โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยนักเรียนชั้น ม.1 และม.2โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพ

 

สุภาษิตสอนหญิง

***เกิดเป็นสตรีมีศรีศักดิ์***

ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์
บำรุงรักกายไว้ให้เป็นผล
สงวนงามตามระบอบให้ชอบกล
จึงจะพ้นภัยพาลนินทา


***เป็นสาวศรีเหมือนมณีมีค่านัก***

เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด
ก็หมายหมาดเหมือนมณีอันมีค่า
แม้แตกร้าวรานร่อยถอยราคา
ก็จะพาค่าหายจากกายนาง


***ค่อยเสงี่ยมเจียมใจไว้ศักดิ์ศรี***

อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูง
ดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง
ค่อยเสงี่ยมเจียมใจจะไว้วาง
ให้ต้องอย่างกิริยาเป็นนารี


***จะนุ่งห่มทาแป้งแต่งพอดี***

จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน
ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี
จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์
ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน



***เอาผมไว้ให้รับกับใบหน้า***

จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์
บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน
เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญ
คงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง

***รู้จัดแจงแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์***

ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด
ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์
ถึงรูปงามทรามสงวนนวลนงค์
ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงาม

***เดินนิ่มนวลก้าวไปไม่ไกวแขน***

ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินขาด
ค่อยเยื้องยาตรยกย่างไปกลางสนาม
อย่าไกวแขนสุดแขนเขาห้ามปราม
เสงี่ยมงามสงวนไว้แต่ในที

 

***อย่าเดินกรายขยับเสื้อผ้าอย่าเสยผม***

อย่าเดืนกรายย้ายอกยกผ้าห่ม
อย่าเสยผมกลางทางหว่างวิถี
อย่าพูดเพ้อเจ้อไปไม่สู้ดี
เหย้าเรือนมีกลับมาจึ่งหารือ

***ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบ***

ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบ
ผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถือ

***อย่านุ่งผ้าใต้สะดือถือตามเขา***

อย่านุ่งผ้าพกใหญ่ใต้สะดือ
เขาจะลือว่าเล่นไม่เห็นควร

***เวลาเดินให้ปกป้องของสงวน***

อย่าลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิต
ระวังปิดปกป้องของสงวน
เป็นนารีที่อายหลายกระบวน
จงสงวนศักดิ์สง่าอย่าให้อาย

***อย่าเที่ยวทอดสอดส่ายส่งสายตา***

อนึ่งเนตรอย่าสังเกตให้เกินนัก
จงรู้จักอาการประมาณหมาย
แม้นประสบพบเหล่าเจ้าผู้ชาย
อย่าชม้ายทำชม้อยตะบอยแล

***อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง***

อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง
เหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส
จริงไม่จริงเขาก็เอาไปเล่าแซ่
คนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม

***รักในใจอย่าให้ออกมานอกหน้า***

อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรัก
มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์
อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี
ดั่งพฤกษาต้องวายุพัดโบก
เขยื้อนโยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่
จงยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี
เหมือนจามรีรู้จักรักษากาย

***สตรีเหมือนดอกไม้ที่ชายหมายดมดอม***

อันตัวนางเปรียบอย่างปทุเมศ
พึ่งประเวศผุดพ้นชลสาย
หอมผกาเกสรขจรจาย
มิได้วายภุมรินถวิลปอง
ครั้นได้ชมสมจิตพิศวาส
ก็นิราศแรมจรัลผันผยอง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสผันผยอง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสเที่ยวลดลอง
ดูทำนองใจชายก็คล้ายกัน

 

***ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น***

แม้นชายใดใจประสงค์มาหลงรัก
ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
อันความรักของชายนี้หลายชั้น
เขาว่ารักรักนั้นประการใด
จงพินิจพิศดูให้รู้แน่
อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
เปรียบเหมือนคิดปริศนาอย่าไว้ใจ
มันมักไพล่แพลงขุมเป็นหลุมพลาง

***พวกแม่ชักแม่สื่ออย่าถือนัก***

อันแม่สื่ออย่าได้ถือเป็นบรรทัด
สารพัดเขาจะพูดนี้สุดอย่าง
แต่ล้วนดีมีบุญลูกขุนนาง
มาอวดอ้างให้อนงค์หลงอาลัย
อันร้ายดีมีได้เห็นเป็นแต่ว่า
จะคาดหน้าแน่ลงที่ตรงไหน
เหมือนเขาหลอกบอกลาภถึงเมืองไกล
อย่าควรไปตามคำเขารำพัน
ทางไกลตาอุปมาเหมือนเสียเนตร
สุดสังเกตเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์
เขาจะนำให้ไปตายก็ตายพลัน
คนทุกวันเชื่อมันยากปากมันโกง
อันแม่สื่อคือปีศาจอันอาจหาญ
ใครบนบานเข้าสักหน่อยก็พลอยโผง
อย่าเชื่อนักมักตับจะคับโครง
มันชักโยงอยากกินแต่สินบน


***จงฟังหูไว้หูดูให้แน่***

อันความชั่วอยู่ที่ตัวของเราหมด
ต้องกำสรดโศกร้างอยู่กลางหน
จงฟังหูไว้หูกับผู้คน
สืบยุบลเสียให้แน่อย่าแร่ไป

***คนขี้เหล้าเมายาอย่าไปเลือก***

คิดถึงตัวหาผัวนี้หายาก
มันชั่วมากนะอนงค์อย่าหลงใหล
คนสูบฝิ่นกินสุราพาจัญไร
แม้นหญิงใดร่วมห้องจะต้องจน
มักเบียดเบียนมีทางประดาเสีย
เหมือนเลี้ยง***อัปรีย์ไม่มีผล
ไม่ทำมาหากินจนสิ้นตน
แล้วซุกซนตีชิงเที่ยววิ่งราว


***จะหาคู่ดูชายดีมีไม่น้อย***

จะหาคู่สู่สมนิยมหวัง
จงระวังชั่วช้าอัชฌาสัย
ที่ชายดีนั้นก็มีอยู่ถมไป
ใช่วิสัยเขาจะชั่วไปทั่วเมือง


***อย่าหลงผิดคิดไพล่คว้าชายชั่ว***

แต่ใจคนมักจะรนไปหาผิด
ครั้นได้คิดจิตตรอมออกผอมเหลือง
ต้องเดือดดิ้นกินน้ำตาอยู่นองเนือง
สุดจะเปลื้องราคินให้สิ้นคาว



***จะดีชั่วก็แต่ยังกำลังสาว***

เป็นสตรีสุดดีแต่เพียงผัว
จะดีชั่วก็ยังแต่กำลังสาว
ลงจนสองสามจืดไม่ยืดยาว
จะกลับหลังอย่างสาวสิเต็มตรอง

***เป็นคนดีถึงจนทรัพย์ไม่อับหมอง***

ถ้าคนดีมิได้ซ้ำระยำยับ
ถึงขัดสนจนทรัพย์ไม่เศร้าหมอง
คงมีผู้ชูช่วยประคับประคอง
เปรียบเหมือนทองธรรมดาราคามี


คนมีราคีไม่เป็นที่ต้องการ***

ถ้าแม้นตัวชั่วช้ำระยำแล้ว
จะปัดแถวทางฝืนไม่คืนที่
เหมือนทองแดงแฝงฝ้าเป็นราคี
ยากจะมีผู้ประสงค์จำนงใจ


***ดูแลตนตามโบราณท่านขานไข***

จงรักตัวอย่าให้มัวราคีหมอง
ถือทำนองแบบโบราณท่านขานไข
อย่าเอาผิดมาเป็นชอบประกอบใจ
จงอยู่ในโอวาทญาติวงศ์



***ถนอมตัวให้พริ้งเพริศประเสริฐศรี***

แม้นรู้จักรักร่างเป็นอย่างยิ่ง
จะเพริศพริ้งสมสวาทเป็นราชหงส์
จงกำหนดอุตส่าห์รักษาทรง
อย่าลุ่มหลงด้วยอุบายของชายพล



***อย่าหลงคารมชาย***

อันคำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้า
เขาย่อมว่ารสลิ้นนั้นกินหวาน
จงระวังตั้งมั่นในสันดาน
อย่าลนลานหลงระเริงด้วยเชิงชาย

 

***อย่าหนีตามชายให้เขามาสู่ขอ***

เขารักจริงให้สู่ขอกับพ่อแม่
อย่าวิ่งแร่หลงงามไปตามง่าย
เขาไม่เลื้ยงไล่ขับจะอับอาย
ต้องเป็นหม้ายอยู่กับบ้านประจานตน



***จงรักนวลสงวนงามห้ามใจไว้***

จงรักนวลสงวนงามห้ามใจไว้
อย่าหลงใหลจำคำที่พร่ำสอน
คิดถึงหน้าบิดาและมารดร
อย่ารืบร้อนเร็วนักมักไม่ดี

***อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี***

เมื่อสุกงอมหอมหวานจึงควรเล่น
อยู่กับต้นอย่าให้พรากไปจากที่
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
เมื่อบุญมีคงจะมาอย่าปรารมภ์



***อย่าเกียจคร้านการงานจงหมั่นดี เรื่องคู่ครองถ้าจะมีนั้นทีหลัง***

อย่าคิดเลยคู่เชยคงหาได้
อุตส่าห์ทำลำไพ่เก็บประสม
อย่าเกียจคร้านการสตรีจงนิยม
จะอุดมสินทรัพย์ไม่อับจน



***ทำการได้ให้ตลอดอย่าทอดทิ้ง***

ถ้าแม้นทำสิ่งใดให้ตลอด
อย่าทิ้งทอดเที่ยวไปไม่เป็นผล
เขม้นขะมักรักงานการของตน
อย่าซุกซนคบเพื่อนไพล่เชือนแช



***ยามเหนื่อยหนักพักผ่อนนอนอยู่บ้าน***

เมื่อเหนื่อยอ่อนนอนหลับอยู่กับบ้าน
อย่าเที่ยวพล่านพูดผลอประจ๋อประแจ๋
อะไรฉาวกราวเกรียวอย่างเหลียวแล
ฟังให้แน่เนื้อความค่อยถามกัน


***ดูแลเรือนเหย้าและข้าวของ***

ระวังดูเรือนเหย้าและข้าวของ
จะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น
เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมัน
จงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง


***จงอดออมเก็บหอมรอมริบ***

มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน



***ระวังตนพ้นโลกีย์ราคีคาว***

จะสอนใจไว้ทุกสิ่งเป็นหญิงสาว
ให้พ้นคาวข่าวชั่วเข้ามั่วสุม
ให้ผ่อนผันเหมือนหนึ่งนอนให้ห่วงรุม
จงสุขุมคิดแบ่งให้บางเบา



***ถ้าจะรักรักให้ยืออย่าจืดจาง***

อย่าทำนอกลักษณะจะเป็นโทษ
ตัดประโยชน์ที่น้องเขาหมองหมาง
ถึงจะรักรักให้ยืออย่าจืดจาง
จะไว้วางกิริยาให้น่าดู



***จะพูดจาปราศรัยให้อ่อนหวาน***

จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น
อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู
คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ


***จะขายค้าวาจาอย่าร้ายเหลือ***

แม้จะเรียนวิชาทางค้าขาย
อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
จึงซื้อง่ายขายดีมีกำไร
ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา




***ชายมาเกี้ยวถ้าไม่ชอบอย่าตอบความ***

ถึงชายใดเขาพอใจมาพูดเกี้ยว
อย่าโกรธเกี้ยวโกรธาว่าหยาบหยาม
เมื่อไม่ชอบก็อย่าตอบเนื้อความตาม
มันจะลามเล่นเลยเหมือนเคยเป็น



***อย่าใฝ่สูงเหาะเหินจนเกินศักดิ์***

อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้เกินศักดิ์
เขาจะมักเหม็นปากเหมือนซากผี
เปรียบเหมือนเกลือเจือปนกับชลธี
มันก็มีแต่จะจืดไม่ยืดยาว



***อย่าจับปลาสองมือถือไม่หมด***

อย่าจับปลาสองหัตถ์จะพลัดพลาด
จับให้คงลงให้ขาดว่าเป็นผัว
จึงนับว่าคนดีไม่มีมัว
ถ้าชายชั่วร้ายไปมิใช่ชาย



***รูปไม่สวยแต่ใจงามก็ล้ำเลิศ***

เป็นผู้หญิงสิ่งใดจะล้ำเลิศ
จะประเสริฐก็แต่ใจไม่เสื่อมสลาย
ถึงรูปทรงนงคราญจะพานคลาย
ก็อาจกลายส่งสวยด้วยใจงาม



***อย่ามีผัวหลายคนเป็นมลทิน***

บ้างมีผัวตัวอยู่เป็นคู่ชื่น
ยังหาอื่นเข้าประคองเป็นสองสาม
ถ้ารักซ้อนซ่อนสนิทปิดเนื้อความ
จนเลยลามเป็นระฆังดังขึ้นเอง

: ทราย(18),นิ้ง(20),น้ำ(22) ม.2/11A - 11/12/2005 11:46

ความคิดเห็นผู้เยี่ยมชม


ชื่นชมกับเว็บไ ซต์นี้มากดูดีมีสาระมีรูปภาพน่ารักๆโดยเฉพาะรูปภาพที่มีสีฟ้าเนื้อหาดีมีสาระ
เป็นสัดส่วนเหมาะสม

: นางสาวกุสุมาลย์ ถ้วนนอก - 10/01/2006 15:11
น่ารักดีครับมีสาระอยากให้สตรีทั้งหลายได้รักนวลสงวนตัวอย่างที่สุภาษิตว่าจึงจะถือว่าเป็นสตรีอย่างแท้จริง

: นายไผ่ ถ้วนนอก - 10/01/2006 15:16


: ทราย(18),นิ้ง(20),น้ำ(22) ม.2/11A - 11/12/2005 11:42


: ทราย(18),นิ้ง(20),น้ำ(22) ม.2/11A - 11/12/2005 11:39

คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2549

เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม