แหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.

    วงวัยวันผันเปลี่ยนวงเวียนหมุน วัยดรุณบริสุทธิ์ดุจเช้าตรู่
แสงใสสดงดงามให้ความรู้ พร้อมสรรพสู่ผู้ใหญ่วัยทำงาน
ดุจบัวดอกออกตูมรับฟูมฟัก ก่อเกิดฝักหนักแน่นเป็นแก่นสาร
ชีวิตผันวันคืนด้วยชื่นบาน สร้างพื้นฐานเติบงามขึ้นตามวัย
การละเล่นเด็กไทยวัยสนุก คือสื่อสุขสวัสดีวันปีใหม่
อาราธแสงแห่งพระรัตนตรัย โปรยพรชัยชื่นบานทุกท่านเทอญ ฯ
 

บทร้อยกรอง : มะเนาะ ยูเด็น
ภาพ :ปรีเปรม เปลี่ยนบำรุง สุจริต เกตุแก้ว
ที่มา : สมุดบันทึก 2548
    การละเล่นของเด็กไทย องค์การค้าคุรุสภา

การเล่นว่าว มะเนาะ ยูเด็น  
    คนประดิษฐ์คิดสร้างอย่างสามารถ ธรรมชาติช่วยผสมเสริมลมส่ง
ว่ายเวิ้งหาวว่าวป้อทระนง ไม่พะวงลมแปรหรือแน่นอน
ว่าวจะเหินเพลินดีสี่ประสาน หนึ่งชำนาญส่งมีทีผันผ่อน
สองว่าวทรงตรงเที่ยงไม่เอียงคอน สามลมป้อนสี่ผู้รู้เชิงชัก
    การเล่นว่าวใช้ผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน เล่นโดยใช้สายป่านผูกกับว่าว แล้วให้คนส่งถือว่าวให้โต้ลม
พอลมมาก็ส่งว่าวขึ้นไป คนชักจะกระตุกและผ่อนจนว่าวขึ้นสูงแล้วบังคับซ้ายขวาตามความต้องการ

เดินกะลา มะเนาะ ยูเด็น  
    เท้าซ้ายขวากะลาคู่รู้ร้อยเชือก เป็นคู่เกือกกับเท้าเข้าแข่งขัน
เดินโยกเยกย่องแย่งก้าวแข่งกัน ย่างยาวยันยึกยักสู่หลักชัย
    เดินกะลาขาคนพ้นจากพื้น สอนให้ยืนหยัดยันไม่หวั่นไหว
คู่กะลามาเล่นเป็นกำไร เติมค่าใหม่ให้กะลาค่าเลิศเลอ
    นำเชือกร้อยรูกะลา ๒ใบ ให้กะลาอยู่ในลักษณะคว่ำ กับพื้นแล้วผูกปลายเชือกเป็นปม จากนั้นผู้เล่นขึ้นไปยืน
กะลาใช้นิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้หนีบเชือกเดินไปที่เส้นชัย ใครถึงก่อนเป็นฝ่ายชนะ

ม้าก้านกล้วย : มะเนาะ ยูเด็น  
    ก้านกล้วยทำลำตัวทำหัวม้า เชือกหัวท้ายสะพายบ่าเป็นบังเหียน
ร้องฮี้ฮี้กับกับขับวนเวียน ควบขับเปลี่ยนลีลาเปลี่ยนท่าทาง
    หัวหางหกผกผันคอยกันแก้ ระวังแส้คนกวดจะหวดหาง
แส้ไม้เรียวเควี้ยวขวับม้าพับกลาง ถึงแพ้บ้างวางท่าให้น่าดู
    ม้าก้านกล้วยทำจากก้านกล้วย เลาะใบกล้วยออกเหลือส่วนปลายไว้เล็กน้อยเพื่อทำเป็นหางม้า ใช้มีดปาด
ส่วนโคนก้านเพื่อทำเป็นหางม้า ใช้เชือกฟางผูกหัวและท้ายทำเป็นบังเหียน เวลาเล่นใช้เชือกคล้องไหล
่ แล้วขี่ก้าน กล้วยวิ่งไล่กัน บางคนจะถือไม้เรียวเป็นแส้ม้า หากตีถูกม้าของใครหัก ถือว่าฝ่ายที่ม้าหักเป็นฝ่ายแพ้

มอญซ่อนผ้า : มะเนาะ ยูเด็น  
    ล้อมวงมอญซ่อนผ้าหน้าสลอน ระวังมอญวางหลังคนนั่งเผลอ
เพลงจะร้องต้องระวังหลังนะเออ เดี๋ยวกันเธอจะถูกตีเสียทีมอญ
    ผู้ใหญ่เตือนสติไว้ว่าได้ปลื้ม อย่าหลงลืมแลหลังฟังคำสอน
รู้ตัวคว้าผ้าไล่ไม่เดือดร้อน ถ้าต้องซ่อนซอนแอบให้แนบเนียน
    ให้ผู้เล่นนั่งล้อมวง เลือกผู้เล่น ๑ คน เป็นมอญถือผ้าเดินอยู่นอกวง แล้วช่วยกันร้องเพลง ระหว่างนั้นมอญ
จะทิ้งผ้าไว้หลังผู้ที่นั่งอยู่ถ้าผู้นั้นรู้สึกตัวก็จะหยิบผ้าวิ่งไล่มอญมอญจะต้องรีบวิ่งกลับไปนั่งที่ที่ว่างอยู่ให้ได้
ถ้านั่งทัน ผู้ที่มีผ้าอยู่ในมือจะต้องเป็นมอญคนต่อไป แต่ถ้าไม่ทัน มอญจะต้องเป็นมอญอีกครั้ง
 

อีตัก : มะเนาะ ยูเด็น  
    เมื่อขีดวงลงเสร็จโปรยเม็ดหว่าน มือเชี่ยวชาญมั่นคงบรรจงตัก
เริ่มเม็ดห่างทางง่ายค่อยย้ายยัก ทำมือหนักนิดหนึ่งโทษถึงรอ
    ฝืกมือไว้ให้กระชับการจับถือ ให้แม่นมือเหมือนประณีตจับมีดหมอ
มืออีตักต้องละเมียดละเอียดลออ ฝึกไม่พอมือไม่แน่แพ้ทุกที
    ใช้ผู้เล่น ๒ - ๔ คน แต่ละคนจะมีเมล็ดน้อยหน่า หรือมะขามจำนวนเท่า ๆ กัน และใช้ที่ตักทำด้วยใบไม้
หรือกระดาษพับเป็นรูปกรวยเล็ก ๆ เริ่มเล่นโดยโปรยเมล็ดไปบนพื้น แล้วใช้ที่ตักตักเมล็ดทีละเมล็ดไม่ให้
กระทบกับเมล็ดอื่นจนหมด ถ้าตักกระทบต้องหยุดเล่น ใครได้จำนวนเมล็ดมากที่สุดเป็นผู้ชนะ

ชักเย่อ : มะเนาะ ยูเด็น  
    เล่นง่ายง่ายสายเชือกเลือกเขื่องเขื่อง ใช้เป็นเครื่องประลองแรงแกร่งวิถี
เครื่องเหนี่ยวน้อมพร้อมพรักสามัคคี ไม่เทียบที่ชักเย่อเชียวเธอนะ
    แรงขายันมั่นมือฮึดฮือฮึด เปลี่ยนทีอึดทีอู้ดูจังหวะ
พอได้ท่าคร่าหมดไม่ลดละ ฝ่ายเงอะงะงุ่มง่ามตามไม่ทัน
    การเล่นชักเย่อจะแบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย จำนวนเท่า ๆ กัน ยืนอยู่คนละฝั่งโดยมีเส้นแดนกั้น แล้วนำเชือก
เส้นใหญ่ให้ผู้เล่นทั้ง ๒ ฝ่ายจับปลายคนละด้าน เมื่อได้รับสัญญาณให้แต่ละฝ่ายออกแรงฝ่ายตรงข้ามให้เข้ามา
ในเขตแดนของตนเองให้ได้ ฝ่ายใดถึงเข้ามาได้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ

HOME    สมุดเยี่ยม
ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๘