหญ่มาแล้วทำให้เล็กลงไม่ได้ จมูกมด............ว. ที่ไหวตัวหรือรู้ทันเหตุการณ์,บางทีใช้เข้าคู่กับ หูผี เป็น หูผี จมูกมด จระเข้สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้........น. คนที่มีอำนาจหรืออิทธิพลพอๆกันอยู่ร่วมกันไม่ได้,ราชสีห์สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ จองหองพองขน.............ว.เย่อหยิ่งลบหลู่ผู้มีคุณ จับงูข้างหาง........ก. ทำสิ่งที่เสี่ยงต่ออันตราย จับดำถลำแดง...........ก. มุ่งอย่างหนึ่งไปได้อีกอย่างหนึ่ง,มุ่งอย่างหนึ่งกลายไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง จับได้ไล่ทัน........ก. พูดดักให้ยอมรับ,พูดต้อนให้จนมุม จับตัววางตาย...........ก. กำหนดลงไปแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง,กำหนดตัวบุคคลให้ประจำหน้าที่โดยเฉพาะ จับพลัดจับพลู............ก. จับผิดๆถูกๆบังเอิญเป็นไปโดยไม่ได้ตั้งใจ จับแพะชนแกะ...........ก. ทำอย่างขอไปที ไม่ได้อย่างนี้ก็เอาอย่างนั้นเข้าแทนเพื่อให้ลุล่วงไป จับเสือมือเปล่า...........ก.แสวงหาประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้องลงทุน จุดใต้ตำตอ...........ก. พูดหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งบังเอิญไปโดนเอาเจ้าของเรื่องโดยผู้พูดไม่รู้ตัว เจ้าไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด..........น. ผู้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เจ้าหน้าเจ้าตา............น. ผู้ชอบทำเอาหน้า,ผู้ชอบเสนอหน้าเข้าไปธุระให้คนอื่นโดยไม่ต้องขอร้อง ใจใหญ่ใจโต.............ว. คิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ชนักติดหลัง........น. ความชั่วหรือความผิดที่ยังติดตัวอยู่ ชักซุงตามขวาง...........ก. ทำอะไรที่ไม่ถูกวธีย่อมได้รับความลำบาก,ขัดขวางผู้มีอำนาจย่อมได้รับความเดือดร้อน ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน.........ก. ชักนำศัตรูเข้าบ้าน ชักใบให้เรือเสีย...........ก. พูดหรืทำขวางๆให้การสนทนาหรือการงานเขวออกนอกเรื่องไป ชักแม่น้ำทั้งห้า..........ก. พูดจาหว่านล้อมยกยอบุญคุณเพื่อขอสิ่งที่ประสงค์ ชักใย.......ก. บงการอยู่เบื้องหลัง ชักหน้าไม่ถึงหลัง.........ก. มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์.........ว. ปล่อยไปตามเรื่องตามราว ไม่เอาเป็นธุระ ชั่วนาตาปี......ว. ตลอดปี ช้าๆได้พร้าสองเล่มงาม..........ว.ค่อยๆคิดค่อยๆทำแล้วจะสำเร็จผล ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด............น. ความชั่วหรือความผิดร้ายแรงที่คนรู้ทั่วกันแล้วจะปิดอย่างไรก็ไม่มิด ช้างสาร........น. ผู้มีอำนาจ ในความว่าช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ.........ว. ค่อยๆคิดค่อยๆทำดีกว่าด่วนทำ ชายสามโบสถ์.......น. ผู้ที่บวชแล้วสึกถึง 3 หน,ใช้พูดเป็นเชิงตำหนิว่า เป็นคนที่ไม่น่าคบ ชายหาบหญิงคอน..........ช่วยกันทำมาหากินทั้งผัวทั้งเมีย ชิงสุกก่อนหาม...........ก. ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัยหรือยังไม่ถึงเวลา(มัก หมายถึง การลักลอบได้เสียก่อนแต่งงาน) ชี้ตาไม่กระพริบ.........ก. ดื้อมาก,สู้สายตาไม่ยอมแพ้ ชี้นกบนปลายไม้...........ก. หวังในสิ่งที่อยู่ไกลตัว ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้..........ไม่ว่าผู้มีอำนาจจะว่าอย่างใด ผู้น้อยก็ต้องคล้อยตามไปอย่างนั้น ชุบมือเปิบ............ก. ฉวยประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่ได้ลงทุนลงแรง เชื้อไม่ทิ้งแถว............ก. ถอดแบบ แช่วชักหักกระดูก.........ก. แช่งด่ามุ่งร้ายให้ผู้อื่นได้รับอันตรายอย่างร้ายแรง
ซื่อเหมือนแมวนอนหวด..........ว. ทำเป็นซื่อ ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ.............ก. ซื้อของไม่คำนึงถึงกาลเวลาย่อมได้ของแพง,ทำอะไรไม่เหมาะกับเวลา ซื้องัวหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว..............ก. ซื้อของไม่คำนึงถึงกาลเวลาย่อมแพง อ้างอิง : จากหนังสือพจนานุกรมสุภาษิต, คำพังเพย และ สำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หน้า 19-25 ,ราชบัณฑิตยสถาน จัดพิมพ์ พ.ศ.2540 ![]() : ด.ญ.อริสรา นาคสุวรรณ เลขที่ 24 ชั้น ม.1/11A - 27/11/2005 22:45 |
| สุภาษิต,คำพังเพย
และสำนวนไทย หมวด ฒ-ถ เฒ่าหัวงู..........................น. คนแก่หรือคนมีอายุมากที่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือกลอุบาย หลอกเด็กผู้หญิงในทางกามารมณ์, คนแกเจ้าเล่ห์
ดอกพิกุลร่วง..........................เรียกอาการที่นิ่งไม่พูดว่า กลัวดอกพิกุลจะร่วง. ดาบสองคม..........................ว. มีทั้งคุณและโทษ, อาจดีอาจเสียก็ได้. ดาวล้อมเดือน...........................ว. มีบริวารแวดล้อมมาก. ดำดิน..............................ก. หลบหายไป, หายไปไหนไม่รู้ร่องรอย. ดินพอกหางหมู.............................ที่คั่งค้างพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ. ดีดลูกคิด..............................ก. คำนวณผลได้ผลเสียหรือกำไรขาดทุนอย่างละเอียด. ดีดลูกคิดรางแก้ว.................................ก. คิดถึงผลที่จะได้ทางเดียว. ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่,ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่...........................ก. ให้รู้จักพิจารณาลักษณะบุคคลหรือผู้หญิงที่จะเลือกเป็นคู่ครอง
ดูตาม้าตาเรือ..........................ก. พิจารณาให้รอบคอบ (มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น ไม่ดูตาม้าตาเรือ. เด็กเมื่อวานซืน............................น. คำกล่าวเชิงดูหมิ่นหรือเชิงสั่งสอนว่า มีความรู้หรือประสบการณ์น้อย. เด็กอมมือ...........................น. ผู้ไม่รู้ประสีประสา. เด็ดดอกไม่ไว้ขั้ว.............................ก. ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด, มักใช้เข้าคู่กับเด็ดบัวไม่ไว้ใย ว่า เด็ดดอกไม่ไว้ขั้ว เด็ดบัวไม่ไว้ใย เด็ดดอกไม้ร่วมต้น......................ก. เคยทำบุญกุศลร่วมกันมาแต่ชาติก่อน จึงมาอยู่ร่วมกันในชาตินี้, เก็บดอกไม้ร่วมต้นก็ว่า. เด็ดบัวไม่ไว้ใย.............................ก. ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด, มักใช้เข้าคู่กับ เด็ดดอกไม้ไม่ไว้ขั้ว เด็ดบัวไม่ไว้ใย, เด็ดปลีไม่มีใย ก็ว่า. เด็ดปลีไม่มีใย...............................ก. ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด, เด็ดบัวไม่ไว้ใย ก็ว่า. เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด............................ก. ประพฤติตามอย่างผู้ใหญ่ย่อมแลอดภัย. ได้แกงเทน้ำพริก...........................ก. ได้ใหม่ลืมเก่า. ได้ทีขี่แพะไล่...........................ก.ซ้ำเติมเมื่อผู้อื่นเพลี่ยงพล้ำลง. ได้หน้าได้ตา...........................ว. ได้เกียรติ, ได้ชื่อเสียง.
ตกกระไดพลอยโจน..........................จำเป็นที่จะต้องยอมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มีทางเลี่ยง. ตกใต้เถรเทวทัต............................ก. ตกนรกขุมต่ำสุด. ตกนรกทั้งเป็น ...............................ก.ได้รับความลำบากแสนสาหัส เช่นคนที่ได้รับโทษทัณฑ์ในเรือนจำ. ตกน้ำไม่ว่าย...............................ก. ไม่ช่วยตัวเอง. ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้...............................ก. ตกอยู่ในที่คับขันอย่างไรก็ไม่เป็นอันตราย, เป็นคำเปรียบเทียบหมายความว่า ตกอยู่ที่ใดก็ไม่สูญหาย เช่น ของหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้. ตกปากตกคำ, ตกปากลงคำ............................ก. ตกลง, รับรอง. ตกเป็นเบี้ยล่าง ..............................ก. ตกเป็นรองเขา, เสียเปรียบเขา. ตกล่องปล่องชิ้น.............................ก. ตัดสินใจที่จะร่วมมือหรือร่วมชีวิตด้วย. ตกหลุม, ตกหลุมพราง.............................ก. ถูกลวงด้วยเล่ห์กลหรืออุบาย, เสียรู้, หลงกล. ต้นร้ายปลายดี .............................น. ตอนแรกประพฤติตัวไม่ดี แต่ภายหลังกลับสำนึกตัวได้แล้วประพฤติดีตลอดไป, ตอนต้นไม่ดี ไปดีเอาตอนหลัง. ต้นวายปลายดก...........................น. ตอนต้นไม่ดีไปดีเอาตอนหลัง. ตบตา..............................ก. หลอกหรือลวงให้เข้าใจผิด. ตบมือข้างเดียวไม่ดัง..............................ก. ทำอะไรฝ่ายเดียวไม่เกิดผล. ตบหัวกลางศาลา ขอขมาที่บ้าน,ตบหัวที่ศาลา ขอขมาที่บ้าน.................................ก. ยอมรับผิดไม่สบกับความผิดที่ทำไว้. ตบหัวลูบหลัง ................................ก. ทำหรือพูดให้กระทบกระเทือนในใจตอนแรก แล้วกลับทำหรือพูดเป็นการปลอบใจในตอนหลัง. ตระกูลมูลชาติ ...........................น.ตระกูลผู้ดี เช่น หญิงมีตระกูลมูลชาติ ถ้าแม้ขาดขันหมากก็ขายหน้า. (ท้าวแสนปม), สกุลรุนชาติ ก็ว่า. ตลาดหน้าคุก........................ว. แพง. น. เรียกตลาดที่ถือโอกาสขายโก่งราคาแพงกว่าปรกติและผู้ซื้อจำเป็นต้องซื้อว่าตลาดหน้าคุก. ต่อความยาวสาวความยืด................................ก. พูดกันไปพูดกันมาให้มากเรื่องเกินสมควร. ต้อนรับขับสู้.............................ก. ต้อนรับอย่างแข็งขัน. ต้อนหมูเข้าเล้า................................ก. บังคับคนที่ไม่มีทางสู้. ต่อปากต่อคำ, ต่อปากหลากคำ...........................ก. เฝ้าเถียงกันไม่รู้จักจบ, พูดยันกันเพื่อพิสูจน์ความ. ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก .........................ว. ต่อหน้าทำเป็นดี แต่พอลับหลังก็นินทาหรือหาทางทำร้าย, หน้าไหว้หลังหลอก ก็ว่า. ตะเภาเดียวกัน ..............................น. พวกเดียวกัน, อย่างเดียวกัน. ตักน้ำรดหัวตอ, ตักน้ำรดหัวสาก..........................ก. แนะนำพร่ำสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล เช่น น้ำรดหัวสาก สอนเด็กปากมาก เลี้ยงลูกใจแข็ง. (สุบิน กลอนสวด). ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา...............................ก. ให้รู้จักฐานะของตนและเจียมตัว.
ตักบาตรอย่าถามพระ...............................ก. จะให้อะไรแก่ผู้ที่เต็มใจรับอยู่แล้ว ไม่ควรถาม. ตัดช่องน้อยแต่พอตัว................................ก. เอาตัวรอดแต่ผู้เดียว. ตัดเชือก..............................ก. ตัดความสัมพันธ์ไม่ยอมให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป. ตัดญาติขาดมิตร...................................ก. ตัดขาดจากกัน. ตัดเป็นตัดตาย ................................ก. ตัดขาดจากกันอย่างเด็ดขาด. ตัดไฟต้นลม, ตัดไฟหัวลม.............................ก. ตัดต้นเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามต่อไป. ตัดหนามอย่าไว้หน่อ................................ก. ทำลายให้ถึงต้นตอ. ตัดหางปล่อยวัด...................................ก. ตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง ไม่เอาเป็นธุระอีกต่อไป. ตัวใครตัวมัน..............................ว. ต่างคนต่างเอาตัวรอดแต่ลำพัง. ตัวจักรใหญ่............................น. บุคคลซึ่งเป็นสมองหรือเป็นหัวหน้าในการดำเนินกิจการ. ตัวตายตัวแทน....................................น. ผู้ที่รับช่วงดำเนินงานติดต่อกันไป ไม่ขาดตอน. ตัวเป็นเกลียว......................................ว. อาการที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งมากจนไม่มีเวลาได้พักผ่อน. ตาเจ้าชู้...............................น. ตาที่แสดงอาการกรุ้มกริ่มเป็นเชิงทอดไมตรีในทางชู้สาว. ตาโต.........................ว. อาการที่ตาเบิกกว้างเพราะอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น, ตาพอง ตาลุก หรือ ตาลุกตาชัน ก็ว่า. ตาบอดคลำช้าง.............................น. คนที่รู้อะไรด้านเดียวหรือนัยเดียวแล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น. ตาบอดได้แว่น ...........................น.ผู้ที่ได้ซึ่งสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน มักพูดเข้าคู่กับ หัวล้านได้หวี เป็น หัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น. ตาบอดสอดตาเห็น.............................อวดรู้ในเรื่องที่ตนไม่รู้. ตาเป็นมัน................................ว. อาการที่จับตามองจ้องดูสิ่งที่ต้องใจอย่างใจจดใจจ่อ. ตาเป็นสับปะรด.............................ว. มีพรรคพวกที่คอยสอดส่องเหตุการณ์ให้อยู่รอบข้าง. ตาพอง........................ว. อาการที่ตาเบิกกว้างเพราะอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น, แสดงอาการอยากได้เมื่อเห็นเงิน เป็นต้น, ตาโต ตาลุก หรือ ตาลุกตาชัน ก็ว่า. ตาเฟื้องตาสลึง...........................น. ตาที่แสดงอาการว่าชอบพอรักใคร่ เป็นการทอดไมตรีในทางชู้สาว (มักใช้แก่หญิงสาว). ตามใจปากมากหนี้..........................ก. เห็นแก่กินย่อมสิ้นเปลืองมาก. ตามใจปากลำบากท้อง.........................ก. เห็นแก่กินมักจะเดือดร้อน. ตามเนื้อผ้า................................ว. ตามตำราหรือแบบแผน. ตามเพลง..............................ว. สุดแต่จะเป็นไป, ตามเรื่อง ตามราว. ตามยถากรรม........................ว. เป็นไปตามกรรม, สุดแต่จะเป็นไป. ตามเรื่องตามราว...................................ว. ปล่อยให้เป็นไปเอง, สุดแต่จะเป็นไป. ตามลมตามแล้ง.................................ว. สุดแต่จะเป็นไป. ตามีตามา.................................น. ผู้มีอายุที่ได้รับการศึกษาน้อย ตาสีตาสา ก็ว่า. ตาไม่มีแวว.....................................ว.ไม่รู้จักของดี เช่น เขาเป็นคนตาไม่มีแวว มีของดีมาให้เลือกยังไม่ยอมเลือก. ตายประชดผ้าป่า.................................ก. แกล้งทำหรือพูดแดกดันประชดอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ตัวเองกลับเป็นฝ่ายเสียหายจากการทำหรือพูดนั้น. ตายฝังยังเลี้ยง.................................ก. เลี้ยงดูตามบุญตามกรรม. ตาลยอดด้วน..................................น. คนที่ไม่มีทางเจริญก้าวหน้าต่อไปอีกแล้ว; คนที่ไม่มีบุตรสืบตระกูล. ตาลีตาเหลือก..............................ว. อาการรีบร้อนลนลาน, ตื่นกลัว. ตาลุก, ตาลุกตาชัน.............................ว. อาการที่ตาเบิกกว้างเพราะอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น, แสดงอาการอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น, ตาโต หรือ ตาพอง ก็ว่า. ตาเล็กตาน้อย.............................น.ตาที่แสดงอาการว่าชอบพอรักใคร่ เป็นการทอดไมตรีในทางชู้สาว (มักใช้แก่หญิงสาว), ตาที่แสดงอาการประจบประแจง (มักใช้แก่เด็ก). ตาสีตาสา.............................น. ผู้ทีอายุที่ได้รับการศึกษาน้อย ตามีตามา ก็ว่า. ตำข้าวสารกรอกหม้อ...........................ก. หากินเพียงแค่พอกินไปมื้อหนึ่ง ๆ, ทำพอให้เสร็จไปชั่วครั้งหนึ่ง ๆ. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...............................ลงทุนไปโดยได้รับผลประโยชน์ไม่คุ้มทุน, ใช้จ่ายทรัพย์ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์, เสียทรัพย์ไปโดยไม่ได้รับประโยชน์อะไร. ติดต้อยห้อยตาม..................................ก. เดินตามไปติด ๆ เช่น อุตส่าห์สู้ติดต้อยห้อยตาม. (สังข์ทอง). ติเรือทั้งโกลน..............................ก.ตำหนิสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จหรือที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร, ติพล่อย ๆ ไปเสียก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร. ตีงูให้กากิน..............................ก.ทำสิ่งใด ๆ ไว้แล้ว แต่ผลไปตกแก่ผู้อื่น, ทำสิ่งที่ตนควรจะได้รับประโยชน์ แต่กลับไม่ได้. ตีงูให้หลังหัก..................................ก.กระทำการสิ่งใดแก่ศัตรูโดยไม่เด็ดขาดจริงจัง ย่อมจะได้รับผลร้ายในภายหลัง เช่น ประเวณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง. (พระอภัยมณีคำกลอน). ตีตนก่อนไข้, ตีตนตายก่อนไข้................................ก. กังวลทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น. ตีท้ายน้ำ..............................ก. เข้าทำในตอนหลังหรือในระยะหลัง. ตีนถีบปากกัด...................................ว. มานะพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อปากท้องโดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยาก. ตีนเท่าฝาหอย ...........................น. เด็กทารก. ตีปลาหน้าไซ...............................ก. พูดหรือทำให้กิจการของผู้อื่นซึ่งกำลังดำเนินไปด้วยดีกลับเสียไป. ตีป่าให้เสือกลัว................................ก. ขู่ให้กลัว. ตีวัวกระทบคราด........................ก. โกรธคนหนึ่งแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ไพล่ไปรังความอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องและตนสามารถทำได้. ตีหลายหน้า...........................ก. ตลบตะแลง, กลับกลอก. ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม...........................ก. เร่งรัดทำการงานให้เหมาะสมแก่วัยและเวลา. เต้นแร้งเต้นกา, เต้นแร้งเต้นเฉ่ง..............................ก. แสดงอาการดีอกดีใจหรือสนุกสนานด้วยการกระโดดโลดเต้น. เตี้ยอุ้มค่อม..........................น. คนที่มีฐานะต่ำต้อยหรือยากจนแต่รับภาระเลี้ยงดูคนที่มีฐานะเช่นตนอีก. แตงเถาตาย.............................น. หญิงม่ายที่มีอายุมาก. แตงร่มใบ.................................ว. มีผิวเป็นนวลใยในวัยสาว. ใต้ดิน..........................ว. ไม่เปิดเผย, ไม่ถูกกฎหมาย, เช่น ขบวนการใต้ดิน กองทัพใต้ดิน. ไต่ไม้ลำเดียว...............................ก. กระทำการใด ๆ ตามลำพังคนเดียวโดยไม่พึ่งพาอาศัยผู้อื่นอาจพลั้งพลาดได้.
ถ่มน้ำลายรดฟ้า...........................ก. ประทุษร้ายต่อสิ่งที่สูงกว่าตน ตัวเองย่อมได้รับผลร้าย. ถวายหัว...............................ก. ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ, เอาชีวิตเป็นประกัน, ทำจนสุดความสามารถ, ยอมสู้ตาย. ถอดเขี้ยวถอดเล็บ.......................ก. ละพยศ, ละความเก่งกาจ, เลิกแสดงฤทธิ์แสดงอำนาจอีกต่อไป. ถอนต้นก่นราก, ถอนรากถอนโคน..........................ก. ทำลายให้ถึงต้นตอ, ทำลายให้สิ้นเสี้ยนหนาม. ถอนหงอก...............................ก. ไม่นับถือความเป็นผู้ใหญ่, พูดว่าให้เสียผู้ใหญ่. ถอยหลังเข้าคลอง...............................ก. หวนกลับไปหาแบบเดิม. ถ่านไฟเก่า..................................น. ชายหญิงที่เคยรักใคร่กันหรือเคยได้เสียกันมาก่อน แม้เลิกร้างกันไป เมื่อมาพบกันใหม่ย่อมรักใคร่กันหรือปลงใจกันได้ง่ายขึ้น. ถีบหัวส่ง.....................................ก. ไล่ไปให้พ้น, ไม่ใยดีอีกต่อไป. ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น......................................ว. ดูเหมือนรอบคอบถี่ถ้วน แต่ไม่รอบคอบถี่ถ้วนจริง, ประหยัดในสิ่งที่ไม่ควรประหยัด. ถึงพริกถึงขิง....................................ว. เผ็ดร้อนรุนแรง. เถรตรง.............................ว. ซื่อหรือตรงจนเกินไป, ไม่มีไหวพริบ, ไม่รู้จักผ่อนผันสั้นยาว, ไม่รู้จักผ่อนผันหนักเบา.
เดี๋ยวค่อยมาอ้างอิงน่ะค่ะ
อ้างอิง -จากหนังสือพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน
: ด.ญ.อัญญา ไอยสุวรรณ์ ชั้น ม.1/11a เลขที่ 25 - 18/11/2005 20:41 |
|
สุภาษิต,คำพังเพย และสุภาษิต หมวดบและป
|
|
สุภาษิต,คำพังเพย
และสำนวนไทย หมวด ผ - พ ความคิดเห็นผู้สืบค้น
เยี่ยมเลยครับ กะลังหาอยู่ 2-3 ข้อ เจอหมดเลย ตรงกะโจทย์จารย์พอดี
thax มั๊กๆ มาก จ้า |
|
สุภาษิต,คำพังเพย
และ สำนวนไทยหมวด ล-ว
|
สุภาษิต, คำพังเพย
และ สำนวนไทย หมวด ห
สุภาษิต, คำพังเพย และ สำนวนไทย หมวด ห (2) หลังยาว ว. เรียกคนเกียจคร้านเอาแต่นอนว่า ขี้เกียจ สันหลังยาว, ขี้เกียจหลังยาว ก็ว่า, บางทีก็ ใช้ว่า สันหลังยาว หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ว. ที่ต้องตรากตรำทำงานหนัก มักหมายถึง ชาวนาชาวไร่ ซึ่งในเวลาทำไร่ทำนา หลัง ต้องสู้กับแดดและหน้าต้องก้มลงดิน หวานนอกขมใน ก. พูด ทำ หรือแสดงให้เห็นว่าดีแต่ภาย- นอก แต่ในใจกลับตรงข้าม หวานเป็นลม ขมเป็นยา น. คำชมมักไร้สาระทำให้ลืมตัวขาดสติ แต่คำติมักเป็นประโยชน์ทำให้คิดได้ หว่านพืชหวังผล ก. ให้ผลประโยชน์แก่ผู้อื่นเพื่อหวังผลตอบ แทน หวานลิ้นกินตาย ก. หลงเชื่อคำพูดเพราะๆ หรือคำสรรเสริญ เยินยอ จะได้รับความลำบากในภายหลัง หวานอมขมกลืน ก. ตกอยู่ในฐานะที่จำเป็นต้องยอมรับไม่ว่า จะดีหรือร้าย พอใจหรือไม่พอใจก็ตาม หอกข้างแคร่ น. คนใกล้ชิดที่อาจคิดร้ายขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ มักใช้แกลูกเลี้ยงที่ติดมากับพ่อหรือแม่, ศัตรู ที่อยู่ข้างตัว หักด้ามพร้าด้วยเข่า ก. หักโหมเอาด้วยกำลัง, ใช้อำนาจบังคับเอา หักลำ ว. ทำให้เสียท่าหรือเสียเหลี่ยม หันหน้า ก. พึ่งพาอาศัย เช่น ไม่รู้จะหันหน้าไปหา ใคร หันหน้าเข้าวัด ก. มุ่งหน้าเข้าวัดเพื่อถือศีลฟังธรรม เป็นต้น หันหน้าเข้าหากัน ก. ปรองดองกัน, สมัครสมานกัน เช่น ทุก ฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากัน หันหลัง ก. เลิก เช่น หันหลังให้อบายมุข หันหลังให้กัน ก. โกรธกัน, เลิกคบค้ากัน หัวกระไดไม่แห้ง ว. มีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ (มักใช้หมาย- ถึงบ้านที่มีลูกสาวสวยหรือบ้านผู้มีอำนาจ วาสนา หัวแก้วหัวแหวน ว. ที่รักใคร่เอ็นดูมาก หัวชนกำแพง, หัวชนฝา ว. มีลักษณะที่สู้ไม่ยอมถอย หัวพุงหัวมัน น. ส่วนที่ถือว่าดีกว่าส่วนอื่นแห่งสิ่งของต่างๆ หัวมังกุท้ายมังกร ว. ไม่เข้ากัน, ไม่กลมกลืนกัน, มีหลายแบบ หลายอย่างปนกัน หัวไม่วางหางไม่เว้น ว. รวบรวมทั้งหมดทั้งหังทั้งหาง ; อาการ ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีเวลาหยุด พัก เช่น เขาทำงานหัวไม่วางหางไม่เว้น เขาถูกใช้งานจนหัวไม่วางหางไม่เว้น หัวล้านได้หวี น. ผู้ที่ได้สิ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน มัก พูดคู่กับ ตาบอดได้แว่น ว่า หัวล้านได้หวี ตา บอดได้แว่น หัวล้านนอกครู น. ผู้ที่ปฏิบัติผิดแผกไปจากคำสั่งสอนของครู บาอาจารย์หรือแบบแผนที่นิยมกันมา หัวหกก้นขวิด ว. อาการที่ซนเล่นไปตามความพอใจ ไม่ต้อง เกรงใจใคร เช่น เด็กพวกนี้ไปหัวหกก้นขวิด ที่ไหนมา, อาการที่เที่ยวไปตามความพอใจ ไม่อยู่ติดบ้าน เช่น เขาเที่ยวหัวหกก้นขวิด หัวหลักหัวตอ น. บุคคลที่นึกว่าตนเป็นคนสำคัญแต่คนอื่น มองข้ามไป เวลาทำงานสำคัญก็ไม่ปรึกษา (มักใช้ในลักษณะแสดงความน้อยอกน้อยใจ), ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ถูกผู้น้อยมองข้ามไป เวลาทำ งานสำคัญก็ไม่ปรึกษาหารือก่อน (มักใช้ใน ลักษณะแสดงความน้อยอกน้อยใจ), เช่น เขา เห็นเราเป็นหัวหลักหัวตอไปได้ จะทำอะไรก็ ไม่ปรึกษาหารือ หัวหายตะพายขาด ว. อาการที่ชอบเที่ยวเตลิดไปไม่อยู่ติดบ้าน บางทีก็ไม่กลับบ้านเลย คล้ายวัวควายที่เชือก ตะพายขาดเที่ยวเตลิดไป หากินด้วยลำแข้ง ก. หาเลี้ยงชีพด้วยความมานะพยายามของ ตัวเอง หากินตัวเป็นเกลียว ก. ขยันทำมาหากินจนไม่มีเวลาพักผ่อน หากินตามชายเฟือย ก. หาเลี้ยงชีพอย่างไม่เป็นลำเป็นสัน ได้ไหน เอานั่นไปเรื่อยๆ หาตัวจับยาก ว. เก่งมาก, หาคนเทียบเท่าได้ยาก เช่น เขา เป็นคนเรียนเก่งหาตัวจับอยาก, เขาเล่นการ พนันเก่งหาตัวจับยาก หาทำยายาก ก. หาได้ยากเพราะไม่ค่อยมี ทำนองเดียวกับ สมุนไพรบางอย่างในที่บางแห่งหาได้ยากมาก หามรุ่งหามคำ ว. ตลอดวันตลอดคืน หายเข้ากลีบเมฆ ก. หายลับไปไม่ได้พบอีก เช่นตั้งแต่เขายืมเงิน ไปแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย หายวับไปกับตา ก. หายไปอย่างฉับไสต่อหน้าต่อตา หายหกตกหล่น ก. หายไปบางส่วนหรือทั้งหมด เช่น เอา สตางค์ใส่กระเป๋ามาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าหายตก หล่นเสียที่ไหน หาเลือดกับปู ก. เคี่ยวเข็ญหรือบีบบังคับเอากับผู้ที่ไม่มีจะให้ รีดเลือดกับปู หรือ เอาเลือดกับปู ก็ว่า หาเศษหาเลย ก. หาประโยชน์เล็กๆน้อยๆ, เบียดบังส่วนที่ เหลือเล็กๆน้อยๆไว้, เช่น แม่ครัวมักหาเศษหา เลยจากเงินที่นายมอบให้ไปจ่ายตลาด, บางทีก็ ใช้ในทางชู้สาว เช่น ทั้งๆที่เขาแต่งงานแล้วก็ ยังไปหาเศษหาเลยนอกบ้านอีก หาห่วงมาคล้องคอ ก. รนหาภาระผูกพันทาใส่ตน หาเหาใส่หัว ก. รนหาเรื่องเดือดร้อนรำคาญมาใส่ตน หุงข้าวประชดหมา ก. ทำประชดหรือแดกดัน ซึ่งรังแต่จะเสียประ โยชน์, มักพูดเข้าคู่กัน ปิ้งปลาประชดแมว ว่า หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว หูผี ว. ที่ไหวตัวหรือรู้ทันเหตุการณ์, บางทีใช้เข้าคู่ กับ จมูกมด เป็น หูผีจมูกมด หูผีจมูกมด ว. ที่ไหวตัวหรือรู้ทันเหตุการณ์ หูหนวกตาบอด ว. ไม่รับรู้สิ่งใดๆทั้งสิ้น หูหาเรื่อง น. หูที่รับฟังแล้วตีความไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมี ลักษณะไปในทางที่ไม่ดี เหงื่อตกกีบ ก. เหนื่อยมาก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ก. เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง, เห็นผิดเป็นชอบ ก็ว่า เห็นขี้ดีกว่าไส้ ก. เห็นคนอื่นดีกว่าญาติพี่น้อง เห็นเขาขึ้นคานหาม- ก. ทำเลียนแบบคนใหญ่คนโตหรือคนมั่งมี เอามือประสานก้น, ทั้งๆที่ตนไม่มีกำลังทรัพย์หรือความ เห็นเขาขึ้นคานหาม- สามารถพอ, มีความหายอย่งเดียวกับ เห็น เอามือประสานรัดก้น ช้างขี้ ขี้ตามช้าง เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง ก. ทำเลียนแบบคนใหญ่คนโตหรือคนมั่งมี ทั้งๆที่ตนไม่มีกำลังทรัพย์หรือความ สามารถพอ มีความหมายอย่างเดียวกับ เห็นเขาขึ้นคานหาม เอามือประสานก้น, เห็น เขาขึ้นคานหาม เอามือประสานรัดก้น เห็นช้างเท่าหมู ก. เห็นฝ่ายตรงข้ามซึ่งแม้จะตัวใหญ่กว่าไม่ น่าเกรงขามในเวลาที่โกรธมากจนลืมตัว เห็นชายผ้าเหลือง มีโอกาสได้จัดการบวชลูกหลานเป็นต้นใน- พระพุทธศาสนา ถือว่าได้บุญมาก เห็นดำเห็นแดง ว. ถึงขั้นแตกหัก เห็นผิดเป็นชอบ ก. เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง, เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ก็ว่า เห็นหน้าเห็นหลัง ก. เริ่มเห็นผลงานที่ได้ลงทุนลงแรงไป เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ว. หยิบหย่ง, ทำอะไรไม่จริงจัง, ไม่เอางาน- เอาการ เหยียบเรือสองแคม ก. ทำทีเข้าด้วยทั้งสองฝ่าย แหงนคอตั้งบ่า ก. เงยเต็มที่
![]() : ด.ญ.บุรัสกร กิติพจน์นพรัตน์ เลขที่ 13 ม.1/11A <Nomad> - 16/11/2005 19:49 |
|
สุภาษิต,คำพังเพย และ สำนวนไทย หมวดห
|
| ภาษิตที่เป็นแบบอุปมาอุปไมย ภาษิตที่เป็นแบบอุปมาอุปไมย เป็นภาษิตที่นำสิ่งต่าง ๆ มาอ้างเปรียบ เช่น ๓.๑ ทำงานเหมือนหมาเลียน้ำร้อน = ทำงานไม่เรียบร้อย ไว้ใจไม่ได้ ๓.๒ ยุ้งเหมือนยุงตีกัน = ยุ่งเหยิงสับสนสิ้นดี ๓.๓ หกเหมือนขี้ไอ้สี = โกหกเสมอ, พูดจาไม่เคยเชื่อได้ ๓.๔ ไม่เหมือนจีนเรือแตก = เสียงดังลั่นไม่ได้ศัพท์ ๓.๕ ร่านเหมือนจับปูใสด้ง = ซุกซนมาก ไม่เป็นอันอยู่นิ่งได้ ๓.๖ ยุ้งเหมือนหมวดข้าวยำ = ยุ่งเหยิงสิ้นดี ๓.๗ จืดเหมือนหืดยักษ์ = รสจืดซีด, ไม่มีรสชาติเสียเลย ๓.๘ จนเหมือนยนไม่ดัน = ยากจนเต็มทน เหมือนตะบันหมากไม่มีก้น ๓.๙ คดเหมือนดอโจร = คดมากวกไปวนมา (ใช้กับสิ่งที่มีรูปปรากฏ) ๓.๑๐ เกลี้ยงแผวเหมือนแมวเลีย = หมดสิ้นไม่เหลือแม้แต่น้อย ๓.๑๑ ดีเหมือนเหล้าเครียะ = เล่ห์เหลี่ยมหรือชั้นเชิงสูง (เหมือนเหล้า ซาวตะเครียะ) ๓.๑๒ ดุ้งดิ้งเหมือนลิงได้ตุ้ง =สะดีดสะดิ้ง เหมือนกิ้งก่าได้ทอง ๓.๑๓ เปียกเหมือนเ***ยกแมว = เปียกจนเหลวแฉะ ๓.๑๔ ดุกดิกเหมือนพริกไม่ค้าง = ลุกลี้ลุกลน หรือนั่งไม่นิ่ง (เหมือนต้นพริก ไม่มีร้าน) ๓.๑๕ ปัดปัดเหมือนแม่ไก่รังทัง = เที่ยววุ่นวายให้คนอื่นรำคาญ (เหมือนแม่ไก่ตัว ที่ไข่ไม่เป็นที่) ๓.๑๖ ช่วยกันเหมือนช่วยจันทร์ = ช่วยเหลือกันทั้งบ้านทั้งเมือง ๓.๑๗ เอือดเหมือนสอบเกลือ = ทำตนเป็นคนเอือดสิ้นดี หรือ เอือดแฉะมาก ๓.๑๘ ขี้คร้านเหมือนเรือด = ขี้เกียจมาก คอยแต่จะนอนกิน ๓.๑๙ หกเพรื่อเหมือนเรืออวน = ทำให้ไหลบ่าไปทั่ว ทำแบบคนมักง่าย ๓.๒๐ เปรี้ยวเหมือนเยี่ยวอีแปร็ด = เปรี้ยวมากจนทานไม่ไหว ๓.๒๑ ทำหน้าเหมือนโนราโรงแพ้ = ตีสีหน้าเป็นคนผิดหวังอย่างยิ่ง ๓.๒๒ หน้าแดงเหมือนวานลิงเสน = หน้าแดงมาก ๓.๒๓ เหยียบเหมือนโนราโรงแพ้ = เงียบเหมือนเป่าสาก ๓.๒๔ พาโลเหมือนวัวจาจก = ดื้อรั้นมาก ๓.๒๕ รึงรังเหมือนหนังโคกทราย = รุงรึงมาก (เหมือนหนังตลุงมาจากบ้านโคกทราย) ๓.๒๖ เขรอะเหมือนขี้ไอ้สี = ชอบยุ่มย่าม ชอบไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคนอื่นเขา ๓.๒๗ ร้อนเหมือนไปเดือนห้า = ร้อน อบอ้าวแห้งแล้วจัดหรือร้อนใจมาก ๓.๒๘ ร้ายเหมือนฟ้าเดือยหก = ดุร้ายน่ากลัวมาก ภาษิตประเภทคำอ้างอิง ภาษาประเภทนี้นำเอาความจริงมาเปรียบเทียบ เช่นชองภาคกลางว่า น้ำมากปลาไม่ตาย ของภาคใต้เช่น ๔.๑ ยิ่งหยุดยิ่งไกล ยิ่งไปยิ่งแค่ = ยิ่งทำยิ่งใกล้ผลสำเร็จ ยิ่งทิ้งไว้ก็ยิ่งเสร็จช้า ๔.๒ คนผิดเสียหน้า คนบ้าเสียจริต = คนที่มีอะไรบกพร่องย่อมมีรอยพิรุธ ๔.๓ อย่าเอาถ้วยรากับพลก อยาเอาปากรากับหนามเตย =อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ และอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน อ้างอิงจาก: คติชาวบ้านปักษ์ใต้ โดย ฤทธิ์วงศ์ พงศ์ไพบูลย์ พ.ศ2512 ก้าวหน้าการพิมพ์ พระนคร ![]() : ด.ช.สุจิตคุณ ขันธญาณะ ม.2/11a เลขที่9 - 28/11/2005 20:25 |
|
ความคิดเห็นของผู้สืบค้นข้อมูล เก่งจังเลย ตกแต่งสวยมากใครคิดเนี่ยขอชม ดีมาก เก่งมากเลย
แต่ยังมีข้อเสียบ้าง การนำเสนอดี
ทำให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น มีความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน ขอให้ทำผลงานดีๆออกมาเยอะๆจะเป็นกำลังใจให้นะ
การพูดโดยใช้คำพังเพยเป็นการพูดอย่างประหยัดคำ ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีมากเลย ดิฉัน
ขอแสดงความชื่นชมในผลงานที่ทางสถาบันได้จัดตั้งขึ้นคะ ผลงานเยี่ยมมากขอให้มีแบบนี้
ผลงานสวยมากนะเเต่มีข้อผิดผลาดนิดนึ่งเเต่ก็มีข้อดีเยอะกว่าข้อเสีย
|
คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่
ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2549
เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู
จัดทำและนำเสนอโดย
คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี