โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้โดยนักเรียนชั้น ม.1 ม.2 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพ

เรื่องสั้น มอม



ที่นี่ห้องเรียนสีชมพู โครงงานการจัดทำแหล่งเรียนรู้และนำเสนองานของนักเรียน ชั้น ม.1
โครงการภาษาอังกฤษโรงเรียนสุราษฎร์ธานี


เนื้อหาประกอบด้วย

ประวัติผู้แต่ง และที่มาของเรื่อง

ลักษณะของเรื่องสั้น

แนวการอ่านพิจารณาเรื่องสั้น

เนื้อเรื่อง มอม


มอม
ผู้แต่ง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
ลักษณะการแต่ง ร้อยแก้วประเภทเรื่องสั้น

ฉากของเรื่อง คือ กรุงเทพมหานคร แถบถนนเพชรบุรี เรื่อยมาจนถึงถนนราชวิถี ช่วงเวลาของ
เหตุการณ์ในเรื่องเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศ
อย่างรุนแรง บ้านเรือนเสียหายและผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ตัวละครในอีกครอบครัวหนึ่งมีฐานะปานกลาง
ครอบครัวหนึ่งมีชีวิตเรียบง่ายแบบคนไทยทั่วๆไป ตัวละครในอีกครอบครัวหนึ่งมีฐานะดี มอมตัวเอกของเรื่อง
เป็นสุนัขของครอบครัวหนึ่งในตอนต้นของชีวิต แต่ภัยจากสงครามทำให้มอมตกมาอยู่กับอีกครอบครัวหนึ่ง
และในที่สุดเหตุการณ์ก็ผันกลับให้มาพบนาย เจ้าของเดิมของตน



แนวคิดสำคัญ
1. ความรักและความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เช่น ความผูกพันระหว่างมอม
กับนายของมันเมื่อจะต้องพลัดพรากจากกันก็โศกเศร้าและเสียใจ ดังนี้
"มอม ไอ้มอม" เสียงนายกระซิบที่หู "ข้าจะต้องจากไปนาน จะได้กลับมาเมื่อไรก็ยังไม่รู้ เอ็งอยู่ทาง
หลังช่วยเฝ้าบ้าน ช่วยดูนายผู้หญิง ช่วยดูหนู เอ็งรักข้ามากข้ารู้ เอ็งต้องทำตามที่ข้าสั่งแล้วคอยข้าอยู่ที่นี่
ไม่ตายข้าจะกลับ" มอมเอาหน้าไปแนบที่หน้านาย ตามใบหน้าของนายนั้นอาบไปด้วยน้ำตาเป็นครั้งแรกที่มันได้เห็น
มอมส่งนายเพียงประตูบ้านแล้วมันก็เดินกลับเรือน หางตกหัวตก มันเดินช้าๆ ไปที่หัวกระไดที่มันเคยนอน
ล้มตัวลงเหยียดยาวตาจับอยู่ที่ประตูบ้าน มอมครางออกมาเบาๆ เหมือนกับจะอุทานความในใจของมันให้คนรู้ว่า
ชีวิตของมอมสิ้นสุดลงตั้งแต่วาระที่นายออกไป และจะเป็นเช่นนั้นจนกว่านายจะกลับมาอีก แสดงให้เห็นความรัก
และความผูกพันระหว่างนายกับมอม "ชีวิตของมอมนั้นสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วาระที่นายออกจากบ้านไป
จะเป็นเช่นนั้นจนกว่านายจะกลับมาอีก" แสดงให้เห็นความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งคือเหมือนชีวิตจะสิ้นสุดลง
หลังจากการจากกันครั้งนั้น
2. สัตว์ย่อมไม่สามารถละทิ้งสัญชาตญานได้ เช่น ตอนที่มอมหนีหายนายไปเพราะมีความรักต่อ
นางนวลสุนัขด้วยกัน ดังนี้
มอมมันเคยทิ้งนายไปแต่เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อมอมแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่ อากาศกำลังหนาว
น้ำขึ้นเจิ่งคลอง บางวันก็ท่วมพ้นตลิ่งขึ้นมา มอมก็ไปหลงรักนางนวลซึ่งกำลังแตกเนื้อสาวอยู่บ้านถัดไปอีก
3-4 หลังคาเรือน มอมหลงใหลจนเสียท่า ข้าวปลาไม่เป็นอันกินกลางคืนดึกๆ เดือนสว่าง มอมนั่งมองพระจันทร์แล้ว
ก็หอนด้วยความกังวลใจ ในตอนแรกมันเพียงแต่หลบไปหานางนวลชั่งครู่คราวแล้วก็กลับบ้าน ครั้นต่อมาอาการรัก
หนักขึ้นมันก็ไม่กลับเอาเลย เฝ้าวนเวียนอยู่แถวนั้น คอยไล่กัดตัวผู้อื่นๆ ที่มาตอมนางนวลเป็นฝูง คนในบ้านเขา
หนวกหูหนักเข้า เขาก็ทุบตีเอาบ้าง เอาอิฐขว้างเอาบ้าง มอมก็ต้องทนหรือการไม่ยอมให้สุนัขตัวอื่นมาถ่ายรดที่ที่ได้
ปัสสาวะเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนี้
ตามธรรมเนียมสุนัขนั้น ถ้าจะออกจากบ้านไปไหนต้องถ่ายปัสสาวะรายทางไว้ สำหรับดมกลิ่นของตนเอง
เพื่อจะได้กลับบ้านถูก ที่ที่จะถ่ายรดนั้นก็ต้องเป็นที่ที่สังเกตได้ง่าย สูงเพียงระดับจมูก ไม่ต้องก้มลงดมให้เสียเวลา
เป็นต้นว่า เสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ข้างทาง ออกจากบ้านเดินไปก็ต้องยกขาถ่ายรดเอาไว้เป็นสำคัญ แต่ถ้ามีสุนัขตัวอื่นมา
ถ่ายทับเสีย กลิ่นนั้นก็จะเพี้ยนไป ทำให้กลับบ้านไม่ถูก การถ่ายปัสสาวะรดที่ตัวอื่นถ่ายไว้แล้ว ถือเป็นการหยามเกียรติ
สุนัขด้วยกัน อภัยให้ไม่ได้ และถ้าทำต่อหน้าเป็นการท้าทายกันโดยตรง แสดงว่าไม่เคารพกันต้องต่อสู้กันจนแพ้ไปข้างหนึ่ง
มอมก็เคยถูกท้าทายด้วยวิธีนี้มาหลายครั้ง แต่มันก็สามารถเอาชนะได้ทุกตัว บางครั้งมันกลับบ้านเป็นแผล นายผู้หญิงต้อง
คอยล้างแผลใส่ยาให้และขังมันไว้ 2-3 วัน แล้วมันก็แอบหนีไปเที่ยวอีก
3. สงครามนำมาซึ่งการพลัดพราก ความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น เมื่อนายออกจากบ้านไป นายหญิงก็
โศกเศร้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดังนี้
นายหายจากบ้านไปคราวนี้ไม่กลับมาอีกเลย นานๆ จะมีจดหมายมาถึงนายหญิงซักครั้งนึง มอมเห็นนายหญิงอ่าน
แล้วอ่านเล่าและร้องไห้ทุกครั้งไป พอได้สักปีกว่าๆ มอมเห็นความร่วงโรยมากขึ้น นายหญิงซูบผอมลง แต่งกายก็ปอนกว่า
แต่ก่อน หนูนั้นโตจนวิ่งได้แล้วแต่ผ่ายผอมไม่อ้วนน่ารักเหมือนแต่ก่อน บ้านที่เรียบร้อยสะอาดสะอ้านนั้น บัดนี้มีแต่หยากไย่ระวังหญิงมิได้เอาใจใส่เช็ดถูอย่างเคย

นายผู้หญิงและหนูได้เสียชีวิตไปเพราะการทิ้งระเบิดและบ้านที่มอมเคยอยู่ถูกไฟไหม้หมดดังนี้
พอรุ่งสาง มอมได้ยินเสียงคนอึกทึกนอกบ้าน มีรถบรรทุกมาจอดหน้าบ้านตอนนั้นบ้านถูกไฟไหม้
จนมอดลงแล้ว คนกลุ่มหนึ่งเดินถือพลั่วถือเสียมวิ่งเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นมอมยืนเห่าอยู่ที่หลุมจึงเดินตรงเข้ามา
พอเห็นเท้านายหญิงโผล่จากกองดิน คนกลุ่มนั้นรีบโกยดินออกทันที ในที่สุดมอมได้เห็นนายหญิงนอนเหยียดยาว
เหมือนดังหลับอยู่ใต้กองดินในหลุม หนูนอนนิ่งในอ้อมกอดแม่ มอมจึงโจนเข้าไปในหลุมคร่อมนายหญิงไว้
ใครเข้ามาใกล้ก็ไม่ยอม ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ตัวนายหญิง แต่มอมก็งับเข้าที่แขนเสียงร้องไห้คนช่วยลั่นไป
ในที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งนำร่างของนายหญิงและหนูขึ้นรถบรรทุกไป มอมจึงวิ่งตามโขยกเขยกเพราะขามันเจ็บ
แต่แล้วก็หมดแรงตะกายกลับบ้าน
4. รัฐบาลไม่มีสวัสดิการที่ดีพอสำหรับทหารผ่านศึกเมื่อรบกลับมาไม่มีอาชีพรองรับ บางครั้งอาจจะต้องทำ
ในสิ่งที่ไม่อยากทำ เช่น ลักขโมย แต่ทำไปเพราะความจำเป็น ดังนี้
นายทรุดตัวลงนั่งลูบหัวมอมแล้วกระซิบที่หูมันว่า "มอม ข้าไม่นึกเลยว่าข้าจะได้พบเอ็ง ข้านึกว่าข้าไม่เหลืออะไร
แล้วในโลกนี้" นายหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "เขาส่งข้าไปไกลข้าไม่รู่ข่าวจากใครเลย พอกลับมาบ้านจึงรู้ว่า ลูกเมียถูกระเบิดตาย
งานการที่ข้าเคยทำคนอื่นเขาก็เอาตำแหน่งไปหมดแล้ว แต่เอ็งอย่านึกว่าข้าลักขโมย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและที่ข้าทำไปเพราะ
ข้าไม่มีหนทางจริงๆ แต่โชคดีที่ข้าพบเอ็ง เอ็งทำให้ข้าอาย ข้าทำไม่ลงจริงๆ"



การใช้ภาษา
การใช้ภาษาในเรื่อมอมนั้นเป็นการใช้าภาษาที่สามารถบรรยายให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน และสามารถทำให้ผู้อ่าน
เกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆ เช่น การเคลื่อนไหวที่แสดงความทุกข์ทนทั้งทางกายและทางใจใน
ตัวละครเช่นมอม มันเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อน หายนะของผลพวงแห่งสงคราม






: ด.ญ.สลิล ปัญจคุณาธร อรพิมล ศุภากร พลอยไพลิน - 28/11/2005 13:01

คำอธิบายเพิ่มเติม
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสั้น
ก่อนที่จะมีการเขียนเรื่องสั้นความความจริงคนไทยคุ้นกับการอ่านนิทานหรือนิยายที่เขียนเป็น
ร้อยแก้วมานานแล้วเช่น เรื่อง สามก๊ก ราชาธิราช หรือ นิทานเวตาล ฯลฯ แต่สิ่งที่เราเรียกว่าเรื่องสั้นนั้น
มีวิธีการเขียนที่ไม่เหมือนกับการเขียนนวนิยายหรือนิทาน ดังจะได้ชี้เห็นพอเป็นข้อสังเกตดังต่อไปนี้
.....1. การเสนอเรื่อง ผู้แต่งนิทานหรือนิยายเป็นผู้เล่าเรื่องคนเดียวโดยตลอด ส่วนในเรื่องสั้นนั้น ผู้แต่งอาจจะเล่าเรื่องเอง หรือให้ตัวละครตัวหนึ่งตัวใดเป็นผู้เล่าเรื่องก็ได้และจะให้ผู้อ่านติดตามเรื่องจาก สายตาของผู้แต่งเองหรือจากตัวละครตัวหนึ่งตัวใดก็ได้อีกเหมือนกัน
.....2. การดำเนินเรื่องในนวนิยายหรือนิทาน ผู้แต่งจะเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใน
เรื่องสั้นนั้นผู้เขียนไม่จำเป็นต้องเล่าตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจตั้งต้นเรื่องโดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นภายหลังก่อนแล้วย้อนกลับมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนทีหลัง
.....3. การใช้บทสนทนาในนิทานหรือนิยาย ผู้แต่งจะเป็นผู้กล่าวถึงบทสนทนาของตนเอง ซึ่งบท
สนทนานั้นจะคล้ายคลึงกันหมด ไม่มีลักษณะเฉพาะตัวของผู้พูด
4. นิทานหรือนิยายนั้น เดิมทีเดียวผู้แต่งมักจะเจตนาให้เป็นเรื่องเล่าด้วยวาจาและมีผู้ฟังเรื่อง ที่เล่าหรือแต่งขึ้น จึงมักจะไม่มีกำหนดความสั้นยาว ส่วนเรื่องสั้นนั้นจะต้องให้สั้นสมชื่อ การดำเนินเรื่องจึง ต้องกระชับระกุมและมีเอกภาพ



สภาพเหตุการณ์และฉากที่ควรทราบเกี่ยวกับเรื่อง "มอม"
.....สภาพเหตุการณ์ในเรื่อง มอม คือสภาพเมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความจริงสงคราม
โลกนั้นเกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 คู่สงครามคือ ฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศสรัสเซีย อเมริกา จีน ฯลฯ และฝ่ายอักษะประกอบด้วย อิตาลี เยอรมัน ญี่ปุ่น ฯลฯ ประเทศไทยดำรงความเป็นกลาง จนถึง พ.ศ.2484 เมื่อญี่ปุ่นจะนำทัพผ่านประเทศไทย เพื่อไปตีพม่า อินเดีย จีน มลายู และอินโดนีเซียต่อไป ญี่ปุ่นจึงบังคับให้ไทยประกาศสงครามกันฝ่ายสัมพันธมิตร ประเทศไทยจึงกลายเป็นศัตรูของอังกฤษและ อเมริกา สงครามตอนนั้นเรียกว่าสงครามเอเชียบูรพา ในตอนต้นสงครามระหว่าง พ.ศ.2484-2486 ญี่ปุ่นมักเป็นฝ่ายชนะ อังกฤษและอเมริกาล่าถอยไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ครั้นอังกฤษ
และอเมริกาชนะสงครามในยุโรป เยอรมันและอิตาลีพ่ายแพ้แล้ว อังกฤษและอเมริกาก็หันมาทำสงคราม รุนแรงในเอเชีย ได้มีการทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์ในกรุงเทพฯหลายครั้ง ดังปรากฏในเรื่อง มอม
ที่นักเรียนได้อ่านมาแล้ว

ฉากของเรื่อง มอม คือ กรุงเทพฯ บริเวณ ย่านมักกะสัน ถนนเพชรบุรี ตลาดประตูน้ำถนนราชวิถี
มักกะสัน เคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ เป็นอู่ซ่อม เก็บหัวรถจักรและ
ตู้โดยสารรวมทั้งตู้สินค้า

.....ถนนเพชรบุรี ในเรื่อง มอม หมายถึง.....ถนนเพชรบุรีสายเดิม เริ่มต้นจากแยกประตูน้ำ
ถึงเชิงสะพานยมราช สมัยนั้นร่มรื่น มีต้นไม้ริมคูน้ำขนาบทั้ง 2 ข้าง ไม่กว้างขวางและจอแจเช่นทุกวันนี้

.....การฉายไฟส่องเครื่องบินข้าศึกจากภาคพื้นดิน.....ในการต่อสู้กับเครื่องบิน ทิ้งระเบิด
ของข้าศึก กองกำลังปืนต่อสู้อากาศยานจะต้องหาตำแหน่งเครี่องบินของข้าศึกให้ได้เสียก่อนจึงจะ
สามารถยิงถูกเป้าหมายได้ ในการนี้ต้องใช้ไฟฉายใหญ่ ฉายกราดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อหาตำแหน่งของเครื่องบิน
ให้พบ แล้วจึงใช้ปืนต่อสู้อากาศยาน(ป.ต.อ.) ยิงเป้าหมายที่พบนั้นประชาชนที่อยู่บนพื้นดินจะมองเห็น
ลำแสงขนาดใหญ่พาดไปบนท้องฟ้าหลายลำแสงด้วยกันเท่ากับจำนวนไฟฉายที่ใช้ส่องขึ้นไปในขนะนั้น
ตลอดเวลาที่มีเครื่องบินข้าศึกมาโจมตีทิ้งระเบิด

.....เจ๊กขายขวด.....คนจีนที่ประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า มีขวดที่ใช้แล้ว เป็นต้น
โดยเร่ไปรับซื้อตามบ้านเรือนแล้วนำไปขายอีกทอดหนึ่ง

.....สัญญาณภัยทางอากาศ.....ในระหว่างสงคราม เมื่อเครื่องบินข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาโจมตี
พระนครหรือเมืองใหญ่ ทางราชการจะเปิดหวูดเสียงดังติดต่อกันหลายๆครั้งเป็นเวลานานให้ประชาชน
ทราบว่ามีภัยทางอากาศ เพื่อจะได้เตรียมหลบภัย

.....หลุมหลบภัย.....ในระหว่างสงครามที่มีการโจมตีทางอากาศ ทางราชการและเอกชนจะ
สร้างที่กำบังไว้สำหรับหลบภัย โดยปกติมักขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ วางคานปูพื้นหนือปาหหลุมให้มั่นคง
แข็งแรงและกลบด้วยดิน มีประตูทางเข้าออก ถ้าจะให้มั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้นอาจเทคอนกรีตโบกปูนด้วย
หลุมหลบภัยสาธารณะมักสร้างให้มีขนาดใหญ่ จุคนได้จำนวนมาก



ศัพท์สำคัญ
กบ..................... เต็ม เช่น น้ำตากบลูกตา หมายถึง น้ำตาเต็มลูกตา

กำหนดสัญญา...... ตั้งใจจดจำไว้ สัญญา ความหมายเดิมแปลว่า ความจำได้หมาย

รู้มิได้ หมายถึง..... ข้อตกลงด้วยวาตาหรือลายลักษณ์อักษรที่มีผลผูกผันกันต่อไป

โกยสี่ดิน...............เป็นคำคะนอง หมายถึง วิ่งเร็ว ไปโดยไม่รีรอ

ครัวไฟ.................ห้องครัวสำหรับทำอาหาร มีหุงข้าวเป็นต้น แต่เดิมนิยมสร้างแยกต่างห่างจากตัวเรือน
..........................อาจมีนอกชานกั้นระหว่างครัวไฟกับตัวเรือน

ตุหรัดตุเหร่ ..........ไปอย่างไร้จุดหมาย

โทน..................... มีเพียงหนึ่งเท่านั้น ลูกโทน เมื่อใช้กับสัตว์ เช่น สุนัข หมายความว่า แม่สุนัขออกลูก
เพียงหนึ่งตัว ซึ่งตามปกติจะออกมาเป็นครอก ครอกหนึ่งมีหลายตัว ถ้าใช้แก่คน
............................ลูกโทน หมายถึง ลูกคนเดียวของแม่

น้ำข้าว.................. น้ำที่ได้จากการหุงข้าวเช็ดน้ำ การหุงข้าวแต่ก่อนเมื่อสุกได้ที่แล้ว รินน้ำออกแล้วยก
...........................หม้อข้าวขึ้นตั้งไฟอ่อนๆจนระอุเรียกว่า ดง

ปฏิสนธิ................. เกิด เกิดใหม่ ต่อเนื่อง

พันธุ์ทาง................ สัตว์ที่พ่อแม่ต่างพันธุ์กัน อาจเรียกว่าลูกผสมก็ได้

พู่ระหง.................. ชื่อต้นไม้ ใบและลำต้นคล้ายชบา ดอกสีแดงกลีบเป็นฝอยมีก้านเกสรเป็นพู่ยาวย้อยลง

สัญชาตญาน............ ความรู้สึกและความสามารถที่ติดตัวมาแต่กำเนิด โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฝึกอบรม
สั่งสอน เช่น ความสามารถในการดูดนมการมารดา การบดเคี้ยวกลืนอาหาร

อนันตริยกรรม........... การกระทำบาปอย่าางหนักที่สุดของคน



อัลเซเชียน................ ชื่อพันธุ์สุนัขฝรั่งพันธุ์หนึ่ง เป็นสุนัขรูปร่างสูงใหญ่ หูตั้งหางยาว ฝึกให้เชื่อฟังและ
...............................ปฏิบัติตามคำสั่งของคนได้ง่าย

อุปัทวเหตุ .................เหตุร้ายที่เกิดขึ้น อุปัทว แปลว่า เลวร้าย อันตรายร้ายแรง












: ด.ญ. สลิล ปัญจคุณาธร - 28/11/2005 13:19

 

  มอม

     ตั้งแต่มอมลืมตาขึ้นมองดูโลกในเบื้องแรก โลกนี้มีชายคนหนึ่งและแม่อีกหนึ่ง มอมเป็นลูกโทนเกิดใต้ถุนบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กๆ แถวมักกะสัน มอมรู้ว่าพ่อของมันเป็นหมาพันธุ์อัลเซเซียนอยู่ตึกใหญ่อยู่ถนนเพชรบุรี เจ้าของเลี้ยงถนอมหนักหนา แต่แม่ของมันเป็นหมาไทยตลาดประตูน้ำ ที่มอมปฏิสนธิขึ้นมาได้เพราะอุบัติเหตุ เจ้าของพ่อของมันเผลอปล่อยให้หลุดออกมาจากบ้านได้ชั่วครู่ ทั้งหมดนี้มอมไม่สนใจ มันรู้แต่ว่าภายในถุนบ้านนั้น มีแม่อยู่สำหรับดูดนมเวลาหิว ซึ่งมันก็หิวบ่อยๆ และเอาไว้นอนเบียดให้อุ่นได้เมื่อเวลามันหนาว พอมอมจำความได้มันก็รู้ว่ามีคนมุด เข้าใต้ถุนบ้านนั้นบ่อยๆ อีกคนหนึ่ง มันรู้สึกว่ามีคนนั้นมาอุ้มชูลูบคลำมันเล่นเสมอ มอมมันคันเขี้ยวซึ่งกำลังจะขึ้น มันก็กัดมือนั้นเล่นบ้างเสียเล่นบ้าง บางที่เจ้าของมือนั้นก็ยกตัวมันขึ้นใกล้ๆ ติดกับหน้า มอมมักกระดิกหางดีใจจนตัวสั่น เลียหน้า เลียปาก คนๆ นั้นก็ไม่ว่า ปล่อยตามใจมัน มอมมันจำกลิ่นไว้ได้ กำหนดสัญญาไว้ว่าคนๆนั้นเป็นนายของมัน แล้วมันก็รัก พอมอมมันเริ่มเดินได้ก็คลานจากใต้ถุนออกสู่ลานบ้าน โลกของมันกว้างขึ้นเล็กน้อยมันรู้ว่านายอยู่บ้านสองชั้นเล็กๆ ค่อนข้างจะเก่า และไม่ได้ทำสี นอกจากนายแล้วก็คนอื่นอยู่ด้วยอีกสองคน คนหนึ่งนั้นเป็นผู้หญิง นายบอกมันว่าคนนี้คือนายผู้หญิง อีกคนหนึ่งเป็นเด็กเล็กๆ เพิ่งสอนเดินนายเรียกว่าหนู แต่มอมมันพอจะเดาออกว่าเป็นลูกของนาย เพราะกลิ่นตัวเหมือนกันพอมอมเริ่มคลานออกจากใต้ถุนที่เคยคลาน แม่ก็เริ่มห่างไป แต่ก่อนพอมอมรู้สึกหิวนมทีไร ต้องรู้สึกว่ามีแม่อยู่ใกล้ๆ คอยให้นมทุกครั้ง แต่เดี่ยวนี้นานๆแม่จึงจะมาหาสักครั้งหนึ่ง และน้ำนมแม่ก็รู้สึกว่าน้อยและจางไป แต่มอมมันไม่เดือดร้อนเท่าไรนักระวังหาชามอ่างทะลุ มาวางไว้ที่นอนชานหลังบ้านระหว่างครัวไฟกับตัวเรือนใบหนึ่ง เอาข้าวคลุกกับที่นายกินเหลือ ใส่ให้มันกินวันละสามเวลาทุกวัน เวลาเช้าเวลาเย็นนายให้เอง
ส่วนตอนกลางวันนายผู้หญิงเป็นคนให้ มอมมันโตเร็วผิดปกติกว่าหมาธรรมดา เพราะมันเป็นพันธุ์มากกว่าพันธุ์แม่ ยิ่งโตมันก็ยิ่งกินจุทุกวัน แต่นายกลับดีใจ คอยให้ข้าวมันกินอิ่มเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้นเวลา ผู้หญิงเป็นคนให้ มอมมันโตเร็วผิดปกติหมาธรรมดา เพราะมันเป็นพันธุ์พ่อมากกว่าพันธุ์แม่ ยิ่งโตมันก็ยิ่งกินจุทุกวัน แต่นายกลับดีใจ คอยให้ข้าวมันกินอิ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้นเวลานายผู้หญิงทำครัว มอมมันก็แอบเข้าไปอยู่ด้วย บางทีมันก็เกะกะกีดขวาง นายผู้หญิงก็ตีเอาบ้างไล่ออกมาบ้าง แต่แล้วมันก็กลับเข้าไปอีก เพราะมอมมันรู้ว่าถึงแม้นายผู้หญิงจะดุจะตีอย่างไร ในที่สุดมันก็ต้องได้อะไรกินเสมอ มอมมันโตวันโตคืนจนกลายเป็นหนุ่มใหญ่ แม่หายไปจากโลกของมัน ซึ่งเดี่ยวนี้เหลือแต่นาย มอมไม่ได้รักนายเท่าชีวิต แต่นายเป็นชีวิตของมอม เช้าขึ้นนายหายไปจากบ้าน มันก็รู้สึกว่าชีวิตมันว่างเปล่า แต่มอมรู้ว่าตกบ่ายก็ต้องกลับ ฉะนั้นตามปกติ มันก็ไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก มอมใช้เวลาที่นายไม่อยู่หาอะไรกินบ้าง เล่นกับหนูบ้าง บางทีหนูก็ดึงหูดึงหางมัน เล่นกับมันเจ็บๆ
แต่มอมมันก็ทนได้ เพราะกลิ่นของนายติดอยู่ที่ตัวของหนูเหมือนคนๆ เดี่ยวกัน ชั่วแต่ว่าหนูตัวเล็กกว่า
บางทีมอมมันก็ออกไปเที่ยวนอกบ้าน เดินไปก็ดมกลิ่นอะไรไป กลิ่นคนแปลกๆ ที่ติดอยู่ตามทางเดิน กลิ่นหนูที่ออกหากินตามถังขยะในเวลากลางคืน กลิ่นหมาบ้านใกล้เรือนเคียง และหมากลางถนนทั้งตัวผู้ตัวเมีย เมื่อมอมตัวยังเล็ก มันไม่ค่อยกล้าออกจากบ้าน เพราะหมาอื่นๆ มันรุมกันเห่า มันรุมกันกัด แต่เดี่ยวนี้มอมตัวโตกว่าหมา พอออกนอกบ้านถึงหมาอื่นจะเห่า แต่ก็วิ่งหนีมอมทุกตัวไป ในบรรดาหมาตัวผู้ในละแวกบ้าน มอมมันเคยแสดงฝีมือให้ปรากฏมาแล้ว ไอ้ตัวไหนที่เคยเป็นที่ที่สังเกตได้ง่าย สูงเพียงระดับจมูก ไม่ต้องก้มลงดมให้เสียเวลา เป็นต้นว่าเสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ข้างทาง ออกจากบ้านเดินไปก็ต้องยกขาถ่ายเอาไว้เป็นสำคัญ แต่ถ้ามีหมาตัวอื่นมาถ่ายทับเสียกลิ่นนั้นก็เพี้ยนไป อาจถึงกลับบ้านไม่ถูก หรืออย่างน้อยก็ต้องลำบากทุลักทุเล การถ่ายปัสสาวะรดที่ตัวอื่นทำไว้แล้ว จึงเป็นอนันตริยกรรมของสุนัขอภัยให้กันไม่ได้ แล้วถ้าทำกันต่อหน้าก็เป็นการท้าทายกันโดยตรง เป็นการทำลายเกียรติของหมาตัวผู้ด้วยกัน แสดงว่าหมดความเกรงใจนับถือกัน ต้องต่อสู้จนแพ้กันไปข้างหนึ่ง มอมมันเคยถูกท้าทายด้วยวิธีนี้มามาก แต่มันก็สู้จนเอาชนะได้ทุกตัว บางทีมันกลับบ้านเป็นแผลยับไปตามหน้าและแข้งขา นายผู้หญิงต้องคอยล้างแผลใส่ยาให้ หลังจากนั้นมันก็จะถูกขังไปสองสามวัน แล้วมันก็แอบหนีไปเที่ยวนอกบ้านได้อีก มอมมันเคยทิ้งนายไปแต่เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อมอมแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่ อากาศกำลังหนาว น้ำขึ้นเจิ่งคลอง บางวันก็ท่วมพ้นตลิ่งขึ้นมา มอมมันก็ไปหลงรักนางนวลซึ่งกำลัง
แตกเนื้อสาวอยู่ถัดบ้านไป ๓-๔ หลังคาเรือน มอมหลงใหลจนสิ้นท่า ข้าวปลาไม่เป็นอันกิน กลางคืนดึกๆ เดือนสว่าง มอมนั่งมองพระจันทร์แล้วก็หอนด้วยความวังเวงใจ ในตอนแรกมันเพียงแต่หลบไปหา นางนวลชั่วครู่ชั่วคราวแล้วก็กลับบ้าน ครั้นต่อมาอาการรักหนักขึ้น มันก็ไม่กลับเอาเลย เฝ้าเวียนวนอยู่แถวนั้น คอยไล่กัดตัวผู้อื่นๆ ทั้งหนุ่มทั้งแก่ที่มาตอนนางนวลเป็นฝูง คนในบ้านเขาหนวกหู หนักเข้า เขาก็ทุบตีเอาบ้าง เอาอิฐขว้างเอาบ้าง มอมก็ต้องทน เพราะความรักกำลังขึ้นหน้า มอมหายจากบ้านไป ๔-๕ วัน หิวหนักเข้าก็ต้องโชกกลับบ้าน แทนที่นายจะว่ากล่าว กลับรีบหาข้าวให้มันกิน มอมมีอาการผิดประหลาดซูบผอมไปสัก ๑๕ วัน แล้วมันก็กลับเป็นปกติเหมือนเก่าน่าประหลาดที่ความรักที่มีต่อนางนวลก็หายไปด้วย คงเหลือแต่ความรักนาย

พอตกบ่ายทุกๆ วัน มอมมันจะต้องไปหมอบคอยนายที่หัวกระไดบ้าน ตามันจับอยู่ที่ประตูบ้าน และประสาททุกส่วนเตรียมพร้อมที่จะรับนาย พอได้ยินเสียงเท้านายเดินกลับบ้าน มอมก็หูตั้งคอยฟัง พอลูกบิดประตูหน้าบ้านเสียงดังเก๊ก มันก็โผจากที่ด้วยกำลังทั้งตัวแล้วก็โถมเข้าหานาย ดีใจเสียงเป็นที่สุดแล้วนายกลับบ้าน มันจะวิ่งเข้าพันแข้งพันขานาย คาบข้อมือนายเลียตั้งแต่ หน้าลงมาจนถึงเท้า ความดีใจของมอมกว่าจะสงบได้ก็เมื่อนายผลัดผ้าเข้าห้องน้ำอาบน้ำหายไป ทีนี้มันก็มีหน้าที่ติดตามนายไปทุกฝีก้าว ไม่ว่านายจะนั่งหรือนอนหรือจะไปทางไหนมอมเป็นต้องอยู่ข้างๆ บางวันนายพามันออกไปเดินเที่ยวเล่นนอกบ้าน ถ้าวันไหนได้ ออกไปเที่ยวกับนาย วันนั้นก็เป็นวันที่มอมดีใจเอิกเกริกเป็นพิเศษ ออกได้ก็วิ่งนำหน้าไป บางทีก็วิ่งเลยไป จนนายต้องเรียก บางครั้งได้กลิ่นอะไรที่ข้างถนน สนใจเป็นพิเศษ มันก็ไถลเที่ยวสูดดมกลิ่นนั้นเสีย จนนายต้องเรียกอีกเหมือนกัน มอมเป็นหมาที่มีแต่หัวใจ และหัวใจของมันนั้นก็มอบให้นาย ฉะนั้นมิไยนายจะสั่งสอนให้ทำอะไร มอมก็ไม่ค่อยเอาใจใส่ เพราะเมื่ออยู่กับนายมันมีแต่ความดีใจความสุข ไม่มีปัญญาจะไปจดจำอะไรได้กี่มากน้อย แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังอุตส่าห์เรียนวิชาที่นายสอนให้ไว้ได้อย่างหนึ่ง เวลาเดินไปริมคลองหรือริมบ่อ นายจะหากิ่งไม้แห้งๆ ขว้างลงไปในน้ำมอมมันก็กระโดดน้ำว่ายไปคาบเอากิ่งไม้กลับมาให้นาย ที่มอมมันเรียนได้เร็วก็เพราะว่ามันเห็นเป็นการเล่นชนิดหนึ่ง บางทีนายไม่อยากเล่นเพราะมันสะบัดขน น้ำเปียกนาย แต่มอมก็เที่ยวไปหากิ่งไม้แห้งๆคาบมาชวนนายเล่นทุกครั้ง ที่มีบ่อหรือคลองอยู่ใกล้ๆ
มอมมันอยู่กับนายเป็นปกติสุขมาได้สองปีกว่าจนมันเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่เต็มที่ ใครเห็นใครก็ต้องชมว่ามันเป็นหมาที่งามไม่น้อย และเมื่อนายบอกกับคนอื่นว่ามอมเป็นหมาเกิดใต้ถุนบ้านก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อ จนถึงวันหนึ่งซึ่งเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตของมอม ันนั้นเป็นวันหนึ่งในฤดูหนาวมอมมันคึกคักเป็นพิเศษจึงลอดรั้วออกไป เที่ยวนอกบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ยิ่งเที่ยวไปมันก็ยิ่งเพลิน ไกลบ้านออกไปทุกที ถ้ามอมมันเป็นคน มันก็จะสังเกตว่าเช้าวันนั้น ผู้คนที่เดินถนนมีสีหน้าผิดปกติ บางคนก็หน้าตาเศร้าหมอง บางคนก็หน้าตื่น ส่วนมากนั้นจับกลุ่มยืนพูดกัน แต่มอมมันก็มีธุระของมันที่จะต้องวิ่งดมกลิ่นอะไรต่ออะไรเรื่อยไป ไหนจะกลิ่นสัตว์ประหลาดๆ
ที่ออกมาจากกอหญ้า หรือเลื้อยคลานขึ้นมาจากคลองแล้วรีบกลับลงไปเมื่อใกล้รุ่ง มอมมันวิ่งลุยน้ำค้างที่จับขาวอยู่บนใบหญ้า อากาศเย็นเฉียบมากระทบหน้ากระทบใบหูและลิ้นของมัน ทำให้เบิกบานใจกว่าธรรมดา แต่พอสายเข้าหน่อยมอมก็เริ่มสังเกตเหมือนกันว่า มีอะไรผิดปกติไปเสียแล้ว เพราะบนถนนสายใหญ่นั้น มีรถยนต์บรรทุกขนาดโตกว่าที่มันเคยเห็น วิ่งตามกันมาเป็นแถวยาวเหยียด แผ่นดินสะเทือนมาตั้งแต่ไกล บนรถนั้นมีคนอยู่เต็ม แต่งตัวอย่างที่มอมมันไม่เคยเห็นมาก่อน พูดจากันด้วยสุ้มเสียงที่มอมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย คนเหล่านั้นรูปร่างเตี้ยล่ำผิดกับคนไทยที่มอมรู้จัก มอมมันยืนนิ่งตัวแข็งอยู่ข้างถนน ขนคอชัน หูตั้ง ความรู้สึกเหมือนขโมยเข้าบ้าน มันสูดกลิ่นแรงๆ คนที่อยู่บนรถนั้นผิดกลิ่นเป็นแน่แล้ว เพราะมีกลิ่นสาบกลิ่นสางอย่างที่มอมไม่เคยรู้จักแต่ก่อนเลย พอมอมมันรู้ว่าอะไรผิดปกติ ใจมันก็คิดถึงนายวาบขึ้นมาขึ้นมาทันที ป่านนี้นายจะอยู่ที่ไหน จะเป็นอย่างไร นายผู้หญิงจะเรียกเที่ยวตามหามันหรือเปล่า ใครจะทำอะไรหนู ซึ่งนายเคยสั่งให้มันเฝ้าหรือไม่ก็ไม่รู้ และป่านนี้คนแปลกหน้าผิดกลิ่นจะเข้าไปในบ้านของมันบ้างแล้วกระมัง พอหัวใจมอมมันหวนกลับไปบ้าน ตัวมันก็หันกลับและขาทั้ง ๔ ของมันก็พาตัวมันกลับบ้านทันที มอมกลับไปถึงบ้านไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ เห็นแต่นายกับนายหญิงนั่งพูดกับเบาๆด้วยสีหน้าไม่สู้ดี มอมเข้าไปเลียมือนายแต่นายเพียงแต่
ตบหัวมันเบาๆ ๒-๓ ที แล้วก็ไม่สนใจมันอีกต่อไป นายผู้หญิงก็ไม่ได้ทักมันหรือไล่มันอย่างเคย มอมกระดิกหางหมุนไปหมุนมา สักครู่หนึ่งเห็นไม่ได้เรื่องมันก็ไปเล่นกับหนู ซึ่งดีใจมากที่มันไปอยู่ด้วย มอมลงนอนหงายให้หนูเกาท้อง แล้วก็ดึงหูดึงหางมันไปตามเรื่อง วันนั้นมอมสังเกตว่า นาย ไม่ได้ออกไปไหนทั้งวัน ถ้าได้ยินเสียงรถแล่นหรือเสียงคนเดินดังเอะอะก็เดินไปดูที่ประตูบ้าน มอมก็ถือโอกาสวิ่งตามไปเห่าลั่นที่ประตูบ้านเหมือนกัน เพราะมอมมันต้องการให้นายเข้าใจว่า มันรู้เหมือนกันว่ามีอะไรผิดปกติ และถ้าหากเกิดมีภัยอันตรายมาถึงบ้าน มันก็พร้อมที่จะสู้และยอมตายให้นาย แต่นายกลับจุ๊ปากบอกให้มันนิ่ง แล้วเดินกลับเข้าบ้านทำดังนี้อยู่หลายครั้ง จนค่ำนายกินข้าวแล้วก็ขึ้นบ้าน ปล่อยให้มอมนอนเฝ้าหัวกระไดอย่างเคย รุ่งเช้าตอนสายๆ มีคนมาเปิดประตูหน้าบ้าน มอมมันกำลังระแวง มันก็เห่ากรรโชกทำท่าจะเอาจริง นายผู้หญิงต้องวิ่งมาดึงคอมันไว้ ส่วนนายผู้ชายไปพูดกับคนแปลกหน้าที่มาหน้าบ้านอีกประเดี๋ยวหนึ่งคนแปลกหน้าก็กลับไป
นายเดินกลับเข้ามาช้าๆ หน้าเผือด ไม่สบายใจ ในมือถือกระดาษขาวๆ แผ่นหนึ่ง มอมได้ยินนายเรียกนายผู้หญิงให้ตามขึ้นไปบนเรือน เห็นพูดจากันสักครู่หนึ่ง นายผู้หญิงเอากระดาษแผ่นนั้นมาดูแล้วก็ซบหน้าลงร้องไห้
     ตั้งแต่นั้นมานายก็เริ่มหายไปจากบ้าน หลายวันจึงกลับมาครั้งหนึ่ง มอมสังเกตเห็นนายแต่งตัว ผิดไปกว่าแต่ก่อน คือนายแต่งตัวสีกากีแกมเขียว ใส่หมวกสีเดียวกัน มีอะไรสีทองติดที่หน้าอก กางขายาวที่เคยนุ่งก็กลับเป็นพันแข็ง และเกือกหนังบางที่เคยใส่ และที่มอมมันเคยเสีย บางครั้งก็แอบเอาไปกัดเล่น เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใส่ กลายเป็นใส่เกือกหนาๆ สากๆ ครั้งแรกที่มอมเห็นนายแต่งตัวอย่างนี้กลับบ้าน มันเกือบจำไม่ได้ แต่พอนายเดินเข้ามาใกล้ได้กลิ่นมันจึงรู้ระวังหายหน้าไปครั้งละหลายวัน มอมเห็นนายผู้หญิงเศร้ากว่าทุกครั้งที่เคยเห็นมา งานการทางบ้านที่เอาใจใส่ก็ดูเนือยๆ ลงไป ยายผู้หญิงชอบอุ้มหนูไปนั่งที่หัวกระได้และนั่งอยู่นานๆ มอมมันเข้าไปหยอกล้อชวนเล่นด้วย นายผู้หญิงก็ไม่เล่น บางทีมันก็เอาหัวเข้าไปวางที่ตักนายผู้หญิง เธอก็ลูบหัวมันเบาๆ แต่สายตานั้นเหม่อมองไปไกล ส่วนมากนายผู้หญิงนั่งอยู่จนพลบค่ำแล้วจึง กลับเข้าเรือนตอนใกล้ๆ จะพลบ เธอมักจะเอาหนูมากอดไว้แน่นแล้วก็ร้องไห้ มอมมันไม่เคยเห็นนายผู้หญิงเป็นอย่างนี้มาแต่ก่อน ใจคอมันก็เงียบเหงาลงไปตาม ที่มันเคยเล่นหัวก็น้อยลงไป ที่เคยแอบหนีไปเที่ยวเตร่ก็น้อยลงไปเช่นเดียวกัน เมื่อนายหายไปนานๆ มอมมันก็ตามนายผู้หญิงแทนนายและมันมีความรู้สึกในใจว่าระหว่างที่นายไม่อยู่ มันจะต้องเฝ้าทั้งบ้านทั้งนายผู้หญิงและหนูไม่ให้ใครมาเกะกะทำอันตรายได้จนกว่านายจะกลับ วันไหนนายกลับบ้านความรู้สึกในบ้านก็เปลี่ยนไปทั้งหมด นายผู้หญิงก็กระปรี้กระเปร่าทำกับข้าวพิเศษ มอมมันก็ดีใจโลดเต้น ชีวิตซึ่งแต่ก่อนเป็นปกติประจำวันนั้น เดี๋ยวนี้กลายเป็นของที่มีเพียงชั่วคราวระหว่างที่นายกลับบ้าน
วันหนึ่งยายกลับบ้าน และมาอยู่ได้ ๒-๓ วัน แต่มอมสังเกตนายและนายผู้หญิงไม่สู้จะดีใจรื่นเริงเหมือนที่เคย เห็นแต่นั่งพูดกันเบาๆ ครั้งละนานๆ บางครั้งนายผู้หญิงก็ร้องไห้ ส่วนนายนั้นก็มีสีหน้าและกิริยาอาการบอกให้มอมเห็นได้ว่ามีทุกข์ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ นายมักจะนอนเหม่อที่เก้ากี้ยาวที่เฉลียงไม่พูดจาอะไร นานๆ ก็ถอนใจยาวๆ มอมมันก็ได้แต่หมอบอยู่ที่เท้าของนาย ตาก็จับอยู่ที่หน้านาย คอยดูว่าเมื่อไหร่นายจะมีแววตาที่แสดงว่าหายทุกข์ ตอนเย็นวันก่อนที่นายจะออกจากบ้านไป มอมเห็นนายผู้หญิงเก็บของเล็กๆ
น้อยๆ เข้าห่อ เป็นพวกยาสีฟัน สบู่ และของกินแห้งๆ ใส่กระป๋อง นอกจากนั้นก็มีเสี้อผ้าบ้าง นายผู้หญิงเก็บของไปก็ร้องไห้ไป ส่วนนายก็ติดตามนายผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเข้าห้องไหนหรือประการใด ช่วยห่อของให้บ้าง พูดปลอบนายผู้หญิงบ้าง แต่มอมก็ไม่เห็นนายผู้หญิงหยุดร้องไห้ ยิ่งเห็นนายอยู่ใกล้ๆ ก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นครั้งหนึ่งนายผู้หญิงเอามือนายไปกำไว้แน่น ยกมือนายขึ้นไปที่หน้าแล้วก็ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้นไปอีก มอมเป็นนายเอาแขนโอบนายผู้หญิงไว้กับตัวแล้วนั่งนิ่งอึ้งอยู่นาน รุ่งขึ้นนายตื่นแต่เช้าตรู่ นายแต่งตัวเสร็จ ก็ถือห่อของพะรุงพะรังออกจากบ้านไป แต่พอถึงประตูหน้าบ้านนายก็ทรุดตัวลงนั่ง กอดมันไว้แน่น
“มอม ไอ้มอม” เสียงนายกระซิบสั่งที่หู “ข้าจะต้องจากไปนาน จะได้กลับเมื่อไรก็ยังไม่รู้เอ็งอยู่ทางหลัง
ช่วยเฝ้าบ้าน ช่วยดูนายผู้หญิง ช่วยดูหนู เอ็งรักข้ามากข้ารู้ เอ็งต้องทำตามที่ข้าสั่งแล้วคอยข้าอยู่ที่นี่
ไม่ตายข้าจะกลับ” มอมเอาหน้ามันไปแนบที่หน้านาย ตามใบหน้าของนั้นอาบไปด้วยน้ำตา เป็นครั้งแรกที่มันได้เคยเห็น มอมส่งนายเพียงประตูบ้านแล้วมันก็เดินกลับเรือน หางตกหัวตก มันเดินช้าๆ ไปที่หัวกระไดที่มันเคยนอน ล้มตัวลงเหยียดยาว ตาจับอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน มอมครางออกมาเบาๆ เหมือนกับจะอุทานความในใจของมันให้คนรู้ว่า ชีวิตของมอมนั้นสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วาระที่นายออกจากบ้านไป และจะเป็นอยู่เช่นนั้นจนกว่านายจะกลับมาอีก นายหายจากบ้านคราวนี้ไม่กลับมาอีกเลย อาทิตย์กลายเป็นเดือน เดือนกลายเป็นปี จนกระทั่งปีหนึ่งได้ผ่านไปนายก็ยังไม่กลับ นานๆ จะมีบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายมาส่งให้นายผู้หญิงสักทีหนึ่ง มอมเห็นนายผู้หญิงอ่านแล้วอ่านเล่า และในที่สุดก็ร้องไห้ทุกครั้งไป พอนายไปได้สักปีกว่าๆ มอมมันก็เริ่มเห็นความร่วงโรยภายในบ้านมากขึ้นทุกๆ วัน นายผู้หญิงซูบผอมผิดปกติการแต่งกายก็ปอนกว่าแต่ก่อน ทั้งมิได้ระมัดระวัย หนูนั้นเติบโตใหญ่ขึ้นจนวิ่งได้แล้ว แต่ก็ผ่ายผอมมิใช้อ้วนน่าเอ็นดูอย่างแต่ก่อน บ้านที่เรียบร้อยสะอาดสะอ้านนั้น บัดนี้รกรุงรัง เต็มไปด้วยหยากไย่ระวังผู้หญิงมิได้เอาใจใส่เช็ดถูอย่างเคย มอมต้องเรียนบทเรียนใหม่ในชีวิต เจ๊กขายขวดซึ่งนายเคยยุให้มอมเห่าและกัดทุกครั้งที่แวะกรายเข้ามาในบ้านนั้น บัดนี้กลายเป็นคนสนิทชิดชอบกันกับนายผู้หญิงระวังผู้หญิงห้ามปรามมอมเด็ดขาดมิให้กัดหรือแม้แต่เห่าเจ๊กขายขวดอีกต่อไป เป็นอันว่าเจ็กขายขวดมีสิทธิ์เดินเข้ามาถึงหน้ากระไดบ้าน บางทีก็ถึงกับไปนั่งอยู่ที่ชานหน้าครัว มอมเห็นนายผู้หญิงสนทนากับเจ๊กขายขวดนานๆ ทุกครั้งจะต้องหยิบของในบ้านมาให้เจ๊กขายขวดดู เป็นถ้วยชามบ้าง ช้อนส้อมบ้าง บางทีก็เป็นของอื่นที่มอมไม่รู้จัก และเจ๊กขายขวดก็จะยื่นกระดาษเล็ก ๆ สองสามแผ่นให้นายผู้หญิง มอมเห็นนายผู้หญิงเอากระดาษนั้นมานับ เสร็จแล้วเจ๊กขายขวดก็จะเอาของใส่หาบแล้วก็เดินออกจากบ้านไป นายผู้หญิงทำอยู่อย่างนี้จนนานเข้า มอมสังเกตเห็นของในบ้านที่มันเคยชินลูกตานั้นบางไปมาก บางทีหนูมาวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ เวลานายผู้หญิงพูดกับเจ๊กขายขวด แต่พอเจ๊กไปแล้วนายผู้หญิงต้องคว้าหนูมากอดไว้แล้วร้องไห้ทุกครั้งไป ของที่มอมมันรู้สึกว่าเปลี่ยนไปมากก็คือ เรื่องอาหารการกิน แต่เมื่อครั้งนายยังอยู่นั้นมันมิเคย
ต้องอนาทรร้อนใจเลย แต่เดี๋ยวนี้มอมมันต้องทนหิวอยู่ตลอดเวลา เมื่อนายอยู่นายเคยให้กินข้าววัน
ละสามเวลา ขณะนี้มอมต้องอดมื้อกินมื้อ และมื้อที่กินนั้นก็มิได้ทำให้มอมหายหิวลงได้ มันมองดูตานายผู้หญิงอย่างสงสัย เพราะแทนที่จะเป็นอาหารหนักในเวลาเช้า นายผู้หญิงเพียงแต่เทน้ำข้าวให้มอมๆมันไม่เคยกิน แต่ด้วยความหิวมันก็ต้องกลืนกิน หมดแล้วมันเงยหน้าดูนายผู้หญิง ผู้ซึ่งยืนมองดูมันด้วยความเป็นห่วง แต่พอเห็นมันมองเหมือนกับจะขออีก นายผู้หญิงก็หันหลังรีบเดินหนีไป มอมมันรู้แล้วว่ามื้อกลางวันนั้นเป็นอันไม่มีหวังที่จะได้ เพราะมันเห็นนายผู้หญิงเตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ให้หนู ส่วนมากก็เป็นของเหลือจากมื้อเช้า ส่วนตัวนายผู้หญิงเองก็ไม่ได้แตะอะไรเหมือนกัน แม้มื้อเย็นก็มีแต่บางวันเฉพาะวันที่นายผู้หญิงกินข้าว วันไหนมอมหิวหนักเข้า มันก็ไปนั่งมองขณะที่นายผู้หญิงกำลังกิน ถ้านายผู้หญิงหันมามอง มันก็เลียปากให้รู้ว่ามันก็หิวมากเหมือนกัน นายผู้หญิงก็จะน้ำตากบลูกตารีบอิ่มข้าว แล้วเอาของที่เหลือคลุกให้มันกินทันที มองมันไม่เข้าใจว่าของที่เคยมีนั้น เหตุไรจึงหมดไป มอมมันรู้แต่ว่านายจากบ้านไปนานแต่สักวันหนึ่งนายจะกลับ ระหว่างนี้มันก็ได้แต่จะคอยนาย มันหารู้ไม่ว่านายถูกระดมไปเป็นทหาร ไปอยู่ไกลไม่มีกำหนดกลับ และนายผู้หญิงซึ่งไม่มีรายได้อะไรเลยก็ได้แต่ขายของเก่าไปทีละชิ้นและต้องครองชีพไปอย่างอดมื้อกินมื้อ บางวันนายผู้หญิงต้องยอมอดเพื่อให้ลูกได้กิน หรือมิฉะนั้นก็ต้องกิน แต่น้อยเพื่อให้มอมซึ่งผัวฝากไว้ได้กินอิ่มๆ ตั้งแต่มอมมันยังตัวเล็กๆ นายเคยห้ามเด็ดขาดมิให้มันไปเก็บของกินนอกบ้าน มอมมันก็ปฏิบัติตามตลอดมา เพราะเมื่อท้องมันอิ่มมันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหาอะไรกินที่อื่น แต่เดี๋ยวนี้มอมต้องผิดคำสั่งนาย เพราะท้องมันหิวเต็มทน ก็ต้องพึ่งถังขยะเช่นเดียวกับหมาข้างถนนตัวหนึ่ง ด้วยความอด ด้วยความตรอมใจที่นายหายไป มอมมันเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ร่างกายก็ผ่ายผอมลงไปเห็นได้ถนัด ขนที่เคยมันกลับกลายเป็นด้าน จมูกแห้ง นัยน์ตาเซื่องซึม กิริยาอาการที่เคยโลดเต้นร่าเริงก็กลายเป็นเชื่องช้า ส่วนมากมันใช้เวลานอนที่หัวกระไดบ้าน เพื่อคอยนายตามที่นายสั่งไว้
อีกสองปีผ่านไป ยังไม่มีวี่แววว่านายจะกลับมาเลย คืนวันหนึ่ง มอมอยู่ที่หัวกระไดที่มันนอน นายผู้หญิงกับหนูนอนอยู่ข้างบนเรือน มอมมันหลับสนิทไปพักหนึ่ง แต่มาตกใจตื่นตอนดึก เพราะได้ยินเสียงนายผู้หญิงไอและเสียงหนูร้องออดแอด พอเสียงข้างบนเงียบไปมันก็นอนต่อ แต่หูนั้นคอยฟังเสียงต่างๆ ที่จะผิดปกติ อีกสักครู่หนึ่งมันได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งมาแต่ไกล มอมมันรู้ว่าเป็นเสียงเครื่องบิน เพราะเมื่อมันยังเป็นลูกหมาเห็นเครื่องบินผ่านหลังคาบ้าน มันต้องวิ่งไล่เห่าทุกครั้ง และนายเคยหัวเราะชอบใจที่มันไล่กัดเครื่องบิน มันนอนฟังเสียงที่อยู่ไกลนั้น สักครู่ก็รู้ว่าเครื่องบินนั้นกำลังใกล้เข้ามา ทันใดนั้น มอมมันก็ตกใจแทบสิ้นสติ ขนพองชันไปทั้งตัวและผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ในท่ามกลางความมืดและความเงียบสงัดนั้น มีเสียงที่มันไม่เคยได้ยินมาก่อนดังก้องไปทั่ว มอมมันเข้าใจว่าเป็นเสียงหมาหอน แต่หมาตัวที่หอนนั้นมันจะต้องใหญ่โตมหึมาน่าสะพรึงกลัวเสียเป็นที่สุดแล้ว เสียงหอนนั้นดังเป็นระยะๆ ถี่ๆ มอมตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น หมาที่ในหอนให้ได้ยินทั่วทั้งเมือง มอมมันหอนรับทันที แต่เสียงของมันดูค่อยจนตัวมันเองแทบจะไม่ได้ยิน ทันทีนั้นมันก็สังเกตเห็นไฟตามถนนดับพรึ่บลงหมด เสียงนายผู้หญิงหวีดร้องบนเรือน เสียงหนูร้องไห้ด้วยความกลัว นอกบ้านก็มีเสียงฝีเท้าคนวิ่ง เสียงร้องเรียกกันโหวกเหวก เสียงปิดเปิดบานหน้าต่างประตูและเสียงเด็กร้องไห้ทั่วไป มอมมันเผ่นลงไปอยู่ที่ลานบ้านหน้าเรือน อีกอึดใจเดียวนายผู้หญิงก็อุ้มหนูซึ่งกอดไว้แน่นลงมานั่งอยู่ด้วย พอเห็นนายผู้หญิง มอมมันก็หมดความตื่นเต้นและความกลัว จิตใจมันสงบลงทันที เพราะมันรู้ว่ามันมีหน้าที่จะต้องทำ มันเบียดเข้าไปจนชิดตัวนายผู้หญิง มันเลียมือนายผู้หญิงและเลียแขนหนู เป็นวิธีเดียวที่มันจะบอกให้สองคนนั้นรู้ว่าไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตกใจ มอมยังอยู่ มอมยังอยู่ มอมไม่รู้ว่า มันนั่งอยู่กับนายผู้หญิงนานสักเท่าไร แต่ขณะนั้น มันได้พบได้เห็นของที่มันไม่เคยเห็นหลายอย่าง มันได้เห็นไฟฉายเป็นทางยาวขึ้นไปบนฟ้า เห็นเครื่องบินลำสีขาวบินฉวัดเฉวียนอยู่ เสียงปืนต่อสู้อากาศยานได้ยินสนั่นจนกระเทือนเจ็บแก้วหู เสียงลูกระเบิดแหวกอากาศดังซู่ลงมา สัญชาตญาณบอกให้มันหมอนลงกับพื้นดินทันที มอมรู้สึกเสียวสันหลังและขนคอ และขนตามหลังมันตั้งชัน ขณะเดียวกันมันรู้สึกได้ด้วยความสะเทือนของแผ่นดินว่ามีการระเบิดขึ้นในระยะใกล้ติดๆ กันหลายครั้ง มอมมันเฝ้านายผู้หญิงอยู่ จนกระทั่งได้ยินหมาใหญ่ตัวมหึมานั้นหอนขึ้นเป็นกังวานดังรวดเดียวอีกครั้งหนึ่ง นายผู้หญิงลุกขึ้นจากที่นั่ง มอมสังเกตเห็นคนเริ่มจุดไฟและเริ่มใช้ไฟฉายในที่ต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง เสียงคนพูดกันและเสียงหัวเราะดังจากที่ต่างๆ รอบบ้าน นายผู้หญิงลูบหัวมันเบาๆ เหมือนกับจะขอบใจที่มันเฝ้าอยู่เป็นเพื่อน แล้วก็อุ้มหนูกลับขึ้นเรือน หลังจากนั้นไม่ว่ามอมจะไปทางใดเห็นแต่คนขุดหลุมกันทั่วไป ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง มอมมันเที่ยวดมตามกองดินที่เขาขุดขึ้นมาก็ไม่เห็นมีกลิ่นอะไรเกินไปกว่ากลิ่นธรรมดา แม้นายผู้หญิงก็ขุดหลุมที่ริมรั้วข้างบ้าน ตาแก่ที่อยู่บ้านติดกันแกมาช่วยขุดให้ มอมนึกว่านายผู้หญิงคงขุดหาหนูหากระดูกเก่าๆ ที่ฝั่งไว้ มันก็เข้าไปขุดใช้สองเท้าตะกุยดินไปพลางจมูกมันก็กดลงไปที่ดินสูดกลิ่นแรงๆ
เพื่อจะได้รู้ว่าหนูหรือกระดูก หรืออะไรก็ตามที่นายผู้หญิงต้องการนั้นฝังอยู่ที่ใด มอมมันคุ้ยดินขึ้นมาได้กองโตเอาการ นายผู้หญิงและคนแก่วางจอบเสียมนั่งดูมันแล้วหัวเราะ เสียงตาแก่ชมกับนายผู้หญิงว่า "หมาตัวนี้มันรู้เอาการอยู่" แต่มอมมันก็ยังไม่รู้อยู่นั่นเองว่านายผู้หญิงขุดหลุมอะไร ต่อจากนั้นเมื่อมีเสียงเครื่องบิน มีเสียงหมาหอน มอมก็เห็นนายผู้หญิงอุ้มหนูวิ่งลงไปอยู่ในหลุมนั้นทุกครั้ง จนในที่สุดมอมมันก็รู้ ถ้าคืนไหนมันได้ยินเสียงเครื่องบินมาแต่ไกล มันก็หอนขึ้นก่อนแล้วก็เริ่มตะกุยประตูเรือนดังๆ เพื่อปลุกนายผู้หญิง พอรู้ว่านายผู้หญิงตื่นมันก็รีบวิ่งลงไปนั่งคอยอยู่ในหลุมก่อนทุกครั้งไป ความตื่นเต้นในเวลากลางคืนนั้นมีบ่อยครั้งเข้าและเสียงระเบิดนั้นก็ดังใกล้บ้านเข้ามาทุกที ชาวบ้านแถบนั้นก็เริ่มหายไปจากบ้าน มอมเห็นแต่บ้านปิดทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก ผู้คนในตรอกนั้นที่เคยคึกคักก็เงียบเหงาลงไป คงเหลือแต่นายผู้หญิงอยู่ที่บ้านกันหนู
มอมมันไม่มีหนทางจะรู้ได้เลยว่านายผู้หญิงของมันอพยพหลบภัยตามชาวบ้านเขาไปไม่ได้ระวังผู้หญิงมีแต่ตัวคนเดียว ไม่มีพวกพ้องวงศาคณาญาติที่ไหนที่จะไปอาศัยได้ และความจนนั้นก็บังคับให้นายผู้หญิงต้องอยู่ต่อไป ทั้งทีแสนจะห่วงความปลอดภัยของลูก และความรู้สึกเปลี่ยวเปล่าที่เกือบจะทนไม่ได้ คืนวันหนึ่งมอมรู้สึกร้อนรนและตื่นเต้น เหมือนกับว่าสิ่งใดบอกมันว่าภัยกำลังใกล้เข้ามาและก็จริงดังนั้น พอตกดึกก็มีเสียงหมาหอนดังขึ้นและเสียงเครื่องบินใกล้เข้ามาทุกที นายผู้หญิงอุ้มหนูวิ่งลงไปอยู่ในหลุม มอมมันก็วิ่งลงไปนั่งข้างๆ เช่นเคย เสียงเครื่องบินดังกว่าที่เคยได้ยินมา เสียงระเบิดดังใกล้ๆ บ้านเข้ามา มอมเลียมือนายผู้หญิง รู้สึกว่ามือนั้นเย็นชืดด้วยความกลัว มอมได้ยินเสียงลูกระเบิดแหวกอากาศตรงลงมาที่หลังคาบ้าน มันหมอบนิ่งคอยความกระเทือนของระเบิดแต่แทนที่จะมีเสียงระเบิด มอมกลับได้ยินเสียงดังกราวใหญ่ทางหลังบ้าน อีกสักครู่หนึ่งมันก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้อย่างแรง ไฟไหม้บ้านแน่แล้ว มอมมันโจนขึ้นจากหลุมวิ่งไปดูที่ครัวเห็นไฟกำลังติดหลังคาเป็นหย่อมๆ และกำลังลุกลาม มอมมันตกใจเต็มที่ได้แต่เห่า แล้วมันก็วิ่งกลับมาเห่าที่หลุม เพื่อบอกนายผู้หญิงให้รู้ว่าไฟกำลังไหม้บ้าน แต่นายผู้หญิงก็มิได้กระเตื้องขึ้นจากหลุม มอมมันก็ได้แต่เห่าได้แต่วิ่งไปวิ่งมาด้วยความเป็นห่วง บ้างก็เป็นห่วงตัวเอง เป็นห่วงนายผู้หญิงและหนูก็เป็นห่วง มอมมันตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี ในทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงลูกระเบิดแหวกอากาศลงมาอีกซู่หนึ่งทำให้หลังมันเย็นวาบ แต่ก่อนที่มันจะทำอะไรได้ มอมมันรู้สึกเหมือนมีของหนักๆ มากระทบอย่างแรง ทำให้ตัวมันกระเด็นไปไกล หูอื้อไปหมด มอมหมดสติไปครู่หนึ่ง เพราะแรงลูกระเบิดทำลายลูกหนึ่งที่ตกลงมาระเบิดกลางลานบ้านพอดี
     พอมอมฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่มันเห็นก็คือไฟไหม้บ้านทั้งหลังลุกโพลง ส่องแสงสว่างจ้าทั่วไปหมด สิ่งแรกที่ใจมันนึกถึงก็คือนายผู้หญิงและหนู ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง มันตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นยืน แต่มันรู้สึกเสียวปลาบที่ขาหลัง มอมเหลียวไปเห็นขาหลังข้างซ้ายเป็นแผลยาว อาจเป็นสะเก็ดระเบิดหรือเศษไม้กระเด็นถูก เลือดข้นๆ ของมันกำลังไหลออกมาแดงฉาน มันล้มตังลงเดินเพราะเดินยังไม่ไหว มอมนอนเลียแผลอยู่นานจนขาที่เจ็บค่อยหายชา มีความรู้สึกขึ้น มันก็ครึ่งเดินครึ่งคลานไปที่หลุมที่นายผู้หญิงอยู่ ที่หลุมนั้นเงียบสนิทไม่มีเสียงใดๆ ลูกระเบิดที่ตกกลางลานบ้านทำให้ดินกระเด็นมากลบหลุมเสียกว่าครึ่ง มอมเห็นเท้านายผู้หญิงโผล่ออกมาจากกองดินมันก้มลงเลีย เท้านั้นเย็นชืดไม่มีชีวิต มอมมันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว นายฝากนายผู้หญิงและหนูไว้กับมัน บัดนี้นายผู้หญิงและหนูอยู่ใต้กองดิน มอมตัดสินใจใช้ขาทั้งสองลงมือขุดทันทีทันที มันขุดด้วยกำลังแรงที่สุดเท่าที่มันมี หัวใจมันเต้นเหมือนกับจะระเบิดออกมานอกอก มันจะต้องเอานายผู้หญิงและหนูออกมาจากหลุมให้ได้ แต่ดินที่กลบนั้นหนานัก สุดกำลังที่มอมจะคุ้ยผู้เดียว หมดปัญญาเข้ามันก็เริ่มเห่าและหอนอยู่ที่ปากหลุม เสียงหอนของมันทำชาวบ้านแถบนั้นวังเวงใจเพราะมันเป็นเสียงคร่ำครวญของหมาพันธุ์ทางตัวหนึ่งที่หัวใจแตกสลายลง

     พอรุ่งสาง มอมได้ยินเสียงคนอึกทึกนอกบ้าน มีรถบรรทุกคันใหญ่มาจอดหน้าประตูบ้าน ตอนนั้นไฟไหม้บ้านจนมอดลงแล้ว ไม่มีอะไรเหลือนอกจากเถ้าถ่านและควันจางๆ คนกลุ่มหนึ่งถือพลั่วถือเสียมวิ่งเข้ามาในบ้าน พอเห็นมอมยืนเห่าอยู่ที่หลุมก็ตรงเข้ามา พอเห็นเท้านายผู้หญิงโผล่จากกองดิน มอมก็ได้ยินเสียงคนเหล่านั้นร้องเรียกกันเอะอะ อีกหลายคนวิ่งมาที่หลุม แล้วก็เริ่มโกยดินออกทันที ในที่สุดมอมก็ได้เห็นนายผู้หญิงนอนเหยียดยาวดังหลับอยู่ใต้กองดินในหลุม หนูนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของแม่ มอมมันโจนลงไปในหลุมคร่อมนายผู้หญิงไว้ ใครเข้ามาใกล้ก็ไม่ยอม มันเฝ้าแต่ขู่คำรามและแยกเขี้ยวขาว ตามันมีแววเขียวปัดอยู่ข้างใน คนทั้งโลกเป็นศัตรูคนเหล่านี้ที่ทำให้นายต้องจากไป คนเหล่านี้ที่ทำให้บ้านที่มันเคยอยู่เคยกิน ต้องไฟไหม้จนหมดสิ้นไป คนเหล่านี้กำลังจะมาแตะต้องตัวนายผู้หญิงและหนู จะทำอันตรายอย่างอื่นต่อไปอีก ชายคนหนึ่งเข้ามาใกล้ตัวนายผู้หญิง มอมมันก็งับเข้าที่แขน เสียงร้องให้คนช่วยลั่นไป แต่มอมตัวเดียวหรือจะต่อสู้ขัดขืนคนทั้งฝูงได้ ในที่สุดเขาก็กลุ้มรุมกันเข้าหามร่างอันไร้ชีวิตของนายผู้หญิงและหนูขึ้นรถบรรทุกแล่นไป มอมมันวิ่งตามขาโขยกเขยกไปเพราะขามันเจ็บ แต่แล้วมันก็ค่อยๆหมดแรงตะกายกลับบ้าน บ้านที่ไม่มีเรือน บ้านที่รั้วพังจนหมดเหลือแต่ซากของประตู บ้านที่ไม่มีนาย ไม่มีนายผู้หญิง ไม่มีหนู บ้านที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเหลืออีกต่อไป มอมมันเดินวนเวียนรอบลานบ้านตะวันสายขึ้นมามันรู้สึกทั้งร้อนทั้งหิวและอยากน้ำ ขาของมันเริ่มเจ็บมากขึ้นมาอีก จมูกของมันแห้งผาก ลิ้นของมันห้อยและแผ่บาน ตาของมันสาดแดงด้วยสายเลือด มอมล้มตัวลงนอนใกล้ๆปากหลุมที่เขาขุดเอานายผู้หญิงไป มันครางเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ตั้งใจจะนอนอยู่ที่นั่นจนกว่านายจะกลับมาดุจะตีว่ามันไม่ทำตามที่นายสั่งมันก็ยอม ข้อสำคัญขอให้นายกลับมาเท่านั้น

มอมมันนอนเช่นนั้นอยู่หลายวัน โดยที่ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเอาใจใส่ เพราะมันเป็นแต่เพียงหมาตัวหนึ่ง ในที่สุดความหิวกระหายก็บังคับให้มันต้องโซเซหากิน มันเดินไปตามถนน เจอะอะไรที่พอประทังชีวิต
ได้ก็กินไม่เลือก หมาซึ่งแต่ก่อนเคยกลังมันก็รุมกันเก่ารุมกันกัด มอมมันก็ไม่สู้คอยหลบหลีก เพราะมันไม่มีกำลังใจกำลังกายที่จะต่อสู้กับใครอีกต่อไปแล้ว มอมมันเที่ยวตุหรัดตุเหร่ไปอย่าง
ไม่มีความหมาย ยิ่งเดินก็ยิ่งไกลบ้านเก่าออกไปทุกที ค่ำลงที่ไหนมันก็นอนที่นั่น ใต้ห้องแถวบ้าง ริมกอหญ้าข้างถนนบ้าง เมื่อกำลังมันอ่อนลงทุกวัน มันก็ไปนอนหลบเงาอยู่ที่หน้าประตูบ้านใหญ่
ริมถนนแห่งหนึ่ง

มอมมันหลับอยู่นานเพราะความอ่อนใจ มาตกใจตื่นขึ้นอีกทีตอนได้ยินเสียงคนพูดใกล้ๆ เสียง
เด็กผู้หญิงร้องเรียก"พ่อ พ่อจ๋า" ดังๆ หลายครั้ง มอมลืมตาขึ้นดูเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 10 ขวบ คุกเข่าอยู่ข้างตัวมัน มือลูบหัวมันอยู่ด้วยความปราณี มอมมันรู้สึกว่ามือนั้นไม่ใช่มือศัตรูแต่เป็นมือ ของมิตร มันกระดิกหางรับ อีกสักครู่ก็เห็นผู้ใหญ่รูปร่างอ้วนคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูโผล่หน้าออกมาดูแล้วถามว่า"อะไรลูก"
"พ่อดูหมาตัวนี้ซี สวยจังเลย มันเจ็บน่าสงสาร หนูจะเอามันไปเลี้ยง" เด็กหญิงร้องตอบ "อย่าเลยลูก" ชายคนนั้นพูด "หมาที่ไหนก็ไม่รู้ บางทีมันจะเป็นบ้า พ่อดูท่ามันชอบกลอยู่" "ไม่บ้าหรอกพ่อ เมื่อตะกี้มันยังกระดิกหางกับหนูเลย" เด็กหญิงพูดพลางพยุงมันให้ลุกขึ้นยืน "หนูจะตั้งชื่อมันว่าไอ้ดิ๊ก มานี่มะไอ้ดิ๊ก"
มอมลุกขึ้นยืน แล้วเดินโซเซตามเด็กหญิงเข้าไปในบ้าน ขณะที่มันต้องเสียทุกอย่างไปแล้ว หากมีใครที่แสดงว่าเป็นมิตรด้วยมันก็อยากจะคบด้วย ชายที่อยู่ที่หน้าประตูไม่พูดว่าอะไร เปิดประตูทิ้งไว้ให้ลูกสาว แล้วเดินข้ามสนามกลับขึ้นไปบนตึก

บ้านที่มอมมาอยู่ใหม่นั้นเป็นตึกใหญ่โต ผิดกว่าบ้านเก่าของมอมมากมายนัก หน้าตึกมีเก้าอี้มีกระถางต้นไม้ตั้งไว้อย่างสวยงาม และไม้ต้นใหญ่ปลูกไว้ร่มเย็น ในบ้านนั้นมีคนอยู่หลายคน ทุกคนทักทายเด็กเพื่อนของมันว่าคุณแต๋ว ส่วนมากก็พยายามเอาอกเอาใจคุณแต๋วทั้งนั้น พอคุณแต๋วบอกหญิงคนหนึ่งให้ไปเอาข้าวเอาน้ำมาให้มันกิน มันเห็นหญิงคนนั้นวิ่งหายไปหลังบ้าน อีกประเดี๋ยวเดียวมันก็ได้กินข้าวคลุกกับบะช่อชามโต และมีน้ำสะอาดใส่ชามอ่างมาวางไว้ข้างๆ คุณแต๋วสั่งให้ตาแก่ตนหนึ่งพามันไปอาบน้ำถูสบู่ หลังจากที่มันกินข้าวแล้ว พอตัวมอมแห้งดีแล้ว คุณแต๋วก็ใส่ยาให้ที่แผล
มอมมันอยู่กับคุณแต๋วมานาน มันรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันชื่อไอ้ดิ๊ก ถ้าคุณแต๋วเรียกมันด้วยชื่อนั้นมันก็เข้าไปหา แต่มอมไม่มีวันลืมว่าชื่อจริงของมันที่นายตั้งให้คือ "ไอ้มอม" มันอยู่กับคุณแต๋ว มีอาหารการกินและคนเอาใจใส่บริบูรณ์
ทุกอย่าง จนร่างกายมันกลับแข็งแรง ขนเป็นมันขลับ ใครเห็นใครก็ชมว่าคุณแต๋วช่างไปหาหมาจากไหนมาเลี้ยง แต่มอมมันไม่กระปรี้กระเปร่ารื่นเริงเหมือนแต่ก่อนเพราะถึงมอมมันจะสบายก็สบายแต่กาย ใจของมันยังคอยนายอยู่ไม่มีวันลืมถึงแม้ว่ามอมมันจะรักคุณแต๋วมันก็รักเพราะมือที่ให้ข้าวมันกิน คุณแต๋วไม่ใช่ชีวิตของมอม บางทีมันออกไปนั่งหน้าบ้านสังเกตคนที่เดินผ่าน เผื่อว่าในหมู่คนที่เดินมานั้นนายอาจเดินผ่านมาบ้าง บางทีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน มันก็ต้องวิ่งไปดู เผื่อจะเป็นนายมาตามหามัน


คืนวันหนึ่งในฤดูร้อนอีก ๒ ปีต่อมา มอมมันนอนรับลมเย็นอยู่หลังตึก คืนนั้นคนในบ้านมีอยู่ไม่กี่คน เพราะมอมมันเห็นถือกระเป๋าขึ้นรถไปกับคุณแต๋วหลายคนตั้งแต่เช้า เสียงพูดกันว่าจะไปตากอากาศ ดึกมากแล้วแต่มอมมันยังไม่หลับ มันนอนอยู่นิ่งๆ หูก็คอยฟังเสียงต่างๆ เช่นเคยมันได้ยินเสียงเหมือนใครใช้เหล็กงัดหน้าต่างข้างตึกชั้นล่าง มอมมันคำรามขึ้นครั้งหนึ่ง เสียงนั้นเงียบไป อีกสักครู่เสียงนั้นดังขึ้นอีกมอมค่อยๆ ลุกขึ้นเดินอ้อมไปทางที่มาของเสียง ขนคอของมันตั้งชันเป็นแปรง ขโมยแน่แล้วไม่ใช่ใครอื่น คืนนั้นมอมมันจะจับขโมยให้คุณแต๋วและให้คนทั้งบ้านใหญ่นี้เห็นฝีมือมัน มอมมันเดินอย่างเงียบที่สุด สะกดใจไว้มิให้เห่าออกมา พอมันเดินอ้อมมุมตึกแลเห็นคนๆ หนึ่ง กำลังปีนม้าเล็กๆ งัดหน้าต่างอยู่จริงๆ มอมมันย่องใกล้เข้าไปทุกที อีกประเดี๋ยวเป็นได้เห็นดีกัน ทันใดนั้นลมพัดมาวูบหนึ่ง พาเอากลิ่นตัวคนๆ นั้นมาต้องจมูกมัน ใจของมอมเพียงจะหยุดเต้นด้วยความดีใจ มันโถมเข้าใสคนๆ นั้นด้วยกำลังทั้งหมดที่มันมีอยู่ ทำเอาคนๆ นั้นหงายหลัง ศีรษะฟาดกับพื้นนอนงงอยู่ครู่ใหญ่ มอมตัวสั่นเทากระดิกหางเร็วไม่เป็นจังหวะ มันเลียชายผู้นั้นตั้งแต่หน้าไปทั้งตัว เพราะกลิ่นที่ลมพัดมาเข้าจมูกหาใช่กลิ่นแปลกของใครที่ไหนไม่ แต่เป็นกลิ่นที่มันรู้จักดี เป็นกลิ่นของนายที่มันตั้งใจคอยมาตลอดเวลาหลายปีนับตั้งแต่วันที่นายจากไป

นายงงอยู่พักใหญ่แต่แล้วก็จำได้ เขายกแขนขึ้นกอดคอมันไว้แน่น "ไอ้มอม" เสียงนายกระซิบที่หูมัน"มอม" นายเรียกมันอีกครั้งหนึ่งด้วยเสียงสะอื้นเหมือนกับมีอะไรมาจุกในคอ มอมมันไม่ได้ยินใครเรียกชื่อมันมานาน พอได้ยินนายเรียกมันก็ดีใจลิงโลดส่งเสียงร้องหงิงๆ ด้วยความดีใจ นายลุกขึ้นยืนเหลียวซ้ายแลขวา จุปากค่อยๆ ให้มันนิ่ง มอมมันก็ไม่นิ่ง เพราะความดีใจของมันเกินที่จะนิ่งได้ ความสุขความเป็นหนุ่มของมันกลับมาใหม่โดยสิ้นเชิง นายวิ่งข้ามสนามเบาๆ พอถึงรั้วพู่ระหงก็มุดออกไปนอกบ้าน มอมมันโกยสี่ตีนตามและมุดออกไปนอกบ้านกับนาย นายทรุดตัวลงนั่งลูบหัวลูบคอมันแล้วกระซิบที่หูว่า "มอม ข้าไม่นึกเลยว่าข้าจะได้พบเอ็ง ข้านึกว่าข้าไม่มีอะไรเหลือแล้วในโลกนี้" นายหยุดพุดไปครู่หนึ่ง "เขาส่งข้าไปไกล ข้าไม่ได้ข่าวคราวจากใครเลย พอกลับมาบ้านเขาก็บอกว่าบ้านไฟไหม้หมด ลูกเมียถูกระเบิดตาย งานการที่ข้าเคยทำคนอื่นเขาก็เอาตำแหน่งไปหมดแล้ว ไม่มีใครเขาจะมาคอย ข้าหมดหนทางจริงๆ มอมเอ๋ย แต่เอ็งอย่านึกว่าข้าลักขโมย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก พอดีพบเอ็ง เอ็งก็ทำให้ข้าต้องอาย ทำไม่ลง"

....."กลับเข้าบ้านเถิดมอม" นายพูดพลางลุกขึ้นยืน "ข้าไม่มีปัญญาจะเลี้ยงเอ็งได้เสียแล้ว" นายชี้มือไปที่รั้วพลางไล่มัน "ไป ไอ้มอม เข้าบ้าน" แทนคำตอบมอมมันกระดิกหางแรงกว่าเก่าและวิ่งรอบๆ ตัวนาย นายไล่มันอยู่หลายครั้ง แต่มอมมันก็ไม่ฟัง นายกลับมาแล้ว มอมจะไม่ให้นายพ้นสายตาอีกต่อไป ความจริงนายเปลี่ยนไปมากเพราะผอมลง ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่น แต่อย่างไรก็ยังเป็นนายของมอม นายที่มันทิ้งไม่ได้
.....ดึกมากแล้ว พระจันทร์ข้างแรมเริ่มขึ้น ทอแสงสว่างไปทั่ว นายเดินอย่างอ่อนระโหยไปนั่งที่ริมคูข้างถนน สายตามองไปไกล มอมไปนั่งชิดกับนายอยู่ครู่หนึ่ง เห็นนายไม่ไหวติงมันก็นึกอะไรออก มอมวิ่งไปคาบกิ่งไม้แห้งมาวางไว้บนตักนายด้วยความเคยชิน นายเอากิ่งไม้ขว้างลงไปในคู มอมมันก็กระโดดโครมตามลงไปคาบกิ่งไม้มาให้นายอย่างเคยทำ นายซบหน้าลงบนหัวของมัน เสียงนายกระซิบเรียกชื่อมันหลายครั้งไม่พูดว่าอะไรอีก นำตาร้อนผ่าวร่วงลงบนหน้าและจมูกของมอม นายนั่งอยู่เช่นนั้นอีกนาน ในที่สุดนายลุกขึ้นยืนช้าๆ คลำหูมันอย่างใจลอยแล้วพูดว่า "ไอ้มอม เอ็งชนะข้า ไปด้วยกัน มา ตามข้ามา" แล้วนายก็ออกเดินมีมอมตามติดไป
คืนหน้าร้อนวันนั้น ถ้าหากมีใครเดินมาตามถนนราชวิถีตอนดึกประมาณสักตีสองครึ่ง จะได้เห็นชายคนหนึ่งรูปร่างสูงผอม เสื้อผ้าขาดวิ่น เดินช้าๆ อยู่ข้างถนนอย่างอ่อนระโหยโรยแรงข้างๆตังมีหมาตังผู้รูปงามตังหนึ่ง ปากคาบกิ่งไม้ คอตั้งหางเชิดวิ่งตามเขาไปด้วยความเบิกบานสุดขีด

.....คืนหน้าร้อนวันนั้น ถ้าหากมีใครเดินมาตามถนนราชวิถีตอนดึกประมาณสักตีสองครึ่ง จะได้เห็นชายคนหนึ่งรูปร่างสูงผอม เสื้อผ้าขาดวิ่น เดินช้าๆ อยู่ข้างถนนอย่างอ่อนระโหยโรยแรงข้างๆตังมีหมาตังผู้รูปงามตังหนึ่ง ปากคาบกิ่งไม้ คอตั้งหางเชิดวิ่งตามเขาไปด้วยความเบิกบานสุดขีด




***********************************************************

ศัพทานุกรม

กบ หมายความว่า เต็ม

กลิ่นสาง หมายความว่า มีกลิ่นเหม็นคล้ายคลึงกับซากศพ

กลิ่นสาบ หมายความว่า กลิ่นตังที่มีประจำอยู่กับสัตว์บางชนิด

โกยสี่ตีน หมายความว่า เป็นภาษาปาก มีความหมายว่า วิ่งหนีไปโดยเร็ว

จ่าฝูง หมายความว่า หัวหน้า หัวโจก

ตลาดประตูนำ หมายความว่า ตลาดอยู่หัวมุมถนนเพรชบุรีกับถนนราชดำริ

ตุหรัดตุเหร่ หมายความว่า ไปอย่างไร้จุดหมาย

ถนนเพชรบุรี หมายความว่า ถนนที่เริ่มจากเชิงสะพานยมราชถึงสี่แยกประตูนำ ในสมัยก่อนมีต้นไม้และคูนำขนาบทั้ง 2 ข้าง ร่มรื่น

ถนนราชวิถี หมายความว่าถนนที่ตัดผ่านหน้าวังพญาไทและสถานที่สำคัญอื่นๆ แต่ก่อนเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

ปฏิสนธิ หมายความว่า เกิด

พลบ หมายความว่า เวลาคำ และโพล้เพล้

พู่ระหง หมายความว่า ชื่อต้นไม้ ใบและลำต้นคล้ายชบา ดอกสีแดง กลีบเป็นฝอย มีก้านเกสร เป็นพู่ยาวย้อยลง

มักกะสัน หมายความว่า สมัยก่อนเป็นบริเวณที่ตั้งโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ เป็นอู่ซ่อม เก็บหัวรถจักร ตู้โดยสารและตู้สินค้า ปัจจุบันเป็นเพียงสถานีรถไฟ

ลุกโพลง หมายความว่า ไหม้ สว่างขึ้น

สัญชาตญาณ หมายความว่า ความรู้ที่มาตั้งแต่กำเนิดของคนและสัตว์ ทำให้มีความรู้สึกและกระทำโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน

สัญญาณภัยทางอวกาศ หมายความว่า เสียงบอกสัญญาณว่ากำลังจะมีภัยทางอากาศ สัญญาณที่เปิดจะได้ยินเป็นเสียง หวอ คนทั่วไปจึงเรียกเสียงหวอ

หมาพันธุ์อัลเซเชียน หมายความว่า สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ เป็นสุนัขรูปร่างสูงใหญ่ หูตั้งท หางยาว ฝึกให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของคนได้ง่าย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า German Sheperd

หลุมหลบภัย หมายความว่า หลุมกำบังที่สร้างสำหรับหลบภัย

อนันตตริยกรรม หมายความว่า กรรมที่เป็นบาปที่สุด เรียกว่า ครุกรรม มี 5 อย่าง คือ 1.ฆ่าบิดา 2.ฆ่ามารดา 3.ฆ่าพระอรหันต์ 4.ทำให้พระกายพระพุทธเจ้าห้อเลือด 5.ทำให้สงฆ์แตกแยกกัน

เอิกเกริก หมายความว่า อื้ออึง แพร่หลายรู้กันทั่ว

อุปัทวเหตุ หมายความว่า เหตุอันไม่เป็นมงคล เหตุเลวร้ายที่เกิด

***********************************************************
จากหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

ผู้เขียน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สอางค์ ดำเนินสวัสดิ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พันธุ์ทิพา หลาบเลิศบุญ
อ.ขัณธ์ชัย อธิเกียรติ
อ.ประสพสรรพ์ กมลยะบุตร
อ.พรทิพย์ ศิริสมบูรณ์เวช
อ.วิศัลย์ศยา รุดดิษฐ์
อ.สุพัตรา ธงชัย

ผู้ตรวจ
อ.สมพงษ์ พละสูรย์
อ.สายัณห์ พละสูรย์
อ.สมนึก เนารพันธุ์

บรรณาธิการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สอางค์ ดำเนินสวัสดิ์

***********************************************************
ด.ญ.ธันยวีร์ เลื่อนเชย ม.1/11B เลขที่16




: ด.ญ.ธันยวีร์ เลื่อนเชย เลขที่16 ม.1/11B - 12/11/2005 14:55

: ด.ญ. อรพิมล ชวลิตชีวิน ม1/11B เลขที่25 - 16/11/2005 21:13

: ด.ญ.พลอยไพลิน อาดัมส์ เลขที่ 18 ม.1/11B - 26/11/2005 18:08

 

 

 

ความคิดเห็นผู้ของอ่านที่มีต่อผลงานของนักเรียนชั้น ม.1

 

พันธุ์คืออะไร

: แนน - 27/11/2005 12:10

พันธุ์ทางคืออะไร

: คูเซีย - 27/11/2005 12:11

มอมเป็นสุนัขที่กตัญญู

: แคท - 02/12/2005 14:02

หนูทำได้ดีค่ะแต่มีคำที่พิมพ์ไม่ถูกต้องนะคะ

: ครูคนหนึ่ง - 06/12/2005 11:20

ดีมากๆเลยคะทำให้รู้เรื่องราวในบทเรียนมากขึ้นด้วย


: น้องก้อยคะ - 16/12/2005 22:35

เรื่องมอมนี้ของเอาไปทำเป็นรายงานได้ไหม

: ด.ญ. ชุติมา ไชยมาตย์ - 17/12/2005 11:43

 

เป็นสุนัขที่แสนรู้มากเลย "อยากมีสุนัขอย่านี้จัง"

: ด.ญ. สุพัตรา โยธามาตย์ - 17/12/2005 12:37

เป็นเรืองสั้นเรืองหนึงทีให้ข้อคิด เกียวกับจิตใจมนุษย์กับจิตใจของสัตว์ คล้ายกับเรืองซาเก๊าะของมนัส จรรยงค์ ทีใช้สัตว์เป็นตัวเอกในการเดินเรือง

: ส.ป.ป.ก - 21/12/2005 12:46

อ่านแล้วสนุกดี

: หนิงว.ข.25ห้อง6 - 30/01/2006 14:07

ชอบมากค่ะมีสาระสนุกด้วย


: เเต้ว - 04/02/2006 16:12

เยี่ยม

: ส่วนเกิน - 05/02/2006 17:25

เข้ามา study befor test แล้วค่ะ (รายงานตัวค่ะ)

: ดญ คัทลียา พิริยสถิต - 06/02/2006 21:03

ชอบค่ะไม่ต้องอ่านในหนังสือ


: ผู้รู้ - 07/02/2006 19:03

เข้ามาอ่านเรื่องมอมแล้วค่ะ เวลา 21.03น.

: ออยล์ สิริลักษณ์ จันทร์สงค์ - 07/02/2006 20:55

อ่านแล้วเข้าใจดี

: no name - 08/02/2006 19:04

To ploy You are very nice girl I think you are great

: Thank you - 09/02/2006 08:46

เนื้อหาดีงับบบ เยี่ยมเลย


: hermione - 09/02/2006 08:52

อ่านแล้วทำให้เข้าใจมากขึ้น........ขอบคุณค่ะ

: Rain - 09/02/2006 09:19

น่าสงสาร อ่านแล้วเข้าใจสนุก

: ด.ญ.พรรณวิภา นวลกลับ - 09/02/2006 13:50

สนุกดีครับอ่านแล้วเพลิน

: ผู้ชายในเงาจันทร์ - 09/02/2006 20:50

ผมชอบเรื่งมอมมาก เพราะว่ามอมเป็นสุนัขที่ดีของนาย และมอมไม่ลืมพระคุณของนาย

: ด.ช.สิทธิศักดิ์ คงกิติมานนท์ - 11/02/2006 11:03

อ่านแล้วคิดถึงหมาที่เคยเลี้ยง - /17/02/49 ( 9.40 )

: .....? - 16/02/2006 09:38

มอมน่ารักจัง...!!!

: เด็กห้อง1 - 18/02/2006 11:40

มอมน่าสงสารครับ แต่ก็โชคดีนะครับไม่งั้นโดนสุนัขรังแก

: ด.ช.พิรียพงศ์ - 19/02/2006 18:06

มอมน่ารักมาก

: ห้อง1/10 - 19/02/2006 18:12

น่าสงสารนะ เเต่มอมก็เป็นสุนัขที่น่าประทับใจมากเลย

: ม.1/1 - 19/02/2006 19:17

อ่านแล้วคล้อยตามเรื่องไปด้วยเลย สงสารจัง
ปาติหาร ครั้งแรกเรยของมอม ที่จะเจอนายของมัน
ถ้าเรื่องจิงเปนอย่างงี้ คง เสีย ใจและ ดีใจ แย่เลย



: 1/10 ญ. Looknam - 19/02/2006 20:22

อยากให้ลองอ่านเรื่องนี้กันมากๆ เพราะ สนุกและน่าเอามาเป็นคติประจำใจค่ะ จาก วิลาวัณย์


: chompoo - 22/02/2006 20:18

อ่านตอนที่นายหญิงและหนูตายนั้นเศร้าจนร้องไห้ลย จริงๆๆๆๆๆๆ

: นร ม.1 - 26/02/2006 12:02

รักมอมจังเลย อยากจะร้องไห้ TT-TT


: โบโบะคุง - 06/03/2006 19:54

ลุงรู้สึกชื่นชมหนูๆ ที่ตั้งใจคัดลอกเรื่องของ"มอม"มาเผยแพร่
แต่ยังมีตอนท้ายอีกหน่อยนี่ครับ ตอนท้ายนี่ประทับใจมาก
อยากให้หนูช่วยโพสท์ต่อให้จบเลยนะครับ ขอบคุณครับ

: ลุงทุ้ย/ ผ่านมาอ่าน - 25/03/2006 10:10

ผมมาอ่านเพื่อศึกษาก่อนเรียนงับ

: เด็กกลับใจ - 29/03/2006 17:35

คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2549

เว็บเพจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย ของห้องเรียนสีชมพู ดูแลโดย
ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์

จัดทำและนำเสนอโดย คุณครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี


สมุดเยี่ยม