โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยนักเรียนชั้น ม.1 และม.2โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู  นิราศธารทองแดง  สัตว์ปีก สัตว์น้ำ  พรรณไมบทวิเคราะห์ 

โครงานศึกษาสัตว์ปีกในเรื่องนิราศทองแดง: แหล่งเรียนรู้ห้องเรียนสีชมพู 



ยูงทองย่องเยื้องย่าง .........รำรางชางฟ่างปลายหาง
ปากหงอนอ่อนสำอาง .............ช่างรำเล่นเต้นตามกัน ฯ
ยูงทองย่องย่างเยื้อง .........รำฉวาง
รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง.................... เฉิดหน้า
ปากหงอนอ่อนสำอาง ....................ลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้า .......................ปีกป้องเป็นเพลง ฯ
หมายเหตุนกยูงเป็นนกตระกูลไก่ฟ้าขนาดใหญ่ ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 สกุล ในโลก คือ สกุลของนกยูง
ทางทวีปแอฟริกา
สกุลของนกยูง ทางทวีปเอเซีย ที่ยังแบ่งเป็น 2 ชนิดพันธุ์ ได้แก่ นกยูงอินเดีย หรือ นกยูงสีน้ำเงิน กับ นกยูงไทย

หรือ นกยูงสีเขียว ซึ่งนักวิชาการบางท่าน ก็ ไม่ถือว่า นกยูงคองโก เป็นนกยูง เพราะลักษณะภายนอก และ
พฤติกรรมต่างๆ แตกต่างจากนกยูงอินเดีย และ นกยูงไทยมาก นกยูงดูจะเป็นสัตว์ที่สร้างความสดใส รื่นเริงให้โลก
และ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มากที่สุด ไม่ว่าเสียงร้องขับกล่อม อันไพเราะ หรือ ขนปีกหลากสีสัน ที่บางชนิดก็มีลวดลาย
แต่งแต้ม จนดูน่าอัศจรรย์ และ หนึ่งในจำนวนนกงามทั้งหลายนั้น นกยูง ได้รับการยกย่อง ให้เป็นสัญลักษณ์
แห่งความงาม ขนของนกยูง สามารถพัฒนา ให้ปรับระดับ ความเข้มของสีได้อย่างรวดเร็ว
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ช่วงระยะผสมพันธุ์ คือ ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป นกยูงตัวผู้
จะมีแพนขนปิดหาง ( train ) การร้อง ประกาศ อาณาเขต ก็จะถี่เกือบตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกัน
ในระยะนี้ นกยูงตัวผู้ ก็ เริ่มจับจองพื้นที่อยู่อาศัย และ หากินค่อนข้างคงที่ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นบริเวณป่าที่โล่ง
และ หาดทรายริมฝั่งน้ำ พื้นที่ดังกล่าว อาจทับ ซ้อน กับนกยูงตัวผู้อื่น ก็ได้




นกเขาเค้าเคียงคู่ ..........ก่งคอคูคู่ขานขัน
กระทาทักปักกรอกัน.............. ข้างขันไขว่ไล่ลายชม ฯ
นกเขาขันคู่คู้ ............เคียงขยัน
คอเก่งคูขานขัน ...................คั่นหน้า
กระทาทักปักกรอกัน ...........เสียงเฉื่อย
ลามไล่ไขว่ขวัญจ้า .............แปลกขู้ชนแทง ฯ
หมายเหตุเป็นนกประเภทหนึ่งจัดอยู่ในวงศ์ Columbidae นกเขาชวาเป็นนกเขาที่มี
ขนาดเล็กที่สุดและเป็นนกที่มีเสียงขันไพเราะเป็น ที่ชื่นชอบของคนทั่วไป นอกจากนี้ยังเชื่อถือกันว่า
เป็นนกที่นำโชคลาภมาให้แก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย
ประโยชน์ส่วนมากไว้ดูเล่น ยกเว้นนกเขาไฟมีข้อพิเศษอยู่ตรงที่ชาวต่างจังหวัดนิยมเลี้ยง
ไว้ดูเล่น ส่วนชาวกรุงเทพฯ นิยมเลี้ยงไว้เป็นอาหารมากกว่าจะเลี้ยงไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ทำรังวางไฃ่ในช่วงฤดูฝน รังเป็นรูปทรงกลม วางไข่คราวละ1-2ฟองแม่นกจะกกไข่จนกว่าไข่จะฟักระหว่างนั้นพ่อนกจะมีหน้าที่หาอาหารและพวกเศษกิ่งไม้และอื่นๆ
ที่สามารถมาสร้างรังให้อบอุ่นเพิ่มมาให้แม่นก และแม่นกจะเป็นคนป้อนอาหารให้ลูกนกและซ่อมแซมบ้านด้วย



นกเขาชวา
ชื่อวงศ์ Columbidae
ชื่ออื่น นกเขาเล็ก นกเขาแขก
ชื่อสามัญ Zebra Dove or Barrec ground Dove or Javanese striated Ground Dove
ชื่อวิทยาศาสตร์ Geopelia striata striara (Linnaeus)
ถิ่นกำเนิด
พบมีอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย (ชวา) มาเลเซีย ในไทยนั้นพบมากทางภาคใต้
รูปร่างลักษณะ
ตัวเล็กกว่านกเขาไฟ ตัวเล็กกว่านกเขาชนิดอื่น ๆ ขนปกคลุมตัวสีน้ำตาลหัวสีเทา หรือมีสีที่หัวเป็นสีน้ำเงิน ด้านข้างคอมีแถบสีดำสลับกับแถบขาวเป็นลายตามขวาง ด้านหลังสีเข้มมีขีดขวาง คล้ายกับลายของม้าลาย
ในต่างประเทศ จึงเรียกนกเขา "ม้าลาย"ด้านท้องสีจาง ใต้ลำตัวเป็นสีขาวมีขีดขวางเล็ก ขอบท้ายของขนหางสีขาว
อุปนิสัย
ชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่ง ป่าละเมาะชายทุ่งและบริเวณที่ทำการเพาะปลูก ชอบอยู่กันเป็นคู่
ชอบหากินอยู่เป็นฝูงใหญ่ มักขันบ่อย ๆ ในยามเช้าและยามเย็น เป็นนกที่เชื่องคนง่าย
ลักษณะที่ดี
1.ปากงอเหมือนขอช้าง
2.มีสร้อยรอบคอ,ขนที่คอสีหมึกดำ
3.อกนูน
4.ขนสีดำมีสีขาวแซมที่ปีกหรือขนขาวทั้งตัว
5.หน้าผากขาว
6.ขนขาวรอบขอบตา,ขอบตากว้าง
7.ขนหางยาวยื่นออกเป็นเส้นเดียว
8.เท้าสีขาวเขียว ฝ่าเท้าดำ



นกเขาใหญ่
ชื่ออื่น นกเขาหลวง, นกเขาหม้อ
ชื่อวงศ์ Columbidae
ชื่อสามัญ Spotted-necked Dove or Spotted Dove
ชื่อวิทยาศาสตร์ Streptopelia chinensis Tigrina
ถิ่นกำเนิด
พบว่ามีอยู่ในประเทศอินเดีย จีน ไทย และประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย
รูปร่างลักษณะ
ขนาดตัวประมาณ25 เซนติเมตร ทั้งนกเขาตัวผู้และตัวเมียต่างก็มีลักษณะคล้ายกันคือ ขนปกคลุมตัวสีน้ำตาล
ด้านหลังสีเข้มกว่าด้านท้อง หัวสีเทา ด้านข้างของคอและท้ายทอยมีแถบสีดำกว้าง ภายในแถบดำมีจุดกลมเล็ก ๆ
สีขาวกระจาย ตรงปลายปาก ม่านตาสีชมพูอ่อน ๆ แกมเหลืองจาง ๆ ปาก สีดำ แข็งและนิ้วเท้าสีค่อนข้างแดง
อุปนิสัย
ชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งชายทุ่งนา เรือกสวนและบริเวณที่มีการเพาะปลูก ปกติตามทุ่งนาที่ราบต่ำชอบอยู่ก้นเป็นคู่ บางตัวก็อยู่เดี่ยวจะขันคูในเวลาเช้าและเย็น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวจะเข้าอยู่รวมกัน หากินเป็นฝูงใหญ่
เวลาบินเห็นขอบท้ายของขนหางสีขาว
ลักษณะที่ดี
หัวโต ปากสั้น,ปลายจงอยปากงอเหมือนขอช้าง ขอบตากว้างชัด,ดวงตาสุกแดงเป็นสองชั้น สะพายท้ายตางอและดำ
คอยาว และมีสร้อยรอบคอ,คอต่อหลังตั้งเป็นหนอก ( คอหนอก ) หรือสันหลังแหลม ไหล่ผาย,อกตั้ง ไม่แคบ กุกหรือหลิ่วต้น หัวปีกแหลมและชิดปิดบัง,ปลายปีกไขว้ ท้ายตก ขนสันหลังหนา,ขนยาว รากขนดำลึก น้ำหมึกมาก แข้งมีสีแดง
ผักปลัง เท้าใหญ่ เล็บดำ เล็บก้อยยาว




นกหว้าหน้างามลาย .........คือดาวรายพรายเพริศเพรา
เที่ยวกินถิ่นลำเนา .............พาคู่เคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
นกหว้าหน้าเปรียบแต้ม .........ดรูเฉลา
ตัวลายพรายดาวเพรา ............เพริศหน้า
เที่ยวกินถิ่นลำเนา................ เคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า.............. เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ
หมายเหตุ
-ถิ่นกำเนิด พบในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรี ประเทศไทย พบทางภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์
ลงไปตลอดแหลมมลายู
-ลักษณะ เป็นนกขนาดใหญ่และไม่มีเดือย ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียมาก ตัวสีน้ำตาลปนเทา ขนปีกยาว มีจุดกลม
คล้ายลูกตา กลางหัวมีขนเป็นหงอนหรือสันเล็ก ๆ หน้าและคอสีฟ้า ปากเหลือง ขาแดงตัวผู้มีขนหางคู่กลางยาว
เลยเส้นอื่น ๆ ออกไปมาก ส่วนตัวเมียไม่มี
-นิสัย นกหว้าชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบและป่าลึก เป็นนก ขี้อาย ไม่ชอบให้ใครพบเห็น มีเสียงร้องดังมาก
ปกติชอบอยู่เดี่ยว นอกเสียจากฤดูผสมพันธุ์
-อาหาร นกหว้ากินเมล็ดพืช ผลไม้ที่หล่นตามพื้นดิน แมลงและตัวหนอน
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้ทำลานไว้สำหรับรำแพนอวดตัวเมีย เรียกลานนักหว้า โดยจะรักษาความสะอาดลานของมันอย่างดีเก็บกิ่งไม้ใบไม้ออกหมดอยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นตัวผู้ก็จะ
ร้องเรียกตัวเมีย เมื่อพบตัวเมีย ตัวผู้ก็จะรำแพนขนปีกเพื่อเรียกร้องความสนใจก่อนผสมพันธุ์ พ้นฤดู
ผสมพันธุ์แล้วตัวเมียก็แยกออกไปทำรังออกไข่ ตัวเมียสร้างรังหยาบ ๆ ด้วยกิ่งไม้เล็กๆ บนพื้นดินใต้พุ่มไม้ทึบ
ปูพื้นด้วยใบหญ้า วางไข่ครั้งละ 2 ฟอง เท่านั้น โดยวางไข่ห่างกัน 2 วัน ระยะฟักไข่ 26 วัน
นกหว้า
ชื่อสามัญ GREAT ARGUS PHEASANT
ชื่อวิทยาศาสตร์ Argusianus argus



นกกระเรียนเวียนลงหนอง......... ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ.............. เดียรดาษแลแหล่เหลือหลาย ฯ
นกกระเรียนเวียนว่อนน้ำ .........เลงแล
ลงย่องร้องแกร๋แกร๋.................. แจ้มจ้า
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ ...............ลงล่อง
บินกลาดกลุ้มท้องฟ้า.............. ร่อนร้องเหลือหลาย ฯ
หมายเหตุนกในวงศ์นกกระเรียน เป็นนกที่ผู้คนจะประทับใจเป็นพิเศษ กับท่วงท่าที่ราวกับนักระบำ
กำลังเต้นระบำพร้อมกับส่งเสียงร้องดัง ในขณะเกี้ยวพาราสีกัน ในฤดูผสมพันธุ์ และ เรื่องความเชื่อที่ว่า นกกระเรียน
จะจับคู่เดิมกันตลอดชีวิต มีจำนวนราว 230,000 ตัวในโลก ฝูงขนาดใหญ่ ที่เคยพบ มีจำนวนนกถึง 400 ตัวหรือมากกว่านั้น
-ลักษณะ
เป็นนกขนาดใหญ่ที่เคยพบตามท้องทุ่งที่ชื้นแฉะ และหนอง บึง เมื่อยืนมีความสูงราว 150 ซ.ม.
ออกหากินเป็นคู่และกลุ่มครอบครัว และจะจับคู่อยู่ด้วยกันตลอดชีวิต มีความผูกพันกับคู่สูงมาก
ชอบกินแมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ เมล็ดข้าว และหญ้าอ่อน วางไข ่ครั้งละ 2 ฟอง
ประโยชน์ไว้ดูเล่นและเป็นเกมกีฬายิงนก
วิธีขยายพันธุ์นกกระเรียนชอบทำรังในที่ราบบนภูเขาสูง มากกว่า ในที่ลุ่มชื้นแฉะ แหล่งทำรังวางไข่
ที่สำคัญ อยู่ในทุ่งหญ้าเสต็บป์ แถบ ภาคตะวันตก ของ ยูเรเซีย ตั้งแต่พื้นที่โดยรอบทะเลดำ ไปจนถึง ตอนเหนือ

ของ ภาคตะวันออกของจีน มีแหล่งวางไข่แยกย่อยออกไป พฤติกรรมการเกี้ยวพาราสี จะเป็นลักษณะเฉพาะของ
นกในวงศ์ นกกระเรียน คือ จะบินขึ้นลงในระยะเตี้ยๆ เหมือนเต้นระบำ โดยกางปีก และ ห่อปีก ย่อตัวขึ้นลง งอ
และ ยืดหดคอเป็นจังหวะ สลับกับการเงยหน้าขึ้นข้างบน และ อ้าปากร้องเสียงดัง แต่การร้องและเต้นระบำนี้
ไม่ใช่เฉพาะเพื่อการเกี้ยวพาราสีเท่านั้น แต่ ใช้ในการขับไล่ นกตัวผู้ตัวอื่น หรือ เพื่อแย่งชิง นกตัวเมียด้วย
นกกระเรียน เดอร์ มัวร์ แซล มีหลอดคอ และ ท่อเสียงสั้น จึงร้องได้ไม่ดังนัก และ เสียงร้องจะแหบ ไม่ร้องเสียงดัง
และ แหลมเหมือนเสียงทรัมเปต อย่างนกกระเรียนขนาดใหญ่อื่นๆ ในขณะ เต้นระบำ เกี้ยวพาราสีกันด้วย
นกกระเรียนชนิดนี้ มีการจับคู่เดิมมากกว่า หนึ่งฤดูผมพันธุ์ เมื่อตัวหนึ่งตาย หรือ การฟักไข่ ไม่ประสบความสำเร็จ
จึงจะเปลี่ยนคู่ใหม่

นกกระเรียน
ชื่อสามัญ
Sarus Crane
ชื่อวิทยาศาสตร์
Grus antigone





นกแก้วแจ้วเสียงใส ............คลอใคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลา .................ผาแขกเต้าเหล่าโนรี ฯ
นกแก้วแจ้วรี่ร้อง.......... เร่หา
ใกล้คู่หมู่สาลิกา............ แวดเคล้า
นกตั้วผัวเมียมา .............สมสู่
สัตวาผ่าแขกเต้า ............พวกพ้องโนรี ฯ
หมายเหตุอยู่รวมเป็นฝูง ขณะหากินส่งเสียงร้องรับดังมาก เมื่อลงหากินที่พื้นดิน จะมีตัวหนึ่ง
เกาะระวังภัยอยู่บนที่สูง ทำรังในโพรงไม้ วางไข่ครั้งละ 1-10 ฟอง ส่วนมากตัวเมียกกไข่ ใช้เวลาฟัก
18-30 วัน อายุนก 30-70 ปี
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ ในธรรมชาติ หรือ ถ้าบริเวณบ้าน และ สิ่งแวดล้อม เอื้ออำนวย คุณอาจตกแต่ง สวน
ของคุณ ด้วย ต้นไม้ พืชอาหาร ถาดใส่น้ำก้นตื้นๆ ทำให้สวนของคุณร่มรื่น ไม่มีสัตว์เลี้ยง ที่อาจ รบกวนนก
เช่น สุนัข และ แมว หรือ หนู เพียงเท่านี้ คุณก็มีความสุขในบ้าน โดยมีนก อยู่รอบตัว แม้แต่กรงเลี้ยง นกเลี้ยง
ก็ไม่ควรเลี้ยง เพราะนกเหล่านั้น ดั้งเดิมคือนกพันธุ์แท้ ในธรรมชาติ บรรพบุรุษ ของ มัน ถูกกักขัง ทรมานทรกรรม
นานา นับประการ ภายใต้ คำพูดสวยหรู ว่า การปรับปรุงพันธุ์ จนที่สุด นกที่ทนการทารุณกรรมบางชนิด
ละทิ้งสัญชาติญาณป่าสิ้นเชิง กลายเป็นตุ๊กตา มีชีวิต ที่สักแต่ใคร จะทำให้มันเปลี่ยนสีสันได้ตามใจชอบ
ถ้าค่านิยมชอบเลี้ยงนกยังมีอยู่ ก็จะมีนกชนิดอื่นๆ ถูกจับมา ทรมานทรกรรม หลายชั่ว อายุ บังคับให้มันละทิ้ง
สัญชาติญาณป่า ให้ได้ โดยอ้าง การปรับปรุงพันธุ์ . ชีวิตคนเรา นั้นสั้นนัก ถ้าคุณเลือกที่จะไม่เลี้ยงนก
วันนี้ก็ยังไม่สาย ที่คุณจะทำสิ่งที่เป็นเนื้อนาบุญ แก่ชีวิต และ จิตวิญญาณ ของคุณตลอดไป

นกแก้ว
ชื่อสามัญ Psitticus erithacus erithacus
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Congo African Grey Parrot)
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Aves
อันดับ: Psittaciformes
วงศ์: Psittacidae






นกกระจิบกระจาบมั่ว .........ปากตะกั่วชายชมพู
นกไส้นกกรอดดู ...............จ้อแจ้อยู่ดูเพรียกไพร ฯ
กระจิบกระจาบน้อยน่า...... เอ็นดู
ปากตะกั่วชายชมพู........... แห่งห้อม
นกไส้กรอดดูพู ................พองปีก
จอแจพรังพรั่งพร้อม .........เพรียกร้องในไพร ฯ
นกกระจาบ มีชื่อภาษาปะกิตว่า weaver bird แปลว่า นกช่างทอ
หมายเหตุเป็นนกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 13 เซนติเมตร (จากปลายปากถึงปลายหาง)
ลำตัวสีน้ำตาล ข้างแก้มสีขาว ข้างหูและใต้คอ สีดำ ตัวผู้สีสดใสกว่าตัวเมียเล็กน้อย อยู่รวมกันเป็นฝูง
ใกล้บริเวณที่คนอยู่ ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูง 1,800 เมตร
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ทำรังตามใต้หลังคาบ้าน หรือตามหลืบตามซอก ขยายพันธุ์ได้ตลอดปี
วางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ใช้เวลาฟักประมาณ 13 วัน ออกจากไข่แล้วประมาณ 14 วัน จะบินได้





กางเขนรำเขนหาง........บ่าวขุนพลางกางปีกรา
จินโจ้แกงจืดมา............ร้องแจ้วจ้าป่าวังเวง ฯ
กางเขนรำไต่ต้น..............พฤกษา
บ่าวขุนกางปีกรา..............ปากอ้า
จินโจ้แกงจืดมา...............พูดเพรียก
นกพริกร้องแจ้วจ้า...........ป่าก้องวังเวง ฯ
หมายเหตุเป็นนกกินแมลง ขนาดเล็ก
-ลักษระรูปร่าง ลำตัววัดถึงหางยาวประมาณ ๒๓ เซ็นติเมตร ปากแหลมเรียว ขายาวแข็งแรง ขนปกคลุม
ลำตัวสีขาวสลับดำตัวผู้ขนด้านบนลำตัวมีสีดำ เหลือบรวมทั้งหัวและหน้าอก ตัวเมียสีดำที่ด้านบนลำตัวและอก
เป็นสีเทาเข้ม นกโตไม่เต็มวัย สีคล้ายนกตัวเมียมีลายสีน้ำตาลจางๆที่หน้าอก เวลาเดินชอบกระดก
และแพนหางอยู่เสมอเป็นนกที่มีเสียงไพเราะ มักพบเกาะเดินอยู่ที่ยอดไม้ หลังคาบ้าน ส่งเสียงร้องแหลม
หวีดหวิวแต่หวานไพเราะร้องในตอนเช้า เพื่อประกาศอาณาเขต
-ถิ่นที่อยู่ของนกกางเขนบ้านนี้พบบริเวณสวนผลไม้ในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดนครนายก บ้านมีบริเวณสวนร่มรื่น
นกกางเขนบ้านนี้มีความสัมพันธ์กับชุมชนชาวสวน เพราะช่วยกำจัดแมลง หนอนซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่ง

ประโยชน์ไว้กำจัดแมลงตามสวนและไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์รังทำเป็นรูปถ้วย ตามพุ่มไม้หรือต้นไม้เตี้ย บางครั้งอาจเข้ามา ทำรังตามหลังคาบ้าน
หรือศาลพระภูมิ วางไข่ครั้งละ ๔ - ๕ ฟอง








นกขมิ้นเหลืองหลากหลาย ........มีสพายหมายสองคาง
เหลืองอร่ามงามปีกหาง......................... เห็นสำอางช่างมีพรรณ ฯ
นกขมิ้นเหลืองก่ำป้อง ...........ปีกหาง
มีสพายหมายสองคาง............................... ค่างแก้ม
เหลืองอร่ามงามปีกหาง .........................เห็นเลิศ
สร้อยสำอางอย่างแต้ม......................... แต่งให้มีพรรณ ฯ
หมายเหตุนกขมิ้นน้อยเป็นนกเมืองที่มีเสียงไพเราะมาก สามารถร้องได้หลายเสียง
แต่เสียงที่ได้ยินบ่อยและผมชอบมากๆ คือ เสียง "จี๋จ่อๆ" นอกจากจะร้องเพลงเพราะแล้ว
นกขมิ้นน้อยยังมีสีสันสวยงาม เข้าทำนองรูปหล่อพ่อรวย เอ๊ย รูปงาม นามเพราะ แถมยังเสียงดีอีกต่างหาก
นกชนิดนี้กระโดดโลดเต้นตามต้นนนทรี มุดไปมุดมาหาหนอนหาแมลง บางครั้งก็หยุดร้องเพลง
เสียทีหนึ่งเพื่อให้นกตัวอื่นรู้ว่าเขตนี้เป็นของฉันนะ ห้ามบุกรุก หรืออะไรทำนองนี้แหละ
ในประเทศไทยมีนกขมิ้นทั้งหมดสามชนิดครับ คือนกขมิ้นน้อยสีเขียว ขมิ้นน้อยปีกสีเรียบ
และเจ้านกขมิ้นน้อยธรรมดา
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ผมมีโอกาสได้เฝ้าดูนกขมิ้นน้อยคู่หนึ่งเลี้ยงดูลูกน้อยในรังที่ทำอยู่บนต้นโพธิ์
ที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บอกตามตรงครับอึ้งเลยกับพฤตกรรมของพ่อแม่นก
เพราะในขณะที่แดดออกพ่อ กับแม่นกก็จะช่วยกันบังแดดให้ลูกนก พอฝนตกเค้าก็จะพองขนจนคลุมรังมิดชิดแถมยังคอยสะบัดขนเพื่อไมให้น้ำฝนไหลไปเปียกลูกน้อยในรัง
คอยประคบประหงมเลี้ยงดูอย่างดี บางครั้งอาจดีกว่ามนุษย์ใจร้ายบางคนเสียอีก
นกขมิ้น
ชื่อสามัญ Common Iora
ขนาด ใกล้เคียงกับนกกระจอก
ถิ่นที่อยู่ สวนสาธารณะในเมือง และชายป่า
อาหาร แมลง หนอน
สถานภาพ พบบ่อย
Bird Tip หากมีเวลาไปเดินเล่นยามเช้าในสวนสาธารณะก็จะได้เห็นเอง





นกคุ่มซุ่มอยู่นอน ในดงดอนส้อนไคลคลา
ลายเลือนเหมือนนกกระทา แต่ตัวน้อยค่อยเก็ยกิน ฯ
นกคุ่มซุ่มอยู่ข้อย ไปมา
ดงดอนซ่อนกายา กระจ้อย
ลายเลือนเหมือนนกกระทา กระแจ่ม
แต่ว่าตัวน้อยน้อย ค่อยเถี้ยวเก็บกิน ฯ
หมายเหตุนกคุ่มเป็นนกป่าที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงไว้ฟังเสียงขัน บางคนเชื่อว่า
นกคุ่มสามารถระงับเหตุร้าย นกคุ่มมี ๒ ชนิด คือ นกคุ่มคา และนกคุ่มพร้าว
นกคุ่มเป็นนกในตระกูลไก่ ไม่มีขนหาง จับเกาะกิ่งไม้ไม่ได้ อาศัยอยู่ตามพื้นดินในที่มีหญ้าปกคลุม
กินดอกหญ้าและตัวแมลงเป็นอาหาร ตัวเมียโตกว่าตัวผู้ และนิสัยดุ
ประโยชน์ไว้ดูเล่น
วิธีขยายพันธุ์ตัวผู้ทำหน้าที่กกไข่และเลี้ยงลูก ตัวเมียจะส่งเสียงขันเพื่อเรียกตัวผู้ มาผสมพันธุ์
ชอบเกลือกดิน พอจุตัวแล้วนอนทำรังง่ายๆ ด้วยใบหญ้า บนพื้นดิน นกคุ่มคาตัวจะเล็กกว่านกคุ่มพร้าว
สีของขนที่ท้อง จะเป็นสีแดง ตัวเมียวางไข่ครั้งละ ๔ - ๖ ฟอง ชอบอยู่กันเป็นฝูงๆ ละ ๔ - ๖ ตัว
วงศ์ : TURNICIDAE



นกเงือกอยู่ในโพรงไม้ ผัวฟักไข่เมียผันผาย
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย ผัวหมายไว้ให้รวงรัง ฯ
นกเงือกอยู่ซอกไม้ เรียงราย
ผัวฟักเมียผันผาย ด่วนได้
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย ลืมคู่
ผัวอดอาหารให้ อยู่เฝ้ารวงรังฯ
หมายเหตุนกเงือก (HORNBILL) ทั่วโลกมี ๕๕ ชนิด มีการแพร่กระจายอยู่ในแถบเขตร้อน
ของทวีปอาฟริกา และเอเซีย ประเทศไทยมีนกเงือก ๑๓ ชนิด ซึ่งในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งมีอาณาเขต
ส่วนหนึ่งอยู่ใน จังหวัดนครราชสีมา มี ๔ ชนิด ได้แก่ นกกก หรือ นกกะวะหรือ นกกาฮัง นกเงือกสีน้ำตาล
นกเงือก กรามช้าง หรือนกกู่กี๋ และนกแก๊ก หรือนกแกง นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ อาจมีความยาว ๑.๕ เมตร
เมื่อวัดจากปากถึงปลายหาง ส่วนมากมักจะมีขนสีดำสลับขาว มีลักษณะการทำรังโดยตัวเมียปิดขัง
ตัวเองอยู่ภายในโพรงไม้ นกเงือกมีนิสัยในการทำรังผิดแปลกไปจากนกอื่นใดในโลก คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง
นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา
เนื่องจากนกเงือกอาศัยทำรังในโพรงไม้ใหญ่ และกินอาหารที่ได้จากผลผลิตในป่า
นกเงือกจึงเป็นดัชนีบ่งชี้ความสมบูรณ์ ของป่า หรือสัญลักษณ์ของป่าดงดิบเป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่งในระบบนิเวศ
ประโยชน์ไว้ดูเล่นและรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ
วิธีขยายพันธุ์นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว จะมีการเกี้ยวพาราสี เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง
จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะผสมวัสด
ุเหล่านี้กับมูลของมันเอง เมื่อปิดปากโพรงจึงเหลือเพียงช่องแคบ ๆ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก ตัวผู้จะทำหน้าที่ดูแลตัวเมียและลูกโดยส่งอาหารผ่านทางปากโพรง


หลักการและเหตุผล
1.เห็นว่าชนิดของสัตว์ปีกมีมากมาย และบทกาพย์ห่อโครงของแต่ละบทโดยเฉพาะของสัตว์นั้นไพเราะมาก
2.สามารถหาแหล่งข้อมูลได้ง่าย เพราะที่บ้านมีหนังสือที่เกี่ยวกับสัตว์ปีกมากมายหลากหลายอยู่แล้ว
3.เป็นคนที่ชอบนกอยู่แล้ว ด้วยความชอบนี้เลยเป็นแรงจูงใจอย่างดีที่ทำให้เลือกที่จะศึกษาพันธุ์ของสัตว์ปีก





วัตถุประสงค์ในการจัดทำ

1.เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เข้ามาศึกษาค้นคว้าหาความรู้ นำเอาไปประกอบการทำรายงานหรือเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันก็ได้ค่ะ
2.เพื่อจะได้เป็นการทบทวนบทเรียนในภาษาไทยเรื่องนิราศธารทองแดง
3.เพื่อให้ตัวเองและเพื่อนๆมีความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวกับนิราศธารทองแดง การแต่งกาพย์ห่อโครง ชื่อของสัตว์ชนิดต่างๆ และการเรียนรู้ที่จะหาแหล่งข้อมูลในสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา




กระบวนการ/ขั้นตอน/วิธีการดำเนินการ

1.รวบรวมกาพย์ห่อโครงที่เกี่ยวกับสัตว์ปีกในเรื่องนิราศธารทองแดงอย่างน้อย10-15บท
2.หาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับสัตว์ปีกเช่น ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสามัญ ชื่อท้องถิ่น แหล่งที่อยู่ ถิ่นกำเนิด และการดำรงชีวิตของสัตว์ปีกในแต่ละชนิด
3.หารูปประกอบต่างๆมาตกแต่งให้สวยงาม
4.ตรวจทานข้อมูลทั้งหมด ทั้งการสะกด ทั้งการวางรูปรวมถึงการใช่คำในภาษาไทย(ต้องเป็นคำที่สุภาพ ไม่อย่างนั้นเครื่องจะไม่ทำการPostให้)
5.นำข้อมูลทั้งหมดมาใส่ในกระดานสีชมพูแล้วไปตั้งกระทู้ใหม่ที่เป็นของตัวเองแล้วPostข้อมูลได้เลย
6.เปิดกระทู้ของตัวเองแล้วตรวจทานอีกครั้งว่ารูปขึ้นหรือไม่ถ้าไม่ขึ้นให้ไป Post ใหม่ในกระทู้เดิม(เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาต่ออาจารย์ที่จะต้องมานั่งลบกระทู้อยู่)




ผลของการดำเนินการ/ความสำเร็จ/ข้อค้นพบ/ความภูมิใจ

1.ได้รู้ชนิดต่างๆของนกมากขึ้น
2.ได้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับนกมากขึ้น
3.ทำให้ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
4.ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้น




อุปสรรค ปัญหา/ข้อเสนอแนะ

ปัญหา

ไม่รู้วิธีการใส่สีของตัวอักษรในการPost เลยทำให้ข้อมูลที่ออกมาไม่สวยเท่าที่ควร
ไม่รู้วิธีการใส่พื้นหลังของการPostในเว็บ
ไม่รู้วิธีการที่จะขยายขนาดของตัวอักษรในการPost
หาข้อมูล โดยเฉพาะการหาชื่อวิทยาสาสตร์ได้ยากมาก
ข้อเสนอแนะ
[img][/img]

ควรให้ทำอย่างนี้ในทุกเรื่องที่ได้เรียนเพื่อเป็นคะแนนเก็บ
ควรให้ทำเป็นเว็บไซด์ของตัวเองเลย
ควรจะมีคะแนนในการทำงานแต่ละชิ้นมากๆเช่นใครส่งได้ 100คะแนนไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงามเอาแค่ให้งานถูกต้องก็พอ ใครไม่ส่ง 0 คะแนน ไปเลยค่ะอาจารย์





ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีข้อสงสัยก็Postมาถามได้เลยนะค่ะ จะพยายามหาคำตอบมาให้ได้เร็วที่สุดค่ะ





: ด.ญ.นันทพร เมธยาภิรมย์ ม.2/11B - 06/12/2005 11:39

 

 

โครงงานศึกษาสัตว์ปีกในนิราศธารทองแดง





เที่ยวกินถิ่นลำเนา..........เคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า.........เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ
นกหว้าหน้าเปรียบแต้ม..........ดรูเฉลา
ตัวลายพรายดาวเพรา..........เพริศหน้า
เที่ยวกินถิ่นลำเนา..........เคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า..........เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ


ถิ่นกำเนิด:พบในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรี ประเทศไทย พบทางภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปตลอดแหลมมลายู
ลักษณะ:เป็นนกขนาดใหญ่และไม่มีเดือย ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียมาก ตัวสีน้ำตาลปนเทา ขนปีกยาว มีจุดกลมคล้ายลูกตา บนปีกเป็นระยะตามความยาวของปีก กลางหัวมีขนเป็นหงอนหรือสันเล็ก ๆ หน้าและคอสีฟ้า ปากเหลือง ขาแดงตัวผู้มีขนหางคู่กลางยาวเลยเส้นอื่น ๆ ออกไปมาก ส่วนตัวเมียไม่มี
นิสัย:นกหว้าชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบและป่าลึก เป็นนก ขี้อาย ไม่ชอบให้ใครพบเห็น มีเสียงร้องดังมาก เราจึงมักได้ยินเสียงร้องมากกว่าเห็นตัว ปกติชอบอยู่เดี่ยว นอกเสียจากฤดูผสมพันธุ์
การสืบพันธุ์:เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้ทำลานไว้สำหรับรำแพนอวดตัวเมีย เรียกลานนักหว้า โดยจะรักษาความสะอาดลานของมันอย่างดีเก็บกิ่งไม้ใบไม้ออกหมดอยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นตัวผู้ก็จะร้องเรียกตัวเมีย เมื่อพบตัวเมีย ตัวผู้ก็จะรำแพนขนปีกเพื่อเรียกร้องความสนใจก่อนผสมพันธุ์ พ้นฤดูผสมพันธุ์แล้วตัวเมียก็แยกออกไปทำรังออกไข่ ตัวเมียสร้างรังหยาบ ๆ ด้วยกิ่งไม้เล็กๆ บนพื้นดินใต้พุ่มไม้ทึบ ปูพื้นด้วยใบหญ้า วางไข่ครั้งละ 2 ฟอง เท่านั้น โดยวางไข่ห่างกัน 2 วัน ระยะฟักไข่ 26 วัน
อาหาร:นกหว้ากินเมล็ดพืช ผลไม้ที่หล่นตามพื้นดิน แมลงและตัวหนอน

.....นกเขาเค้าเคียงคู่.......... ก่งคอคูคู่ขานขัน
กระทาทักปักกรอกัน.......... ข้างขันไขว่ไล่ลายชม ฯ
.....นกเขาขันคู่คู้..........เคียงขยัน
คอเก่งคูขานขัน..........คั่นหน้า
กระทาทักปักกรอกัน..........เสียงเฉื่อย
ลามไล่ไขว่ขวัญจ้า.........แปลกขู้ชนแทง ฯ

นกเขาชวา:

นกเขาชนิดพันธุ์นี้เป็นนกเขาที่มีขนาดเล็กมากที่สุดเป็นนกที่มีเสียงขันไพเราะเป็น ที่ชื่นชอบของคนทั่วไป นอกจากนี้ยังเชื่อถือกันว่าเป็นนกที่นำโชคลาภมาให้แก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย

ชื่อวงศ์: Columbidae
ชื่ออื่น: นกเขาเล็ก นกเขาแขก
ชื่อสามัญ: Zebra Dove or Barrec ground Dove or Javanese striated Ground Dove
ชื่อวิทยาศาสตร์: Geopelia striata striara (Linnaeus)

ถิ่นกำเนิด:


พบมีอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย (ชวา) มาเลเซีย ในไทยนั้นพบมากทางภาคใต้เมื่อ 70ปีก่อนซึ่งปัจจุบันถูกนำมาเลี้ยงในประเทศและแพร่พันธุ์ได้ดีไปทุกภาคจนกลายเป็นนกประจำถิ่น พบได้ในทุ่งโล่ง และป่าละเมาะ และมีพบในฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย

รูปร่างลักษณะ:


ตัวเล็กกว่านกเขาไฟ ตัวเล็กกว่านกเขาชนิดอื่น ๆ ขนปกคลุมตัวสีน้ำตาลหัวสีเทา หรือมีสีที่หัวเป็นสีน้ำเงิน ด้านข้างคอมีแถบสีดำสลับกับแถบขาวเป็นลายตามขวาง ด้านหลังสีเข้มมีขีดขวาง คล้ายกับลายของม้าลายในต่างประเทศ จึงเรียกนกเขา "ม้าลาย"ด้านท้องสีจาง ใต้ลำตัวเป็นสีขาวมีขีดขวางเล็ก ขอบท้ายของขนหางสีขาว

อุปนิสัย:


ชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่ง ป่าละเมาะชายทุ่งและบริเวณที่ทำการเพาะปลูก ชอบอยู่กันเป็นคู่ บางทีก็เห็นอยู่เดี่ยวแต่ไม่ ชอบหากินอยู่เป็นฝูงใหญ่ มักขันบ่อย ๆ ในยามเช้าและยามเย็น เป็นนกที่เชื่องคนง่าย

ลักษณะที่ดี:

ปากงอเหมือนขอช้าง
มีสร้อยรอบคอ,ขนที่คอสีหมึกดำ
อกนูน
ขนสีดำมีสีขาวแซมที่ปีกหรือขนขาวทั้งตัว
หน้าผากขาว
ขนขาวรอบขอบตา,ขอบตากว้าง
ขนหางยาวยื่นออกเป็นเส้นเดียว
เท้าสีขาวเขียว ฝ่าเท้าดำ


.....ไก่ป่าขันเจื่อยแจ้ว.........กลางดิน
ลูกเมียเขี่ยหากิน.........กกเหล้น
เห็นคนก่นวิ่งบิน.........ถามตื่น
ซอกซอนซ่อนตัวเร้น.........พุ่มไม้สูญหาย ฯ
.....ไก่ฟ้าอ้าสดแสง.........หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
ปีกหางต่างสีแกม.........สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน ฯ


นกคุ่ม

.....นกคุ่มซุ่มอยู่นอน..........ในดงดอนส้อนไคลคลา
ลายเลือนเหมือนนกกระทา.........แต่ตัวน้อยค่อยเก็ยกิน ฯ
.....นกคุ่มซุ่มอยู่ข้อย..........ไปมา
ดงดอนซ่อนกายา..........กระจ้อย
ลายเลือนเหมือนนกกระทา..........กระแจ่ม


รูปร่างลักษณะ:เป็นนกขนาดเล็ก ความยาวจากปลายปากจดหาง 17 - 18 ซม. นกตัวผู้ ลักษณะเด่น คือ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล บริเวณอก มีแต้มสีดำขนาดใหญ่ , ท้อง สีขาว มีลายขีดสีดำ บริเวณสีข้าง และ ใต้คอ สีขาว มีเส้นสีดำ 2 เส้น เส้นหนึ่งพาดตรงกลาง อีกเส้นหนึ่ง ลาก จากปลายเส้นแรก ขึ้นไปจรดขนบริเวณหู อีกเส้นหนึ่ง เป็นเส้นโค้งสีดำ รอบคอ ด้านล่าง มีคิ้ว หรือ เส้นที่ลากเหนือตา สีขาว ยาวโค้งลงไปจนถึง ข้างท้ายทอย ในฤดูผสมพันธุ์ นกตัวผุ้จะมีสีส้มอมแดง บริเวณข้างคอเข้มกว่า ในฤดูปกติ
นิสัยประจำพันธุ:อาศัย และ หากินบนพื้นดิน ตามทุ่งหญ้า และ ป่าละเมาะ พบอยู่เป็นคู่ หรือ เป็นฝูงเล็กๆ หากินในตอนเช้าตรู่ และ ใกล้ค่ำ เมื่อตกใจ หรือ มีศัตรู จะบินเรี่ยพื้นไป ประมาณ 10 - 20 เมตร แล้วค่อยลงดิน บางครั้ง ก็หลบ ซ่อนตามใต้พุ่มไม้ หรือ ในกอหญ้า เนื่องจากนกคุ่มอกดำ มีสีสันกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ศัตรูจึงมองไม่ค่อยเห็นตัว
แหล่งอาศัยหากิน:ทุ่งโล่ง ทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ในพื้นที่ที่ค่อนข้างร้อนแล้ง ตาม ใต้พุ่มไม้เตี้ยๆ และ รก หรือใต้พุ่มไม้ ที่ขึ้นกระจัดกระจาย บริเวณชายฝั่งทะเล , พื้นที่เกษตรกรรม หลังฤดูเก็บเกี่ยว ตั้งแต่พื้นราบ จนถึง พื้นที่ราบ ในระดับ ความสูง 1,525 เมตร จากระดับน้ำทะเล แต่ ส่วนใหญ่จะพบในที่ราบต่ำ ใกล้ระดับน้ำทะเลมากกว่า
อาหาร:ได้แก่ เมล็ดหญ้า เมล็ดธัญพืชต่างๆ แมลง และ สัตว์ขนาดเล็กที่อยู่ตามพื้นดิน หาอาหารด้วยการ เดินจิกกิน ไปตามพื้นดิน บางครั้งใช้เท้าคุ้ยเขี่ยแบบไก่

นกเงือก
.....นกเงือกอยู่ในโพรงไม้..........ผัวฟักไข่เมียผันผาย
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย..........ผัวหมายไว้ให้รวงรัง ฯ
.....นกเงือกอยู่ซอกไม้..........เรียงราย
ผัวฟักเมียผันผาย..........ด่วนได้
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย..........ลืมคู่
ผัวอดอาหารให้..........อยู่เฝ้ารวงรัง

นกเงือก (HORNBILL) ทั่วโลกมี ๕๕ ชนิด มีการแพร่กระจายอยู่ในแถบเขตร้อน ของทวีปอาฟริกา และเอเซีย ประเทศไทยมีนกเงือก ๑๓ ชนิด
นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่:อาจมีความยาว ๑.๕ เมตร เมื่อวัดจากปากถึงปลายหาง ส่วนมากมักจะมีขนสีดำสลับขาว มีลักษณะการทำรังโดยตัวเมียปิดขังตัวเองอยู่ภายในโพรงไม้ นกเงือกมีนิสัยในการทำรังผิดแปลกไปจากนกอื่นใดในโลก คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา
:นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว จะมีการเกี้ยวพาราสี เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ เนื่องจากนกเงือกอาศัยทำรังในโพรงไม้ใหญ่ และกินอาหารที่ได้จากผลผลิตในป่า นกเงือกจึงเป็นดัชนีบ่งชี้ความสมบูรณ์ ของป่า หรือสัญลักษณ์ของป่าดงดิบเป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่งในระบบนิเวศ

นกหว้า

.....นกหว้าหน้างามลาย .........คือดาวรายพรายเพริศเพรา
เที่ยวกินถิ่นลำเนา .............พาคู่เคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
.....นกหว้าหน้าเปรียบแต้ม .........ดรูเฉลา
ตัวลายพรายดาวเพรา ............เพริศหน้า
เที่ยวกินถิ่นลำเนา................ เคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า.............. เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ

นกหว้าเป็นนกขนาดใหญ่และไม่มีเดือย จัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกไก่ฟ้าของไทย ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียมาก ชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบและป่าลึก ในระดับเชิงเขาจนกระทั่งความสูง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นนกขี้อาย ไม่ชอบให้ใครพบเห็น มีเสียงร้องดังมาก เราจึงมักได้ยินเสียงร้องมากกว่าเห็นตัว เสียงที่ร้องดัง “ว้าว ว้าว”บางครั้งร้องได้ถึง 30 ครั้ง ได้ยินไปทั่วป่า ปกติชอบอยู่โดดเดี่ยว นอกจากฤดูผสมพันธุ์

เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะทำลานไว้สำหรับรำแพนอวดตัวเมีย เรียก ลานนกหว้า ที่ลานนั้นมันจะรักษาความสะอาดอย่างดี เก็บกิ่งไม้ใบไม้ออกหมดตลอดเวลา หลังจากนั้นตัวผู้ก็จะร้องเรียกตัวเมีย เมื่อพบตัวเมีย ตัวผู้จะรำแพนขนปีกเพื่อดึงดูดใจก่อนผสมพันธุ์
ในเรื่องเพชรพระอุมานั้นนกหว้าได้ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดย ม.ร.ว เชษฐา โดยได้ถามจันว่าบริเวณนี้(โป่งน้ำร้อน)มีนกหว้าด้วยหรือ เนื่องจากได้ยินเสียงร้องของมัน ส่วนอีกครั้งก็ตอนที่รพินทร์และนายจ้างแยกตัวออกไปตามล่าไอ้แหว่ง ได้ไปพบลานของมันเข้า และรพินทร์ได้อธิบายพฤติกรรมของเจ้าสัตว์ชนิดนี้ให้ฟัง

นกกระเรียน

นกกระเรียนเวียนลงหนอง......... ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ.............. เดียรดาษแลแหล่เหลือหลาย ฯ
.....นกกระเรียนเวียนว่อนน้ำ .........เลงแล
ลงย่องร้องแกร๋แกร๋.................. แจ้มจ้า
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ ...............ลงล่อง
บินกลาดกลุ้มท้องฟ้า.............. ร่อนร้องเหลือหลาย ฯ

ชื่อสามัญ:Sarus Crane
ชื่อวิทยาศาสตร์:Grus antigone
ลักษณะ:เป็นนกขนาดใหญ่ที่เคยพบตามท้องทุ่งที่ชื้นแฉะ และหนอง บึง เมื่อยืนมีความสูงราว 150 ซ.ม. ออกหากินเป็นคู่และกลุ่มครอบครัว และจะจับคู่อยู่ด้วยกันตลอดชีวิต มีความผูกพันกับคู่สูงมาก ชอบกินแมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ เมล็ดข้าว และหญ้าอ่อน วางไข ่ครั้งละ 2 ฟอง
นกกางเขน




[center]กางเขนรำเขนหาง..........บ่าวขุนพลางกางปีกรา
จินโจ้แกงจืดมา..........ร้องแจ้วจ้าป่าวังเวง ฯ
กางเขนรำไต่ต้น..........พฤกษา
บ่าวขุนกางปีกรา..........ปากอ้า
จินโจ้แกงจืดมา..........พูดเพรียก
นกพริกร้องแจ้วจ้า..........ป่าก้องวังเวง ฯ


นกกางเขนบ้าน ชาวบ้านทั่วๆไปจะเรียกว่า นกกางเขน ลักษระรูปร่าง ลำตัววัดถึงหางยาวประมาณ ๒๓ เซ็นติเมตร ปากแหลมเรียว ขายาวแข็งแรง ขนปกคลุม ลำตัวสีขาวสลับดำตัวผู้ขนด้านบนลำตัวมีสีดำ เหลือบรวมทั้งหัวและหน้าอก ตัวเมียสีดำที่ด้านบนลำตัวและอก เป็นสีเทาเข้ม นกโตไม่เต็มวัย สีคล้ายนกตัวเมียมีลายสีน้ำตาลจางๆที่หน้าอก
นกกางเขนบ้านเป็นนกที่ปรับตัวเข้ากับคนได้ดีมักพบกระโดดคุ้ยเขี่ยหาแมลงอยู่ตามพื้นดินโดยเฉพาะบริเวณสนามหญ้า ยอดไม้ พุ่มไม้เตี้ยๆ เวลาเดินชอบกระดกและแพนหางอยู่เสมอเป็นนกที่มีเสียงไพเราะ มักพบเกาะเดินอยู่ที่ยอดไม้ หลังคาบ้าน ส่งเสียงร้องแหลม หวีดหวิวแต่หวานไพเราะร้องในตอนเช้า เพื่อประกาศอาณาเขต หากมีนกตัวอื่นรุกล้ำเข้ามาจิกตี ขับไล่หนีไป นกกางเขนนี้ชอบอาบน้ำ เล่นน้ำในเวลาอากาศร้อน อาหาร ได้แก่ แมลงและสัตว์ขนาดเล็กหลายชนิด รังทำเป็นรูปถ้วย ตามพุ่มไม้หรือต้นไม้เตี้ย บางครั้งอาจเข้ามา ทำรังตามหลังคาบ้าน หรือศาลพระภูมิ วางไข่ครั้งละ ๔ - ๕ ฟอง
ถิ่นที่อยู่ของนกกางเขนบ้านนี้พบบริเวณสวนผลไม้ในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดนครนายก บ้านมีบริเวณสวนร่มรื่น
นกกางเขนบ้านนี้มีความสัมพันธ์กับชุมชนชาวสวน เพราะช่วยกำจัดแมลง หนอนซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่ง

 



: ด.ช.วทัญญู ชยุตสาหกิจ กับ ด.ช.พสุ มีเดช ห้องม.2/11B - 29/11/2005 13:13

 

โครงงานนิราศธารทองแดง - สัตว์น้ำ -



ชื่อไทย :: ปลากราย (ปลาหางแพน หรือ ปลาตองกราย)
ชื่อภาษาอังกฤษ :: Featherback
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ::Notopterus chitala

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดรูปร่างคล้ายปลาฉลาก ท้องแบน ลำตัวด้านข้างแบนมาก สันหลังส่วนต้นสูงชันและค่อย ๆ ลาดลงไปยังส่วนหางคล้ายมีด
พื้นที่ลำตัวสีเทาเงิน ลำตัวส่วนบนสีคล้ำกว่าด้านล่าง เกล็ดละเอียด หัวมีขนาดเล็กปลายหัวแหลมมน ปากกว้างสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก มีฟันแหลมคมบนขากรรไกร
ทั้ง 2 ข้าง ครีบหลังมีขนาดเล็กและมีส่วนปลายมนคล้ายขนนก ครีบท้องยาวเป็นแพรเชื่อมกับครีบหาง เหนือครีบก้นมีจุดดำขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยวงแหวน
สีขาวเรียบเป็นแถวอยู่ 5 - 10 จุด ลูกปลากรายเมื่อยังเล็กมีแถบสีดำประมาณ 10 -15 แถบพาดขวางลำตัว เมื่อโตขึ้นแถบดำเหล่านี้จะค่อยจางหายไปกลายเป็น
จุดขึ้นมาแทนที่ ปลากรายมีขนาดความยาวประมาณ 48 - 85 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: พบในประเทศไทย พม่า อินเดีย มาเลเซีย ในไทยพบทั่วไปตามแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ภาคเหนือเรียกว่า “ปลาแพน” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เรียกว่า “ปลาตองกราย”
............................ปลากรายกินแมลงน้ำ ลูกกุ้ง ปลาผิวน้ำตัวเล็กๆเช่น ปลากระทุงเหว ปลาซิว ปลาสร้อย

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: ชอบอยู่รวมเป็นฝูงเล็กๆ และหลบพักตามตอไม้ หรือซอกหิน ไม่ชอบแสงสว่างมากจึงมักออกหากินในเวลากลางคืน ชอบผุดขึ้นมาทำเสียง
ที่ผิวน้ำแล้วม้วนตัวกลับให้เห็นด้านข้างสีเงินขาว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาชะโด
ชื่อภาษาอังกฤษ :: Giant Snake-head Fish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์:: Channa micropeltes

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืด ลำตัวกลมยาวเป็นรูปทรงกระบอก รูปร่างคล้ายคลึงกับปลาช่อน เป็นปลาที่มีรูปร่างใหญ่ที่สุดในสกุลนี้ ลูกปลาชะโดเมื่อยังเล็ก ลำตัว
มีสีน้ำตาลและแถบสีเหลืองอมส้มพาดตามยาว โดยบริเวณโคนหางมีสีแดงสด เมื่อโตขึ้นส่วนบนของลำตัวมีสีเขียวอมน้ำเงินเข้มคลายสีเปลือกหอยแมลงภู่ ส่วนท้องสีขาว
กึ่งกลางลำตัวมีแถบดำพาดไปตามความยาวของลำตัว ภายในปากมีฟันแหลมคม ครีบหลังและครีบก้นยาวจนเกือบถึงโคนหาง ครีบหางมนกลม ปลาชะโดมีอวัยวะพิเศษ
ช่วยในการหายใจโดยไม่ต้องกรองผ่านช่องเหงือกเหมือนปลาช่อน

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: พบในแม่น้ำ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
............................ ปลาชะโดกินสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: เป็นปลาน้ำจืดที่ค่อนข้างดุ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อภาษาไทย :: ปลากะโห้
ชื่อภาษาอังกฤษ ::Giant Carp
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Catlocarpio siamensis

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เป็นปลาน้ำจืดจำพวกปลาตะเพียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง
พื้นลำตัวสีเทาแซมชมพู สันหลังเป็นสีน้ำตาลอมดำ ด้านข้างและส่วนท้องมีสีจางกว่า ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือ มีหัวยาวและใหญ่ผิดปกติ หัวมีผิวเรียบมันไม่มีเกล็ดคลุม
ความยาวของหัวประมาณ 1ใน3 ของลำตัว ตาโตและยื่นโปน ริมฝีปากล่างหนาและยื่นออกมาพ้นริมฝีปากด้านบน ปากกว้าง ขากรรไกรยาวถึงบริเวณตา มีฟันที่คอหอยเป็นแถว
อยู่ข้างละแถว ไม่มีหนวด เกล็ดมีขนาดใหญ่ขอบเรียบ ครีบหลังสูงและอยู่ตรงกับครีบท้อง ครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบหางเป็นแถบเว้าลึก ครีบทุกอันมีสีแดงปนส้ม ปลาตัวผู้มีลำตัว
เล็กและเรียว ส่วนท้องแบบเรียบและมีสีดำคล้ำกว่าตัวเมีย

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: ในประเทศไทยเคยมีอยู่ชุกชุมในลุ่มแม่นํ้า แม่กลอง เจ้าพระยาจนถึงบอระเพ็ดในปัจจุบันมีปริมาณน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีปรากฏให้พบเห็นอยู่บ้างในลำนํ้าโขง
ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า ปลากะมัน หรือ หัวมันอาหารของปลากะโห้ ได้แก่ แพลงก์ตอน พืชนํ้า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: มีนิสัยรักสงบ ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่รวมเป็นฝูงในแหล่งน้ำลึก แข็งแรงและอดทน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาบ้า (ปลาพวง)
ชื่ออังกฤษ :: Golden Shark
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Leptobarbus hoevenii

ลักษณะทั่วไป :: อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน เป็นปลาที่มีลำตัวยาวค่อนข้างกลม หัวโต นัยน์ตาค่อนข้างโต ปากกว้าง มีหนวด 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลือง
ส่วนของหลังสีดำปนเทา ท้องสีขาวจาง ครีบหางสีชมพู ครีบอื่นสีแดงจาง ๆ ขนาดตามยาวประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร


ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................:: อาศัยอยู่ตามน้ำไหล จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ พิจิตร แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง
........................:: ปลาชนิดนี้กินพวกเมล็ดของพันธุ์ไม้แทบทุกประเภทเป็นอาหาร ซึ่งเมล็ดของต้นไม้บางชนิดมีพิษ สารพิษจะเข้าไปสะสมอยู่ในตัวปลา เมื่อจับไปบริโภคจะทำให้
เกิดอาการมึนเมา ซึ่งเกิดในบางฤดูและบางท้องถิ่นเท่านั้น โดยปกติเนื้อของปลามีรสชาติดี

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รับสงบ ตื่นตกใจง่าย เลี้ยงง่าย โตเร็ว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปราดเปรียวว่องไว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาเทพา (ปลาเลิม)
ชื่ออังกฤษ :: Chao Phraya Giant Catfish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pangasius sanitwongsei

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในจำพวกปลาไม่มีเกล็ดหรือปลาหนัง จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาสวายและปลาเทโพ มีขนาดลำตัวยาวถึง 2.5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า
100 กิโลกรัม เป็นปลากินเนื้อที่มีส่วนหัวค่อนข้างสั้นแต่มีลักษณะแบนและกว้าง มีลักษณะเด่นตรงที่มีก้านครีบอันแรกของครีบหลัง ครีบอก และครีบท้อง มีขนาดใหญ่และยื่นยาว
เลยครีบออกไปมาก จึงดูสง่างามในเวลาว่ายน้ำมากกว่าปลาชนิดอื่นในวงศ์เดียวกัน

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................พบในประเทศไทยและประเทศในแถบอินโดจีน
........................อาหารที่ชอบได้แก่ ซากสัตว์ที่ตายลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ลูกปลาขนาดเล็กมักชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่และอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำนิ่ง กินแมลงน้ำ และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
เป็นอาหาร

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปกติจะว่ายน้ำตลอดเวลา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาเทโพ (ปลาหูหมาด)
ชื่ออังกฤษ :: Black Ear Catfish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pangasius larnaudii

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายปลาสวาย เพราะเป็นปลาในสกุลเดียวกัน มีหัวโต หน้าสั้นทู่กว่าปลาสวาย ลำตัวยาว ค่อนข้างแบน นัยน์ตาค่อนข้างโต
อยู่เหนือมุมปาก มีหนวดเล็กและสั้นอยู่ริมฝีปากบนมุมปากแห่งละคู่ ลักษณะมีสีคล้ำหรือสีน้ำเงินปนเทา หัวสีเขียว ท้องสีขาวเงิน มีจุดสีดำขนาดใหญ่อยู่เหนือครีบหู มีขนาดความ
ยาวประมาณ 80 - 120 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................เคยมีชุกชุมในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันพบในแม่น้ำโขง
........................อาหารได้แก่ สัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รักสงบ ว่องไวปราดเปรียว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลานวลจันทร์
ชื่ออังกฤษ :: Small Scale Mud Carp
ชื่อทางวิทยาศาสตร์:: Cirrhina microlepis

ลักษณะทั่วไป :: อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน มีรูปร่างเพรียวบาง ลำตัวค่อนข้างกลม ปากเล็ก สีของลำตัวมีตั้งแต่สีส้มปนเทา จนถึงน้ำตาลปนสีขาวเงิน ท้องสีขาว ครีบหลัง ครีบหาง
เป็นสีน้ำตาลปนเทา มีขนาดความยาวประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................พบในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่อยุธยาจนถึงนครสวรรค์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบแถบชายทะเล ชายแดนติดต่อแม่น้ำโขง
........................เป็นปลาที่กินอาหารไม่เลือก กินได้ทั้งพืช กุ้ง แมลงและตัวอ่อนของแมลง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: ปราดเปรียวว่องไว ไม่ค่อยอยู่นิ่ง อดทน เลี้ยงง่าย ชอบว่ายอยู่บริเวณพื้นน้ำ มักพบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ และหลบซ่อนตัวอาศัยอยู่ตามรากไม้หรือ
โขดหิน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาดุกอุย
ชื่อสามัญ :: Gunther's walking catfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Clarias macrocephalus

รูปร่างลักษณะ :: มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม มีลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน สีของลำตัวปลาดุกอุยจะมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็กๆ
เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลากระดี่
ชื่อสามัญ :: Moonlight gourami
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Trihogaster microlepis

ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย :: ตามแหล่งน้ำตื้นแถวท้องทุ่งบางเขน กรุงเทพมหานคร

รูปร่างลักษณะ :: ลำตัวจะเป็นสีขาวเงิน ลำตัวแบนข้าง ไม่มีจุด สีสันไม่คล้ำเหมือนกับกระดี่หม้อ กระดี่นางจะมีขนาดโตกว่ากระดี่หม้อเล็กน้อย แต่นิสัยเหมือนกระดี่หม้อ

อุปนิสัย :: เมื่อถึงคราวหน้าฝน ก็จะชวนกันจับคู่เพื่อผสมพันธุ์ โดยปลาตัวผู้จะทำหน้าที่พ่นฟองสีขาวออกมาเป็นกลุ่ม ชาวบ้านเรียกหวอดปลา ตัวเมียจะวางไข่ในหวอดเพื่อ
ให้ตัวผู้ฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาตะเพียน
ชื่อสามัญ :: Common silver barb
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Barbodes gonionotus,Puntius gonionotus

รูปร่างลักษณะ :: มีเกล็ด รูปร่างแบนข้าง ลำตัวค่อนข้างยาว มีเกล็ดบางแวววาวลำตัวด้านหลังคล้ำกว่าด้านท้อง ครีบต่างๆรวมทั้งปลายหางอาจเป็นสีแดงเรื่อๆหรือเป็นสีส้ม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อสามัญ :: ปลาดุก
ชื่ออังกฤษ :: Catfish

แหล่งกำเนิด :: พบได้ในทั่วโลก

ลักษณะ :: ผิวหนังหนา ไม่มีเกล็ด บางชนิดมีแผ่นกระดูก คลุมผิวหนัง ที่หนวด มีอวัยวะรับสัมผัสที่มีความไวมากและมีโครงสร้าง ซึ่งช่วยในการรับเสียง ครีบหลัง หรือ
ครีบอกก้านแรก มีลักษณะยื่นแหลม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาหมอ ชาวเหนือเรียก ปลาเสด็จ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Anabas testudineus

รูปร่างลักษณะ :: ไข่ปลาหมอมีลักษณะเหลืองอ่อนกลม ปลาหมอไทยมีลำตัวค่อนข้างแบน ลำตัวมีสีคล้ำ สีออกน้ำตาลปนดำหรือสีเขียวปนน้ำตาล ลักษณะเด่นคือ
มีเกล็ดแข็งห่อหุ้มตัวโดยตลอด ดวงตากลมโต ปากแยงขึ้นเล็กน้อย มีจุดดำที่โคนหาง ฟันค่อนข้างแหลมคม

อุปนิสัย :: อดทน กินอาหารแทบทุกชนิด แม้กระทั่งซากเน่าเปื่อยตามพื้นดินในน้ำ ป่ายปีนเก่ง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาปักเป้า
ชื่ออังกฤษ :: Puffer fish

แหล่งที่พบ :: เป็นปลาที่หาได้ในน้ำจืดและ น้ำเค็ม พบได้ทั่วไปในประเทศที่มีอากาศร้อนและอบอุ่น ในประเทศไทย พบปลาปักเป้าน้ำจืดได้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ
เช่นตามหนอง คลอง บึง ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน เป็นปลาปักเป้าทะเล พบได้ในอ่าวไทย

รูปร่างลักษณะ :: ตามปรกติปลาปักเป้าจะมีสภาพเหมือนปลาทั่วไป มีหนามสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิด หากถูกรบกวนจะพองตัวขึ้น มีรูปร่างคล้ายลูกโป่ง หรือลูกบอลลูน ปลาปักเป้า
ทะเล เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชาวประมง ถ้าพบเห็นบนเรือลากอวน เขาจะทำลายมันทิ้ง หรือโยนกลับลงไปในทะเล ในญี่ปุ่นเรียกปลา ชนิดนี้ว่า "Fugu" ชาวญี่ปุ่นชอบรับประทาน
แต่ต้องมีการเตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญ เฉพาะเป็นพิเศษ จึงจะไม่มีพิษ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาบู่
ชื่อสามัญ :: Sand goby
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Oxyeleotris marmoratus

รูปร่างลักษณะ:: มีลำตัวกลม ส่วนหัวใหญ่แล้วค่อยเรียวเล็กไปทางส่วนหาง มีเกล็ดเล็กละเอียด ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กแหลมคม ตามลำตัวลวดลายสีน้ำตาลหรืดน้ำตาลปนเทา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาหูช้าง
ชื่ออังกฤษ :: Batfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Ephippidae

รูปร่างลักษณะ :: ตัวอ้วน ลำตัวคล้ายหูช้าง

แหล่งที่พบ :: พบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน มักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่บางทีก็พบอยู่ตัวเดียว

ลักษณะนิสัย :: ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงตามแนวปะการัง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาสร้อย
ชื่อสามัญ : Jullien's Mud Carp
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Henicorhynchus siamensis

ลักษณะทั่วไป :: ลำตัวปราดเปรียว แบนข้าง ปากมีขนาดเล็ก กึ่งกลางของริมฝีปากมีปุ่มกระดูกยื่นออกมา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของปลาในตระกูลนี้คือไม่มีหนวด ตามปกติจะหากินกัน
เป็นฝูง ๆ ขนาดความยาวประมาณ 7 - 20 เซนติเมตร

นิสัย :: รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง

ถิ่นอาศัย :: พบทั่วไปทุกภาคของไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

อาหาร :: พืชน้ำ แมลงน้ำ

การสืบพันธุ์ :: ฤดูผสมพันธุ์จะรวมกันเป็นฝูงใหญ่ แล้วจะอพยพตัวไปหาที่ที่เหมาะสมในการวางไข่
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย ปลาช่อน ภาคอีสานเรียกปลาค้อ
ชื่อสามัญ Striped snake-head fish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Channa stiata

ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย :: แพร่หลายไปทุกภาค

รูปร่างลักษณะ :: ลำตัวด้านบนของปลาช่อนจะมีสีเทาปนน้ำตาลหรือสีดำด้านท้องจะเป็นสีค่อนข้างขาว ขนาดโตเต็มที่มีความยาวถึง 1 เมตร

อุปนิสัย :: หน้าแล้งผ่านไป เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝน ปลาช่อนตามแหล่งน้ำวัยเจริญพันธุ์จะช่วยกันกัดหญ้าชายน้ำทำแอ่งวางไข่ และเมื่อปลาช่อนตัวเมียออกไข่ปลาตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อ
เข้าผสม จากนั้นปลาตัวผู้จะคอยดูแลลูก ปลาตัวผู้จะคอยซุ่มอยู่เพื่อดูแลลูก เมื่อมีอันตรายจะคอยปกป้องลูก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อพื้นบ้าน :: ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาชะโอน ปลาหน้าสั้น ปลาโอน ปลาน้ำเงิน สยุมพร
ชื่อสามัญ :: Butter Catfish - Ompok bimaculatus

ลักษณะ :: ลำตัวสีขาว ระหว่างส่วนหัวติดต่อลำตัวจะมีสีแดง หนวดยาว และเงี่ยงคมมาก

ถิ่นที่อยู่ :: แม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ :: เป็นปลาที่มีราคาแพง สามารถทำเงินให้กับผู้ที่หาปลาเนื้ออ่อนได้มาก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อไทย :: ปลาม้า ภาคอีสานเรียกว่า ปลากวาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Boesmania microlepis

รูปร่างลักษณะ :: หน้าตา และมีครีบที่ยาวคล้ายม้า

แหล่งที่พบ :: แม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดนนทบุรีไปจนถึงชัยนาท ส่วนทางภาคอีสานก็จับได้จากแม่น้ำโขง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



๐.....ปลาแปปแลปลาเป้า.....ปลาเข้าเม่าปลาคางเบือน
ปลาม้าหน้าคนเหมือน.........ปลากดกรายสวายหางแดง ฯ
๐.....ปลาดุกปลาแปบเป้า.....แลเลือน
เข้าเม่าเหล่าคางเบือน.........มุ่งหม้าย
ปลาม้าหน้าคนเหมือน.........คนอยู่
ปลากดกรายสวายหว้าย......โบกน้ำหางแดง ฯ



ชื่อไทย: ปลาแปบ
ชื่ออังกฤษ::SIAMESE RIVER ABRAMINE
ชื่อวิทยาศาสตร์: Paralaubuca riveroi

ลักษณะทั่วไป:: เป็นปลาที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่ตามบริเวณผิวน้ำ แต่ละกลุ่มจะมีจำนวนไม่มากนัก ลำตัวยาวแบนข้างมาก ท้องเป็นเส้นคม เกล็ดเล็กบางและหลุดง่าย เพศผู้และเพศเมีย
มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ว่ายน้ำได้ปราดเปรียวว่องไว

ถิ่นอาศัย:: ชอบอยู่ในแหล่งน้ำไหล พบในแม่น้ำลำคลอง ในภาคกลาง เช่น น.เจ้าพระยา น.ป่าสัก น.แม่กลอง

อาหาร:: กินแมลงและตัวอ่อนของแมลงตามผิวน้ำ

ขนาด :: ความยาวประมาณ 7 - 15 ซม.



ชื่อไทย :: ปลาปักเป้า
ชื่ออังกฤษ :: Puffer fish
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Tetraodon leiurus

แหล่งที่พบ :: เป็นปลาที่หาได้ในน้ำจืดและ น้ำเค็ม พบได้ทั่วไปในประเทศที่มีอากาศร้อนและอบอุ่น ในประเทศไทย พบปลาปักเป้าน้ำจืดได้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ
เช่นตามหนอง คลอง บึง ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน เป็นปลาปักเป้าทะเล พบได้ในอ่าวไทย

รูปร่างลักษณะ :: ตามปรกติปลาปักเป้าจะมีสภาพเหมือนปลาทั่วไป มีหนามสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิด หากถูกรบกวนจะพองตัวขึ้น มีรูปร่างคล้ายลูกโป่ง หรือลูกบอลลูน ปลาปักเป้า
ทะเล เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชาวประมง ถ้าพบเห็นบนเรือลากอวน เขาจะทำลายมันทิ้ง หรือโยนกลับลงไปในทะเล ในญี่ปุ่นเรียกปลา ชนิดนี้ว่า "Fugu" ชาวญี่ปุ่นชอบรับประทาน
แต่ต้องมีการเตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญ เฉพาะเป็นพิเศษ จึงจะไม่มีพิษ



ชื่อไทย ปลาคางเบือน ( ปลาเบี้ยว )
ชื่ออังกฤษ TWISTED - JAW SHEATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Belodontichthys dinema

ลักษณะทั่วไป :: ไม่มีเกล็ด ลำตัวด้านข้างแบน หน้างอนขึ้น หัวค่อนข้างโตปากกว้างเฉียงขึ้น ขากรรไกรล่างงอนโค้งขึ้นบรรจบกับขากรรไกรบน นัยน์ตาโต มีหนวด 2 คู่ คู่แรกอยู่
ริมปากบนยาวจดโคนครีบหู อีกคู่สั้นเล็กอยู่ใต้คาง ครีบหลังเล็ก ครีบหูใหญ่ ครีบท้องเล็ก ครีบก้นยาว เรียวปลายจรดโคนครีบหางซึ่งเป็นแฉกเว้า แฉกบนปลายป้านและใหญ่กว่า
แฉกล่าง พื้นลำตัวสีเขียวคล้ำ ท้องสีเหลืองจางๆมีปานสีดำอยู่ขอบบนของ ช่องเหงือก

ถิ่นอาศัย :: แหล่งน้ำไหลตามแม่น้ำสายใหญ่และสาขาในภาคกลาง ภาคอีสาน ตามบึงที่มีทางน้ำติดต่อกับแม่น้ำ เช่น บึงบอระเพ็ด

อาหาร:: กินปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ



ชื่อไทย :: ปลาม้า ภาคอีสานเรียกว่า ปลากวาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Boesmania microlepis

รูปร่างลักษณะ :: หน้าตา และมีครีบที่ยาวคล้ายม้า

แหล่งที่พบ :: แม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดนนทบุรีไปจนถึงชัยนาท ส่วนทางภาคอีสานก็จับได้จากแม่น้ำโขง



ชื่อไทย :: ปลากด
ชื่ออังกฤษ : TRUNCATED ESTUARINE CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arius truncatus

ลักษณะทั่วไป : ลำตัวค่อนข้างยาว ไม่มีเกล็ด ส่วนหัวแบนราบลงเล็กน้อย ลักษณะเด่นคือระหว่าง จมูกทั้งสองคู่มีแผ่นเนื้อแข็งๆกั้นกลาง นัยน์ตาเล็ก มีหนวดค่อนยาว 3 คู่
ฟันบนเพดานปากมีขนาดเล็ก หางคอดเล็กน้อย ครีบหลังและครีบหูมีหนามแหลม ขอบหนามหยัก เป็นฟันเลื่อย มีครีบไขมันตรงข้ามกับ ครีบก้น พื้นลำตัวสีเหลือง ท้องสีขาว
ครีบหนังสีเทาเข้ม ปลายสีดำจาง ครีบหางสีเทาเข้ม ครีบอื่น ๆ สีเหลือง ปลากดหลาวอยู่รวมกัน เป็นฝูงใหญ่ ว่ายน้ำรวดเร็วและว่องไว เป็นปลาทะเลที่เข้ามาหากินในน้ำจืด

ถิ่นอาศัย : แหล่งน้ำกร่อยและอพยพมาอยู่แหล่งน้ำจืด พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง

อาหาร : กินลูกกุ้ง ลูกปลา และสัตว์น้ำขนาดเล็ก



ชื่อไทย :: ปลากราย (ปลาหางแพน หรือ ปลาตองกราย)
ชื่อภาษาอังกฤษ :: Featherback
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ::Notopterus chitala

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดรูปร่างคล้ายปลาฉลาก ท้องแบน ลำตัวด้านข้างแบนมาก สันหลังส่วนต้นสูงชันและค่อย ๆ ลาดลงไปยังส่วนหางคล้ายมีด
พื้นที่ลำตัวสีเทาเงิน ลำตัวส่วนบนสีคล้ำกว่าด้านล่าง เกล็ดละเอียด หัวมีขนาดเล็กปลายหัวแหลมมน ปากกว้างสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก มีฟันแหลมคมบนขากรรไกร
ทั้ง 2 ข้าง ครีบหลังมีขนาดเล็กและมีส่วนปลายมนคล้ายขนนก ครีบท้องยาวเป็นแพรเชื่อมกับครีบหาง เหนือครีบก้นมีจุดดำขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยวงแหวน
สีขาวเรียบเป็นแถวอยู่ 5 - 10 จุด ลูกปลากรายเมื่อยังเล็กมีแถบสีดำประมาณ 10 -15 แถบพาดขวางลำตัว เมื่อโตขึ้นแถบดำเหล่านี้จะค่อยจางหายไปกลายเป็น
จุดขึ้นมาแทนที่ ปลากรายมีขนาดความยาวประมาณ 48 - 85 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: พบในประเทศไทย พม่า อินเดีย มาเลเซีย ในไทยพบทั่วไปตามแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ภาคเหนือเรียกว่า “ปลาแพน” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เรียกว่า “ปลาตองกราย”
............................ปลากรายกินแมลงน้ำ ลูกกุ้ง ปลาผิวน้ำตัวเล็กๆเช่น ปลากระทุงเหว ปลาซิว ปลาสร้อย

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: ชอบอยู่รวมเป็นฝูงเล็กๆ และหลบพักตามตอไม้ หรือซอกหิน ไม่ชอบแสงสว่างมากจึงมักออกหากินในเวลากลางคืน ชอบผุดขึ้นมาทำเสียง
ที่ผิวน้ำแล้วม้วนตัวกลับให้เห็นด้านข้างสีเงินขาว



ชื่อไทย :: ปลาสวาย
ชื่ออังกฤษ :: STRIPED CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์:: Pangasius sutchi

ลักษณะทั่วไป:: ไม่มีเกล็ด ชอบอยู่รวมฝูง คล้ายปลาเทโพ ลำตัวเรียวยาว ด้านข้างมีสันฐานอวบกลม มีสันหลังค่อนข้างตรง ส่วนหน้าจะลาดลงไปจนถึงบริเวณปาก หน้าทู่
ปากกว้าง มีหนวด สั้น 2 คู่ ลำตัวมีสีขาวนวลขาวบริเวณหลังมีสีหม่นเข้ม บริเวณครีบจะมีสีเหลืองอ่อน แต่ปลายหางครีบหลังและครีบอกจะมีสีค่อนข้างหม่น ปลาสวายขนาดเล็ก
จะมีแถบสีดำ พาดตามลำตัว

ถิ่นอาศัย :: พบเห็นตามแม่น้ำลำคลอง ในที่ร่มใกล้พืชพันธุ์ไม้น้ำ

อาหาร:: กินซากสัตว์และซากพืชที่เน่าเปื่อยรวมทั้งวัชพืช ลูกหอย หนอน ไส้เดือน



ชื่อสามัญ :: ปลาดุก
ชื่ออังกฤษ :: Catfish

แหล่งกำเนิด :: พบได้ในทั่วโลก

ลักษณะ :: ผิวหนังหนา ไม่มีเกล็ด บางชนิดมีแผ่นกระดูก คลุมผิวหนัง ที่หนวด มีอวัยวะรับสัมผัสที่มีความไวมากและมีโครงสร้าง ซึ่งช่วยในการรับเสียง ครีบหลัง หรือ
ครีบอกก้านแรก มีลักษณะยื่นแหลม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๐.....ตะตรับคอยตรับหู..........หมู่ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง
สร้อยส้าปลาหมอแขยง...........ปลาแมงภู่หมู่กระทุงเหง ฯ
๐.....ปลาตะตรับคอยกะตั้ง.....หูแขง
ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง.................ฝั่งน้ำ
สร้อยส้าปลาหมอแขยง...........สังกวาด
แมงภู่ดูโลดล้ำ........................พรั้งพร้อมกะทุงเหง ฯ



ชื่อไทย :: ปลาบู่
ชื่อสามัญ :: Sand goby
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Oxyeleotris marmoratus

รูปร่างลักษณะ:: มีลำตัวกลม ส่วนหัวใหญ่แล้วค่อยเรียวเล็กไปทางส่วนหาง มีเกล็ดเล็กละเอียด ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กแหลมคม ตามลำตัวลวดลายสีน้ำตาลหรืดน้ำตาลปนเทา



ชื่อไทย :: ปลาสร้อย
ชื่อสามัญ : Jullien's Mud Carp
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Henicorhynchus siamensis

ลักษณะทั่วไป :: ลำตัวปราดเปรียว แบนข้าง ปากมีขนาดเล็ก กึ่งกลางของริมฝีปากมีปุ่มกระดูกยื่นออกมา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของปลาในตระกูลนี้คือไม่มีหนวด ตามปกติจะหากินกัน
เป็นฝูง ๆ ขนาดความยาวประมาณ 7 - 20 เซนติเมตร

นิสัย :: รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง

ถิ่นอาศัย :: พบทั่วไปทุกภาคของไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

อาหาร :: พืชน้ำ แมลงน้ำ

การสืบพันธุ์ :: ฤดูผสมพันธุ์จะรวมกันเป็นฝูงใหญ่ แล้วจะอพยพตัวไปหาที่ที่เหมาะสมในการวางไข่



ชื่อไทย ปลาหมอแขยง ( หมอโค้ว , ก๋า )
ชื่ออังกฤษ STRIPED TIGER NANDID
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pristolepis fasciatus

ลักษณะทั่วไป :: รูปร่างป้อมสั้น ลำตัวด้านข้างแบน หัวเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ ปากเล็กและอยู่ปลายสุด นัยน์ตาเล็ก มีเกล็ดขนาดเล็กที่หัวและลำตัว ครีบหลังยาว ส่วนที่เป็นก้านเดี่ยว เป็นหนาม แข็งและแหลมคม ครีบก้นมีหนามแหลมคม ส่วนที่อ่อนมีขนาดใกล้เคียงกับ ส่วนอ่อนของ ครีบหาง ครีบหางมีขนาดใหญ่ปลายมน หัวและลำตัวเป็นสีเหลืองแกมเขียว หรือสีเหลือง ปนน้ำตาล

ถิ่นอาศัย ::ตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง

อาหาร:: กินไข่ปลาทุกชนิด ลูกกุ้ง ลูกปลาและแมลงน้ำ



ชื่อไทย: กะทุงเหง เข็มแม่น้ำ กะทุงเหงเมือง
ชื่อสามัญ : Round - tail garfish , Freshwater garfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ ::Xenentodon cancila (Buchanan)

ถิ่นอาศัย - ลักษณะทั่วไป
...................................ปลากะทุงเหงเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 10 - 25 เซนติเมตร จากการรายงานของ Smith (1945) ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบความยาว
32 เซนติเมตร รูปร่างยาวเรียวทรงกระบอก ลำตัวกลมรูปไข่ จะงอยปากยื่นยาว ปากบนและล่างมีฟันแหลมคมซี่เล็ก ๆ เรียงเป็นแถว ครีบอกใหญ่ ครีบท้องเล็ก ครีบหลังและ
ครีบก้นอยู่ใกล้ครีบหางซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกันเกือบจะเป็นเส้นตรง มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ประมาณส่วนที่ 4 ของความยาวลำตัวจากส่วนหัวไปยังส่วนหาง ครีบหางตัดตรงเว้าเล็กน้อย
และเห็นได้ชัดเนื่องจากมีลักษณะเป็นสันแข็ง ตรงส่วนท้ายมีเกล็ดแบบโค้งมนปลายแหลม (ctenoid) เรียงซ้อนทับกันเป็นระเบียบ คล้ายการปูกระเบื้องหลังคาโบสถ์ ในตัวผู้มีส่วน
หลังยกสูงที่บริเวณต่อจากท้ายทอยและเป็นสันมีสีแดง ตัวมีสีเหลืองอ่อนหรือขุ่น ด้านบนมีสีเขียวอ่อน ด้านข้างลำตัวมีสีเงินและมีแถบสีคล้ำพาดขวางตามแนวยาวถึงโคนหาง
ครีบใส จะงอยปากตอนปลายมีสีแดงเป็นแต้ม ด้านท้องสีขาว

การสืบพันธุ์ : โดยการนำแม่พันธุ์ปลากะทุงเหงมาปล่อยในบ่อซีเมนต์ ปล่อยให้ผสมพันธุ์ มีวัสดุวางไข่ลักษณะไข่จะเป็นไข่จม สีเหลืองเข้ม ที่ผิวเปลือกไข่มีเส้นใยเล็กๆจำนวนมาก
หรือผสมพันธุ์โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ (Controled natural method)

อาหารธรรมชาติ: อาหารของปลากะทุงเหวในธรรมชาติ จะหากินด้วยการจับปลาขนาดเล็กหรือลูกปลาซึ่งมักจะว่ายเข้ามาเลี้ยงตัวในบริเวณ ใกล้ชายฝั่ง หรือที่มีน้ำค่อนข้างตื้น
สำหรับในเขตน้ำจืดมักจะกินพวกลูกกุ้งหรือแมลงบางชนิด

การแพร่กระจาย : เป็นปลาที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตอบอุ่นและเขตร้อนในเกือบทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในแหล่งน้ำที่มีน้ำไหลสม่ำเสมอ ในทวีปเอเชียพบในประเทศไทย อินเดีย
พม่า กัมพูชา มาเลเซีย เกาะสุมาตรา บอร์เนียว และสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังพบในแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิอบอุ่นเกือบตลอดปีของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยจะพบได้
ทั่วๆ ไปในแถบปากน้ำสมุทรปราการ แม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน ท่าฉลอม รวมถึงแหล่งน้ำต่าง ๆ ในภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำเวฬุ จังหวัดจันทบุรี รวมทั้งในเขตภาคใต้ เช่น
ในทะเลสาบสงขลา แม่น้ำตาปี จังหวัด สุราษฎร์ธานี สำหรับในแหล่งน้ำจืดพบได้ทั่วไปในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสาขาตั้งแต่ภาคเหนือจนมาถึงภาคกลางในหลาย ๆ จังหวัด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๐.....ปลาอ้าวปลาเนื้ออ่อน.........ว่ายมาก่อนปลาหนามหลัง
กระแหหางแดงหวัง................เข้าสู่ทุ่งมุ่งเลมไคล ฯ
๐.....ปลาอ้าวเนื้ออ่อนหญ้า........ตัวบัง
มาก่อนปลาหนามหลัง..............อยู่หน้า
กระแหหางแดงหวัง................คลาแหล่ง
เข้าสู่ทุ่งเลมหล้า......................เหยื่อย้ำกินไคล ฯ



ชื่อพื้นบ้าน :: ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาชะโอน ปลาหน้าสั้น ปลาโอน ปลาน้ำเงิน สยุมพร
ชื่อสามัญ :: Butter Catfish - Ompok bimaculatus

ลักษณะ :: ลำตัวสีขาว ระหว่างส่วนหัวติดต่อลำตัวจะมีสีแดง หนวดยาว และเงี่ยงคมมาก

ถิ่นที่อยู่ :: แม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ :: เป็นปลาที่มีราคาแพง สามารถทำเงินให้กับผู้ที่หาปลาเนื้ออ่อนได้มาก



ชื่อไทย ปลาหนามหลัง ( ตะเพียนทราย , แม่กระแด้ง(ภาคอีสาน) , หญ้า , ตาแดง(ภาคใต้) )
ชื่ออังกฤษ INDIAN RIVER BARB
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyclocheilichthys apogon

ลักษณะทั่วไป: ลำตัวค่อนข้างแบน เกล็ดขนาดใหญ่ หัวใหญ่ จะงอยปากยาวและแหลม ไม่มีหนวด นัยน์ตาโตและอยู่ใกล้จมูก ปากเล็กและอยู่ปลายสุด กระโดงหลังสูง มีก้านเดี่ยว
เป็นหนามแข็ง และขอบหยัก เป็นฟันเลื่อย ครีบหางแยกเป็นแฉกลึก ลำตัวส่วนบนสีเขียวอมเหลือง ด้านท้องสีเหลืองนวล โคนหางมีจุดสีดำขนาดใหญ่ข้างละจุด ครีบต่าง ๆ สีส้ม
นัยน์ตาแดง

ถิ่นอาศัย :: ทั่วไปในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึงตามภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

อาหาร:: กินหอยน้ำจืดขนาดเล็ก ลูกปลาและพืชน้ำ



ชื่อไทย กระแหหางแดง ( ตะเพียนหางแดง, เลียนไฟ(ภาคอีสาน) ,ลำปำ(ภาคใต้) )
ชื่ออังกฤษ SCHWANENFELD'S TINFOIL BARB
ชื่อวิทยาศาสตร์ Puntius shwanenfeldi

ลักษณะทั่วไป : มีรูปร่างป้อมสั้น ลำตัวแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก ปากเล็กและอยู่ปลายสุด หนวดเล็กสั้นมี 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ครีบหางใหญ่ ปลายเป็น
แฉกลึก กระโดงหลังสูง และกว้างมีก้านครีบเดี่ยว ที่แข็งและขอบหยัก เป็นฟันเลื่อยอยู่อันหนึ่ง สีพื้นของลำตัวเป็นสีขาวเงินหรือสีเหลืองปนส้ม ด้านหลังสีเทาปนเขียว ขอบนัยน์ตา
ดำเป็นสีเหลือง แก้มเหลืองปนแดง กระโดงหลังสีแดงและมีแถบดำปลายกระโดง ขอบบนและล่างของครีบหาง มีแถบสีดำข้างละแถบ

ถิ่นอาศัย:: พบตามแม่น้ำลำคลองหนองบึงทั่วทุกภาค

อาหาร : พืชพันธุ์ไม้น้ำ ตัวอ่อนแมลง ซากสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อย
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๐.....ปลากะโห้ชโดแฝง................ช่อนชวาดแชวงแฝงครัน
หน้าสั้นปลานวลจันทร์..................ปลาอ้องแอ้งปลาเสือหมู ฯ
๐.....ปลาชะโดกะโห้ใฝ่.................แฝงกัน
ช่อนชวาดแชวงสูบครัน................ว่ายแว้ง
หน้าสั้นอิกนวลจันทร์....................หลายเหล่า
ปลาทุกท้องอ้องแอ้ง.....................หมึกเหม้าเสือหมู ฯ



ชื่อภาษาไทย :: ปลากะโห้
ชื่อภาษาอังกฤษ ::Giant Carp
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Catlocarpio siamensis

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เป็นปลาน้ำจืดจำพวกปลาตะเพียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง
พื้นลำตัวสีเทาแซมชมพู สันหลังเป็นสีน้ำตาลอมดำ ด้านข้างและส่วนท้องมีสีจางกว่า ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือ มีหัวยาวและใหญ่ผิดปกติ หัวมีผิวเรียบมันไม่มีเกล็ดคลุม
ความยาวของหัวประมาณ 1ใน3 ของลำตัว ตาโตและยื่นโปน ริมฝีปากล่างหนาและยื่นออกมาพ้นริมฝีปากด้านบน ปากกว้าง ขากรรไกรยาวถึงบริเวณตา มีฟันที่คอหอยเป็นแถว
อยู่ข้างละแถว ไม่มีหนวด เกล็ดมีขนาดใหญ่ขอบเรียบ ครีบหลังสูงและอยู่ตรงกับครีบท้อง ครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบหางเป็นแถบเว้าลึก ครีบทุกอันมีสีแดงปนส้ม ปลาตัวผู้มีลำตัว
เล็กและเรียว ส่วนท้องแบบเรียบและมีสีดำคล้ำกว่าตัวเมีย

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: ในประเทศไทยเคยมีอยู่ชุกชุมในลุ่มแม่นํ้า แม่กลอง เจ้าพระยาจนถึงบอระเพ็ดในปัจจุบันมีปริมาณน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีปรากฏให้พบเห็นอยู่บ้างในลำนํ้าโขง
ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า ปลากะมัน หรือ หัวมันอาหารของปลากะโห้ ได้แก่ แพลงก์ตอน พืชนํ้า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: มีนิสัยรักสงบ ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่รวมเป็นฝูงในแหล่งน้ำลึก แข็งแรงและอดทน



ชื่อไทย :: ปลานวลจันทร์
ชื่ออังกฤษ :: Small Scale Mud Carp
ชื่อทางวิทยาศาสตร์:: Cirrhina microlepis

ลักษณะทั่วไป :: อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน มีรูปร่างเพรียวบาง ลำตัวค่อนข้างกลม ปากเล็ก สีของลำตัวมีตั้งแต่สีส้มปนเทา จนถึงน้ำตาลปนสีขาวเงิน ท้องสีขาว ครีบหลัง ครีบหาง
เป็นสีน้ำตาลปนเทา มีขนาดความยาวประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................พบในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่อยุธยาจนถึงนครสวรรค์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบแถบชายทะเล ชายแดนติดต่อแม่น้ำโขง
........................เป็นปลาที่กินอาหารไม่เลือก กินได้ทั้งพืช กุ้ง แมลงและตัวอ่อนของแมลง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: ปราดเปรียวว่องไว ไม่ค่อยอยู่นิ่ง อดทน เลี้ยงง่าย ชอบว่ายอยู่บริเวณพื้นน้ำ มักพบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ และหลบซ่อนตัวอาศัยอยู่ตามรากไม้หรือ
โขดหิน



ชื่อไทย :: ปลาชะโด
ชื่อภาษาอังกฤษ :: Giant Snake-head Fish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์:: Channa micropeltes

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืด ลำตัวกลมยาวเป็นรูปทรงกระบอก รูปร่างคล้ายคลึงกับปลาช่อน เป็นปลาที่มีรูปร่างใหญ่ที่สุดในสกุลนี้ ลูกปลาชะโดเมื่อยังเล็ก ลำตัว
มีสีน้ำตาลและแถบสีเหลืองอมส้มพาดตามยาว โดยบริเวณโคนหางมีสีแดงสด เมื่อโตขึ้นส่วนบนของลำตัวมีสีเขียวอมน้ำเงินเข้มคลายสีเปลือกหอยแมลงภู่ ส่วนท้องสีขาว
กึ่งกลางลำตัวมีแถบดำพาดไปตามความยาวของลำตัว ภายในปากมีฟันแหลมคม ครีบหลังและครีบก้นยาวจนเกือบถึงโคนหาง ครีบหางมนกลม ปลาชะโดมีอวัยวะพิเศษ
ช่วยในการหายใจโดยไม่ต้องกรองผ่านช่องเหงือกเหมือนปลาช่อน

ถิ่นอาศัย, อาหาร :: พบในแม่น้ำ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
............................ ปลาชะโดกินสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: เป็นปลาน้ำจืดที่ค่อนข้างดุ



ชื่อไทย ปลาช่อน ภาคอีสานเรียกปลาค้อ
ชื่อสามัญ Striped snake-head fish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Channa stiata

ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย :: แพร่หลายไปทุกภาค

รูปร่างลักษณะ :: ลำตัวด้านบนของปลาช่อนจะมีสีเทาปนน้ำตาลหรือสีดำด้านท้องจะเป็นสีค่อนข้างขาว ขนาดโตเต็มที่มีความยาวถึง 1 เมตร

อุปนิสัย :: หน้าแล้งผ่านไป เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝน ปลาช่อนตามแหล่งน้ำวัยเจริญพันธุ์จะช่วยกันกัดหญ้าชายน้ำทำแอ่งวางไข่ และเมื่อปลาช่อนตัวเมียออกไข่ปลาตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อ
เข้าผสม จากนั้นปลาตัวผู้จะคอยดูแลลูก ปลาตัวผู้จะคอยซุ่มอยู่เพื่อดูแลลูก เมื่อมีอันตรายจะคอยปกป้องลูก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๐.....กดคลังปลาสังมี......................ปลากระดี่ปลาดุกอุย
พ่นน้ำกระจายกระจุย......................ปลาหูช้างช้างเหยียบซิว ฯ
๐.....กดคลังปลากสังหว้าย..............ชายงุย
ปลากระดี่ปลาดุกอุย.........................แอบข้าง
พ่นน้ำกระจายกระจุย......................หลายเหล่า
ปลาชื่อหูช้างช้าง............................เหยียบบี้ปลาซิว ฯ

.

ชื่อไทย : ปลากด
ชื่ออังกฤษ : TRUNCATED ESTUARINE CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arius truncatus.

ลักษณะทั่วไป : ลำตัวค่อนข้างยาว ไม่มีเกล็ด ส่วนหัวแบนราบลงเล็กน้อย ลักษณะเด่นคือระหว่าง จมูกทั้งสองคู่มีแผ่นเนื้อแข็งๆกั้นกลาง นัยน์ตาเล็ก มีหนวดค่อนยาว 3 คู่ ฟันบน
เพดานปากมีขนาดเล็ก หางคอดเล็กน้อย ครีบหลังและครีบหูมีหนามแหลม ขอบหนามหยัก เป็นฟันเลื่อย มีครีบไขมันตรงข้ามกับ ครีบก้น พื้นลำตัวสีเหลือง ท้องสีขาว ครีบหนัง
สีเทาเข้ม ปลายสีดำจาง ครีบหางสีเทาเข้ม ครีบอื่น ๆ สีเหลือง ปลากดหลาวอยู่รวมกัน เป็นฝูงใหญ่ ว่ายน้ำรวดเร็วและว่องไว เป็นปลาทะเลที่เข้ามาหากินในน้ำจืด

ถิ่นอาศัย: แหล่งน้ำกร่อยและอพยพมาอยู่แหล่งน้ำจืด พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง

อาหาร : กินลูกกุ้ง ลูกปลา และสัตว์น้ำขนาดเล็ก



ชื่อไทย :: ปลากระดี่
ชื่อสามัญ :: Moonlight gourami
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Trihogaster microlepis

ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย :: ตามแหล่งน้ำตื้นแถวท้องทุ่งบางเขน กรุงเทพมหานคร

รูปร่างลักษณะ :: ลำตัวจะเป็นสีขาวเงิน ลำตัวแบนข้าง ไม่มีจุด สีสันไม่คล้ำเหมือนกับกระดี่หม้อ กระดี่นางจะมีขนาดโตกว่ากระดี่หม้อเล็กน้อย แต่นิสัยเหมือนกระดี่หม้อ

อุปนิสัย :: เมื่อถึงคราวหน้าฝน ก็จะชวนกันจับคู่เพื่อผสมพันธุ์ โดยปลาตัวผู้จะทำหน้าที่พ่นฟองสีขาวออกมาเป็นกลุ่ม ชาวบ้านเรียกหวอดปลา ตัวเมียจะวางไข่ในหวอดเพื่อ
ให้ตัวผู้ฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม



ชื่อไทย :: ปลาดุกอุย
ชื่อสามัญ :: Gunther's walking catfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Clarias macrocephalus

รูปร่างลักษณะ :: มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม มีลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน สีของลำตัวปลาดุกอุยจะมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็กๆ
เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว



ชื่อไทย :: ปลาหูช้าง
ชื่ออังกฤษ :: Batfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Ephippidae

รูปร่างลักษณะ :: ตัวอ้วน ลำตัวคล้ายหูช้าง

แหล่งที่พบ :: พบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน มักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่บางทีก็พบอยู่ตัวเดียว

ลักษณะนิสัย :: ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงตามแนวปะการัง



ชื่อไทย ปลาซิว ( จุกกี )
ชื่ออังกฤษ BLUE DANIO
ชื่อวิทยาศาสตร์ Danio ( Danio ) regina

ลักษณะทั่วไป: เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อยู่รวมกันเป็นฝูง เคลื่อนไหวเร็ว ลำตัวยาวเพรียวและด้านข้างแบน สีสันสวยงาม มีหนวดสั้น 2 คู่ ตอนบนของลำตัวสีเทาอมชมพู ท้องและลำตัวมีประกายเป็นสีเขียวสดใส มีจุดดำจาง ๆ อยู่หลังช่องเหงือก มีกระดูกแหลมเป็นเงี่ยงอยู่ตอนหน้าของนัยน์ตา

ถิ่นอาศัย: ลำธาร ลำห้วย บริเวณใกล้น้ำตก ภาคใต้มีชุกชุมตามแหล่งน้ำตก

อาหาร: กินลูกน้ำ ตัวอ่อนและแมลงน้ำขนาดเล็ก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๐.....เทโพแลเทพา.................ตะเพียนพาพาพวกจร
ไอ้บ้าปลาสลุมพอน.................ผักพร้าเพรี้ยแลหนวดพราม ฯ
๐.....เทโพพาพวกพ้อง...........เทพา
ปลาตะเพียนปลากาพา............คู่เคี้ย
สลุมพอนไอ้บ้าปลา.................หลายหมู่
ปลาผักพร้ามาเพรี้ย................ว่ายไหล้หนวดพราม ฯ



ชื่อไทย :: ปลาเทโพ (ปลาหูหมาด)
ชื่ออังกฤษ :: Black Ear Catfish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pangasius larnaudii

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายปลาสวาย เพราะเป็นปลาในสกุลเดียวกัน มีหัวโต หน้าสั้นทู่กว่าปลาสวาย ลำตัวยาว ค่อนข้างแบน นัยน์ตาค่อนข้างโต
อยู่เหนือมุมปาก มีหนวดเล็กและสั้นอยู่ริมฝีปากบนมุมปากแห่งละคู่ ลักษณะมีสีคล้ำหรือสีน้ำเงินปนเทา หัวสีเขียว ท้องสีขาวเงิน มีจุดสีดำขนาดใหญ่อยู่เหนือครีบหู มีขนาดความ
ยาวประมาณ 80 - 120 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................เคยมีชุกชุมในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันพบในแม่น้ำโขง
........................อาหารได้แก่ สัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รักสงบ ว่องไวปราดเปรียว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง



ชื่อไทย :: ปลาเทพา (ปลาเลิม)
ชื่ออังกฤษ :: Chao Phraya Giant Catfish
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pangasius sanitwongsei

ลักษณะทั่วไป :: เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในจำพวกปลาไม่มีเกล็ดหรือปลาหนัง จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาสวายและปลาเทโพ มีขนาดลำตัวยาวถึง 2.5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า
100 กิโลกรัม เป็นปลากินเนื้อที่มีส่วนหัวค่อนข้างสั้นแต่มีลักษณะแบนและกว้าง มีลักษณะเด่นตรงที่มีก้านครีบอันแรกของครีบหลัง ครีบอก และครีบท้อง มีขนาดใหญ่และยื่นยาว
เลยครีบออกไปมาก จึงดูสง่างามในเวลาว่ายน้ำมากกว่าปลาชนิดอื่นในวงศ์เดียวกัน

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................พบในประเทศไทยและประเทศในแถบอินโดจีน
........................อาหารที่ชอบได้แก่ ซากสัตว์ที่ตายลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ลูกปลาขนาดเล็กมักชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่และอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำนิ่ง กินแมลงน้ำ และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
เป็นอาหาร

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปกติจะว่ายน้ำตลอดเวลา



ชื่อไทย :: ปลาบ้า (ปลาพวง)
ชื่ออังกฤษ :: Golden Shark
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Leptobarbus hoevenii

ลักษณะทั่วไป :: อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน เป็นปลาที่มีลำตัวยาวค่อนข้างกลม หัวโต นัยน์ตาค่อนข้างโต ปากกว้าง มีหนวด 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลือง
ส่วนของหลังสีดำปนเทา ท้องสีขาวจาง ครีบหางสีชมพู ครีบอื่นสีแดงจาง ๆ ขนาดตามยาวประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................:: อาศัยอยู่ตามน้ำไหล จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ พิจิตร แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง
........................:: ปลาชนิดนี้กินพวกเมล็ดของพันธุ์ไม้แทบทุกประเภทเป็นอาหาร ซึ่งเมล็ดของต้นไม้บางชนิดมีพิษ สารพิษจะเข้าไปสะสมอยู่ในตัวปลา เมื่อจับไปบริโภคจะทำให้
เกิดอาการมึนเมา ซึ่งเกิดในบางฤดูและบางท้องถิ่นเท่านั้น โดยปกติเนื้อของปลามีรสชาติดี

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ :: รับสงบ ตื่นตกใจง่าย เลี้ยงง่าย โตเร็ว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปราดเปรียวว่องไว



ชื่อไทย :: ปลาตะเพียน
ชื่อสามัญ :: Common silver barb
ชื่อวิทยาศาสตร์ :: Barbodes gonionotus,Puntius gonionotus

รูปร่างลักษณะ :: มีเกล็ด รูปร่างแบนข้าง ลำตัวค่อนข้างยาว มีเกล็ดบางแวววาวลำตัวด้านหลังคล้ำกว่าด้านท้อง ครีบต่างๆรวมทั้งปลายหางอาจเป็นสีแดงเรื่อๆหรือเป็นสีส้ม



ชื่อไทย : ปลาหนวดพราหมณ์
ชื่ออังกฤษ : PARADISE THREADFIN
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polynemus paradiseus

ลักษณะทั่วไป: ลำตัวยาวเรียว ส่วนหัวค่อนข้างเล็ก หน้าสั้น นัยน์ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ทางด้านข้างของลำตัว มีฟันเล็กละเอียดอยู่บนขากรรไกรบนและล่าง ครีบหลังมี 2 อัน
ครีบท้องอยู่ใต้ครีบหู ครีบหางปลายแยกเป็นแฉกลึก ครีบก้นอยู่ตรงข้ามครีบหลังอันที่ 2 ก้านครีบหูแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนเหมือนครีบหูของปลาอื่น ๆ แต่ส่วนล่างแบ่ง
เป็นเส้นมี 7 เส้น 2 เส้นแรกมีความยาวเป็นสองเท่าของความยาวลำตัว

ถิ่นอาศัย : ชายฝั่งทะเลทั่วไป ในแหล่งน้ำจืดพบในน.เจ้าพระยาและท่าจีน

อาหาร : กินแมลง และสัตว์น้ำขนาดเล็ก



ชื่อไทย : ปลากา(ปลาเพี้ย)
ชื่อสามัญ : Black Shark
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Morulius chrysophekadion

ลักษณะทั่วไป : เป็นปลาน้ำจืดขนาดกลาง ลำตัวเรียวยาวด้านข้างแบน พื้นลำตัวสีม่วงดำหรือน้ำเงินดำ เกล็ดมีขนาดใหญ่คลุมตลอดลำตัวยกเว้นส่วนหัว หัวเรียวแหลม
ปากยืดหดได้ ไม่มีฟัน ริมฝีปากบนและล่างเป็นหยัก มีติ่งเนื้อเป็นฝอยสั้น ๆ อยู่รวมกันเป็นกระจุก มีหนวด 2 คู่ ครีบหลังมีขนาดใหญ่และสูงมาก ครีบหู ครีบท้อง และครีบก้น
เรียวยาวและมีขนาดไล่เลี่ยกัน ครีบหางยาวเป็นแฉกเว้าลึก ครีบทุกครีบมีสีดำ ตัวใหญ่สุดอาจยาวถึง 48 เซนติเมตร


ถิ่นอาศัย, อาหาร
........................พบในประเทศไทย ตามแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำตื้นๆ และมีพันธุ์ไม้น้ำ
.........................กินตะไคร่น้ำ พืชน้ำขนาดเล็ก แพลงก์ตอน ซากพืชและตัวอ่อนแมลงน้ำ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
..........................................รายงานการทำโครงงาน เรื่อง นิราศธารทองแดง..............................................

หลักการและเหตุผล ( ทำไมจึงเลือกทำงานชิ้นนี้ เหตุและแรงจูงใจที่คิดทำ )
- เหตุผลที่เลือกทำงานชิ้นนี้เพราะ ปัจจุบันคนไทยส่วนมากจำแนกชนิดของปลาไม่ได้
บางคนถึงกับรู้เฉพาะเมื่อปลาติดชื่อไว้เท่านั้น พวกเรามีความต้องการที่จะให้คนทั่วไป
ที่สนใจเรื่องของสัตว์น้ำ ได้มีความรู้มากขั้น และ พวกเราหวังที่จะมีการช่วยกันอนุรักษ์
สัตว์น้ำไทย

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ ( ทำเพื่อให้เกิดอะไรขึ้นมา )
1. เพื่อให้ผู้ใดที่ต้องการทราบถึงลักษณะของปลาแต่ชนิด
2. เพื่อสามารถนำโครงงานของพวกเราไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
3. เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับปลา และ ความหมายของโครงงานได้มากขึ้น

กระบวนการ / ขั้นตอน / วิธีการดำเนินการ ( แบ่งงาน สืบค้น รวมรวบข้อมูล ภาพ )
1. ช่วยกันตีความหมายของโครงนิราศธารทองแดงว่ามีปลาชนิดใดบ้าง
2. แบ่งรายชื่อชนิดของปลาให้แต่ละคนไปหาข้อมูล
3. สืบค้นหาข้อมูล ( ชื่อทั่วไป ลักษณะของปลา ข้อมูลทั่วไป พร้อมหาภาพประกอบ )
4. รวมข้อมูลทั้งหมด ไว้ที่คนหนึ่งในกลุ่ม
5. หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อทำให้โครงงานดูสมบูรณ์ขึ้น
6. สรุป เรียบเรียงข้อมูล และ จัดรูปแบบลงในกระทู้
7. โพสงานลงในอินเตอร์เน็ต

ผลของการดำเนินการ / ความสำเร็จ / ข้อค้นพบ / ความภูมิใจ
1. อาจารย์ ภาทิพ พึงพอใจกับโครงงานของพวกเรา
2. โครงงานออกมาแล้ว มีรูปภาพ และ ข้อมูลสมบูรณ์
3. งานส่งทันเวลา และ ถูกต้อง
4. ได้พบว่า การทำงานโดยร่วมมือกัน แล้วเกิดความสามัคคี ทำให้งานออกมากดี
รวดเร็ว และ สมบูรณ์

อุปสรรคปัญหา / ข้อเสนอแนะ
- หาข้อมูลของแต่ละชนิดไม่ค่อยครบถ้วน และใช้เวลามากพอสมควรเพื่อหาข้อมูล
เพิ่มเพื่อให้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ผู้ร่วมงาน
ด.ช.กาจพล สันตธรรม ม2/11A เลขที่ 1
ด.ช.สุทธิเกียรติ บ้างสกุล ม2/11A เลขที่ 10
ด.ญ.อภิชญา ตู้วิเชียร ม2/11A เลขที่ 23
ด.ญ.อิงอร ไอยสุวรรณย์ ม2/11A เลขที่ 24




: กาจ ไกด์ โก้ อิง อีพี 1 - 11/12/2005 23:50

 

โครงงานศึกษาพันธุ์ปลาในเรื่องนิราศธารทองแดง: แหล่งเรียนรู้ห้องเรียนสีชมพู



ปลาแปปแลปลาเป้า..........ปลาเข้าเม่าปลาคางเบือน
ปลาม้าหน้าคนเหมือน....................ปลากดกรายสวายหางแดง ฯ
ปลาดุกปลาแปบเป้า.....................แลเลือน
เข้าเม่าเหล่าคางเบือน.............................มุ่งหม้าย
ปลาม้าหน้าคนเหมือน..............................คนอยู่
ปลากดกรายสวายหว้าย...........................โบกน้ำหางแดง ฯ


ปลาแปบ
ชื่ออังกฤษ SIAMESE RIVER ABRAMINE
ชื่อวิทยาศาสตร์ Paralaubuca riveroi
ลักษณะทั่วไป เป็นปลาที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่ตามบริเวณผิวน้ำ แต่ละกลุ่มจะมีจำนวนไม่มากนัก ลำตัวยาวแบนข้างมาก ท้องเป็นเส้นคม เกล็ดเล็กบางและหลุดง่าย เพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ว่ายน้ำได้ปราดเปรียวว่องไว
ถิ่นอาศัย ชอบอยู่ในแหล่งน้ำไหล พบในแม่น้ำลำคลอง ในภาคกลาง เช่น น.เจ้าพระยา น.ป่าสัก น.แม่กลอง
อาหาร กินแมลงและตัวอ่อนของแมลงตามผิวน้ำ
ขนาด ความยาวประมาณ 7 - 15 ซม.


ปลาปักเป้า
ชื่ออังกฤษ GREEN BLOWFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tetraodon leiurus
ลักษณะทั่วไป ขนาดเล็ก นิสัยค่อนข้างดุร้าย ชอบว่ายน้ำเคลื่อนตัวอยู่เสมอ มีสารพิษอยู่ในอวัยวะสืบพันธุ์และระบบย่อยอาหาร เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน
ถิ่นอาศัย พบเห็นทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง หนอง บึงและอ่างเก็บน้ำ
อาหาร กินแมลงน้ำ ตัวอ่อนของแมลง หอยและกุ้งฝอย
ขนาด ความยาวประมาณ 6 - 15 ซม.


คางเบือน
ชื่ออื่นๆ เบี้ยว
ชื่ออังกฤษ TWISTED - JAW SHEATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Belodontichthys dinema
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ลำตัวด้านข้างแบน หน้างอนขึ้น หัวค่อนข้างโตปากกว้างเฉียงขึ้น ขากรรไกรล่างงอนโค้งขึ้นบรรจบกับขากรรไกรบน นัยน์ตาโต มีหนวด 2 คู่ คู่แรกอยู่ ริมปากบนยาวจดโคนครีบหู อีกคู่สั้นเล็กอยู่ใต้คาง ครีบหลังเล็ก ครีบหูใหญ่ ครีบท้องเล็ก ครีบก้นยาว เรียวปลายจรดโคนครีบหางซึ่งเป็นแฉกเว้า แฉกบนปลายป้านและใหญ่กว่า แฉกล่าง พื้นลำตัวสีเขียวคล้ำ ท้องสีเหลืองจางๆมีปานสีดำอยู่ขอบบนของ ช่องเหงือก
ถิ่นอาศัย แหล่งน้ำไหลตามแม่น้ำสายใหญ่และสาขาในภาคกลาง ภาคอีสาน ตามบึงที่มีทางน้ำติดต่อกับแม่น้ำ เช่น บึงบอระเพ็ด
อาหาร กินปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ
ขนาด ความยาวประมาณ 20 - 70 ซม.


ปลาม้า
ชื่ออื่นๆ กวาง(ภาคอีสาน)
ชื่ออังกฤษ SOLDIER CROAKER
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nibea soldado
ลักษณะทั่ว อยู่ในน้ำจืดเป็นครั้งคราว รูปร่างเรียวยาว ลำตัวด้านข้างแบน หัวค่อนข้างเล็ก หน้างอนขึ้นเล็กน้อย จะงอยปากสั้นทู่ ปากเล็กนัยน์ตาค่อนข้างเล็ก มีเกล็ดเล็กที่หัวและลำตัว ครีบหลังยาว ครีบหูเล็กปลายแหลม ครีบท้องก้านแข็งยืดยาวออกเป็นปลายแหลม ครีบหางยาว พื้นลำตัวสีน้ำตาลปนเทาหรือสีเขียวอ่อนหลังสีเทาปนดำ ท้องสีขาวเงิน ครีบต่าง ๆ สีน้ำตาลหรือเหลืองอ่อน
ถิ่นอาศัย แหล่งน้ำจืด พบมากน.ท่าจีน จ.สุพรรณบุรี น.เจ้าพระยา ตั้งแต่จ.นนทบุรีถึงชัยนาท น.โขง
อาหาร กินสัตว์ต่างๆ
ขนาด ความยาวประมาณ 17 - 60 ซม.


ปลากด
ชื่ออังกฤษ TRUNCATED ESTUARINE CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Arius truncatus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างยาว ไม่มีเกล็ด ส่วนหัวแบนราบลงเล็กน้อย ลักษณะเด่นคือระหว่าง จมูกทั้งสองคู่มีแผ่นเนื้อแข็งๆกั้นกลาง นัยน์ตาเล็ก มีหนวดค่อนยาว 3 คู่ ฟันบนเพดานปากมีขนาดเล็ก หางคอดเล็กน้อย ครีบหลังและครีบหูมีหนามแหลม ขอบหนามหยัก เป็นฟันเลื่อย มีครีบไขมันตรงข้ามกับ ครีบก้น พื้นลำตัวสีเหลือง ท้องสีขาว ครีบหนังสีเทาเข้ม ปลายสีดำจาง ครีบหางสีเทาเข้ม ครีบอื่น ๆ สีเหลือง ปลากดหลาวอยู่รวมกัน เป็นฝูงใหญ่ ว่ายน้ำรวดเร็วและว่องไว เป็นปลาทะเลที่เข้ามาหากินในน้ำจืด
ถิ่นอาศัย แหล่งน้ำกร่อยและอพยพมาอยู่แหล่งน้ำจืด พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง
อาหาร กินลูกกุ้ง ลูกปลา และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ขนาด ความยาวประมาณ 16-33 ซม.


ปลากราย
ชื่ออื่นๆ หางแพน(ภาคเหนือ), ตองกราย(ภาคอีสาน)
ชื่ออังกฤษ SPOTTED FEATHERBACK
ชื่อวิทยาศาสตร์ Notopteus chitala
ลักษณะทั่วไป เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างแปลกกว่าปลาอื่น คือ ลำตัวด้านข้างแบนมาก ท้องแบน เป็นสันและมีหนามแหลมแข็งฝังอยู่เป็นคู่ ๆ จำนวนหลายคู่ จะงอยปากสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก ปากกว้าง มีฟันเล็กและแหลมอยู่บนขากรรไกรทั้งสองข้าง ข้างลำตัวเหนือ ครีบก้น แต่ละด้าน มีจุดกลมขนาดใหญ่สีดำ ขอบสีขาวเรียงเป็นแถว จำนวน 5 - 10 จุด ปลากรายชอบ ผุดขึ้น มาทำเสียงที่ผิวน้ำแล้วม้วนตัวกลับให้เห็นข้างสีเงินขาว
ถิ่นอาศัย พบทั่วไปตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง
อาหาร ได้แก่ แมลงน้ำ ลูกกุ้ง ปลาผิวน้ำตัวเล็ก ๆ เช่น กระทุง
ขนาด ที่พบทั่วไปมีความยาว 48 - 85 ซม.


ปลาสวาย
ชื่ออังกฤษ STRIPED CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pangasius sutchi
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ชอบอยู่รวมฝูง คล้ายปลาเทโพ ลำตัวเรียวยาว ด้านข้างมีสันฐานอวบกลม มีสันหลังค่อนข้างตรง ส่วนหน้าจะลาดลงไปจนถึงบริเวณปาก หน้าทู่ ปากกว้าง มีหนวด สั้น 2 คู่ ลำตัวมีสีขาวนวลขาวบริเวณหลังมีสีหม่นเข้ม บริเวณครีบจะมีสีเหลืองอ่อน แต่ปลายหางครีบหลังและครีบอกจะมีสีค่อนข้างหม่น ปลาสวายขนาดเล็กจะมีแถบสีดำ พาดตามลำตัว
ถิ่นอาศัย พบเห็นตามแม่น้ำลำคลอง ในที่ร่มใกล้พืชพันธุ์ไม้น้ำ
อาหาร กินซากสัตว์และซากพืชที่เน่าเปื่อยรวมทั้งวัชพืช ลูกหอย หนอน ไส้เดือน
ขนาด ความยาวประมาณ 20 - 100 ซม.


ปลาดุก
ชื่ออื่น ๆ ดุก
ชื่ออังกฤษ BATRACHIAN WALKING CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clarias batrachus
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ด้านข้างแบน หัวเล็ก กระโหลกท้ายทอยแหลม ครีบหูมีก้านครีบแข็งปลายแหลมคมขอบหยักเป็นฟันเลื่อย ทั้งด้านในและด้านนอก ครีบหลังครีบก้นและครีบหางแยกออกจากกัน ครีบหางกลมมน มีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจ
ถิ่นอาศัย อยู่ตาม คู หนอง บึง ซึ่งเป็นน้ำนิ่ง
อาหาร กินสัตว์ทั้งที่มีชีวิตและซากของสัตว์
ขนาด ความยาวลำตัวประมาณ 10 – 40 ซม.
_______________________________________________________________________

๐ ตะตรับคอยตรับหู........................หมู่ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง
สร้อยส้าปลาหมอแขยง.........................ปลาแมงภู่หมู่กระทุงเหง
๐ ปลาตะตรับคอยกะตั้ง..................หูแขง
ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง........................ฝั่งน้ำ
สร้อยส้าปลาหมอแขยง...................สังกวาด
แมงภู่ดูโลดล้ำ...............................พรั้งพร้อมกะทุงเหง ฯ


ปลาบู่
ชื่ออื่น ๆ บู่จาก , บู่ทอง , บู่เอื้อย , บู่สิงโต
ชื่ออังกฤษ MARBLED SLEEPY GOBY, SAND GOBY
ชื่อวิทยาศาสตร์ xyeleotris marmoratus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างกลม ส่วนหางค่อนข้างแบน ปากกว้างเฉียงขึ้นบนเล็กน้อย นัยน์ตาเล็ก โปนกลม มีรูจมูกคู่หน้า เป็นหลอดยื่นมาติดกับร่องเหนือริมปาก ครีบหลังมีสองอัน ครีบหางกลมมน เคลื่อนไหวช้าในระดับกลางน้ำ แต่จะปราดเปรียว เมื่ออยู่บนพื้นดินก้น แหล่งน้ำ และสามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้อย่างกะทันหัน ปกติปลาบู่ทรายจะฝังตัวอยู่ใน พื้นโคลนหรือพื้นทราย
ถิ่นอาศัย แพร่กระจายอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง บึง ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
อาหาร กินลูกกุ้ง ลูกปลาและหอย เป็นปลาที่กินจุ กินอาหารหนักเท่ากับน้ำหนักของมันต่อวันและทุก ๆ วัน
ขนาด ยาว 20 – 30 ซม. แต่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาวถึง 60 ซม.


ปลาสร้อย
ชื่ออังกฤษ WHITE LADY CARP
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thynnicnthys thynnoides
ลักษณะทั่วไป ลำตัวยาวเรียว รูปร่างคล้ายกับปลาลิ่น เกล็ดมีขนาดเล็ก บางและหลุดง่าย สีของเกล็ดนั้นมีสีขาวเงิน เป็นประกายเมื่อถูกแสงสว่าง เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะ เหมือนกัน
ถิ่นอาศัย พบมากในแม่น้ำลำคลองและในน.เจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำทางภาคเหนือของประเทศ ไทย ชอบรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณกลุ่มละ 8 - 10 ตัว
อาหาร ชอบกินแมลงน้ำ ตะไคร่น้ำ และตัวอ่อนของแมลงน้ำ
ขนาด ความยาวประมาณ 9 - 25 ซม.


ปลาหมอแขยง
ชื่ออื่น ๆ หมอโค้ว , ก๋า
ชื่ออังกฤษ STRIPED TIGER NANDID
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pristolepis fasciatus
ลักษณะทั่วไป รูปร่างป้อมสั้น ลำตัวด้านข้างแบน หัวเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ ปากเล็กและอยู่ปลายสุด นัยน์ตาเล็ก มีเกล็ดขนาดเล็กที่หัวและลำตัว ครีบหลังยาว ส่วนที่เป็นก้านเดี่ยว เป็นหนาม แข็งและแหลมคม ครีบก้นมีหนามแหลมคม ส่วนที่อ่อนมีขนาดใกล้เคียงกับ ส่วนอ่อนของ ครีบหาง ครีบหางมีขนาดใหญ่ปลายมน หัวและลำตัวเป็นสีเหลืองแกมเขียว หรือสีเหลือง ปนน้ำตาล
ถิ่นอาศัย ตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง
อาหาร กินไข่ปลาทุกชนิด ลูกกุ้ง ลูกปลาและแมลงน้ำ
ขนาด ความยาวโดยทั่วไป 2 – 20 ซม.
__________________________________________________

๐ ปลาอ้าวปลาเนื้ออ่อน..........ว่ายมาก่อนปลาหนามหลัง
กระแหหางแดงหวัง...............เข้าสู่ทุ่งมุ่งเลมไคล ฯ
๐ ปลาอ้าวเนื้ออ่อนหญ้า.........ตัวบัง
มาก่อนปลาหนามหลัง...........อยู่หน้า
กระแหหางแดงหวัง...............คลาแหล่ง
เข้าสู่ทุ่งเลมหล้า...................เหยื่อย้ำกินไคล ฯ


ปลาเนื้ออ่อน
ชื่ออื่นๆ แดง , นาง
ชื่ออังกฤษ WHISKER SHEATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kryptopterus bleekeri
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด รูปร่างด้านข้างแบนมาก ลำตัวยาวเรียวท่อนหางโค้งงอเล็กน้อย แต่ตอนหัวกว้าง มีหนวด 4 เส้น ไม่มีครีบหลัง ส่วนครีบไขมันก็ไม่มีเช่นกัน ครีบก้นยาวมีก้านครีบอ่อนประมาณ 80 ก้าน
ถิ่นอาศัย มีอยู่ชุกชุมตลอดลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงปากน้ำโพน.ป่าสัก ในน.โขงก็พบชุกชุม ภาคใต้พบในน.ตาปีใกล้บ้านดอน มักชอบอยู่ในบริเวณน้ำลึก ๆ
อาหาร กินลูกกุ้ง หนอน แมลงและจุลินทรีย์ขนาดเล็ก
ขนาด ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยมีผู้พบว่ามีความยาวถึง 60 ซม.


ปลาหนามหลัง
ชื่ออื่นๆ ตะเพียนทราย , แม่กระแด้ง(ภาคอีสาน) , หญ้า , ตาแดง(ภาคใต้)
ชื่ออังกฤษ INDIAN RIVER BARB
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyclocheilichthys apogon
ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างแบน เกล็ดขนาดใหญ่ หัวใหญ่ จะงอยปากยาวและแหลม ไม่มีหนวด นัยน์ตาโตและอยู่ใกล้จมูก ปากเล็กและอยู่ปลายสุด กระโดงหลังสูง มีก้านเดี่ยวเป็นหนามแข็ง และขอบหยัก เป็นฟันเลื่อย ครีบหางแยกเป็นแฉกลึก ลำตัวส่วนบนสีเขียวอมเหลือง ด้านท้องสีเหลืองนวล โคนหางมีจุดสีดำขนาดใหญ่ข้างละจุด ครีบต่าง ๆ สีส้ม นัยน์ตาแดง
ถิ่นอาศัย ทั่วไปในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึงตามภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อาหาร กินหอยน้ำจืดขนาดเล็ก ลูกปลาและพืชน้ำ
ขนาด ความยาวประมาณ 7 – 15 ซม.


ปลากระแหหางแดง
ชื่ออื่นๆ กระแห, ตะเพียนหางแดง, เลียนไฟ(ภาคอีสาน) ,ลำปำ(ภาคใต้)
ชื่ออังกฤษ SCHWANENFELD'S TINFOIL BARB
ชื่อวิทยาศาสตร์ Puntius shwanenfeldi
ลักษณะทั่วไป มีรูปร่างป้อมสั้น ลำตัวแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก ปากเล็กและอยู่ปลายสุด หนวดเล็กสั้นมี 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ครีบหางใหญ่ ปลายเป็นแฉกลึก กระโดงหลังสูง และกว้างมีก้านครีบเดี่ยว ที่แข็งและขอบหยัก เป็นฟันเลื่อยอยู่อันหนึ่ง สีพื้นของลำตัวเป็นสีขาวเงินหรือสีเหลืองปนส้ม ด้านหลังสีเทาปนเขียว ขอบนัยน์ตาดำเป็นสีเหลือง แก้มเหลืองปนแดง กระโดงหลังสีแดงและมีแถบดำปลายกระโดง ขอบบนและล่างของครีบหาง มีแถบสีดำข้างละแถบ
ถิ่นอาศัย พบตามแม่น้ำลำคลองหนองบึงทั่วทุกภาค
อาหาร พืชพันธุ์ไม้น้ำ ตัวอ่อนแมลง ซากสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อย
ขนาด ความยาวตั้งแต่ 15 - 35 ซม.
__________________________________________________

ปลากะโห้ชโดแฝง................ช่อนชวาดแชวงแฝงครัน
หน้าสั้นปลานวลจันทร์...............ปลาอ้องแอ้งปลาเสือหมู ฯ
ปลาชะโดกะโห้ใฝ่.................แฝงกัน
ช่อนชวาดแชวงสูบครัน.............ว่ายแว้ง
หน้าสั้นอิกนวลจันทร์.................หลายเหล่า
ปลาทุกท้องอ้องแอ้ง.................หมึกเหม้าเสือหมู ฯ


ปลากระโห้
ชื่ออื่นๆ กะมัน(ภาคอีสาน) , หัวมัน(ภาคอีสาน)
ชื่ออังกฤษ SIAMESE GIANT CARP
ชื่อวิทยาศาสตร์ Catlocarpio siamensis
ลักษณะทั่วไป มีเกล็ดขนาดใหญ่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง ส่วนของลำตัว บริเวณถัดจากช่องเปิดเหงือกโค้งเป็นสันนูนขึ้นมา หัวโต ความยาวของหัว จะประมาณ หนึ่งในสามของลำตัว นัยน์ตาโตอยู่ใกล้ปลายจะงอยปาก ไม่มีหนวด ปากกว้าง มีฟัน ในลำคอหนึ่งแถว เกล็ดกลมมนขอบเรียบ ขนาดของเกล็ด ขึ้นอยู่กับขนาดของปลา ปลากระโห้ในไทยมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับปลากระโห้อินเดีย แตกต่างกันตรง ที่ กระโห้อินเดียมีหนวด นัยน์ตาพองโตกว่าและมีฟันที่ลำคอสองแถว สีของปลากระโห้โดย ทั่วไป ลำตัวมีสีเทาปนดำ สีของเกล็ดด้านหลังจะเข้มกว่าด้านข้างและด้านท้อง ครีบทุกอัน มีสีแดงปนส้ม
ถิ่นอาศัย เคยมีอยู่ชุกชุมในลุ่ม น.แม่กลอง น.เจ้าพระยาจนถึงบึงบอระเพ็ด ในปัจจุบันมีปริมาณน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีปรากฏให้พบเห็นอยู่บ้างในลำน้ำโขง
อาหาร กินแพลงก์ตอนและพันธุ์ไม้น้ำ
ขนาด เคยมีผู้จับได้ในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2466 มีขนาดยาวถึง 3 เมตร โดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 1 - 2 เมตร


ปลานวลจันทร์
ชื่ออังกฤษ SMALL SCALE MUD CARP
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cirrhina microlepis
ลักษณะทั่วไป รูปร่างเพรียวยาว ลำตัวค่อนข้างกลม ปากเล็ก เกล็ดเล็ก สีของลำตัวมีตั้งแต่สีส้มปนเทาจนถึงสีน้ำตาลปนสีขาวเงิน ท้องสีขาว ครีบหลังและครีบหางสีน้ำตาลปนเทา ปลายครีบสีชมพู
ถิ่นอาศัย อยู่ตามแม่น้ำใหญ่ เช่น น.เจ้าพระยาตั้งแต่อยุธยาขึ้นไปถึงนครสวรรค์ จนถึงบึงบอระเพ็ด ภาคอีสานพบมากในลำน้ำโขง
อาหาร เป็นปลาที่กินอาหารไม่เลือก กินได้ทั้งพืช กุ้ง แมลงและตัวอ่อนของแมลง
ขนาด ความยาวประมาณ 20 – 30 ซม.


ปลาชะโด
ชื่ออื่นๆ แมลงภู่ , อ้ายป๊อก
ชื่ออังกฤษ GIANT SNAKE - HEAD FISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Channa micropeltes
ลักษณะทั่วไป ลำตัวเรียวยาวรูปทรงกระบอก ขณะเป็นปลาเล็กลำตัวจะมีแถบสีเหลืองอมส้มสดใส และมีแถบสีแดงหรือส้มปรากฎให้เห็น 1 แถบ พาดตามยาว เมื่ออายุมากขึ้นลายสีเหลือง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนดำพร้อมทั้งมีแถบสีดำ 2 แถบ เมื่อปลาลำตัวยาว 40 – 50 ซม. แล้วแถบสีและลายต่าง ๆ ลบเลือนไป สีลำตัวของปลาก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เข้ม เหลือบเขียวตลอดตัว
ถิ่นอาศัย ในแม่น้ำ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
อาหาร กินสัตว์น้ำต่าง ๆ
ขนาด ความยาวประมาณ 30 – 50 ซม.


ปลาช่อน
ชื่ออื่นๆ ค้อ
ชื่ออังกฤษ STRIPED SNAKE - HEAD FISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Channa striatus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวอวบกลมยาวเรียว ท่อนหางแบนข้าง หัวแบนลง เกล็ดใหญ่ ปากกว้าง มีฟันซี่เล็ก ๆบนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง ทุกครีบไม่มีก้านครีบแข็ง ครีบหลังและครีบก้นยาว เกือบถึงโคนหาง ครีบหางกลม ลำตัวส่วนหลังสีดำ ท้องสีขาว ข้างลำตัวมีลายดำ พาดเฉียง ลำตัว มีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจจึงสามารถเคลื่อนไหว ไปบนบก และฝังตัวอยู่ใน โคลนด้เป็นเวลานาน ๆ
ถิ่นอาศัย แพร่กระจายตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อาหาร กินเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
ขนาด ความยาวประมาณ 30 - 50 ซม.
__________________________________________________

กดคลังปลาสังมี.....................ปลากระดี่ปลาดุกอุย
พ่นน้ำกระจายกระจุย.................ปลาหูช้างช้างเหยียบซิว
๐ กดคลังปลากสังหว้าย..............ชายงุย
ปลากระดี่ปลาดุกอุย...................แอบข้าง
พ่นน้ำกระจายกระจุย.................หลายเหล่า
ปลาชื่อหูช้างช้าง........................เหยียบบี้ปลาซิว ฯ


ปลากด
ชื่ออังกฤษ TRUNCATED ESTUARINE CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Arius truncatus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างยาว ไม่มีเกล็ด ส่วนหัวแบนราบลงเล็กน้อย ลักษณะเด่นคือระหว่าง จมูกทั้งสองคู่มีแผ่นเนื้อแข็งๆกั้นกลาง นัยน์ตาเล็ก มีหนวดค่อนยาว 3 คู่ ฟันบนเพดานปากมีขนาดเล็ก หางคอดเล็กน้อย ครีบหลังและครีบหูมีหนามแหลม ขอบหนามหยัก เป็นฟันเลื่อย มีครีบไขมันตรงข้ามกับ ครีบก้น พื้นลำตัวสีเหลือง ท้องสีขาว ครีบหนังสีเทาเข้ม ปลายสีดำจาง ครีบหางสีเทาเข้ม ครีบอื่น ๆ สีเหลือง ปลากดหลาวอยู่รวมกัน เป็นฝูงใหญ่ ว่ายน้ำรวดเร็วและว่องไว เป็นปลาทะเลที่เข้ามาหากินในน้ำจืด
ถิ่นอาศัย แหล่งน้ำกร่อยและอพยพมาอยู่แหล่งน้ำจืด พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง
อาหาร กินลูกกุ้ง ลูกปลา และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ขนาด ความยาวประมาณ 16-33 ซม.


ปลากระดี่
ชื่ออังกฤษ ARMED SPINY EEL
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mastacembelus armatus
ลักษณะทั่วไป เป็นปลาน้ำจืดซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกับปลาสลิด กระดี่หม้อ กระดี่มุก และอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาหมอไทย กระดี่นางมีสีขาวนวล ลำตัวบาง เกล็ดบาง เกล็ดเล็กละเอียดขอบเกล็ดเป็นจักรเช่นเดียวกับเกล็ดปลาหมอ มีเส้นก้านครีบเป็นรยางค์ยาวอยู่ใต้ท้อง 1 คู่ เพศผู้จะมีสีแสดบริเวณท้อง กล่าวกันว่า ปลากระดี่จะใช้รยางค์คู่นี้เป็นเครื่องรับความรู้สึก มีนิสัยสงบ เลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ดี แต่ในฤดูผสมพันธุ์ปลาตัวผู้จะมีนิสัยกีดกันระรานปลาอื่น
ถิ่นอาศัย มีอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำ หนองบึง ลำห้วย ซึ่งมีพืชพันธุ์ไม้น้ำหนาแน่น
อาหาร กินแมลงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
ขนาด ความยาวประมาณ 15 ซ.ม.


ปลาดุกอุย
ชื่ออังกฤษ GUNTHER'S WALKING CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clarias macrocephalus
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ลำตัวยาวเรียวด้านบน หัวแบนลง กะโหลกท้ายทอยป้านและโค้งมน เงี่ยงที่ครีบหูมีฟันเลื่อยด้านนอกและด้านใน ครีบหลัง ครีบก้นและครีบหางแยกออกจากกัน ครีบหางมีปลายมน ลำตัวมีสีดำปนเหลือง ท้องสีเหลืองจาง มีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ
ถิ่นอาศัย ลำคลอง หนองบึงซึ่งมีพันธุ์ไม้น้ำปกคลุมและมีพื้นเป็นโคลนตม
อาหาร กินสัตว์ ซากพืช และซากสัตว์
ขนาด มีความยาวประมาณ 15-35 ซม.


ปลาซิว
ชื่ออื่นๆ จุกกี
ชื่ออังกฤษ BLUE DANIO
ชื่อวิทยาศาสตร์ Danio ( Danio ) regina
ลักษณะทั่วไป เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อยู่รวมกันเป็นฝูง เคลื่อนไหวเร็ว ลำตัวยาวเพรียวและด้านข้างแบน สีสันสวยงาม มีหนวดสั้น 2 คู่ ตอนบนของลำตัวสีเทาอมชมพู ท้องและลำตัวมีประกายเป็นสีเขียวสดใส มีจุดดำจาง ๆ อยู่หลังช่องเหงือก มีกระดูกแหลมเป็นเงี่ยงอยู่ตอนหน้าของนัยน์ตา
ถิ่นอาศัย ลำธาร ลำห้วย บริเวณใกล้น้ำตก ภาคใต้มีชุกชุมตามแหล่งน้ำตก
อาหาร กินลูกน้ำ ตัวอ่อนและแมลงน้ำขนาดเล็ก
ขนาด ความยาวประมาณ 5 – 8 ซม.
__________________________________________________

เทโพแลเทพา....................ตะเพียนพาพาพวกจร
ไอ้บ้าปลาสลุมพอน.................ผักพร้าเพรี้ยแลหนวดพราม
๐ เทโพพาพวกพ้อง................เทพา
ปลาตะเพียนปลากาพา............คู่เคี้ย
สลุมพอนไอ้บ้าปลา.................หลายหมู่
ปลาผักพร้ามาเพรี้ย................ว่ายไหล้หนวดพราม ฯ


ปลาเทโพ
ชื่ออื่นๆ หูหมาด
ชื่ออังกฤษ BLACK EAR CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pangasius larnaudi
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ขนาดใหญ่ มีหัวโตหน้าสั้นทู่ลำตัวยาวและด้านข้างแบน นัยน์ตาค่อนข้างโต ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กแหลมคม มีหนวดเล็กและสั้นที่ริมปากบนและมุมปากแห่งละหนึ่งคู่ กระโดงหลังสูงและมีก้านเดี่ยวอันแรกเป็นหนามแข็ง ครีบหูมีเงี่ยงแหลมแข็งข้างละอัน มีครีบไขมันใกล้โคนครีบหาง ซึ่งใหญ่มีปลายเป็นแฉกลึก ลำตัวบริเวณหลัง มีสีดำคล้ำหรือ สีน้ำเงินปนเทา หัวสีเขียวอ่อน ท้องสีขาวเงิน มีจุดสีดำขนาดใหญ่เหนือครีบหู
ถิ่นอาศัย เดิมชุกชุมในลำน้ำเจ้าพระยา ภาคอีสานพบในน.โขง
อาหาร กินสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าและซากของสัตว์
ขนาด ความยาวประมาณ 80 – 120 ซม.


ปลาเทพา
ชื่ออังกฤษ CHAO PHRAYA GIANT CATFISH
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pangasius sanitwongsei
ลักษณะทั่วไป ไม่มีเกล็ด ขนาดใหญ่ลำตัวยาวเรียว หัวโต จะงอยปากค่อนข้างสั้น นัยน์ตาเล็กปากกว้าง มีฟันแหลมคมหนวดเล็กและสั้น 2 คู่ กระโดงหลัง ครีบหู และครีบท้องมีก้านเดี่ยวครีบก้นมีฐานยาว ครีบหางเป็นแฉกลึก ครีบไขมันอยู่ใน แนวสันหลังอยู่ใกล้กับครีบหาง หัว สันหลังและข้างสีดำปนเทา ท้องสีขาว มีจุดสีขาว ขนาดใหญ่สะดุดตาอยู่เหนือช่องเหงือก
ถิ่นอาศัย ในอดีตมีชุกชุมในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันหาได้ยาก น.โขงเป็นแหล่งน้ำที่มีปลาชนิดนี้ชุกชุม
อาหาร กินปลา สัตว์น้ำทั้งที่เป็นและตายแล้ว
ขนาด ความยาวประมาณ 1.0 – 2.5 ซม.


ปลาตะเพียน
ชื่ออื่นๆ ตะเพียน
ชื่ออังกฤษ COMMON SILVER BARB
ชื่อวิทยาศาสตร์ Puntius gonionotus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง เกล็ดใหญ่ หัวเล็ก ปากเล็ก มีก้านครีบอ่อน ของครีบก้นอยู่ 6 ก้าน ลำตัวเป็นสีเขียวอมฟ้า ด้านหลังสีน้ำตาลปนเทา ท้องสีขาวเงิน ครีบก้นสีเหลืองปนส้ม ครีบอื่น ๆ สีซีดจาง ว่ายน้ำเร็ว เมื่อตกใจจะกระโดดได้สูงมาก
ถิ่นอาศัย พบตามแหล่งน้ำไหล และน้ำนิ่งทั้งในภาคกลาง ภาคเหนือ และอีสาน
อาหาร กินพืช เมล็ดพืชตระกูลหญ้าโดยเฉพาะข้าว สาหร่าย ตะไคร่น้ำ ซากสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อย แพลงก์ตอน ไรน้ำ
ขนาด มีความยาวประมาณ 8 – 36 ซม.


ปลาบ้า
ชื่ออื่นๆ พวง
ชื่ออังกฤษ HOEVEN' S SLENDER CARP
ชื่อวิทยาศาสตร์ Leptobarbus hoeveni
ลักษณะทั่วไป ลำตัวยาวค่อนข้างกลม หัวโต นัยน์ตาค่อนข้างโต ปากกว้างมีหนวดสั้น ๆ อยู่ 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่และเป็นเงามัน ครีบหลังอยู่ตรงข้ามกับครีมท้อง ครีบหางเว้าลึก ลำตัวสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนของหลังสีเทาปนดำ ท้องสีขาวจาง ๆ ครีบหางสีชมพู ครีบอื่น ๆ สีแดงจาง ๆ
ถิ่นอาศัย อยู่รวมกันเป็นฝูง ตามแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ตามหนองบึงในจ.ราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ พิจิตร น.เจ้าพระยา น.แม่กลอง และน.โขง
อาหาร กินเมล็ดพืชและผลไม้ทุกชนิด
ขนาด พบทั่วไป มีความยาวประมาณ 20 – 30 ซม.


ปลาหนวดพราหมณ์
ชื่ออังกฤษ PARADISE THREADFIN
ชื่อวิทยาศาสตร์ Polynemus paradiseus
ลักษณะทั่วไป ลำตัวยาวเรียว ส่วนหัวค่อนข้างเล็ก หน้าสั้น นัยน์ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ทางด้านข้างของลำตัว มีฟันเล็กละเอียดอยู่บนขากรรไกรบนและล่าง ครีบหลังมี 2 อัน ครีบท้องอยู่ใต้ครีบหู ครีบหางปลายแยกเป็นแฉกลึก ครีบก้นอยู่ตรงข้ามครีบหลังอันที่ 2 ก้านครีบหูแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนเหมือนครีบหูของปลาอื่น ๆ แต่ส่วนล่างแบ่งเป็นเส้นมี 7 เส้น 2 เส้นแรกมีความยาวเป็นสองเท่าของความยาวลำตัว
ถิ่นอาศัย ชายฝั่งทะเลทั่วไป ในแหล่งน้ำจืดพบในน.เจ้าพระยาและท่าจีน
อาหาร กินแมลง และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ขนาด โดยทั่วไปยาว 13 – 25 ซม.


ปลากา
ชื่ออื่น ๆ เพี้ย
ชื่ออังกฤษ GREATER BLACK SHARK
ชื่อวิทยาศาสตร์ Morulius chrysophadion
ลักษณะทั่วไป ลำตัวเรียวยาวด้านข้างแบนเล็กน้อย สันหลังโค้งสูง ส่วนท้องแบน ปากอยู่ในแนว เดียวกับสันท้อง ยืดหดได้ และมีลักษณะแบบปากดูด ริมฝีปากบนและล่างเป็นหยัก มีติ่งเนื้อเป็นฝอยสั้น ๆ อยู่รวมกันเป็นกระจุก มีหนวด 2 คู่ ครีบหลังมีขนาดใหญ่และ สูงมาก ครีบท้องยาวจดตอนต้นของครีบก้น ครีบหางเว้าลึก สีของลำตัวมีตั้งแต่ม่วงแก่ ไปจนถึงดำเข้ม เกล็ดทุกเกล็ดมีจุดสีเหลืองจาง ๆ อยู่ตรงกลาง ครีบสีดำทั้งสิ้น
ถิ่นอาศัย แหล่งน้ำที่มีระดับน้ำตื้น ๆ และมีพันธุ์ไม้น้ำ
อาหาร กินตะไคร่น้ำ พืชน้ำขนาดเล็กแพลงก์ตอน ซากพืช และตัวอ่อนแมลงน้ำ
ขนาด ใหญ่ที่สุดมีความยาวถึง 48 ซม.
__________________________________________________


: ด.ช. สัณหพจน์ เพชรมุณี , ด.ช. วชิรวิทย์ เพ็ญรัตน์ ม.2/11บี - 02/12/2005 13:39

 

โครงงานศึกษาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเรื่องนิราศธารทองแดง: แหล่งเรียนรู้ห้องเรียนสีชมพู





๐ ฝูงนาคมากหมู่มา..............ดำน้ำท่าหาอาหาร
ฝูงปลามาพะพาน..................ขบได้ถนัดกัดกินเนือง ฯ
๐ ฝูงนาคมากหมู่หมั้ว...........ดาขนาน
ดำน้ำหาอาหาร.....................แกล่กล้ำ
ฝูงปลามาพอพาน..................พะปาก
ขบถนัดกัดใต้น้ำ...................ผุดขึ้นกินเนือง ฯ


นาก
Oriental Small-clawed Otter
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Aonyx cinerea
ลักษณะทั่วไป
มีขนาดเล็ก ลำตัวอ้วนสั้น แข็งแรง ลำตัวตอนบนสีน้ำตาลเทา ตอนล่างลำตัวสีอ่อนกว่า ใต้คางและคอด้านล่างสีขาวนวล มีเล็บสั้นทื่อโค้งไม่ยื่นออกมาพ้นปลายนิ้ว เยื่อระหว่างนิ้วเท้ามีเล็กน้อย หางแข็ง หูเล็ก ขนสั้นเรียบเป็นมัน
ถิ่นอาศัย, อาหาร
พบในจีน พม่า อัสสัม เนปาล สิกขิม อินเดีย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย บอร์เนียว สุมาตรา ชวา ฟิลิปปินส์
อาหารของนากนอกจากปลาแล้วยังกินหอย ปู บางครั้งนากจะขึ้นบกเพื่อหาสัตว์เล็ก ๆ และแมลงกิน
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
ชอบหากินอยู่ในน้ำ ว่ายน้ำเก่ง ชอบอาศัยอยู่ตามห้วย ลำธาร ในป่าตามบึง หนอง เมื่อว่ายน้ำจะใช้หางโบกขึ้นลงทำให้ตัวเคลื่อนไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว ชอบอยู่รวมเป็นกลุ่ม แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะอยู่เป็นคู่
นากจะผสมพันธุ์ในน้ำ และออกลูกครั้งละ 2-4 ตัว
__________________________________________________________________

งูเหลือมคอกระหวัดไม้..............หางกระหวัดไว้ใฝ่อาหาร
วิดน้ำในห้วยธาร..........................โพงไปมาเอาปลากิน ฯ
๐ งูเหลือมแบนท้องแผ่................คือกะดาน
วิดน้ำหาอาหาร...........................ใฝ่กล้ำ
โครมครุ่นในห้วยธาร....................เสียงฉ่า
โพงสาดไปให้น้ำ........................ซ่านสิ้นกินปลา


งูเหลือม
Reticulated Python(Regal Python)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Python reticulatus
ลักษณะทั่วไป
เป็นงูที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก มีปากใหญ่ ฟันแหลมคม ขากรรไกร แข็งแรงมาก พื้นตัวสีน้ำตาลแดง มีลายแบ่งเป็นวงมีหลายสี ที่หัวมีเส้นศรสีดำจนเกือบถึงปลายปาก ส่วนท้องสีขาว
ถิ่นอาศัย, อาหาร
มีทุกภาคในประเทศไทย พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์
งูเหลือมกินสัตว์แทบทุกชนิด เช่น เก้ง สุนัข กระต่าย หนู ไก่ เป็ด นก บางครั้งก็จับปลากินด้วย
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
งูเหลือมเป็นงูไม่มีพิษ เลื้อยช้าๆ ดุ ออกหากินกลางคืน หากินทั้งบนบกและในน้ำ อาศัยนอนตามโพรงดินโพรงไม้ในที่มืดและเย็น หลาย ๆ วันจึงจะออกหากินครั้งหนึ่ง
งูเหลือมมีการสืบพันธุ์คล้ายงูหลาม แต่มีระยะฟักไข่ 3 เดือน ลูกงูที่ออกจากไข่มีความยาวประมาณ 55 เซนติเมตร
___________________________________________________________________

จรเข้หลายว่ายเคียงคู่...............เป็ดปนหมู่ภู่เข้าไป
เป็ดบินสิ้นตกใจ..........................คนพิศเพ่งเล็งแลดู ฯ
๐ จรเข้ใหญ่น้อยว่าย..................ชลใส
ภู่ตามเป็ดน้อยไป........................เรื่อยรี้
เป็ดน้ำดำตกใจ..........................บินตื่น
คนคร่ำเลงแลชี้..........................บอกให้กันดู ฯ


จระเข้นํ้าจืด
Siamese Crocodile
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Crocodylus siamensis
ลักษณะทั่วไป
จระเข้น้ำจืดตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียมีขนาดยาวประมาณ 12 ฟุต แต่ตัวผู้มีหางยาวกว่าตัวเมีย และมักมีจำนวนเกล็ดที่ห่างมากกว่า จระเข้น้ำจืดหัวทู่สั้นกว่าจระเข้น้ำเค็ม มีเกล็ดท้ายท้อย 4 เกล็ดเรียงให้เห็นชัด เท้าหลังมีพังผืดเล็กน้อย หางจระเข้มีกำลังมากใช้โบกพัดไปมาช่วยในการว่ายน้ำ หรือเป็นอาวุธ สามารถฟาดหางทำให้คนหรือสัตว์ได้รับอันตรายได้ ปกติไม่ได้ใช้ขาในการว่ายน้ำ
ถิ่นอาศัย, อาหาร
พบในเอเชียแถบประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และประเทศไทย
จระเข้น้ำจืดกินสัตว์ที่มีขนาดกลาง เช่น ปลา กบ นก รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ถ้าอาหารมีขนาดใหญ่มันจะคาบอาหารแล้วเหวี่ยงไปมาทำให้อาหารขาดออกเป็นชิ้น ๆ อาหารจะถูกย่อยอย่างช้า ๆ ทำให้ไม่ต้องกินอาหารประมาณ 15-30 วัน หลังจากนั้นจึงกินอีกครั้งหนึ่ง
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
ชอบอยู่ตัวเดียว ตามแหล่งน้ำนิ่งซึ่งมีความลึกไม่เกิน 5 ฟุต และมีที่ร่ม ในช่วงอากาศร้อนจะแช่ตัวในน้ำ ถ้าอากาศหนาวจะขึ้นมาผึ่งแดดบนบกในตอนกลางวัน
จระเข้น้ำจืดมักผสมพันธุ์กันในฤดูหนาวซึ่งในระยะนี้ตัวผู้จะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเป็นเจ้าของตัวเมีย การผสมพันธุ์มีปีละครั้ง จระเข้น้ำจืดเริ่มวางไข่โดยตัวเมียจะขุดดินที่อยู่ใกล้น้ำที่เป็นดินทรายกว้าง 40-50 เซ็นติเมตร แล้วออกไข่ประมาณ 20-40 ฟอง เมื่อวางไข่เสร็จแล้ว จระเข้จะกวาดใบไม้รอบ ๆ หลุมไข่มารวมพูนกองบนรังไข่เพื่อป้องกันฝน จากระยะออกไข่จนฟักเป็นตัว ระยะนี้จระเข้จะดุร้ายมาก ศัตรูตามธรรมชาติของไข่จระเข้น้ำจืดนอกจากคนแล้วก็มี *** ตะกวด ชะมด อีเห็น ซึ่งมาลักไข่ของมันไปกิน เมื่อฟักไข่ครบกำหนดแล้วจระเข้ตัวอ่อน ๆ ก็จะเจาะเปลือกไข่ออกมาเอง


จระเข้นํ้าเค็ม
Saltwater Crocodile(Indo-Pacific Crocodile)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Crocodylus porosus
ลักษณะทั่วไป
ลักษณะของหัวยาวเพรียว ไม่มีเกล็ดท้ายทอย 4 เกล็ดให้เห็น ขาหลังมีพังผืดยึดนิ้วทั้ง 5 ซึ่งเห็นได้ชัดเจน และพังผืดยาวจรดปลายนิ้ว มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาจระเข้ ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยพบยาว 7 เมตร
ถิ่นอาศัย, อาหาร
อาศัยอยู่ตั้งแต่ฝั่งทะเลตะวันออกของอินเดีย ถึง ฟิลลิปินส์ และทางเหนือของออสเตรเลีย ทางใต้ของไทยและมาเลเซีย
โดยปกติแล้วลูกจระเข้น้ำเค็มกินปลา แมลง ปู กบ ส่วนตัวที่โตเต็มวัยจะกินสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น หมู รวมทั้งคนก็กินได้
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
มีนิสัยดุร้ายมาก กินคนเป็นอาหารได้ อาศัยอยู่ในที่ลุ่ม หนอง บึง และแม่น้ำที่ไม่มีบ้านเรือนตั้งอยู่
จระเข้พันธุ์น้ำเค็มจะเริ่มไข่ได้เมื่ออายุ 12 - 15 ปี มีความต้องการสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากจระเข้น้ำจืด ตั้งแต่ต้องการบ่อที่กว้างกว่า ในบางครั้งต้องการน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ผสมพันธุ์ในฤดูหนาว ผสมพันธุ์ปีละครั้ง ออกไข่ในหลุมดินในช่วงฤดูร้อนหรือต้นฤดูฝน ฟักไข่ในหลุมดินประมาณ 11 สัปดาห์ วางไข่ครั้งละ 60 - 80 ฟอง
______________________________________________________________

ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่..............ฝังไข่ไว้ในหาดทราย
ตริวคราวเต่าม่านลาย.................ผุดดำคล้ายว่ายเห็นตัว ฯ
๐ ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่.............ตีนตะกาย
ฝังไข่ในหาดซาย......................กลบเกลี้ยง
ตริวตราวขุนม่านลาย.................ตระเต่า
ดำผุดคล้ายว่ายเพี้ยง.................ก่ายกลุ้มหนาตัว ฯ


ตะพาบ
ชื่อสามัญ
COMMON SIAMESE SOFT-SHELLED TURTLE
ชื่อวิทยาศาสตร์
Trionyx cartilageneus
ถิ่นอาศัย
พบทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง บึงหนองทั่วไป ภาคอีสานเรียกว่าปลาฝา
อาหาร
กินต้นอ่อนของพืชและเนื้อสัตว์แทบทุกชนิด
ขนาด
ความยาวประมาณ 25-75 เซนติเมตร
__________________________________________________________________

ปูกุ้งลอยก่งก้าม..................แลเหลื่อมหลามย่ามเหยื่อหา
หอยโข่งหอยขมตา..................วัวก็มีที่ท้องธาร ฯ
๐ ปูกุ้งลอยก่งก้าม.................ไคลคลา
เหลือหลามย่ามเหยื่อหา............สู่ส้อง
หอยโข่งหอยขมตา.................วัวเกลื่อน
สารพัดมีที่ท้อง.....................ท่าน้ำธารสินธุ์ ฯ


ปูหนุมาน
ชื่อสามัญ
PAINTED STONE CRAB
ชื่อวิทยาศาสตร์
Graspsus albiliniatus
ถิ่นอาศัย
อยู่ตามชายหาดพื้นท้องทะเลเป็นทรายมากกว่าอย่างอื่น ชอบอาศัยอยู่ในระดับที่น้ำทะเลขึ้นลงตามหาดทราย พบมากที่เกาะไผ่ เกาะคราม เกาะเสม็ด หาดสุรินทร์ สงขลา อ่าวไทยตอนนอกและแหลมญวน
อาหาร
กินซากพืชและสัตว์ที่ตายแล้ว
ขนาด
ความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร


: ด.ช. สัณหพจน์ เพชรมุณี , ด.ช. วชิรวิทย์ เพ็ญรัตน์ ม.2/11บี - 02/12/2005 23:47






โครงการการศึกษาสัตว์ปีกในนิราศธารทองแดง




๐..........นกหว้าหน้างามลาย....................คือดาวรายพรายเพริศเพรา
เที่ยวกินถิ่นลำเนา...................................พาคู่เคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
๐..........นกหว้าหน้าเปรียบแต้ม...............ดรูเฉลา
ตัวลายพรายดาวเพรา............................เพริศหน้า
เที่ยวกินถิ่นลำเนา..................................เคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้า...............................เก็บลิ้มเล็มกิน ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกหว้า
อังกฤษ :: Great Argus(Great Argus Pheasant)
วิทยศาสตร์ :: Argusianus argus

ลักษณะ
เป็นนกขนาดใหญ่และไม่มีเดือย จัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกไก่ฟ้าของไทย ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 76 - 200 เซนติเมตร ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียมาก ตัวสีน้ำตาลปนเทา ขนปีกยาว มีจุดกลมคล้ายลูกตาบนปีกเป็นระยะตามความยาวของขนปีก กลางหัวมีขนเป็นหงอน หรือสันเล็ก ๆ หน้าและคอสีฟ้า ปากเหลือง ขาแดง ตัวผู้มีขนหางคู่กลางยาวเลยเส้นอื่นออกไปมาก ส่วนตัวเมียจะไม่มี

ที่อยู่อาศัย :: พบในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรี ประเทศไทยพบทางภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปตลอดแหลมมลายู เป็นนกประจำถิ่นซึ่งค่อนข้างหายาก
อาหาร :: นกหว้ากินเมล็ดพืช ผลไม้ที่หล่นตามพื้นดิน แมลงและตัวหนอน



๐..........นกขมิ้นเหลืองหลากหลาย..........................มีสพายหมายสองคาง
เหลืองอร่ามงามปีกหาง.........................................เห็นสำอางช่างมีพรรณ ฯ
๐..........นกขมิ้นเหลืองก่ำป้อง...............................ปีกหาง
มีสพายหมายสองคาง.......................................... ค่างแก้ม
เหลืองอร่ามงามปีกหาง........................................ เห็นเลิศ
สร้อยสำอางอย่างแต้ม......................................... แต่งให้มีพรรณ ฯ


ชื่อ
ไทย :: นกขมิ้น
อังกฤษ :: Black-naped Oriole
วิทยศาสตร์ :: Oriolus chinensis

ลักษณะ
เป็นนกขนาดเล็กลำตัวยาว 27 เซนติเมตร สีตัวส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองสดใส มีแถบหนาสีดำคาดจากโคนปากไปจรดกันที่ท้ายทอย ปีกและหางบางส่วนเป็นสีดำ ปากแหลมแข็งแรงสีส้ม นกตัวเมียสีไม่เหลืองสดใสเหมือนนกตัวผู้ แต่จะเป็นสีเหลืองอมเขียว นกวัยอ่อนมีลายขีดสีดำบริเวณท้อง

ที่อยู่อาศัย :: พบในแถบ เอเชียตะวันออก อินเดีย หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ จีน ไหหลำ ไต้หวัน หมู่เกาะซุนดา ซุลาเวสี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนประเทศไทย พบได้ทั้งประเทศ เพราะเป็นนกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์
อาหาร :: นกขมิ้นแมลง ผลไม้สุก และ น้ำหวานดอกไม้ โดยเฉพาะต้นทองหลางและต้นงิ้ว



๐..........นกคุ่มซุ่มอยู่นอน............................ในดงดอนส้อนไคลคลา
ลายเลือนเหมือนนกกระทา............................ แต่ตัวน้อยค่อยเก็ยกิน ฯ
๐..........นกคุ่มซุ่มอยู่ข้อย............................ไปมา
ดงดอนซ่อนกายา...................................... กระจ้อย
ลายเลือนเหมือนนกกระทา ...........................กระแจ่ม
แต่ว่าตัวน้อยน้อย..................................... ค่อยเถี้ยวเก็บกิน ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกคุ่ม
อังกฤษ :: Blue-breasted Quail
วิทยศาสตร์ :: Coturnix chinensis

ลักษณะ
เป็นนกขนาดเล็กมาก
อกและสีข้างเป็นสีน้ำเงินแกมเทา
ลำตัวด้านเป็นสีน้ำตาลเข้มมีลายจุดและลายขีดสีดำกระจายอยู่

ที่อยู่อาศัย :: พบในประเทศอินเดีย หมู่เกาะนิโคบาร์ตอนใต้ของจีน เกาะไต้หวัน เกาะไหหลำ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ ฟิลิปปินส์ จนถึงทวีปออสเตรเลีย
อาหาร :: เมล็ดหญ้า ธัญพืช สัตว์และแมลงขนาดเล็กที่อยู่ตามพื้นดิน โดยเฉพาะปลวก



๐..........นกเงือกอยู่ในโพรงไม้........................... ผัวฟักไข่เมียผันผาย
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย.......................................... ผัวหมายไว้ให้รวงรัง ฯ
๐.........นกเงือกอยู่ซอกไม้................................. เรียงราย
ผัวฟักเมียผันผาย.............................................ด่วนได้
เล่นชู้อยู่เสบยสบาย...........................................ลืมคู่
ผัวอดอาหารให้.................................................อยู่เฝ้ารวงรัง

ชื่อ
ไทย :: นกเงือก
อังกฤษ :: Indian Pied Hornbill(Oriental Pied Hornbill)
วิทยศาสตร์ :: Anthracoceros albirostris

ลักษณะ
เป็นนกเงือกที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย ลำตัวยาว 70 เซนติเมตร สีตัวส่วนใหญ่เป็นสีดำ
มีสีขาวแซมบ้างบริเวณท้อง แก้ม ปลายปีกและปลายหาง มีปากใหญ่มากสีเหลือง
และมีโหนกขนาดใหญ่อยู่เหนือปากด้านบน นกตัวเมียมีขนาดเล็กกว่านกตัวผู้

ที่อยู่อาศัย :: พบในป่าผลัดใบ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง อินเดีย จีนตอนใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ชนิดย่อย albirostris พบทั่วประเทศ ส่วนชนิดย่อย convexus พบเฉพาะทางภาคใต้ตอนล่าง
อาหาร :: ลูกไม้ โดยเฉพาะลูกไทร มะเดื่อ รวมทั้งแมลง และสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก



๐..........นกเขาเค้าเคียงคู่.....................ก่งคอคูคู่ขานขัน
กระทาทักปักกรอกัน.......................... ข้างขันไขว่ไล่ลายชม ฯ
๐...........นกเขาขันคู่คู้......................... เคียงขยัน
คอเก่งคูขานขัน.................................. คั่นหน้า
กระทาทักปักกรอกัน........................... เสียงเฉื่อย
ลามไล่ไขว่ขวัญจ้า.............................. แปลกขู้ชนแทง ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกเขาใหญ่
อังกฤษ :: Spotted Dove
วิทยศาสตร์ :: Streptopelia chinensis

ลักษณะ
นกเขาใหญ่ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกัน บนหัวมีสีเทาและหลังสีน้ำตาลอกแดงและคอสีน้ำตาลอมแดง ลักษณะที่เด่นชัดคือ มีแถบสีดำจุดขาวคาดบริเวณคอด้านหลัง แถบดังกล่าวนี้พบทั้งตัวผู้และตัวเมีย ยกเว้นตัวที่โตไม่เต็มที่จะยังไม่ปรากฏ

ที่อยู่อาศัย :: พบในทวีปเอเชียแถบประเทศอินเดีย จีน ไต้หวัน เวียดนาม กัมพูชา และในประเทศไทยพบในทั่วทุกภาค
อาหาร :: นกเขาใหญ่ชอบกินเมล็ดพืชเป็นอาหาร ได้แก่ ข้าวฟ่าง และธัญพืชต่างๆ



๐............เป็ดหงส์ลงธารา..................คล่ำดำหาปลาตะเพียนเวียน
ไล่ลัดฉวัดเฉวียน...............................หาปลาแปบแทบทันกัน
๐.........เป็ดหงส์ลงท่องท้อง..............ธารา
เตร็จคล่ำดำหาปลา............................ก่ายหว้าย
แชวงแขยงม้ากา...............................กดหลด
ได้แปบแทบกายหม้าย......................อ่าวค้าวตะเพียนเวียน ฯ

ชื่อ
ไทย :: เป็ดหงส์
อังกฤษ :: Comb Duck
วิทยศาสตร์ :: Sarkidiornis melanotos

ลักษณะ
เป็นเป็ดป่าขนาดใหญ่ มีลำตัวยาวถึง 76 เซนติเมตร มีจะงอยปากสีดำ แถบบนปีกมีสีบรอนซ์สะดุดตา เป็ดตัวผู้มีส่วนหลังสีดำเหลือบสีเขียวแกมฟ้าและสีม่วง ส่วนหัวและลำคอสีขาว มีจุดประสีดำ มีแถบสีดำรอบด้านหลังคอพาดลงไปถึงด้านข้างของส่วนอก และอีกแถบหนึ่งพาดลงไปด้านข้างของส่วนหาง ขณะบินจะสังเกตเห็นแผ่นหลังส่วนล่างสีออกเทาชัดเจน ในฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้มีปุ่มเนื้อที่โคนจะงอยปากด้านบน ส่วนคอและที่ใกล้หาง ลูกเป็ดอายุน้อยลำตัวไม่ค่อยมีสีเหลือบและบริเวณแถบขาวมีสีคล้ำ

ที่อยู่อาศัย :: ชอบอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำที่มีพืชปกคลุม ทำรังในโพรงของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้น้ำ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ ไปทางทิศตะวันออก ผ่านแคว้นอัสสัม พม่า ถึงบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และจีนตอนตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังพบในทวีปแอฟริกาอีกด้วย
อาหาร :: ข้าวเปลือก เมล็ดหญ้า ลำต้นอ่อนของพืช และสัตว์น้ำ



๐............ยูงทองย่องเยื้องย่าง...............รำรางชางฟ่างปลายหาง
ปากหงอนอ่อนสำอาง.............................ช่างรำเล่นเต้นตามกัน ฯ
๐.............ยูงทองย่องย่างเยื้อง.............รำฉวาง
รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง............................เฉิดหน้า
ปากหงอนอ่อนสำอาง............................ลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้า................................ปีกป้องเปนเพลง ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกยูงไทย
อังกฤษ :: Green Peafowl
วิทยศาสตร์ :: Pavo muticus

ลักษณะ
เป็นนกขนาดใหญ่มาก ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 102 - 245 เซนติเมตร ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีหงอนเป็นพู่สีเหลืองชี้ตรงอยู่บนหัว ต่างจากนกยูงอินเดียซึ่งเป็นรูปพัด บนหัวและคอเป็นขนสั้น ๆ สีเขียวเหลือบน้ำเงิน หน้ามีสีฟ้า ดำ และเหลือง ขนคอ หน้าอกและหลังตรงกลาง ขนมีเหลือบน้ำเงินแก่ล้อมด้วยสีเขียวและสีทองแดง นกยูงตัวผู้มีแพนขนปิดหางยาวหลายเส้น ตรงปลายมีดอกดวง "แววมยุรา" ตรงกลางดวงมีสีน้ำเงินแกมดำอยู่ภายในพื้นวงกลมเหลือบเขียว ล้อมรอบด้วยรูปไข่สีทองแดง เมื่อนกยูงรำแพนจึงเป็นรูปพัดขนาดใหญ่มีสีสันสวยงามมาก นกยูงตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย และมีเดือยสั้นกว่า ขนของตัวเมียมักมีสีน้ำตาลแดงแทรกอยู่เป็นคลื่น

ที่อยู่อาศัย :: นกยูงมีการกระจายพันธุ์ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะชวา ในประเทศไทยพบในภาคเหนือและภาคตะวันตก
อาหาร :: นกยูงกินทั้งพืชและสัตว์ ได้แก่ เมล็ดหญ้า เมล็ดของไม้ต้น ธัญพืช ผลไม้สุก แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก



๐............นกกระเรียนเวียนลงหนอง..............ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ...................................เดียรดาษแลแหล่เหลือหลาย ฯ
๐............นกกระเรียนเวียนว่อนน้ำ.................เลงแล
ลงย่องร้องแกร๋แกร๋....................................แจ้มจ้า
ริมทุ่งกระทุงลอยแพ..................................ลงล่อง
บินกลาดกลุ้มท้องฟ้า.................................ร่อนร้องเหลือหลาย ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกกระเรียน
อังกฤษ :: Sarus Crane
วิทยศาสตร์ :: Grus antigone

ลักษณะ
เป็นนกสูงใหญ่ ตัวผู้และตัวเมียคล้ายกันมาก ขนลำตัวสีเทาตลอด ขายาวสีแดงเรื่อ ลำตัวตอนบนและหัวไม่มีขน มีแต่หนังและขนเล็ก ๆ สีแดง มีจุดด่างขาวตรงกกหูและบนหัว ตาแดง ปากเรียวแหลมแต่ไม่ยาวนัก มีสายตาไวมาก เวลาเช้าและเย็นชอบร้องเสียงดังลั่น

ที่อยู่อาศัย :: มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ประเทศพม่า ไทย ตอนใต้ลาว กัมพูชา เวียดนามตอนใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย
อาหาร :: อาหารได้แก่ ปลา กุ้ง หอย ลูกกบ ลูกเขียด สัตว์เล็ก ๆ เช่น งู หนู จิ้งเหลน กิ้งก่า ยอดไม้ ยอดหญ้า แห้วหมู เมล็ดพืชข้าวเปลือก



๐...........นกแก้วแจ้วเสียงใส.............คลอใคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลา................................ผาแขกเต้าเหล่าโนรี ฯ
๐...........นกแก้วแจ้วรี่ร้อง.................เร่หา
ใกล้คู่หมู่สาลิกา.................................แวดเคล้า
นกตั้วผัวเมียมา..................................สมสู่
สัตวาผ่าแขกเต้า.................................พวกพ้องโนรี ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกแก้ว
อังกฤษ :: Alexandrine Parakeet
วิทยศาสตร์ :: Psittacula eupatria

ลักษณะ
เป็นนกแก้วขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ลำตัวยาว 51 เซนติเมตร หางเล็กเรียวยาว ลำตัวสีเขียว จะงอยปากอวบอูม ปลายปากงุ้มลงสีแดง มีแถบสีแดงบริเวณหัวปีก นกตัวผู้มีแถบแดงเล็ก ๆ บริเวณคอด้านหลัง และมีแถบดำบริเวณคอด้านหน้า ซึ่งไม่มีในนกตัวเมีย ใต้หางสีเหลืองคล้ำ ใบหน้าและลำคอสีปนเหลือง

ที่อยู่อาศัย :: พบในอินเดีย ชอบอยู่อาศัยบริเวณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น เขตแพร่กระจายสามารถพบเห็นได้ที่ พม่า อันดามัน ลาว อินโดจีน ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้
อาหาร :: นกแก้วโม่งชอบหาอาหารเป็นฝูงเล็ก ๆ อยู่บนต้นไม้ กินผลไม้ สามารถใช้ปากเกาะเกี่ยวเคลื่อนตัวไปตามกิ่งไม้ได้ดี



๐.............กางเขนรำเขนหาง.................บ่าวขุนพลางกางปีกรา
จินโจ้แกงจืดมา......................................ร้องแจ้วจ้าป่าวังเวง ฯ
๐.............กางเขนรำไต่ต้น.....................พฤกษา
บ่าวขุนกางปีกรา.....................................ปากอ้า
จินโจ้แกงจืดมา......................................พูดเพรียก
นกพริกร้องแจ้วจ้า..................................ป่าก้องวังเวง ฯ

ชื่อ
ไทย :: นกกางเขน
อังกฤษ :: Oriental Magpie Robin
วิทยศาสตร์ :: Copsychus saularis

ลักษณะ
ตัวผู้สีดำ มีสีขาวตั้งแต่ใต้อกลงมา บนปีกและริมด้านนอกมีสีขาว ตัวเมียมีสีเทาแทนสีดำ เป็นนกที่ร้องเสียงเพราะที่สุดชนิดหนึ่ง ตอนเช้าจะปลุกเราด้วยเสียงใสไพเราะมาก สามารถทำเสียงสูงต่ำได้ราวกับเสียงคุยกัน ทำเสียงไล่ศัตรู และเลียนเสียงนกอื่นได้ด้วย เมื่อกินอาหารอิ่มแล้ว หรือตอนเย็น ชอบไปเกาะยอดจั่วหรือปลายเสาธงร้องเปลี่ยนทำนองเพลงต่างๆ ไม่ซ้ำกัน

ที่อยู่อาศัย :: พบทั่วประเทศไทย
อาหาร :: นกกางเขนบ้านชอบลงหาแมลง ตัวหนอนตามพื้นดิน และกินน้ำหวานของดอกไม้ด้วย



การศึกษาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในนิราศธารทองแดง




๐..........ฝูงนาคมากหมู่มา...........................ดำน้ำท่าหาอาหาร
ฝูงปลามาพะพาน......................................ขบได้ถนัดกัดกินเนือง ฯ
๐..........ฝูงนาคมากหมู่หมั้ว........................ดาขนาน
ดำน้ำหาอาหาร...........................................แกล่กล้ำ
ฝูงปลามาพอพาน .....................................พะปาก
ขบถนัดกัดใต้น้ำ........................................ผุดขึ้นกินเนือง ฯ

ชื่อ
ไทย :: นาก
อังกฤษ :: Oriental Small-clawed Otter
วิทยศาสตร์ :: Aonyx cinerea

ลักษณะ
มีขนาดเล็ก ลำตัวอ้วนสั้น แข็งแรง ลำตัวตอนบนสีน้ำตาลเทา ตอนล่างลำตัวสีอ่อนกว่า ใต้คางและคอด้านล่างสีขาวนวล มีเล็บสั้นทื่อโค้งไม่ยื่นออกมาพ้นปลายนิ้ว เยื่อระหว่างนิ้วเท้ามีเล็กน้อย หางแข็ง หูเล็ก ขนสั้นเรียบเป็นมัน

ที่อยู่อาศัย :: พบในจีน พม่า อัสสัม เนปาล สิกขิม อินเดีย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย บอร์เนียว สุมาตรา ชวา ฟิลิปปินส์
อาหาร :: อาหารของนากนอกจากปลาแล้วยังกินหอย ปู บางครั้งนากจะขึ้นบกเพื่อหาสัตว์เล็ก ๆ และแมลงกิน



๐............จรเข้หลายว่ายเคียงคู่.................เป็ดปนหมู่ภู่เข้าไป
เป็ดบินสิ้นตกใจ..................................... คนพิศเพ่งเล็งแลดู ฯ
๐..........จรเข้ใหญ่น้อยว่าย...................... ชลใส
ภู่ตามเป็ดน้อยไป.................................... เรื่อยรี้
เป็ดน้ำดำตกใจ....................................... บินตื่น
คนคร่ำเลงแลชี้....................................... บอกให้กันดู ฯ

ชื่อ
ไทย :: จระเข้(น้ำจืด)
อังกฤษ :: Siamese Crocodile
วิทยศาสตร์ :: Crocodylus siamensis

ลักษณะ
จระเข้น้ำจืดตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียมีขนาดยาวประมาณ 12 ฟุต แต่ตัวผู้มีหางยาวกว่าตัวเมีย และมักมีจำนวนเกล็ดที่ห่างมากกว่า จระเข้น้ำจืดหัวทู่สั้นกว่าจระเข้น้ำเค็ม มีเกล็ดท้ายท้อย 4 เกล็ดเรียงให้เห็นชัด เท้าหลังมีพังผืดเล็กน้อย หางจระเข้มีกำลังมากใช้โบกพัดไปมาช่วยในการว่ายน้ำ หรือเป็นอาวุธ สามารถฟาดหางทำให้คนหรือสัตว์ได้รับอันตรายได้ ปกติไม่ได้ใช้ขาในการว่ายน้ำ

ที่อยู่อาศัย :: พบในเอเชียแถบประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และประเทศไทย
อาหาร :: จระเข้น้ำจืดกินสัตว์ที่มีขนาดกลาง เช่น ปลา กบ นก รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ถ้าอาหารมีขนาดใหญ่มันจะคาบอาหารแล้วเหวี่ยงไปมาทำให้อาหารขาดออกเป็นชิ้น ๆ อาหารจะถูกย่อยอย่างช้า ๆ ทำให้ไม่ต้องกินอาหารประมาณ 15-30 วัน หลังจากนั้นจึงกินอีกครั้งหนึ่ง



๐..............ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่..................... ฝังไข่ไว้ในหาดทราย
ตริวคราวเต่าม่านลาย..................................... ผุดดำคล้ายว่ายเห็นตัว ฯ
๐..............ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่......................ตีนตะกาย
ฝังไข่ในหาดซาย............................................กลบเกลี้ยง
ตริวตราวขุนม่านลาย..................................... ตระเต่า
ดำผุดคล้ายว่ายเพี้ยง..................................... ก่ายกลุ้มหนาตัว ฯ

ชื่อ
ไทย :: ตะพาบ
อังกฤษ :: common siamese soft-shelled turtle
วิทยศาสตร์ :: Trionyx Gartilageneus

ลักษณะ
มีกระดองหลังค่อนบ้างเรียบแบน กระดองมีลักษณะเป็น หนังที่ค่อนข้างแข็งเฉพาะในส่วนกลางกระดอง แต่บริเวณขอบจะมีลักษณะนิ่มแผ่นกระดองจะปราศจากแผ่นแข็งหรือรอยต่อ ซึ่งแตก ต่างจากกระดองเต่าอย่างสิ้นเชิง กระดองส่วนท้องหุ้มด้วยผิวหนังเรียบ มีส่วนที่เป็นกระดูกน้อยมาก กระดองจะมีรูปร่างกลมเมื่อ ยังมีขนาดเล็ก และจะรีขึ้นเล็กน้อยเมื่อโตเต็มวัยตั้งแต่คอส่วนบนไปจรดขอบกระดองจะมีตุ่มแข็งเล็กๆ ขึ้นอยู่ ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ มักจะเรียงคอยาวและสามารถเอี้ยวกลับมาด้านข้างๆ ได้

ที่อยู่อาศัย :: ตามแม่น้ำ ลำธารและชอบที่ที่มีน้ำนิ่งพื้นดินก้นน้ำเป็นโคลนหรือตะกอนดิน หรือทราย ในแหล่งน้ำทั่วไปซึ่งมีน้ำขังตลอดปี ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทางตอนใต้ของพม่า ในลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และหมู่เกาะต่างๆ ในอินโดนีเซีย
อาหาร :: ปลา ปู หอย ลูกกบ ลูกเขียด บางครั้งก็กินพืชจำพวกยอดไม้และผลไม้ที่หล่นลงในน้ำ



๐..............ปูกุ้งลอยก่งก้าม.................แลเหลื่อมหลามย่ามเหยื่อหา
หอยโข่งหอยขมตา.............................วัวก็มีที่ท้องธาร ฯ
๐..............ปูกุ้งลอยก่งก้าม................ไคลคลา
เหลือหลามย่ามเหยื่อหา........................สู่ส้อง
หอยโข่งหอยขมตา.............................วัวเกลื่อน
สารพัดมีที่ท้อง..................................ท่าน้ำธารสินธุ์ ฯ

ชื่อ
ไทย :: ปูลมใหญ่
อังกฤษ :: Ocypode ceratophthalma
วิทยศาสตร์ :: Ocypodidae

ลักษณะ
มีขนาดใหญ่ 7-10 เซนติเมตร ส่วนของตามีก้านยื่นยาว วิ่งได้เร็ว

ที่อยู่อาศัย :: ขุดรูอาศัยบริเวณชายหาดตอนบน น้ำท่วมไม่ถึง
อาหาร :: กินซากพืชซากสัตว์ และสัตว์ขนาดเล็กบริเวณชายหาดเป็นอาหาร ส่วนใหญ่จะออกหากินเวลากลางคืน


การศึกษาสัตว์บกในนิราศธารทองแดง





o..................ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย .............ชนีอุ่ยอุ้ยร้องหา
ฝูงค่างหว่างพฤกษา ....................................ต่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง ฯ
o.................ฝูงลิงยวบยาบต้น....................พวาหนา
ฝูงชนีมี่กู่หา................................................เปล่าข้าง
ฝูงค่างหว่างพฤกษ.......................................มาสู่
ครอกแครกใส่ไขว่คว้าง.................................โลดเลี้ยวโจนปลิว ฯ

ชื่อ
ค่างดำ
Banded Langur
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Presbytis melalophos


ลักษณะ
ค่างดำมีสีตั้งแต่สีดำจนถึงสีน้ำตาลไหม้จนถึงสีเทาอ่อน และสีน้ำตาลอ่อน
บางตัวอาจมีสีออกขาวที่หน้าอก จากโคนขาด้านในขาวมาถึงเข่า


ที่อยู่อาศัย :: ไทย มาเลเซีย สุมาตรา และ บอร์เนียว
อาหาร :: ใบไม้ ผลไม้ และแมลง




ชื่อ
ชะนีมือขาว (ชะนีธรรมดา)
Lar Gibbon(White-handed Gibbon)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Hylobates lar

ลักษณะ
ชะนีมือขาวมีทั้งสีดำและสีขาว
รูปร่างเพรียว ไม่มีหาง

ที่อยู่อาศัย :: พม่า ลาว มาเลเซีย ไทย
อาหาร ::ผลไม้ ยอดไม้ ไข่นก และแมลงต่าง ๆ





: วิท แมน แบงค์ พัฒน์ ต๊อบ ยอช์ร อ๊อฟ ม.2/11A - 13/12/2005 18:38



o............ชมชมดรสกลิ่นกล้า...............หน้าเซี่ยมแสล้มแนมคู่เคียง
เล่าฤาชื่อชมดเชียง..............................คนหานักมักตามรอย ฯ
o............ชมดเชียงเกลี้ยงกลิ่นกล้า.......หอมชวย
แชล่มคางหางพู่สวย............................เซี่ยมหน้า
ยืนคู่อยู่เคียงรวย................................รวยกลิ่น
คนตามถามชื่อข้า................................คงขึ้น ขายรอย ฯ

ชื่อ

ไทย :: ชะมด
อังกฤษ :: Small Indian Civet
วิทยศาสตร์ :: Viverricula malaccensis

ลักษณะ

ที่อยู่อาศัย :: อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนิเซีย
อาหาร :: ชะมดเช็ดกินสัตว์เล็กๆเป็นอาหารเช่น ไก่ นก หนู งู จิ้งเหลน กิ้งก่า ตลอดจนผลไม้ต่างๆและรากไม้บางชนิด




o............กระทิงวิ่งทั้งคู่.......................ล่ำเติบตรูดูกำยำ
หน้าด่อนท่อนตัวดำ..............................เขาเข้าวงก่งรอมงาม ฯ
o............กระทิงวิ่งทั้งคู่.......................ขันขำ
ล่ำเติบดูกำยำ......................................โป่งป้อม
หน้าด่อนท่อนตัวดำ..............................แรงเลิศ
เขาเค่าวงก่งง้อม.................................แปล่มเสี้ยมรอมงาม ฯ


ชื่อ

ไทย :: กระทิง
อังกฤษ :: Guar
วิทยศาสตร์ :: Bos gaurus

ลักษณะ

ที่อยู่อาศัย :: พบในทวีปเอเชียแถบประเทศอินเดีย พม่า อินโดจีน มาเลเซียและไทย ในป่าเมืองไทยสามารถจำแนกได้ 2 สายพันธุ์ย่อย คือ Bos gaurus readei เป็นสายพันธุ์ที่พบทางป่าภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและอีสาน อีกสายพันธุ์หนึ่งคือ Bos gaurus hubbachi พบทางภาคใต้และเทือกเขาตะนาวศรี
อาหาร :: กระทิงชอบกินดินโป่ง หญ้า หน่อไม้ ใบไม้อ่อน และผลไม้ป่าบางชนิดเป็นอาหาร




o..............มีหมีพีดำขลับ......................ขึ้นไม้ผับฉับไวถึง
เรี่ยวแรงแขงขันขึง..............................กัดโพรงไม้ได้ผึ้งกิน ฯ
o..............มีหมีดำขลับหน้า...................เปนมัน
ขึ้นไม้ผับฉับพลัน.................................ขบขึ้ง
เรี่ยวแรงแขงข้างขยัน...........................สามารถ
กัดฉีกไม้ได้ผึ้ง.....................................คาบเคี้ยวพลางหวาน ฯ

ชื่อ

ไทย :: หมีควาย
อังกฤษ :: Asiatic Black Bear
วิทยศาสตร์ :: Selenarctos thibetanus

ลักษณะ

ที่อยู่อาศัย :: พบในเอเชียตะวันออกและใต้ จากญี่ปุ่น ไต้หวัน ไฮนาน ธิเบต เนปาล พม่า และไทย สำหรับประเทศไทยมีตามป่าดงดิบทั่วไป
อาหาร :: หมีควายเป็นสัตว์กินไม่เลือก เช่น ลูกไม้ ใบไม้อ่อน สัตว์เล็ก ๆ และแมลง ที่ชอบมากคือน้ำผึ้ง และตัวอ่อนของผึ้ง




o................ตะกวด***เมียเข้าไข่............ในโพรงไม้ได้เปนรัง
ตัวน้อยกระจ้อยหวัง..............................รูปจรเข้เล่ห์เหมือนกัน ฯ
o................ตระกวด***เมียเข้าไข่...........ตื่นตรัง
โพรงไม้อยู่เปนรัง..................................ด่วนดั้น
ตัวน้อยกระจ้อยหวัง...............................ดูรูป
อย่างจรเข้เล่ห์นั้น...................................ห่อนเพี้ยนเหมือนกัน ฯ


ชื่อ

ไทย :: ตะกวด(แลน)
อังกฤษ :: Clouded Monitor(Bengal Monitor)
วิทยศาสตร์ :: Varanus bengalensis

ลักษณะ

ที่อยู่อาศัย :: พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งอินเดียและพม่า
อาหาร :: ตะกวดกินไก่ นก ปลา กบ เขียด หนู กินได้ทั้งของสดและของเน่า


: วิท แมน แบงค์ พัฒน์ ต๊อบ ยอช์ร อ๊อฟ ม.2/11A - 14/12/2005 19:39



๐...........เสือโคร่งยงปีปเปรี้ยง...............แอบโอนเฉียงเสียงพึงกลัว
ร้ายยวดหนวดเพราพัว............................ลองเล็บเล่นเผ่นโผนผาย
๐...........เสือโคร่งยงปีปเปรี้ยง...............สยองหัว
ศัพทสำเนียงพึงกลัว..............................ทั่วแคว้น
ร้ายยวดหนวดเพราพัว...........................ตามุ่ง
ลองเล็บเล่นเผ่นแหล้น..........................โลดเลี้ยวโผนผาย ฯ

ชื่อ
ไทย :: เสือโคร่ง
อังกฤษ :: tiger
วิทยศาสตร์ :: Panthera tigris

ลักษณะ
เสือโคร่งเป็นเสือขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเสือ ลำตัวมีสีเทาแกมเหลืองหรือน้ำตาลอมเหลือง แต่ละตัวจะมีลายแถบปรากฎบนหลังและด้านข้างของลำตัวต่างกัน ขนใต้ท้อง คาง และคอ เป็นสีขาว ขนเหนือตาสีขาวและมีแถบสีดำ หางมีแถบดำเป็นบั้งๆ ตั้งแต่โคนหางถึงปลายหาง ไม่เคยมีรายงานเสือโคร่งดำ แต่มีรายงานเสือโคร่งเผือก เสือโคร่งตัวผู้ขนาดใหญ่อาจมีขนาดน้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัม

ที่อยู่อาศัย :: มีการกระจายจากแถบไซบีเรียถึงทะเลสาบแคสเปียน อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะสุมาตรา หมู่เกาะชวา และแถบบาหลี แต่ไม่เคยมีรายงานการพบเสือโคร่งบนเกาะบอร์เนียว
อาหาร :: เสือโคร่งชอบล่าหมูป่าและกวางเป็นอาหาร




๐.............พังพลายหมู่ลายหซร้อง............ในเถื่อนท้องร้องระงมดง
ธารน้ำคร่ำกันลง........................................เล่นน้ำแน่นแคร้นชมกัน ฯ
๐..............ฝูงช้างสล้างใหญ่น้อย...............พังพลาย
ทอกโทนพินายหลาย................................ส่ำถ้วน
ทองแดงเผือกเนียมราย..............................ในเหล่า
ลงท่าน้ำดำป้วน..........................................เล่นร้องฮูมแปร๋น ฯ

ชื่อ
ไทย :: ช้าง
อังกฤษ :: Elephant
วิทยศาสตร์ :: Elephas maxmius

ลักษณะ
ช้างจัดเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดลำตัวมีสีเทาหรือเทาเข้มจมูกยื่นยาวเรียกว่างวง มีโหนก 2 โหนก คอสั้นใบหูใหญ่และเป็นจุดที่มีหนังบางที่สุด ช้างตัวผู้มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าช้างตัวเมียมาก ช้างตัวผู้มีงาเรียกว่า "ช้างพลาย" แต่บางตัวไม่มีงานเรียกว่า "ช้างสีดอ " ตัวเมียปกติไม่มีงานเรียกว่า "ช้างพัง" แต่บางตัวมีงาสั้นๆเรียกว่า "ขนาย" นิสัยชอบผู้รวมกันเป็นโขลง ช้างโขลงหนึ่ง ๆอาจมีจำนวน 5-20 ตัวปกติ "จ่าฝูง" เป็นตัวเมียที่อายุมากๆ ชอบกินดินโป่ง

ที่อยู่อาศัย :: เนปาล บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบช้างป่าบริเวณเทือกเขาถนนธงชัย เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกเขาพนมดงรัก บริเวณอถทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
อาหาร :: หญ้า ใบไม้ หน่อไม้อ่อน โดยเฉพาะต้นไผ่อ่อนใบใผ่ นอกจากนั้นในหน้าแล้งจะชอบกินใบตองและหยวกกล้วยมาก




๐..........พังพอนจรเคล้าคู่.................พบพานงูอยู่สู้กัน
งูเห่าเอาขนดพัน..............................พังพอนผันหันตัวตาม ฯ
๐.................พังพอนจรเคล้าคู่..........เรียงรัน
พบพานงูสู้กัน..................................ขบเขี้ยว
งูเห่าเอาขนดพัน..............................รัดรวด
พังพอนจรผันเลี้ยว...........................ปลดเปลื้องตัวตาม ฯ

ชื่อ
ไทย :: พังพอน
อังกฤษ :: JAVAN MONGOOSE
วิทยศาสตร์ :: Herpestes javanicus

ลักษณะ
ตัวโตกว่ากระรอกเล็กน้อย ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียมาก ขนสีน้ำตาลแดง ปลายจมูกแหลม หูสั้น เมื่อตกใจหรือจะต่อสู้ขนตามลำตัวจะตั้งชันขึ้นมาได้ ทำให้ดูน่าเกรงขาม

ที่อยู่อาศัย :: พังพอนธรรมดาพบตั้งแต่อิหร่าน ตอนภาคเหนือของอินเดีย อินโดจีน ไทย มาเลเซีย และชวา
อาหาร :: ชอบเนื้อสัตว์เล็กต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่ง งูและหนู รวมทั้งกบ เขียด ผลไม้ ปู เป็ด ไก่ นกและแมลงต่างๆพังพอนธรรมดาเป็นสัตว์ที่เลี้ยงให้เชื่องได้ ถ้าลี้ยงแต่เล็กๆ



๐.............กวางทรายร่ายกินหญ้า...............สุกรป่าพาพวกจร
สุนัขในไล่เห่าหอน..................................ตามเปนหมู่พรูเพรียกเสียง ฯ
๐...........กวางทรายร่ายเสพย์หญ้า.............ดงดอน
หมูป่าพาเพื่อนจร......................................ลูกล้อม
สุนัขจิ้งจอกหอน.......................................หลายเหล่า
เปนหมู่พรูเพรียกห้อม..............................เห่าอื้ออึงเสียง ฯ

ชื่อ
ไทย :: กวาง(ป่า)
อังกฤษ :: SAMBAR DEER
วิทยศาสตร์ :: Cerves Unicolor

ลักษณะ
เป็นกวางขนาดใหญ่ ขนยาวหยาบ มีสีน้ำตาลเข้ม ขนบริเวณคอจะยาว และขึ้นหนาแน่นกว่าที่อื่นๆลูกกวางป่าเกิดใหม่จะไม่มีจุดขาวๆตามตัวเช่นในลูกเนื้อทรายหรือกวางดาว หางค่อนข้างสั้น มีเขาเฉพาะในตัวผู้เขามีข้างละ 3 กิ่ง เขาที่ขึ้นครั้งแรกมีกิ่งเดียวเมื่อเขาแรกหลุดเขาที่ขึ้นใหม่มี 2 กิ่ง เมื่อเขา 2 กิ่งหลุด เขาที่ขึ้นใหม่มี 3 กิ่ง ปีต่อไปเมื่อผลัดเขาใหม่จะมีเพียง 3 กิ่งเท่านั้น ไม่เพิ่มมากกว่านี้ ผลัดเขาทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม หรือเมษายน เขาแก่ในเดือนพฤศจิกายน มีแอ่งน้ำตาที่หัวตาทั้ง 2 ข้าง ขนาดใหญ่มากยื่นออกมาให้เห็นชัดเจนยิ่งในฤดูผสมพันธุ์แอ่งนี้จะยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก และขับสารที่มีกลิ่นแรงมากออกมาเป็นประโยชน์ในการดมกลิ่นตาม หากัน หู ตา จมูก ไวมาก

ที่อยู่อาศัย :: พบตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย เนปาล พม่า ไทย อินโดจีน จีนตอนใต้ มาเลเซีย สุมาตรา ชวา บอร์เนียวเซลีเบส ไต้หวัน ไหหลำ ฟิลิปปินส์ อัสสัม สำหรับประเทศไทยพบตามป่าดงดิบทั่วไปทุกภาคทั้งป่าสูงและป่าต่ำ
อาหาร :: เป็นสัตว์ที่ชอบกินใบไม้และยอดอ่อนของพืชมากกว่าหญ้าอาหารในธรรมชาติของกวางป่าได้แก่ เถาวัลย์อ่อนๆ ยอดอ่อนของไม้พุ่มเตี้ยๆ ใบไม้หญ้าระบัด ใบไผ่ กิ่งไม้และเปลือกอ่อนของต้นไม้บางชนิด ชอบกินดินโป่งมาก



๐...........เลียงผาอยู่ภูเขา....................หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย
รูปร่างอย่างแพะหมาย.......................ขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน ฯ
๐......... เลียงผาอยู่พ่างพื้น.................ภูเขา
หนวดภู่ดูเพราเขา..............................ไปล่ท้าย
รูปร่างอย่างแพะเอา............................มาเปรียบ
ขนเหม็นสาบหยาบร้าย.....................กลิ่นเกล้าเหมือนกัน ฯ

ชื่อ
ไทย :: เลียงผา
อังกฤษ :: SEROW
วิทยศาสตร์ :: Capricornis sumatraensis

ลักษณะ
รูปร่างคล้ายแพะ แต่ไม่มีเครา ขนหยาบและยาวกว่าสีดำเกือบทั้งตัว หูยาวเหมือนลา มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย เขายาวประมาณ 4-8 นิ้ว โคนเขามีหยักเป็นวงรอบ ๆ ปลายเขากลมเรียวโค้งไปข้างหลังเล็กน้อย เท้าของมันแข็งแรงมาก กีบเท้าแข็งแกร่ง สั้นเหมาะที่จะกระโดดไปตามหน้าผา มีต่อมอยู่หน้านัยน์ตา รูต่อมใหญ่

ที่อยู่อาศัย :: พบในปัญจาบ แคชเมีร์ ทางใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ไปจนจรดอัสสัม จีนตอนใต้ พม่า แถบเทือกเขาตะนาวศรี ไทย อินโดจีน มาเลเซีย สุมาตรา ไต้หวัน ญี่ปุ่น ในไทยพบอยู่ตามป่า ภูเขาที่มีโขดหินทั่วไปแทบทุกภาค และยังพบตามเกาะต่าง ๆ อีกหลายเกาะ
อาหาร :: ชอบกินไม้อ่อน ๆ หน่อพืชบางชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากไม้ที่มีกลิ่นหอม กินได้ทั้งหญ้า ใบไม้ เปลือกไม้ และกิ่งไม้



๐...........เสือดาวคร่าวขึ้นไม้................วิ่งว่องไวได้โดยพลัน
สัตว์ใดไปใกล้มัน...............................โจนยุดถนัดกัดกินไป
๐...........เสือดาวคร่าวขึ้นไม้................มองขยัน
วิ่งว่องไวฉับพลัน.................................นั่งไม้
สัตว์ใดใกล้กลายมัน.............................ในร่ม
โจนยุดถนัดกัดได้................................ขย้ำก้มกินหลัง ฯ

ชื่อ
ไทย :: เสือดาว
อังกฤษ :: LEOPARD PANTHER
วิทยศาสตร์ :: Panthera pardus

ลักษณะ
เป็นเสือมีขนาดใหญ่รองจากมาจากเสือโคร่ง เสือดาวขนสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลืองมีจุดดำทั้งตัว แต่บริเวณกลางตัวมีจุดเป็นหมู่ๆ ที่เรียกกันว่า " รอยขยุ้มตีนหมา " หลังหูดำ มีจุดสีนวลที่หลังหูเหมือนเสือโคร่ง

ที่อยู่อาศัย :: พบในอัฟริกาและเอเชีย ตั้งแต่แมนจูเรียงลงมาถึงอินโดจีน ไทย มาเลเซียและชวาสำหรับประเทศไทยพบตามป่าทั่วไป
อาหาร :: กินสัตว์ป่าทุกชนิดที่จับได้ เช่น หมู กวาง ลิง นกยูง สุนัขและแมลง บางครั้งปู ปลา ก็กิน



สมาชิกในกลุ่ม
ด.ช.ชวิศ เหง่าประเสริฐ เลขที่ 2 ม.2/11A
ด.ช.ธนพจน์ ล้อมสวัสดิ์ เลขที่ 3 ม.2/11A
ด.ช.นนท์ปวิธ ปานมี เลขที่4 ม.2/11A
ด.ช.ปริพัฒน์ สินมา เลขที่ 5 ม.2/11A
ด.ช.ภาณุวัฒน์ วงศ์ปิยะบวร เลขที่ 6 ม.2/11A
ด.ช.ยศพนธ์ อุส่าห์ เลขที่ 7 ม.2/11A
ด.ช.เศรษฐ์ นราธิปภัทร เลขที่8 ม.2/11A

: วิท แมน แบงค์ พัฒน์ ต๊อบ ยอช์ร อ๊อฟ ม.2/11A - 15/12/2005 00:15

คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2549

เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม