โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย
โดยนักเรียนชั้น ม.1 ม.2 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู
นิราศธารทองแดง สัตว์ปีก
สัตว์น้ำ พรรณไม้
บทวิเคราะห์
|
การวิเคราะห์คุณค่าทางวรรณศิลป์ กาพย์ห่อโคลง
นิราศธารทองแดง ตอนพรรณนาสัตว์ในป่า ๒.๗ การวิเคราะห์คุณค่าทางด่านวรรณศิลป์ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง
ตอนพรรณนาสัตว์ในป่า
๑) การสร้างคำ ๑.๑)การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดงมีการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติมาก เช่น บทที่ 2 ตะเติง เลียนเสียง กลอง แตร้นแตร่น เลียนเสียง ปี่ หวู่หวู้ เลียนเสียง สังข์ บทที่ ๖ ฮูมแปร๋น เลียนเสียง ช้างร้อง บทที่ ๒๘ อุ่ยอุ้ย เลียนเสียง ชะนี ๑.๒) การเลือกใช้คำให้ถูกต้องตรงตามความหมาย เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ทรงพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคำกริยา เช่น ; เสียงปี่รี่เรื่อย คำ รี่เรื่อย นี้ ทำให้ผู้อ่านรับรสความได้ว่า เสียงปี่ดังไม่มีขาดตอน ขาดจังหวะ ตอนที่บรรยายการแต่งกายของบรรดานักสนมกรมชแม่ ใช้เพียงคำว่า นุ่งห่มโอ่ เราจะรับรู้ได้ทันทีว่า นางชาววังแต่งกายกันอย่างพีถีพิถัน ๑.๓) การเลือกใช้คำที่มีเสียงสระเดียวกัน ในกาพย์บาทเลื่อนล้า และโคลงบาท เลื่อนล้า บทที่ ๕๒ เป็นลักษณะพิเศษที่พระองค์ทำได้อย่างดีเยี่ยม เห็นภาพการกอดรักกันชุลมุนระหว่าง งูกับหนูที่กำลังต่อสู้กัน ๑.๔) การใช้คำ เอกโทษ โทโทษ เนื่องจากโคลงสี่สุภาพบังคับเอก ๗ โท๔ กวีเคร่งครัดลักษณะทางฉันทลักษณ์ มาก ในที่ที่บังคับคำเอกคำโท พระองค์จึงใช้ เอกโทษ, โทโทษ ให้ตรงกับผังบังคับ เช่น ใช้ เคี่ยว แทน เขี้ยว บทที่ ๒๗ หรี่ แทน รี่ บทที่ ๕ เขรื้อง แทน เครื่อง บทที่ ๑ แหน้ แทน แน่ บทที่ ๑
๒) การเรียบเรียงคำ ๒.๑) การขึ้นต้นกาพย์และโคลง ในบทเดียวกันเกือบทั้งหมด และใจความในแต่ละวรรคของกาพย์จะมาบรรจุ ในแต่ละบาทของโคลง เช่น กาพย์ โคลง นักสนมกรมชแม่มี่ นักสนมกรมชแม่เจ้า ทั้งหลาย ขี่ช้างกูบรูปโลมใจ ขี่ช้างกูบดาวราย แจ่มหน้า พักตราอาผ่องใส พักตราผ่องใสสาย สุดสวาท นุ่งห่มโอ่โสภาจริง นุ่งห่มโอ่โถงผ้า อร่ามริ้วทองพราย ๒.๒) การบรรจุคำลงในแต่ละวรรคของกาพย์ กวีจะแทรกสัมผัสลงในวรรคทั้งๆ ที่มิใช่ลักษณะบังคับ เช่น มีหมีพีดำขลับ ขึ้นไม้ผับฉับไวถึง เรี่ยงแรงแข็งขันขึง กัดโพรงไม้ได้ผึ้งกิน วรรคแรก มีเสียงสัมผัสสระ หมี - พี วรรคที่สอง มีเสียงสัมผัสสระ ผับ - ฉับ วรรคที่สาม มีเสียงสัมผัสสระ แรง - แข็ง มีเสียงสัมผัสอักษร แข็ง – ขัน - ขึง วรรคที่สี่ มีเสียงสัมผัสสระ ไม้ - ได้ ๒.๓) เกือบทุกบทจะมีการเรียงคำแบบโครงสร้างประโยคชัดเจน คือ มีประธาน กริยา เช่น “ ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางช่างฟายหาง ” ประธาน คือ นกยูง กริยา คือ ย่อง ย่าง รำ ฟาย ๒.๔) มีบางบทที่มีการขึ้นต้นประโยค โดนการนำกรรมมาไว้หน้าบ้าง มีกริยาอยู่หน้าบ้าง และละประธานบ้าง เช่น กรรมอยู่ต้น  กรองทองตีครุ่มครึ้ม เดินเรียง กริยาอยู่หน้า  มีหมีพีดำขลับ ละประธาน  เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง เร่ร่ายผายผาดผัง หัวริกรื่นชื่นชมไพร ๒.๕) การใช้กระทู้ ๑ คำ เพื่อบอกการจบเรื่องชัดเจน คือ ในโครงบทที่ ๑๐๙ จบ จอมโลกเจ้า คืนวัง บ พิตรสถิตบัลลังก์ เลิศหล้า ริ ร่างกาพย์โคลงหวัง ชนโลก บูรณ์ พระโคลงเจ้าฟ้า ธิเบศรเจ้าจงสงวน
๓ ) การใช้โวหาร กาพย์ ห่อโคลงนิราศทองแดงเป็นการบรรยายธรรมชาติที่พบเห็น โดยใช้คำ ตรงๆ เห็นภาพชัดเจน จึงไม่ค่อยมีการใช้โวหารมากนัก แต่ก็มีปรากฏอยู่บ้าง ดังนี้ ๓.๑) การใช้อุปมาโวหาร เช่น โคลงบทที่ ๒ กลองทองตีครุ่มครึ้ม เดินเรียง ท้าตะเติงเติงเสียง ครุ่มครื้น เสียงปี่รี่เรื่อยเพียง การเวก แดร้นแดร่นแตรฝรั่งขึ้น หวู่หวู้เสียงสังข์ ๓.๒) การใช้อุปลักษณ์ เช่น กาพย์บทที่ ๕ เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง เร่ร่ายผายผาดผัง หัวริกรื่นชื่นชมไพร
๒.๘ คุณค่าทางด้านอื่นๆ ของกาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง ( ๑ ) รู้ที่มาของคำพังเพย “บ่นเป็นหมีกินผึ้ง” ว่า มาจากการสังเกตธรรมชาติวิทยาของหมี ที่ชอบกินรังผึ้ง เป็นอาหาร ซึ่งกวีบรรยายไว้ละเอียดว่า มีหมีพีดำขลับ ขึ้นผับฉับไวถึง เรียวแรงแข็งขังขึง กัดโพรงไม้ได้ผึ้งกิน (๒) สะท้อนความเชื่อว่า งูเขียวชอบกินตับตุ๊กแก และเสียงร้องของตุ๊กแกนั้น คือ เสียงที่ร้องบอกงูว่า “ ตับแก่ๆ” และก็ใช้เป็นคำพังเพยเปรียบเทียบว่า คนที่มีเรื่องราวไม่สู้ดีปิดซ่อนไว้มาก ซึ่งในที่สุดก็มัก จะปิดไว้ไม่อยู่ มีคนรู้จนได้ เรียกคนเช่นนี้ว่า “ ตับมันคับโครง ” แต่น่าเสียดายว่า คำพังเพยนี้ปัจจุบันแทบจะไม่มีคนรู้จักแล้ว ๓. สรุป กาพย์ห่อโคลงนิราศทองแดงนี้ มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการนำไปเป็นตัวอย่างการศึกษาธรรมชาติวิทยา ทั้งสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ เป็นการสะท้อนให้เห็นสภาพอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยในสมัยอยุธยา การพึ่งพากันในระบบนิเวศวิทยา กวีสามารถใช้คำบรรจุลงในกาพย์และโคลงได้อย่างเหมาะเจาะจงงดงาม ถือได้ว่าเป็นงานที่สมบูรณ์ที่สุด ในการเป็นแบบอย่างของการพรรณนาตามความจริง
ได้รับการศึกษาขั้นต้นที่วัดบางประทุนนอก
และที่วัดประยุรวงศาวาส ต่อมาได้บวชเป็นสามเณรและ |
คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่
ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2549
เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู
จัดทำและนำเสนอโดย
คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี