โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยนักเรียนชั้น
ม.1 และม.2โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู
แหล่งเรียนรู้เรื่องประโยคเพิ่มเติม
|
ชนิดและหน้าที่ของประโยค
อ้างอิง
อ้างอิง ประพนธ์ เรืองณรงค์ |
|
วลีและประโยค
|
|
ประโยคสามัญและประโยคซับซ้อน
|
ตัวอย่างแบบทดสอบเรื่องประโยค
| แบบฝึกหัดเรื่องประโยค
(1) ๑.ประโยคใดใช้คำกริยาถูกต้อง ๑. กองทัพส่งทหารไปขวางกั้นการโจมตีของข้าศึก ๒. ผู้จัดการกีดกันโครงการที่พนักงานเสนอให้พิจารณา ๓. กำแพงประเพณีใด ๆ ก็ไม่อาจกีดกั้นความรักของเราได้ ๔. รถยนต์ที่จอดอยู่นั้นขัดขวางการสัญจรของรถคันอื่น ๒.ข้อใดเรียงลำดับคำในประโยคได้เหมาะสมที่สุด ๑. ปรากฏว่าเด็กมีแผลฟกช้ำดำเขียวที่ต้นขาจากการตรวจของแพทย์ ๒. ประวัติศาสตร์แบบอาณานิคมไม่น้อยให้อิทธิพลแก่การศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ๓. ในทางกลับกันวิชาการเกษตรมีส่วนเสริมวิธีการจัดการต่าง ๆ ๔. เหมือนตุ๊กตาที่ผู้ถือปล่อยมือ เขาสิ้นสติสัมปชัญญะและหล่นลงไปกองอยู่บนพื้น ๓. ข้อใดเป็นประโยคต่างชนิดกับข้ออื่น ๆ ๑. ของกินสำหรับเด็ก ๆ เต็มตะกร้าใบใหญ่ ๒. เราจะได้นั่งรถรางรองเกาะรัตนโกสินทร์ ๓. สินค้าในร้านเขาทันสมัยทุกชนิด ๔. เรื่องที่เสนอขึ้นไปติดขัดตรงไหนบ้าง ๔. ข้อความใดประกอบด้วยประโยคที่ละทั้งคำที่ทำหน้าที่ประธานและกรรม ๑. ฉันไม่ชอบซื้อปลาที่ตลาดสดเพราะไม่อยากเห็นปลาถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ๒. วันนี้แม่จะกลับบ้านเย็นคงไม่มีเวลาทำกับข้าว พ่อจะทำเอง ๓. บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คุณน่าจะเลิกสูบบุหรี่เพื่อสมาชิกในครอบครัว ๔. รัฐกำลังดำเนินการเวนคืนที่ดิน เราจะถูกเวนคืนที่ดินบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ๕.“ใครช่วยปิดหน้าต่างให้ที” ผู้พูดมีความประสงค์อะไร ๑. แจ้งให้ทราบ ๒. ถามให้ตอบ ๓. บอกให้ทำ ๔. ถามให้ตอบและบอกให้ทำ ๖. ข้อใดที่ผู้พูดต้องการถาม ๑. “เขาไม่เคยช่วยใครเลย ” ๒. “ใคร ๆ ก็ชอบเขา” ๓. งานอย่างนี้ใครก็ทำได้ ๔. “ใครชอบใส่เสื้อสีฟ้า” ๗. ประโยคต้องการคำตอบ ๑. ฉันรู้นะว่าเขาเป็นคนอย่างไร ๒. ข้อสอบอยากอย่างไรก็ไม่รู้ ๓. ใครก็ไม่รู้เป็นคนเอาของมาคืน ๔. ทำไมเขารู้ว่าคุณอยู่บ้านคนเดียว ๘. ข้อใดไม่แสงเจตนาให้ทำ ๑. ไม่นั่งก่อนหรือคะ ๒. หิวก็กินเลยค่ะ ๓. ไม่รักทำไมไม่บอก ๔. วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง ๙. “อะไรจะเหนื่อยกว่าเลี้ยงลูกเป็นไม่มี” ผู้พูดมีเจตนาอย่างไร ๑. แจ้งให้ทราบ ๒. ถามให้ตอบ ๓. บอกให้ทำ ๔. ถามให้ตอบเชิงปฏิเสธ ๑๐. “ผู้ใดในโลกนี้ที่ขึ้นไปสู่ที่สูงได้ โดยไม่เหยียบบันไดขั้นต่ำก่อน”ผู้เขียนมีความประสงค์อะไร ๑. แจ้งให้ทราบ ๒. ถามให้ตอบ ๓. บอกให้ทำ ๔. ถามให้ตอบเชิงปฏิเสธ ๑๑. ประโยคใดเป็นประโยคบอกให้ทำ ๑. พี่ตุ่มคะ หนูอยากไปเที่ยวเชียงใหม่จัง ๒. สงกรานต์ปีนี้เราไปเที่ยวกันไหมคะ ๓. ไปนะพี่ตุ่ม หนูจะได้มีเพื่อน ๔. หนูนะไปแน่ แต่หนูอยากให้พี่ไปด้วย ๑๒. “กริ๋ง ถ้าออกไปข้างนอก ซื้อข้าวมาด้วยได้ไหม ” คำพูดของกริ๋งในข้อใดที่แสดงเจตนาถามให้ตอบ ๑. ใครจะซื้อให้ ๒.จะซื้อให้ใคร ๓.ทำไมจะไม่ได้ ๔.ไม่ได้จะทำไม ๑๓.บทสนทนาต่อไปนี้มีประโยคที่แสดงเจตนาถามให้ตอบกี่ประโยค เอ๋ “ ทำอย่างไรเอ๋ยจึงจะเรียนเก่งกับเขาบ้าง ” เบ๋ “ ก็ทำไมไม่ขยันมากๆล่ะ ” เอ๋ “ ใครบอกว่าเอ๋ขี้เกียจ ” ๑. หนึ่งประโยค ๒. สองประโยค ๓. สามประโยค ๔.สี่ประโยค ๑๔. ข้อใดเป็นประโยคคำถาม ๑. ใครเป็นคนตอบก็ได้ ๒. ใครตอบได้ให้ตอบ ๓. ใครให้คำตอบได้ ๔. ใครตอบให้ก็ได้ ๑๕.คำกริยาในข้อใดบ่งเจตนาแจ้งให้ทราบ ๑. เขาเชิญเธอ ๒. เขาทักทายเธอ ๓.เขาตักเตือนเธอ ๔. เขาสัมภาษณ์เธอ ๑๖.“ใครอยากรู้เรื่องอะไรที่ฉันตอบได้จะมาถามเมื่อไรที่ไหนก็ได้นะ ” สารนี้ผู้พูดมีเจตนาอะไร ๑. บอกให้ทำ ๒. แจ้งให้ทราบ ๓.พูดประชด ๔.ถามโดยไม่ต้องการคำตอบ ๑๗. ข้อใดมีเจตนาในการส่งสารต่างจากข้ออื่น ๑. ใช้พลังงานอย่างประหยัด ไม่อัตคัตในอนาคต ๒. ใช้ทรัพยากรถูกวิธี ชาติจะมีความรุ่งเรือง ๓. แม้โลกหมุนได้ สำนักข่าวไทยก้าวทัน ๔. ต้นไม้ให้ร่มเงา พวกเราอย่าทำลาย ๑๘.ข้อใดเป็นประโยคความรวม ๑. ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก ๒. ใครจะรู้สึกอย่างไรบ้างนะ ๓.เจ้าไม่เห็นรู้สึกรู้สมขึ้นมาเลย ๔.เมื่อคืนนี้ฉันแทบจะไม่รู้สึกตัวเอาเสียเลย ๑๙.ข้อความในข้อใดที่ผู้พูดใช้ประโยคความซ้อน ๑.แม่ไปซื้อผ้าและไปดัดผม ๒.แม่ครัวไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ๓.แม่ไปซื้อผ้าแต่แม่ครัวไปที่ตลาด๔. แม่ครัวไปหาเพื่อนอยู่ที่ตลาด ๒๐. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความรวม ๑. นิสิตได้คะแนนน้อยเพราะเขาเกียจคร้าน ๒. นิสิตที่เกียจคร้านย่อมได้คะแนนน้อย ๓. นิสิตเกียจคร้าน เขาจึงได้คะแนนน้อย ๔.ถ้านิสิตเกียจคร้านเขาจะได้คะแนนน้อย ๒๑. ประโยคใดเป็นประโยคความรวม ๑. การเดินเล่นตอนเช้าเป็นการออกกำลังกาย ๒. ใครที่ยังไม่เคยเล่นกีฬาน่าจะลองเล่นดู ๓. เขานั่งอ่านหนังสือแทนที่จะไปเล่นกับเพื่อน ๔. คุณพ่อให้รางวัลเขาที่สอบได้คะแนนดี ๒๒. ประโยคใดเป็นประโยคความซ้อน ๑. ผ้าชิ้นที่คุณถืออยู่สวยมาก ๒. แม่ครัวปอกกระเทียมหั่นผักชี ๓. เจ้าหน้าที่ซื้อปลาจากแหล่งเพาะพันธุ์ ๔. หลังจากที่ถูกขโมยขึ้นบ้านเขาก็ซื้อสุนัขมาเลี้ยง ๒๓. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความรวม ๑. การที่รัฐบาลกำหนดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 9% ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการบิดเบือนข้อมูลทางการตลาด ๒.ยอดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนสูงเป็นอันดับต้นๆ ๓.ทางธนาคารใช้เกณฑ์พิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อจากราคาขายอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ๔. ผู้กู้ส่วนใหญ่ต้องการผ่อนชำระเงินต้นในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาด แหล่งอ้างอิง คู่มือภาษาไทย Entrance ม.4-5-6 ผู้แต่ง อาจารย์จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์ : ด.ญ.รุ่งกานต์ แก้วเจริญ (รุ่ง) ม.2/11B เลขที่ 20 - 15/11/2005 02:07 |
| แบบฝึกหัดประโยค
๒ จงใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๔-๒๕ (๑). ฝ้ายเป็นแมวที่ชอบเคล้าเคลียเจ้าของ (๒). ความสามารถในการจับนกและหนูของฝ้ายเลื่องลือไปไกล (๓). พอจับหนูเสร็จฝ้ายก็กลับมานั่งเฝ้านกอย่างที่เคยทำ (๔). นกเคราะห์ร้ายไม่มีวันที่จะพลาดอุ้งเล็บของฝ้ายไปได้ ๒๔. ข้อใดเป็นประโยคความเดียว ๑. ข้อ๑ ๒. ข้อ๒ ๓. ข้อ๓ ๔. ข้อ๔ ๒๕. ข้อใดเป็นประโยคความรวม ๑. ข้อ๑ ๒. ข้อ๒ ๓. ข้อ๓ ๔. ข้อ๔ ๒๖. ประโยคใดเป็นประโยคความซ้อน ๑. ขณะนี้นับว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในเรื่องการเจรจาสิทธิทางการบินอย่างมาก ๒. ชาติอื่นในย่านเอเชียบางประเทศก้าวไปอย่างสุดกู่ เช่น สิงคโปร์หรือเกาหลี เป็นอาทิ ๓. การที่ออกข่าวมาลักษณะนี้ทำให้ประชาชนที่ต้องการทราบคามจริงเกิดความสับสน ๔. โครงการนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชน ๒๗. ประโยคใดเป็นประโยคความเดียว ๑. คนที่ระลึกชาติได้คนนี้เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีปัญหา ๒. นกที่อยู่ในโพรงไม้นั้นอดอยากเพราะต้องถูกเฝ้ารัง ๓. ผู้บริโภคควรซื้อสินค้าจากร้านที่ไว้ใจได้และซื้อเป็นประจำ ๔. คณะกรรมการต่อต้านความอดอยากและขาดอาหารได้แจกจ่ายขนมปังโปรตีนสูงแก่นัเรียน ตามชนบท ๒๘. ประโยคใดเป็นประโยคความรวม ๑. น้ำฝรั่งตราม้าเมื่อเย็นจัดจะอร่อยมาก ๒. นางแบบที่ตากล้องชื่นชอบคือน้องเอ ๓. แป้งเด็กตรามดจะถนอมผิวอันบอบบางของทารกน้อย ๔. น้ำยาล้างจานนี้เพียงช้อนชาเดียวให้ล้างชามกองใหญ่ได้ ๒๙. ประโยคใดเป็นประโยคความเดียว ๑. โครงการบ้านสุดสัปดาห์ของโรงแรมแห่งนี้ช่วยให้คุณหลับสบายภายในบ้านสวยท่ามกลาง ธรรมชาติ ๒. งานวันปลาร้าหอมของแม่บ้านเกษตรกรชาาวอยุธยาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความร่วมมือจากทุก ฝ่าย ๓. เจ้าของแร่ดีบุกเชื่อว่าทางบริษัทรับส่งแร่ในประเทศไทยโจรกรรมสินค้ามูลค่านับพันล้านบาทนี้ไป ๔. ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพร่วมกับสถาบันวิจัยโภชนาการปฏิบัติงาานเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหาร ของประชาชน ![]() : ด.ญ. ลักขณา ทิพย์ภักดี ม2/11b เลขที่ 21 - 14/11/2005 11:21 |
|
๓o. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน ๑. รถประจำทางแฉลบพลิกคว่ำอยุ่กลางถนน ๒. แม่รับพรจากภิกษุชราด้วยความเคารพ ๓. อาหารไทยมีวิตามินและสารอาหารครบถ้วน ๔. แพทย์เริ่มห่วงเด็กๆสมัยนี้ว่าไม่ค่อยสบาย ๓๑. ข้อใดเป็นประโยคความรวม ๑. เขายื่นคำร้องต่อศาสแขวงพระนครเหนือ ๒. ผมรู้จักคุณสมศักดิ์ตั้งแต่ก่อนเข้าทำงาาน ๓. เจ้าหน้าที่ซื้อปลาจากแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ๔. การเดินเล่นตอนเช้าเป็นการออกกำลังกาย ผมยังเคยคิดว่าดีนะที่พ่อแม่ผมนั่งเรือมาขึ้นที่เมืองไทย ถ้าขึ้นเสียที่ประเทศอื่นใกล้ๆนี้ ชีวิตผมคงไม่เป็น อย่างนี้ ๓๓. ข้อความข้างต้นประกอบด้วยประโยคชนิใดต่อไปนี้ ๑. ประโยคความรวม-ประโยคความซ้อน ๒. ประโยคความซ้อน-ประโยคความรวม ๓. ประโยคความรวม-ประโยคความรวม ๔. ประโยคความซ้อน-ประโยคความซ้อน ๓๔. ข้อความส่วนใดเป็นประโยคความซ้อน ๑. มดแดงที่อาศัยต้นส้มจะกินเพลี้ย ซึ่งตอมกินต้นอ่อนของต้นส้ม ๒. เพราะเราไม่ฉีดยามดอดงจึงอยู่ได้ ๓. ต้นส้มจึงแข็งแรงและมีผลดกอย่างนี้ ๔. ที่โคนต้นส้มก็ปกคลุมด้วยหญ้า ดินมีความชุ่มชื้นพอแล้ว เราจึงไม่ต้องรดน้ำเลย ๓๙. ข้อความใดเป็นประโยคความซ้อน (๑) คนไทยชอบมีปืนกันทุกคนและมีปืนกันได้ง่ายเกินไป (๒) คนที่มีปืนในครอบครองทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกฎหมายมักประมาท (๓) บางคนใช้ปืนโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนปล่อยให้คนอื่นหยิบไปใช้โดยสะดวก (๔) คนที่ตายด้วยอาวุธปืนทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนามีเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ๑. สส่วนที่๑ และส่วนที่๒ ๒. ส่วนที่๓ และส่วนที่๔ ๓. ส่วนที่๑ และส่วนที่๓ ๔. ส่วนที่๒ และส่วนที่๔ ![]() : ขิม - 14/11/2005 11:25 |
|
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๓๖ (๑) วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันต่อกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา (๒) ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน (๓) เป็นโรงเรียนอบรมสั่งสอนเด็ก (๔) เป็นศาสไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่ (๕) เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนตาย (๖) แม้ในปัจจุบันวัดจะลดความสำคัญลงไปมากเพราะมีความเจริญทางเทคโนโลยีและสถาบัน อื่นๆ (๗) เช่นสถาบันโรงเรียนเข้ามาแยกความสำคัญไป (๘) แต่วัดก็มีความสำคัญต่อคนไทยเสมอมา ๓๖. ข้อความข้างต้นประกอบด้วยประโยคชนิดใดบ้าง ๑. ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ๒. ประโยคความเดียวและความรวม ๓. ประโยคความซ้อนและความรวม ๔. ประโยคควาามเดียวและความซ้อน ถ้าคุณไม่ลงมือทำงานเพราะมัวแต้กลัวผิดพลาด คุณก็มัวทำอะไรไม่ได้ คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย นั้นคือ คนที่ไม่ทำอะไร ๓๗. ข้อความข้างต้นมีประโยคลักษณะใดบ้าง ๑. ประโยคความซ้อนและประโยคความรวม ๒. ประโยคความเดียวกับประโยคความซ้อน ๓. ประโยคความซ้อนทั้งหมด ๔. ประโยคความรวมทั้งหมด ![]() : ขิม - 14/11/2005 11:32 |
|
๓๘. ข้อใดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ ๑. ในประเทศเกาหลีที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงในความรุนแรงจากการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ทวีขึ้นเรื่อยๆ ๒. ผู้คนทั่วโลกพากันไว้อาลัยให้แก่เจ้าหญิงซึ่งจากไปอย่างกระทันหัน อันแสดงให้เห็นว่าเจ้าหญิง ของคนทั่วโลก ๓. การผูกขาดและการเล่นการเมืองอยู่ภายในกลุ่มเก่าๆ หน้าเดิมๆ ที่กุมกลไกการเลือกตั้งไว้แทบทุกครั้ง ๔. " การบริการสายตรง" สำหรับลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทและองค์กรที่สามารถส่งข้อความให้กันในกลุ่ม ตัวเอง ๓๙. ประโยคใดใช้คำกริยาถูกต้องตรงตามความหมาย ๑. หลังจากผ่าตัดได้เพียง ๑ อาทิตย์ ดาราชื่อดังก็ฟื้นตัวดีขึ้นมาก ๒. รัฐบาลอนุมัติเงินงบประมาณ ๓oo ล้านบาท ให้ฟื้นฟูบาทวิธีในกรุงเทพ ๓. สะพานนี้ชำรุดแล้ว ทางจังหวัดกำลังเตรียมรื้อฟื้นต้นเดือนหน้านี้ ๔. ชาวบ้านสามารถพลิกฟื้นแผ่นดินที่แห้งแล้งแห่งนี้ให้อุดมสมบูรณ์ได้ ๔o. ข้อใดใช้ "ซึ่ง" ได้ถูกต้อง ๑. นมชนิพร่องมันเนยไม่เหมาะกับเด็กซึ่งอยู่ในวัยเจริญเติบโต ๒. ผู้ประสงค์จะเข้าอบรมโปรดแจ้งความจำนงล่วงหน้าซึ่งรายละเอียดการฝึกปฏิบัตินั้นจะได้แจ้งให้ ภายหลัง ๓. ราคาข้าวของชาวนาไทยตกต่ำทุกปีซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนต่างก็เคยประสบปัญหานี้มาแล้ว ทั้งสิ้น ๔. เด็กสมัยนี้มีพัฒนาซึ่งเร็วกว่าสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นรับรู้หรือแสดงออกทางความคิด ![]() : ขิม - 14/11/2005 11:37 |
|
๔๑. ข้อใดใช้คำเชื่อมได้ถูกต้อง ๑. บริษัทจะจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานขายประมาณปลายเดือนนี้ ๒. เขาได้รับเชิญให้บรรยายเรื่องเทคนิคการสมัครงานต่อนักศึกาาชั้นปีที่ ๔ ๓. การสัมนาครั้งนี้เป็นประโยชน์แก่อาจารย์และนักศึกาาที่เข้าฟังอย่างยิ่ง ๔. ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องตระหนักถึงความสัมพันธ์ของหน่วยงานของตนเองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔๒. ข้อใดผู้พูดมีเจตนาเช่นเดียวกับประโยคต่อไปนี้ "เขาเป็นคนง่ายๆอยู่ที่ไหน กินอะไรก็ได้" ๑. "เธออยู่กับฉันหรือจะไปกับเขาให้เลือกเอา" ๒. "นิดชอบแต่งตัวมาก ซื้อเสื้อผ้าสวยๆทุกเดือน" ๓. "สวัสดีจ้ะน้อย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน อยู่ที่ไหนตอนนี้" ๔. "คุรแม่ครับ ถ้าผมสอบเสร็จแล้ว ผมขอไปเที่ยวกับเพื่อน" ๔๓. ประโยคในข้อใดเป็นประโยคต่างชนิดกับประโยคข้ออื่น ๑. สาระและเนื้อหาของหนังสือวันเด็กก็เป็นการสะท้อนเสรีภาพนี้ด้วยเช่นกันแม้จะไม่มากนักก็ตาม ๒. หนังสือพิมพ์มติชนร่วมกับคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาปัญหาการ กระจายการจัดการศึกษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๓. หน่วยงานของรัฐบาลไทยควรขยายการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับประเทศทั้งสามประเทศ ในอินโดจีนตามนโยบายเศรฐกิจแนวใหม่ ๔. การท่องเที่ยวปราสาทนครวัตของกัมพูชานั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจะต้องตั้งต้นที่ ประเทศไทย ๔๔. ข้อใดเป็นประโยคต่างชนิดกันกับข้ออื่น ๑. รัฐบาลปัจจุบันกำลังปฏิรูปการเมือง ๒. พ่อตีเทนนิสที่ดอนเมืองทุกวันอาทิตย์ ๓. พี่อ่านนวนิยายที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ๔. เพื่อนคุณแม่ทำบัวลอยไข่หวานเมื่อวานนี้ ๔๕. ข้อใดมีส่วนปะกอบของประโยคเหมือนประโยคตัวอย่าง "เทศบาลเร่งปลูกต้นไม้ใหม่" ๑. แดงไปเที่ยวตามสวนสาธรณะต่างๆ ๒. น้องชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ๓. แม่ครัวมักซื้อผลไม้ประจำร้าน ๔. แดม่กำลังตรวจบัญชีรายจ่ายของบ้าน ![]() : ขิม - 14/11/2005 11:40 |
|
๔๖. สำนวนในข้อใดเป็นวลี
เฉลยแบบฝึกหัดประโยค
|
| แบบฝึกหัดภาษาไทย
เรื่องคำและประโยค ม.1-ม.3 1. ข้อใด ไม่มี คำสรรพนาม 1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว 2) ผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ไปมาก 3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแก 4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ 2.ข้อใดไม่เป็นประโยค 1) ทำอะไร 2) ทำไปทำไม 3) ทำไปทำมา 4) ไม่อยากจะทำ 3.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน 1) บุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในสัตย์ธรรมนั้นย่อมเป็นศัตรูกับผู้อื่น 2) หาผู้เชื่อถือนับหน้ามิได้ 3) ถึงจะพูดจริงบ้างเขาก็ไม่เชื่อ 4) และถึงจะกระทำความซื่อตรงเขาก็คงคลางแคลง 4. “ครืนๆ คะครื้นครั่น ชละลั่นสนั่นดัง โดยทางทะเลฟัง สรคลื่นคะเครงโรม” คำประพันธ์นี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ฉบัง 2) กาพย์ยานี 3) อินทวงศ์ฉันท์ 4) อินทรวิเชียรฉันท์ 5.ข้อใด ไม่มี เสียงวรรณยุกต์เอก 1) เห็นภาพทะเลแผน 2) ดุจะแผ่นอุทกอัน 3) ปราศฝั่งบใฝ่ฝัน 4) บพิจารณาไกล หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537 : ด.ช.ธนากร เทพอักษร เลขที่ 5 ม.1/11B - 13/11/2005 09:00 |
|
6.พยัญชนะข้อใดเป็นอักษรคู่ 1) งูสวัด 2) ฉัตรทอง 3) ผองเพื่อน 4) ธงไทย 7.คำในข้อใดมาจากภาษาโปรตุเกส 1) สอางค์ 2) ยี่หร่า 3) สบู่ 4) โสร่ง 8.คำประสมในข้อใดสร้างจากคำนามประสมกับคำนามทุกคำ 1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ 2) เรือพาย เรือเดินสมุทร เรือจ้าง 3) ปากเสีย ปากบอน ปากหอยปากปู 4) หักใจ หักหน้า หักลำ 9.ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ 1) เสือสาง เสือหมอบ เสือดาว 2) ใหญ่โต เดือดร้อน ทรัพย์สิน 3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ 4) เจ็บไข้ เจ็บใจ เจ็บตัว 10.ข้อใด ไม่ใช่ คำสมาส 1) อิทธิฤทธิ์ รูปธรรม วจีกรรม 2) ปริญญาบัตร ครุศาสตร์ วิทยาทาน 3) สัมพันธภาพ สามัคคีธรรม จรรยาบรรณ 4) มฤคมาศ ผลผลิต วิพากษ์วิจารณ์ หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537 : ด.ช.ธนากร เทพอักษร เลขที่ 5 ม.1/11B - 13/11/2005 09:31 |
|
11.ข้อใดมีประพันธวิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน 1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า 2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว 3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น 4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา 12.ประโยคข้อใด ไม่ ต้องการคำตอบ 1) ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง 2) ใครจะไปโปรดแจ้งให้ทราบ 3) จะไปไหนบอกมา 4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน 13.จากข้อ 12 ข้อใดมีลักษณะนาม 1) ข้อ1) 2) ข้อ2) 3) ข้อ3) 4) ข้อ4) 14. “เลย” ในข้อใดเป็นคำสันธาน 1) ไป เลย นะแล้วไม่ต้องกลับมา 2) เขาไม่มาฉัน เลย ไม่คอย 3) รถก็ เลย เลยไปออกไปอีกคันหนึ่งแล้ว 4) ไปข้างหน้า เลย ที่นี่ไม่มีที่จอด 15. คำบุพบทในข้อใดทำหน้าที่เชื่อทคำนามกับคำนาม 1) เขาซื้อบ้านของคุณตา 2) บ้านองเขาอยู่ไกล 3) ขนมของเธออยู่ในถุง 4) ปากกาของฉันอยู่ไหน 16. ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1) หมากัดแมว 2) แมววิ่งหนีหมา 3) แมวถูกหมาไล่กัด 4) หมากัดแมวไม่ทัน 17. ข้อใดเป็นประโยคกริยา 1) วิ่งเล่นเป็นการเพลิดเพลิน 2) เดินไปเดินมาน่ารำคาญ 3) ทำงานจนเหนื่อยล้าน่าเห็นใจ 4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ 18. ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย 1) มีเสียงบอกความหมาย 2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย 3) คำๆเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง 4) มีตัวสะกดตรงตามมาตรา 19. “บ้านหลังนี้ใหญ่โตมาจริง” คำว่า “หลัง” ทำหน้าใดในประโยค 1) ลักษณนาม 2) วิเศษณ์ 3) สรรพนาม 4) สามานยนาม 20. ข้อใดมีคำวิเศษณ์ขยายนาม 1) ฝนตกหนักมาก 2) ปลาว่ายน้ำในอ่าง 3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า 4) เขามาคนเดียว 21.”มีรูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้” ตรงกับสำนวยไทยว่าอย่างไร 1) ผู้หญิงยิงเรือ 2) กระดังงาลนไฟ 3) มีน้ำมีนวล 4) ไปวัดไปวาได้ 22. “ผีเข้าผีออก” มีความหมายว่าอย่างไร 1) เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าน ไม่คงที่ 2) เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวไข้ 3) เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน 4) เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ 23. ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง 1) เอกบุคคล อ่านว่า เอก-กะ-บุก-คน 2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ-วาด-ปา-ติ-โมก 3) โอปปาติกา อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ 4) โอสถกรรม อ่านว่า โอ-สด-ถะ-กำ 24. “อันของสูงแม้ปองต้องจิต” มีที่มาจากเรื่องอะไร 1) อิเหนา 2) พระอภัยมณี 3) ท้านแสนปม 4) สกุนตลา 25. คำประพันธ์ประเภทใดไม่บังคับจำนวนคำ (คณะ) 1) ร่ายสุภาพ 2) ร่ายยาว 3) กาพย์ 4) โคลงดั้น 26. “งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไปหน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคืน” ข้อความนี้ถ้าแบ่งวรรคถูกต้อง จัดเป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ยานี 2) กาพย์ฉบัง 3) กลอนหก 4) กลอนสุภาพ หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537 : ด.ช.ธนากร เทพอักษร เลขที่ 5 ม.1/11B - 13/11/2005 16:40 |
1.
ข้อใด ไม่มี คำสรรพนาม 1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว 2) ผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ไปมาก 3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแก 4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ 2.ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) ทำอะไร 2) ทำไปทำไม 3) ทำไปทำมา 4) ไม่อยากจะทำ 3.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1) บุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในสัตย์ธรรมนั้นย่อมเป็นศัตรูกับผู้อื่น 2) หาผู้เชื่อถือนับหน้ามิได้ 3) ถึงจะพูดจริงบ้างเขาก็ไม่เชื่อ 4) และถึงจะกระทำความซื่อตรงเขาก็คงคลางแคลง 4.
“ครืนๆ คะครื้นครั่น ชละลั่นสนั่นดัง โดยทางทะเลฟัง สรคลื่นคะเครงโรม” คำประพันธ์นี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ฉบัง 2) กาพย์ยานี 3) อินทวงศ์ฉันท์ 4) อินทรวิเชียรฉันท์ 5.ข้อใด
ไม่มี เสียงวรรณยุกต์เอก 1) เห็นภาพทะเลแผน 2) ดุจะแผ่นอุทกอัน 3) ปราศฝั่งบใฝ่ฝัน 4) บพิจารณาไกล 6.พยัญชนะข้อใดเป็นอักษรคู่
1) งูสวัด 2) ฉัตรทอง 3) ผองเพื่อน 4) ธงไทย 7.คำในข้อใดมาจากภาษาโปรตุเกส
1) สอางค์ 2) ยี่หร่า 3) สบู่ 4) โสร่ง 8.คำประสมในข้อใดสร้างจากคำนามประสมกับคำนามทุกคำ
1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ 2) เรือพาย เรือเดินสมุทร เรือจ้าง 3) ปากเสีย ปากบอน ปากหอยปากปู 4) หักใจ หักหน้า หักลำ 9.ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ
1) เสือสาง เสือหมอบ เสือดาว 2) ใหญ่โต เดือดร้อน ทรัพย์สิน 3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ 4) เจ็บไข้ เจ็บใจ เจ็บตัว 10.ข้อใด
ไม่ใช่ คำสมาส 1) อิทธิฤทธิ์ รูปธรรม วจีกรรม 2) ปริญญาบัตร ครุศาสตร์ วิทยาทาน 3) สัมพันธภาพ สามัคคีธรรม จรรยาบรรณ 4) มฤคมาศ ผลผลิต วิพากษ์วิจารณ์ 11.ข้อใดมีประพันธวิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า 2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว 3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น 4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา 12.ประโยคข้อใด
ไม่ ต้องการคำตอบ 1) ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง 2) ใครจะไปโปรดแจ้งให้ทราบ 3) จะไปไหนบอกมา 4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน 13.จากข้อ
12 ข้อใดมีลักษณะนาม 1) ข้อ1) 2) ข้อ2) 3) ข้อ3) 4) ข้อ4) 14.
“เลย” ในข้อใดเป็นคำสันธาน 1) ไป เลย นะแล้วไม่ต้องกลับมา 2) เขาไม่มาฉัน เลย ไม่คอย 3) รถก็ เลย เลยไปออกไปอีกคันหนึ่งแล้ว 4) ไปข้างหน้า เลย ที่นี่ไม่มีที่จอด 15.
คำบุพบทในข้อใดทำหน้าที่เชื่อทคำนามกับคำนาม 1) เขาซื้อบ้านของคุณตา 2) บ้านองเขาอยู่ไกล 3) ขนมของเธออยู่ในถุง 4) ปากกาของฉันอยู่ไหน 16.
ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1) หมากัดแมว 2) แมววิ่งหนีหมา 3) แมวถูกหมาไล่กัด 4) หมากัดแมวไม่ทัน 17.
ข้อใดเป็นประโยคกริยา 1) วิ่งเล่นเป็นการเพลิดเพลิน 2) เดินไปเดินมาน่ารำคาญ 3) ทำงานจนเหนื่อยล้าน่าเห็นใจ 4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ 18.
ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย 1) มีเสียงบอกความหมาย 2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย 3) คำๆเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง 4) มีตัวสะกดตรงตามมาตรา 19.
“บ้านหลังนี้ใหญ่โตมาจริง” คำว่า “หลัง” ทำหน้าใดในประโยค 1) ลักษณนาม 2) วิเศษณ์ 3) สรรพนาม 4) สามานยนาม 20.
ข้อใดมีคำวิเศษณ์ขยายนาม 1) ฝนตกหนักมาก 2) ปลาว่ายน้ำในอ่าง 3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า 4) เขามาคนเดียว 21.”มีรูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้”
ตรงกับสำนวยไทยว่าอย่างไร 1) ผู้หญิงยิงเรือ 2) กระดังงาลนไฟ 3) มีน้ำมีนวล 4) ไปวัดไปวาได้ 22.
“ผีเข้าผีออก” มีความหมายว่าอย่างไร 1) เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าน ไม่คงที่ 2) เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวไข้ 3) เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน 4) เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ 23.
ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง 1) เอกบุคคล อ่านว่า เอก-กะ-บุก-คน 2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ-วาด-ปา-ติ-โมก 3) โอปปาติกา อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ 4) โอสถกรรม อ่านว่า โอ-สด-ถะ-กำ 24.
“อันของสูงแม้ปองต้องจิต” มีที่มาจากเรื่องอะไร 1) อิเหนา 2) พระอภัยมณี 3) ท้านแสนปม 4) สกุนตลา 25.
คำประพันธ์ประเภทใดไม่บังคับจำนวนคำ (คณะ) 1) ร่ายสุภาพ 2) ร่ายยาว 3) กาพย์ 4) โคลงดั้น 26.
“งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไปหน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคืน”
ข้อความนี้ถ้าแบ่งวรรคถูกต้อง จัดเป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ยานี 2) กาพย์ฉบัง 3) กลอนหก 4) กลอนสุภาพ หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537 แบบฝึกหัดภาษาไทย
ม.1-ม.3 : Bank - 23/11/2005 09:34 |
แบบฝึกหัดภาษาไทย
ม.1-ม.3
1.
ข้อใด ไม่มี คำสรรพนาม 1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว 2) ผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ไปมาก 3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแก 4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ 2.ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) ทำอะไร 2) ทำไปทำไม 3) ทำไปทำมา 4) ไม่อยากจะทำ 3.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1) บุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในสัตย์ธรรมนั้นย่อมเป็นศัตรูกับผู้อื่น 2) หาผู้เชื่อถือนับหน้ามิได้ 3) ถึงจะพูดจริงบ้างเขาก็ไม่เชื่อ 4) และถึงจะกระทำความซื่อตรงเขาก็คงคลางแคลง 4.
“ครืนๆ คะครื้นครั่น ชละลั่นสนั่นดัง โดยทางทะเลฟัง สรคลื่นคะเครงโรม” คำประพันธ์นี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ฉบัง 2) กาพย์ยานี 3) อินทวงศ์ฉันท์ 4) อินทรวิเชียรฉันท์ 5.ข้อใด
ไม่มี เสียงวรรณยุกต์เอก 1) เห็นภาพทะเลแผน 2) ดุจะแผ่นอุทกอัน 3) ปราศฝั่งบใฝ่ฝัน 4) บพิจารณาไกล 6.พยัญชนะข้อใดเป็นอักษรคู่
1) งูสวัด 2) ฉัตรทอง 3) ผองเพื่อน 4) ธงไทย 7.คำในข้อใดมาจากภาษาโปรตุเกส
1) สอางค์ 2) ยี่หร่า 3) สบู่ 4) โสร่ง 8.คำประสมในข้อใดสร้างจากคำนามประสมกับคำนามทุกคำ
1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ 2) เรือพาย เรือเดินสมุทร เรือจ้าง 3) ปากเสีย ปากบอน ปากหอยปากปู 4) หักใจ หักหน้า หักลำ 9.ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ
1) เสือสาง เสือหมอบ เสือดาว 2) ใหญ่โต เดือดร้อน ทรัพย์สิน 3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ 4) เจ็บไข้ เจ็บใจ เจ็บตัว 10.ข้อใด
ไม่ใช่ คำสมาส 1) อิทธิฤทธิ์ รูปธรรม วจีกรรม 2) ปริญญาบัตร ครุศาสตร์ วิทยาทาน 3) สัมพันธภาพ สามัคคีธรรม จรรยาบรรณ 4) มฤคมาศ ผลผลิต วิพากษ์วิจารณ์ 11.ข้อใดมีประพันธวิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า 2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว 3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น 4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา 12.ประโยคข้อใด
ไม่ ต้องการคำตอบ 1) ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง 2) ใครจะไปโปรดแจ้งให้ทราบ 3) จะไปไหนบอกมา 4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน 13.จากข้อ
12 ข้อใดมีลักษณะนาม 1) ข้อ1) 2) ข้อ2) 3) ข้อ3) 4) ข้อ4) 14.
“เลย” ในข้อใดเป็นคำสันธาน 1) ไป เลย นะแล้วไม่ต้องกลับมา 2) เขาไม่มาฉัน เลย ไม่คอย 3) รถก็ เลย เลยไปออกไปอีกคันหนึ่งแล้ว 4) ไปข้างหน้า เลย ที่นี่ไม่มีที่จอด 15.
คำบุพบทในข้อใดทำหน้าที่เชื่อทคำนามกับคำนาม 1) เขาซื้อบ้านของคุณตา 2) บ้านองเขาอยู่ไกล 3) ขนมของเธออยู่ในถุง 4) ปากกาของฉันอยู่ไหน 16.
ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1) หมากัดแมว 2) แมววิ่งหนีหมา 3) แมวถูกหมาไล่กัด 4) หมากัดแมวไม่ทัน 17.
ข้อใดเป็นประโยคกริยา 1) วิ่งเล่นเป็นการเพลิดเพลิน 2) เดินไปเดินมาน่ารำคาญ 3) ทำงานจนเหนื่อยล้าน่าเห็นใจ 4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ 18.
ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย 1) มีเสียงบอกความหมาย 2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย 3) คำๆเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง 4) มีตัวสะกดตรงตามมาตรา 19.
“บ้านหลังนี้ใหญ่โตมาจริง” คำว่า “หลัง” ทำหน้าใดในประโยค 1) ลักษณนาม 2) วิเศษณ์ 3) สรรพนาม 4) สามานยนาม 20.
ข้อใดมีคำวิเศษณ์ขยายนาม 1) ฝนตกหนักมาก 2) ปลาว่ายน้ำในอ่าง 3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า 4) เขามาคนเดียว 21.”มีรูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้”
ตรงกับสำนวยไทยว่าอย่างไร 1) ผู้หญิงยิงเรือ 2) กระดังงาลนไฟ 3) มีน้ำมีนวล 4) ไปวัดไปวาได้ 22.
“ผีเข้าผีออก” มีความหมายว่าอย่างไร 1) เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าน ไม่คงที่ 2) เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวไข้ 3) เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน 4) เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ 23.
ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง 1) เอกบุคคล อ่านว่า เอก-กะ-บุก-คน 2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ-วาด-ปา-ติ-โมก 3) โอปปาติกา อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ 4) โอสถกรรม อ่านว่า โอ-สด-ถะ-กำ 24.
“อันของสูงแม้ปองต้องจิต” มีที่มาจากเรื่องอะไร 1) อิเหนา 2) พระอภัยมณี 3) ท้านแสนปม 4) สกุนตลา 25.
คำประพันธ์ประเภทใดไม่บังคับจำนวนคำ (คณะ) 1) ร่ายสุภาพ 2) ร่ายยาว 3) กาพย์ 4) โคลงดั้น 26.
“งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไปหน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคืน”
ข้อความนี้ถ้าแบ่งวรรคถูกต้อง จัดเป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ยานี 2) กาพย์ฉบัง 3) กลอนหก 4) กลอนสุภาพ หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537 : bank - 23/11/2005 09:38 |
แบบฝึกหัดภาษาไทย
ม.1-ม.3
1.
ข้อใด ไม่มี คำสรรพนาม 1) ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว 2) ผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ไปมาก 3) ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแก 4) จะให้พูดตามตรงอีกหรือ 2.ข้อใดไม่เป็นประโยค
1) ทำอะไร 2) ทำไปทำไม 3) ทำไปทำมา 4) ไม่อยากจะทำ 3.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
1) บุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในสัตย์ธรรมนั้นย่อมเป็นศัตรูกับผู้อื่น 2) หาผู้เชื่อถือนับหน้ามิได้ 3) ถึงจะพูดจริงบ้างเขาก็ไม่เชื่อ 4) และถึงจะกระทำความซื่อตรงเขาก็คงคลางแคลง 4.
“ครืนๆ คะครื้นครั่น ชละลั่นสนั่นดัง โดยทางทะเลฟัง สรคลื่นคะเครงโรม” คำประพันธ์นี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ฉบัง 2) กาพย์ยานี 3) อินทวงศ์ฉันท์ 4) อินทรวิเชียรฉันท์ 5.ข้อใด
ไม่มี เสียงวรรณยุกต์เอก 1) เห็นภาพทะเลแผน 2) ดุจะแผ่นอุทกอัน 3) ปราศฝั่งบใฝ่ฝัน 4) บพิจารณาไกล 6.พยัญชนะข้อใดเป็นอักษรคู่
1) งูสวัด 2) ฉัตรทอง 3) ผองเพื่อน 4) ธงไทย 7.คำในข้อใดมาจากภาษาโปรตุเกส
1) สอางค์ 2) ยี่หร่า 3) สบู่ 4) โสร่ง 8.คำประสมในข้อใดสร้างจากคำนามประสมกับคำนามทุกคำ
1) นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ 2) เรือพาย เรือเดินสมุทร เรือจ้าง 3) ปากเสีย ปากบอน ปากหอยปากปู 4) หักใจ หักหน้า หักลำ 9.ข้อใดเป็นคำซ้อนเพื่อความหมายทุกคำ
1) เสือสาง เสือหมอบ เสือดาว 2) ใหญ่โต เดือดร้อน ทรัพย์สิน 3) เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ 4) เจ็บไข้ เจ็บใจ เจ็บตัว 10.ข้อใด
ไม่ใช่ คำสมาส 1) อิทธิฤทธิ์ รูปธรรม วจีกรรม 2) ปริญญาบัตร ครุศาสตร์ วิทยาทาน 3) สัมพันธภาพ สามัคคีธรรม จรรยาบรรณ 4) มฤคมาศ ผลผลิต วิพากษ์วิจารณ์ 11.ข้อใดมีประพันธวิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1) คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า 2) เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว 3) เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น 4) ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา 12.ประโยคข้อใด
ไม่ ต้องการคำตอบ 1) ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง 2) ใครจะไปโปรดแจ้งให้ทราบ 3) จะไปไหนบอกมา 4) ไปไหนมาตั้งหลายวัน 13.จากข้อ
12 ข้อใดมีลักษณะนาม 1) ข้อ1) 2) ข้อ2) 3) ข้อ3) 4) ข้อ4) 14.
“เลย” ในข้อใดเป็นคำสันธาน 1) ไป เลย นะแล้วไม่ต้องกลับมา 2) เขาไม่มาฉัน เลย ไม่คอย 3) รถก็ เลย เลยไปออกไปอีกคันหนึ่งแล้ว 4) ไปข้างหน้า เลย ที่นี่ไม่มีที่จอด 15.
คำบุพบทในข้อใดทำหน้าที่เชื่อทคำนามกับคำนาม 1) เขาซื้อบ้านของคุณตา 2) บ้านองเขาอยู่ไกล 3) ขนมของเธออยู่ในถุง 4) ปากกาของฉันอยู่ไหน 16.
ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1) หมากัดแมว 2) แมววิ่งหนีหมา 3) แมวถูกหมาไล่กัด 4) หมากัดแมวไม่ทัน 17.
ข้อใดเป็นประโยคกริยา 1) วิ่งเล่นเป็นการเพลิดเพลิน 2) เดินไปเดินมาน่ารำคาญ 3) ทำงานจนเหนื่อยล้าน่าเห็นใจ 4) มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ 18.
ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย 1) มีเสียงบอกความหมาย 2) มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย 3) คำๆเดียวมีความหมายได้หลายอย่าง 4) มีตัวสะกดตรงตามมาตรา 19.
“บ้านหลังนี้ใหญ่โตมาจริง” คำว่า “หลัง” ทำหน้าใดในประโยค 1) ลักษณนาม 2) วิเศษณ์ 3) สรรพนาม 4) สามานยนาม 20.
ข้อใดมีคำวิเศษณ์ขยายนาม 1) ฝนตกหนักมาก 2) ปลาว่ายน้ำในอ่าง 3) ฉันชอบเสื้อสีฟ้า 4) เขามาคนเดียว 21.”มีรูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้”
ตรงกับสำนวยไทยว่าอย่างไร 1) ผู้หญิงยิงเรือ 2) กระดังงาลนไฟ 3) มีน้ำมีนวล 4) ไปวัดไปวาได้ 22.
“ผีเข้าผีออก” มีความหมายว่าอย่างไร 1) เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าน ไม่คงที่ 2) เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวไข้ 3) เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน 4) เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ 23.
ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง 1) เอกบุคคล อ่านว่า เอก-กะ-บุก-คน 2) โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ-วาด-ปา-ติ-โมก 3) โอปปาติกา อ่านว่า โอ-ปะ-ปา-ติ-กะ 4) โอสถกรรม อ่านว่า โอ-สด-ถะ-กำ 24.
“อันของสูงแม้ปองต้องจิต” มีที่มาจากเรื่องอะไร 1) อิเหนา 2) พระอภัยมณี 3) ท้านแสนปม 4) สกุนตลา 25.
คำประพันธ์ประเภทใดไม่บังคับจำนวนคำ (คณะ) 1) ร่ายสุภาพ 2) ร่ายยาว 3) กาพย์ 4) โคลงดั้น 26.
“งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไปหน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคืน”
ข้อความนี้ถ้าแบ่งวรรคถูกต้อง จัดเป็นคำประพันธ์ประเภทใด 1) กาพย์ยานี 2) กาพย์ฉบัง 3) กลอนหก 4) กลอนสุภาพ หนังสืออ้างอิง: สำนักงานบัณฑิตแนะแนว. ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, 2537
: bank - 23/11/2005 09:47 |
เฉลยจ้า
1.เฉลย
4)
จะให้พูดตามตรงอีกหรือ ไม่มีคำสรรพนาม 1)
ใต้เท้ามีบุญขึ้นแล้ว มีคำสรรพนามคือ คำว่า ใต้เท้า 2)
ผมรู้สึกว่าผมแก่ไปบ้าง มีคำสรรพนามคือ คำว่า ผม 3)
ถูกแล้วเป็นเคราะห์ดีของแกมีคำสรรพนามคือคำว่า แก 2.เฉลย
3)
ทำไปทำมา ไม่มีคำกริยา 1),2)และ
4)"ทำ"เป็นคำกริยา 3.เฉลย
1)
เป็นประโยคความซ้อนสังเกตจาก"ที่"เป็นประพันธสรรพนาม
2)
เป็นประโยคความรวม มีกริยา2ตัว ละสันธาน "และ" 3)
เป็นประโยคความรวม"ถึง...ก็"เป็นสันธาน 4)
เป็นประโยคความรวม"ถึง...ก็"เป็นสันธาน 4.เฉลย
4)
อินทรวิเชียรฉันท์ 5.เฉลย
1)
เห็นภาพทะเลแผน ไม่มีเสียงวรรณยุกต์เอก 2)
จะ อุ ทก-เสียงวรรณยุกต์เอก 3)
ปราศ บ-เสียงวรรณยุกต์เอก 4)
บ-เสียงวรรณยุกต์เอก 6.เฉลย
4)
ธงไทย"ธ ท"เป็นอักษรคู่ 7.เฉลย
3)
สบู่ มีที่มาจากภาษาโปรตุเกส 1)
สอางค์-บาลี 2)
ยี่หร่า-เปอร์เชีย 3)
โสร่ง-มลายู 8.เฉลย
1)
นาเกลือ แม่พระ ป่าไม้ เป็นคำประสมที่เกิดจากคำนามกับคำนาม 2)
เรือพาย (นาม+กริยา) เรือเดินสมุทร (นาม+กริยา+นาม) เรือจ้าง (นาม+กริยา)
3)
ปากเสีย (นาม+กริยา) ปากบอน (นาม+นาม) ปากหอยปากปู (นาม+นาม) 4)
หักใจ(กริยา+นาม) หักหน้า (กริยา+นาม) หักลำ (กริยา+นาม) 9.เฉลย
2)
ใหญ่โต เดือนร้อน ทรัพย์สิน เป็นคำซ้อนเพื่อความหมาย 1)
เสือหมอบ เสือดาว เป็นคำประสม เสือสาง-คำซ้อนเพื่อความหมาย 3)
เสียดาย เสียหาย เสียชื่อ เป็นคำประสม 4)
เจ็บไข้-คำซ้อน เจ็บใจ-คำประสม เจ็บตัว-กลุ่มคำ 10.เฉลย
4)
มฤคมาศ (มาศ-เขมร) ผลผลิต(แปลความจากหน้าไปหลัง) วิพากษ์วิจารณ์
(แปลความจากหน้าไปหลัง)คำสมาสจะต้องแปลความจากหลังไปหน้า 11.เฉลย
3)
เขาฉลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น "อย่างที่" เป็นประพันธ์วิเศษณ์เชื่อมประโยคให้มีความเกี่ยวข้องกัน
1)
คนที่ฉลาดย่อมเตรียมตัวสอบล่วงหน้า"ที่" เป็นประพันธสรรพนาม
2)
เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว "อัน" เป็นประพันธสรรพนาม
4)
ของอันมีตำหนิเป็นของไม่มีราคา"อัน"เป็นประพันธสรรพนาม
12.เฉลย
1)
"ใครมาใครไปก็ต้องรู้บ้าง" ไม่ต้องการคำตอบ เป็นประโยคแจ้งให้ทราบ
13.เฉลย
4)
ไปไหนมาตั้งหลายวัน "วัน" เป็นลักษณนาม 14.เฉลย
2)
เขาไม่มาฉันเลยไม่คอย"เลย"เป็นคำสันธาน 1)
ไปเลยนะแลัวไม่ต้องมา"เลย" เป็นคำวิเศษณ์ 3)
รถก็เลยเลยไปอีกคันนึงแลัว"เลย"เป็นคำกริยานุเคราะห์ 4)
ไปข้างหน้าเลยที่นี่ไมีมีที่จอด "เลย" เป็นคำวิเศษณ์ 15.เฉลย
1)
เขาซื้อบ้านของคุณตา (นาม-นาม) 2)
บ้านของเขาอยู่ไกล (นาม-สรรพนาม) 3)
ขนมของเธออยู่ในถุง (นาม-สรรพนาม) 4)
ปากกาของฉันอยู่ไหน (นาม-สรรพนาม) 6.เฉลย
3)
แมวถูกหมาไล่กัด เป็นประโยคกรรม 1)
2) 4) เป็นประโยคประธาน 17.เฉลย
4)
มีข่าวใหญ่หลายข่าววันนี้ เป็นประโยคกริยาขึ้นต้นด้วยมี "มี"
1)
2) 3)เป็นประโยคกริยาสภาวมาลา 18.เฉลย
2)
มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องกำกับเสียงและความหมาย 19.เฉลย
1)
ลักษณนาม 20.เฉลย
3)
ฉันชอบเสื้อสีฟ้า "สีฟ้า"เป็นวิเศษณ์ขยายนาม คือ "เสื้อ"
21.เฉลย
4) ไปวัดไปวาได้ 22.เฉลย
1)เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ไม่คงที่ 23.เฉลย
2)
โอวาทปาติโมกข์ อ่านว่า โอ- วา-ทะ-ปา-ติ-โมก 24.เฉลย
3)ท้าวแสนปม
25.เฉลย
2)ร่ายยาว
26.เฉลย
1)
กาพย์ยานี แบ่งวรรคได้ดังนี้ "งูเหลือมกินสุกร อึ้งทึ้งนอนห่อนเลื้อยไป หน่อไม้ขึ้นมาไช ท้องแทงตลอดรอดคลาคืน" หนังสืออ้างอิง:
สำนักงานบัณฑิตแนะแนว.
ตะลุยโจทย์ ม.1- ม.3 วิชาภาษาไทย. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์,
2537
: bank - 24/11/2005 11:40 |
เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู
จัดทำและนำเสนอโดย
คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี