Home    สมุดเยี่ยม ขุนช้างขุนแผน(หอมรดกไทย)

เรื่องคุณช้างขุณแผนที่จะเสนอในเว็บนี้ประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

เรื่องย่อ

คุณค่า

        เรื่องย่อในสมัยกรุงศรีอยุธยา(ตอนต้น) รัชกาลสมเด็จพระพันวษาที่เมือง

สุพรรณบุรีมีครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันในเรื่อง 3 ครอบครัว คือ
        1. ขุนไกรพลพ่ายและนางทองประศรี มีลูกชายคนหนึ่ง เมื่อเวลาเกิด

พระเจ้ากรุงจีนนำแก้วมาถวายพระพันวษา จึงได้ชื่อว่า พลายแก้ว ซึ่งต่อมาได้

เป็นขุนแผน
        2. ขุนศารีวิชัยและนางเทพทอง เป็นเศรษฐี มีลูกชายชื่อ ขุนช้าง ศรีษะล้าน

มาแต่กำเนิด
        3. พันศรโยธาและนาางศรีประจัน เป็นพ่อค้า มีลูกสาวชื่อ พิมพิลาไลย มีรูปโฉมงดงามมากลูกของครอบครัวทั้งสามนี้เป็นเพิ่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก

ขันช้างเคยเล่นเป็นผัวเมียกับนางพิมแล้วพรายแก้วเล่นเป็นโจรมาลักนางพิมไป

        ขุนไกรเป็นพ่อของพลายแก้วต้องโทษประหารชีวิต เพราะพระพันวษา

กริ้วที่ขุนไกรฆ่าโคกกระบือซึ่งแตกตื่นไล่ขวิดผู้คน ในคราที่พระองค์เสด็จไปล่า

กระบือ นางทองประศรีจึงพาลพลายแก้วซึ่งยังเดป็นเล็ก หนีราชภัยไปอยู่ที่

ดอนเขาชนไก่ จังหวัดากญจนบุรี พลายแก้วบวชเณรอยู่กับสมภารบุญที่วัด

ส้มใหญ่ ส่วนอีกสองครอบครัวทางเมืองสุพรรณบุรีก็ประสบชะตากรรมเช่น

กัน คือขุนศรีวิชัยพ่อขุนช้างถูกโจรปล้นบ้านฆ่าตาย พันศรโยธาพ่อนางพิม

ก็ป่วยตาย

        เณรแก้วเรียนวิชาจนจบสิ้นแล้ว มารดาก็พากลับเมืองสุพรรณบุรี

บ้านเกิด เรียนวิชาเพิ่มเติมกับสมภาร วัดป่าเลไลย์ สามารถเรียนได้รวดเร็วและเทศม์

มหาชาติกัณฑ์มัทรีได้ไพเราะมาก ส่วนขุนช้างนั้นแต่งงานกับนางแก่นแก้ว

ได้ปีกว่า ภรรยาก็ป่วยตาย

        นางพิมและเณรแก้วได้พบกันในงานทำบุญ ต่างจำกันได้และมีจิต

ผูกพันรักใคร่กันในงานออกพรรษามีงานเทศมหน์มหาชาติที่วัดป่าเลไลย์ ขุนช้างเป็นเจ้าของกัณฑ์กุมาร นางศรประจันเป็นเจ้าของกัณฑ์มัทรี เณรแก้วเทศกัณฑ์มัทรีได้จับใจทุกคน จนนางพิมเปลื้อยงผ้าห่มสีทับทิม
บูชากัณฑ์ ขุนช้างก็เปลื้องผ้าห่มของตนวางทับผ้าห่มของนางพิม แล้ว

อธิษฐานขอให้ได้นางพิมทำให้นางพิมขุ่นเคืองมาก

        เณรแก้วขอให้สายทองเป็นสื่อนัดพบนางพิมที่ไร่ฝ้าย เกี้ยวพากัน

จนดึกก็ขึ้นหานางพิมที่บ้าน ได้เสียกันแล้วพรายแก้วก็กลับไปบวชเณรตามเดิม

        ขุนช้างอ้อนวอนมารดาให้ไปสู่ขอนางพิม มารดาไม่ยอมเพราะเห็นว่า

ลูกชายรูปชั่วตัวดำขุนช้างจึงไปทาบทามกับนางศรีประจันเอง นางพิมได้ยิน

ก็ด่าทอขุนช้างรีบกลับไปสายทองไปเล่าให้เณรแก้วฟัง สมภารทราบว่ามีสีกา

มาหาพูดจาหยอกเอินกัน จึงไล่ตีเณรแก้วหนีไปอยู่กับอาจารย์คง ที่วัดแค
ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของบิดา ได้เรียนวิชาต่าง ๆ สามารถผูกหุ่นพยนต์
สะเดาะโซ่ตรวน สะกดผู้คน ล่องหนหายตัวและอยู่คงกระพัน

        ขุนช้างพยายามสู่ขอนางพิมอีก นางศรีประจันคิดตกลงเพราะเห็นแก่

สมบัติ นางพิมร้อนใจชวนสายทองตามหาเณรแก้วจนพบ เณรแก้วจึงลาบวช

แล้วไปหานางพิมอีก ได้เสียกับสายทองในคราวนี้ ต่อมาจึงให้นางทองประศรี

มาสู่ขอนางพิม ได้แต่งงานกันโดยมีขุนช้าง
เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว อยู่กันได้สองวันมีข่าวศึกเชียงใหม่มารุกราน ตีได้เมืองเชียงทองของกรุงศรี
อยุธยา ขุนช้างซึ่งรับราชการอยู่จึงกราบทูลให้เรียกตัวพรายแก้วมาโดยหวังจะกำจัดเสีย พลายแก้ว
จึงต้องจากนางพิมไปรบ ก่อนไปได้ปลูกต้นโพธิไว้คนละต้น อธิษฐานว่าใครเป็นอันตรายก็ขอ
ให้ต้นโพธิ์แสดงลางร้ายให้เห็น

        พลายแก้วรบชนะ ได้เมืองเชียงทองคืน ติดตามทับเมืองเชียงใหม่ไปจนถึงเมืองลำพูน ที่
บ้านจอมทอง โดยมิได้ข่มเหงราษฎร นายแคว้นจอมทองสำนึกบุญคุณจึงยกลูกสาวชื่อลาวทอง
ให้เป็นภรรยา ระหว่างนั่นนางพิมล้มเจ็บลง ขรัวตาจูหมอดูให้เปลี่ยนชื่อเป็น วันทอง จึงหายป่วย
ขุนช้างให้คนนำกระดูกผีมาให้นางพิมดูว่าเป็นกระดูกพลายแก้ว และขู่นางศรีประจันว่านางพิม
จะต้องตกเป็นหม้ายหลวง นางศรีประจันจึงยกนางวันทองให้ขุนช้าง วันทองไม่เชื่อ ไปหาขรัวตาจู
ก็ทำนายว่าพลายแก้วยังไม่ตาย วันทองบอกมารดาแต่มารดไม่เชื่อ ไปดูที่ต้นโพธิ์แต่ขุนช้าง
แอบทำร้ายต้นโพธิ์เสียก่อนแล้ว แต่นางพิมก็ไม่ยอมแต่งงาน นางศรีประจันออกอุบายว่าจะ
รื้อหอไปถวายวัดเพื่ออุทิสกุศลให้พลายแก้ว แล้วให้ขุนช้างผลูกเรือนหอใหม่ในที่เดียวกันนั้น
นางทองศรีประจันมาเยี่ยมทัดทานไว้แต่ไม่สำเร็จ นางศรีประจันเฆี่ยนตีนางวันทองจนจำใจต้องเข้า
พิธีแต่งงานกับขุนช้าง แต่ยังไม่ยอมเข้าหอจนถึงเจ็ดวัน

        พลายแก้วกลับมา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนแผน รักษาเขตแดนกาญจนบุรี พบวันทองได้
ทราบเรื่องก็ชักดาบจะขึ้นไปฆ่าขุนช้าง ลาสวทองออกมาห้าม เกิดหึงหวงกัน วันทองโกรธและ
กร้าวร้าวขุนแผน ขุนแผนโกรธพาลาวทองไปกาญจนบุรี วันทองน้อยใจจึงยอมเข้าหอกับขุนช้าง
อีก 2 วันต่อมาขุนแผนหวนกลับมา มัดขุนช้างกับนางพิมติดกันประจานไว้
ต่อมาขุนช้างกับขุนแผนได้รับพระราชโองการให้เข้าไปฝึกราชการกับหมื่นศรี ณ
เมืองหลวง วันหนึ่งเป็นหน้าที่อยู่เวรของขุนแผน บังเอิญลาวทองป่วย ขุนแผนฝากเวรไว้กับขุนช้าง
ขุนช้างคิดกำจัดขุนแผน จึงกราบทูลว่าหนีราชการ พระวันวษาจึงลงโทษให้ไปอยู่ชายแดน
และให้กักขังลาวทองไว้

        ขุนแผนแค้นใจ ท่องเที่ยวไปถึงซ่องโจรของหมื่นหาร เห็นลูกสาวชื่อนางบัวคลี่ก็ต้องใจ
ขออาศัยอยู่ด้วย วันหนึ่งขุนแผนได้ช่วยชีวิตหมื่นหาญให้รอดจากถูกวัวกระทิงขวิด หมื่นหาญจึง
ยกนางบัวคลี่ให้เป็นภรรยา แต่อยู่มาหมื่นหาญเห็นขุนแผนมีวิชาเหนือกว่าตน จึงให้นางบัวคลี่วางยาพิษ
แต่โหงพรายของขุนแผนกระซิบบิกเสียก่อน คืนนั้นขุนแผนออกปากขอลูกในท้องของ
บัวคลี่ก็ยกให้ เมื่อนางหลับขุนแผนจึงผ่าท้องนำลูกไปทำพิธีเป็นกุมารทอง ต่อมาได้เหล็ก
เนื้อดีมาตีดาบ ขณะลองดาบเกิดพยับฟ้าร้องฟ้าผ่า จึงให้ชื่อว่าดาบฟ้าฟื้น และได้ม้าลักษณะ
ดีชื่อม้าสีหมอก โดยซื้อลูกม้าเกเรที่ติดแม่มาจากเมืองมฤต (มะริด) ในราคา 15 ตำลึง เมื่อได้
ของคู่ใจแล้วคืนหนึ่งก็ลอบกับไปเรือนขุนช้าง สะกดผู้คนหลับไหล เข้าห้องผิดไปพบแก้วกิริยา
ซึ่งบิดาคือพระยาสุโขทัยนำมาขัดดอกไว้กับขุนช้าง ขุนแผนได้นางแก้งวกิริยาและให้เงินไว้ไถ่ตัว
แล้วพานางวันทองหนีไป

        ขุนช้างออกติดตาม สู้ไม่ได้ก็เข้ามากราบทูลพระพันวษาว่า ขุนแผนเดป็นกบฏและลัก
ภรรยาของตนไป พระพันวษาให้ทัพหลวงติดตามไป ผู้นำทัพด่าประจานบิดามารดา ขุนแผนจึงฆ่า
ถฃตายแล้วหนีไป จนกระทั่งนางวันทองครรภ์แก่ ขุนแผนสงสารจึงเข้ามอบตัวต่อพระพิจิตร พระ
พิจิตรรักใคร่เอ็นดูแต่จำต้องส่งตัวเข้ากรุงศรีอยุธยา จมื่นศรีกราบทูลเรื่องราวทั้งสิ้น พระพันวษา
จึงพระราชทานอภัยโทษ ให้ลูกขุนพิจารณาคดี ขุนช้างแพ้ความ ขุนแผนจึงได้นางวันทองคืนไป
โทษของขุนช้างถึงตาย แต่ขุนแผนมิได้จองเวรแต่อย่างใด ขุนช้างจึงเพียงแต่ถูกปรับไหม

        ขุนแผนพาวันทองกับแก้วกิริยามาอยู่บ้านจมื่นศรี วันหนึ่งคิดถึงลาวทองซึ่งถูกกักขัง
จึงทูลขอพระจันวษา พระองค์ก็กริ้ว ให้จองจำขุนแผนไว้ นางแก้วกิริยาเข้าไปปรนนิบัติใน
คุก ขณะที่นางวันทอง จะเข้าไปเยี่ยมขุนแผน ก็ถูกขุนช้างให้คนมาฉุดไปสุพรรณบุรี

        วันทองคลอดบุตรชายให้ชื่อว่า พลายงาม ครั้นขุนช้างรู้ว่าเป็นลูกขุนแผนก็คิดกำจัด
เมื่อพลายงามอายุ 10 ขวบ ขุนช้างล่อเข้าไปในป่าแล้วทุบตีบีบจมูก แล้วเอาขอนไม้ทับไว้ ผีพราย
ของขุนแผนช่วยไว้แล้วไปบอกวันทอง วันทองเล่าความจริงให้ลูกฟัง แล้วให้ลูกเดินทางไปหา
นางทองประศรีที่กาญจนบุรี นางทองประศรี พาไปหาขุนแผนในคุก และให้ศึกษาตำรับตำรา
ของขุนแผนที่บ้าน เมื่ออายุ 13 ปี ก็ให้จหมื่นศรีพาพาเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก

        ต่อมาเกิดศึกระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเชียงหใม่ เพราะพระเจ้าเชียงใหม่ลอบชิงตัว
นางสร้อยทองธดาเจ้าเมืองล้านช้าง ซึ่งบิดาส่งตัวมาถวายพระพันวษา พลายงามทูลอาสาไปรบ
และขอพระราชทานโทษขุนแผนให้ไปรบด้วย พระพันวษาทรงอนุญาต ขุนแผนขอพระราชทาน
โทษลาวทอง และขอนักโทษที่อยู่ในคุกอี 35 คนไปทัพด้วย ในขณะที่ได้ฤกษ์ขุนแผนกับ
พลายงามจะยกทัพจากวัดใหม่ไชยชุมพล นางแก้วกิริยาก็คลอดบุตรชาย จึงให้ชื่อว่า พลายชุมพล

        ขุนแผนเดินทางไปเมืองพิจิตร ขุดดาบฟ้าฟื้นที่ฝังไว้และรับม้าสีหมอกไปทัพด้วย พลายงาม
ต้องใจนางศรีมาลาลูกพระพิจิตร และลักลอบได้เสียกัน ขุนแผนจึงสู่ขอให้บุตรชายโดยกำหนด
จะแต่งงานกันเมื่อเสร็จศึก

        ขุนแผนและพลายงามชนะศึก พานางสร้อยทองมาถวายพระพันวษา และพาพระเจ้า
เชียงใหม่กับมเหสีและธิดาคือนางสร้อยฟ้ามาถวาด้วย พระพันวษาแต่งตั้งขุนแผนเป็น พระ
สุรินทรฦาไชยไหสูรย์ภักดี รั้งเมืองกาญจนบุรี แต่งตั้งพลายงามเป็น จมื่นไวยารนาถ และยก
นางสร้อยฟ้าให้ด้วย ครั้นทรงทราบว่าจมื่นไวยฯมีคู้แล้วคือนางศรีมาลา จึงโปรดให้นำ
นางศรีมาลามาแต่งงานพร้อมกับนางสร้อยฟ้า ในวันแต่งงานพระไวย ขุนช้างเมาเหล้าวิวาทกับหมื่นไวย
แล้วเข้าเฝ้ากล่าวโทษจมื่นไวย ถูกฟ้องกลับเรื่องที่ขุนช้างคิดฆ่าจมื่นไวยเมื่อยังเด็ก จึงมีการดำน้ำ
พิสูจน์ ขุนช้างแพ้ต้องโทษประหาร แต่นางวันทองขอให้จมื่นไวยขอพระราชทานอภัยโทษ
ขุนช้าง วันหนึ่งจมื่นไวยลักลอบขึ้นเรือนขุนช้างพานางวันทองมาอยู่กับตน ขุนช้างทูลฟ้องพระพันวษา
โปรดให้ไตร่สวนคดี แล้วให้วันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร กรรมบันดาลให้นางทูลตอบว่า แล้วแต่
จะทรงตัดสิน พระพันวษากริ้วเพราะเข้าพระทัยว่าวันทองสองใจ จึงให้นำไปประหาร จมื่นไวย
กราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษ แล้วรีบขี่ม้ายกธงขาวไป ณ ที่ประหาร แต่เพชฌฆาตเข้าใจ
ผิดว่าให้เร่งประหาร จึงลงดาบทันที

        กล่าวถึงสร้อยฟ้าและสร้อยมาลามีเรื่องหึงหวงกันเสมอ สร้อยฟ้าให้เณรขวาดทำเสน่ห์
จมื่นไวยหลงเสน่ห์เฆี่ยนตีศรีมาลา พลายชุมพลเข้าช่วยก็ถูกตไปด้วย พลายชุมพลหนีไปหา
ขุนแผนที่กาญจนบุรี ขุนแผนและพระวิจิตรต่างเดินทางมาถึงพร้อมกัน จมื่นไวยก็ลำเลิกบุญคุณ
ที่เคยช่วสยบิดาออกจากคุก ขุนแผนโกรธมากจึงทวงดาบฟ้าฟื้นคืน ประกาศตัดพ่อตัดลูกแล้ว
กลับไปกาญจนบุรี

        พลายชุมพลนึกถึงเรื่องที่ถูกจมื่นไวยตีก็นัดหมายกับเพื่อนขุนแผนเพื่อแก้แค้นพระไวย เดิน
ทางจากสุโขทัยโดยมีม้ากะเลียงและดาบชนะไพรีเป็นอาวุธ ผูกหุ่นพยนต์เป็นกองทัพ ปลอมตน
เป็นมอญใหม่ยกทัพมา ขุนแผนยกทัพไปรบ แกล้วแพ้ให้จับตัวไป เพื่อล่อให้พระวยออกรบ
ระหว่างทางนางวันทองก็ปรากฏตัวเป็นเปรตมาห้ามทัพด้วยเกรงจะถูกบิดาฆ่าตาย แต่พระไวย
ก็เดินทางต่อไปและต่อสู้กับพลายชุมพล ขณะรบพระไวยได้ทราบความจริงจึงหนีกลับ พระพันวษา
ทรงทราบก็ให้ศรีมาลาไปรับขุนแผนและพลายชุมพลมาเฝ้า ทั้งสองกราบทูลเรื่องราวแล้วพลาย
ชุมพลก็อาสาขับเสน่ห์เถรขวาดแปลงเป็นจระเข้หนีไป

        สร้อยฟ้าไม่ยอมรับว่าทำเสน่ห์และกล่าวหาว่าศรีมาลาเป็นชู้กับพลายชุมพล พระพันวษา
จึงโปรดให้สร้อยฟ้าและศรีมาลาลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์ สร้อยฟ้าแพ้จึงถูกตัดสินประหารชีวิต
แต่นางตั้งครรภ์ 7 เดือนแล้ว นางทองประศรีจึงขอให้นางศรีมาลากราบทูลขอพระราชทานอภัย
โทษ พระพันวษาทร่งลดโทษให้เหลือเพียงเนรเทศ สร้อยฟ้ากลับเชียงใหม่คลอดบุตรเป็นชาย
ชื่อ พลายยลพงศ์นพรัตน์ ส่วนศรีมาลาก็คลอดบุตรเป็นชายชื่อ พลายเพชร ต่อมามีบุตรชายอีกชื่อ
พลายบัว ขุนแผนนั้นมีบุตรชายกับลาวทองคนหนึ่งชื่อ พลายณรงค์

        คุณค่าของเรื่องขุนช้างขุนแผน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์แสดงข้อคิด
เห็นเกี่ยวกับเรื่องขุนช้างขุนแผนเพิ่มเติม จากที่สมเด็จกรมพระยาดำรงฯทรงกล่าวไว้ใน สาส์น
สมเด็จ ว่า        

อีกข้อหนึ่งซึ่งทรงเห็นว่าคนชอบเรื่องขุนช้างขุนแผนเพราะเป็นเรื่องจริงนั้นก็ถูก
ส่วนหนึ่ง แต่เห็นว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวังทำให้ผู้ฟังนั้นวัยหวามด้วยส่วน
หนึ่ง เพราะเรื่องของไทยเราใครในท้องเรื่องซึ่งน่ารักก็มีแต่ความดี ถึงจะมีอันตราบยบ้างก็
เพียงยักษ์มาลักเอาเมียไป นึกให้ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ได้ นึกให้ฆ่ายักษ์ตายได้นางกลับมาก็
ได้กลับสมนึก มันก็สิ้นสนุกไปในตัวเอง...เรื่องขวางน้ำใจอยู่ดังนี้ของเรามีอยู่เรื่องเดียว
เท่านั้น ประกอบกับคำแต่งเหมือนเรื่องคนจริงจัง จึงชอบกันไม่รู้จืด
คำวินิจฉัยของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าพระองค์นี้ แสดงความดีเด่นหรือคุณค่าของเรื่องขุนช้าง
ขุนแผนได้ชัด ขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องใกล้ตัวและใกล้กับชีวิตของคนสามัญจนมีความรู้สึก
ร่วมในเหตุการณ์และเข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง ผู้อ่านจะรู้สึกในคุณค่าของเรื่องได้ง่ายกว่าเรื่องที่
ไกลตัว คุณค่าดังกล่าวมีดังนี้

ก. คุณค่าทางสติปัญญา

        คุณค่าทางสติปัญญา หรือความรู้ความคิดในเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นมีมาก ซึ่งจะกล่าวถึง
ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้
        1. วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ในเรื่องขุนช้างขุนแผน มีการบรรยาย
ถึงลักษณะชีงวิตของคนในชนบทของคนไทย ทีผูกพันอยู่กับขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ได้แก่ความ
ศรัทธา ในพระพุทธศาสนา ประเพณีในการเกิด การบวช การแต่งงาน และตัดสินคดีโดยให้ดำน้ำ ลุยไฟ เป็นต้น

        2. สภาพภูมิศาสตร์ ฉากหรือสถานที่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เป็นสถานที่จริงในพื้นที่จังหวัด
สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ชื่อวัดวาอาราม ต่าง ๆ ตำบลที่ปรกฎในเส้นทางต่าง ๆ ยังปรากฏ
อยู่ในปัจจุบัน สามารถติดตามเรื่องได้โดยมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เห็นได้จริง

       3. คติชาวบ้านในเรื่องความเชื่อ ความเชื่อของชาวบ้านที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ โหราศาสตร์
และไสยศาสตร์ ตัวละครได้ผูกพันอยู่กับเรื่องนี้เกือบตลอดทั้งเรื่อง เช่น ความฝันและการทำนาย
ฝัน การเลี้ยงผี และการใช้เวทมนต์คาถาต่าาง ๆ

        4. สภาพสังคมไทย เรื่องขุนช้างขุนแผนมีปรัชญาชีวิตเปรียบเทียบระหว่างสังคมกรุง
กับสังคมชนบทในช่วงต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นอย่างดี ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
ความเคารพผู้อาวุโส ความเคารพเชื่อฟังสามี ความกตุญญู ตลอดจนวิธีแสวงหาความรู้ของ
ในสมัยก่อนปรากฏชัดอยู่ในวรรณคดีเรื่องนี้

        5. สำนวนโวหาร ความรู้ทางภาษาเกี่ยวกับคำคม สำนวนต่าง ๆ ที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน
มีที่มาจากเรื่องขุนช้างขุนแผนอยู่มาก เช่น วันทองสองใจ ตกนรกทั้งเป็น ลูกนอกพ่อ ปลูกเรือน
คร่อมต่อ เป็นต้น

ข.. คุณค่าทางอารมณ์
        เรื่องขุนช้างขุนแผนมีบทพรรณนาที่ทำให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจเป็นอย่างยอ่ง ผู้อ่นจะ
รู้สึกหวั่นไหวกับโชคชะตาและบทบาทของตัวละคร ราวกับเป็นเรื่องที่เกิดกับตนเอง ในตำรา
นาฏยศาสตร์ของภรตมุนีได้กล่าวถึงรสทั้ง 8 ในการแสดงละครสันสกฤต และรสทั้ง 9 ในตำรา
อลังการศาสตร์ ซึ่งอาจเทียบกับรสในวรรณคดีอันก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ ตอนที่มีผู้อ่าน
จดจำกันได้มาก มีตัวอย่างดังต่อไปนี้

        1. ศฤงคารรส คือ การบรรยายหรือพรรณนาถึงสิ่งอันเป็นที่รัก ความรัก หรือเกี่ยวกับ
ความรัก ตลอดจนบทเกี้ยวพาราสี เช่น ตอนเณรแก้วคะนึงถึงนางพิมว่า
ดึกกำดัดลมพัดมาอ่อนอ่อน พระจันทรแสงสว่างกระจ่างไข
เงียบสงัดทั้งวัดป่าดเลไลย์ เจ้าเณรน้อยละห้อยไห้คะนึงนาาง
โอ้พิมนิ่มนวลของเณรแก้ว เจ้าไปแล้วจะรำลึกถึงพี่บ้าง
ฤางามปลื้มแม่จะลืมน้ำใจจาง แต่ครุ่นครางครวญคิดจนค่อนคืน
ทำไฉนจึงจะได้นางพิมชม ให้เคลื่อนคลายอารมณ์ร่ำสะอื้น
รักนางพ่างเพียงจะกล้ำกลืน หญิงอื่นหมื่นแสนไม่นำพา
ได้ร่วมหมอนพี่จะช้อนขึ้นชมชื่น ทุกคำคืนมิให้ขาดเสน่หา
มำไฉนจึงจะได้สนทนา กับพิมแก้วแววตาสักสองคำ

        2. รุทรรส คือรวแห่งความโกรธ ซึ่งเป็นพื้นฐานอารมณ์ของมนุษย์อย่างหนึ่ง ในขุนช้าง
ขุนแผนมีรสนี้มากกว่าคดีเรื่องอื่น ๆ เช่น ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ว่า
ดูม่านพล่านใจดังไฟวู จู่จับฟ้าฟื้นฟันระยำ
สับหั่นบั่นย่อยลงร้อยทบ ฟันตระหลบม่านมุ้งไม่เป็นส่ำ
เห็นขุนช้างกางกอดอยู่กำยำ ทะมื่นดำดาลเดือดเสียดายนาง
วันทองน้องน้อยหนึ่งเท่านั้น จะเคียงมันก็ไม่ถึงสักครึ่งข้าง
เงื้อดาบใคร่จะฟาดให้ขาดกลาง ง้างหัวมาจะสับให้ยับลง

        3. หาสยรส หรือหรรษารส คือรสแห่งความขบขัน คนไทยมีอารมณ์ขันกันมากตัวละคร
ในวรรณคดีไทยไม่ว่จะเป็นตัวเอกหรือตัวร้ายก็กลายเป็นตัวตลกได้เสมอ ในเรื่องขุนช้างขุนแผน
ก็เช่นเดียวกัน เช่น ตอนวันทองร่ำไห้ถึงพลายแก้ว ศรีประจันก็เลยพลอยคร่ำครวญถึงพันศรโยธา
บ้าง ว่า
เมียจะตายตามผัวกลัวผีหลอก กลัวหายใจไม่ออกเมื่ออาสัญ
จะโจนน้ำให้ตายไปตามกัน ก็กลัวจระเข้มันจะคาบไป
เมียจะเฉียดคอตายตั้งหลายครั้ง แต่รอรั้งกลัวเจ็บไม่เชือดได้
จะผูกคอหาเชือกมาเตรียมไว้ เชือกก็ใหญ่ก็จะรัดมัดต้นคอ

        4. กรุณารส คือรสแห่งความโศกเศร้า ในเรื่องนี้มีการร่ำให้อาลัยอาวรณ์ถึงคนที่ตนรัก
การพลัดพรากจากกัน ความผิดหวังต่าง ๆ เช่น ตอยพลายแก้วจะไปทัพ นางพิมคร่ำครวญว่า
โอ้พ่อพลายสายสวาทของน้องเอ๋ย ไม่เคยเลยจะห่างเหเสน่หา
มานอนหอด้วยน้องสองเวลา พ่อเคยพาพิมพูดพิไรวอน
นั่นนี่ซี้ซิกสัพยอก ยั่วหยอกมิใคร่ให้ไปไกลหมอน
แขนซ้ายเคยให้เมียหนุนนอน เห็นเมียร้อนพ่อก็พัดกระพือลม...

        5. ภยานกรส คือรสแห่งความทุกข์เวทนาอันเกิดจากความหวาดกลัว ความสูญเสียและ
กลัวสิ่งที่ยั่งไม่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความทุกขเวทนาได้ เช่น
ครานั้นฝ่ายว่าตาขุนไกร ตกใจดังยับเป็นผุยผง
ตัวสั่นขวัยหนีเหมือนผีลง จะดำรงกายได้ก็เต็มที
หน้าซีดผาดเผือดจนเลือดหาย ภูตพรายในตัวก็หลีกหนี
สิ้นสติตัวสั่นขวัญไม่มี ดังจะดับชีวีในทันใด

        6. ศาสนติรส คือรสแห่งความสงบ ความราบรื่น ไม่วุ่นวาย หรือความวิเวก ที่ทำ
ให้อารมณ์ของมนุษย์สงบ เช่น ตอนขุนแผนพาวันทองหนี ชมสระน้ำใสสะอาดว่า
มาถึงเนินผาท่าต้รไทาร น้ำเปี่ยมสระใสสะอาดนัก
ที่ธารแก่งแรงไหลมาคึกคัก เป็นชะงักชะง่อนผ่าน่าสำราญ
บัวไสวใบบังระบุดอก เผยออกกลิ่านชวยห้วยละหาน
ต้นไม้สูงสะพรั่งบังริมธาร ที่ดอกบานแล้วก็หล่นละอองลง

        7. วีภัตสรส คือรสแห่งความเกลียดชัง มรปรากฏอยู่หลายตอนในเรื่องขุนช้างขุนแผน
เช่น ตอนขุนโจรหมื่นหารเกลียดขุนแผนที่มีวิชาดี มีกลอนเสภาว่า
อ้ายแก้วเจนจัดชะงัดวิชา มันเก่งกาจเกินหน้าเราาขึ้นไป
มันก็เป็นช้างงาอันกล้าหาญ เราก็เป็นคชสารอันสูงใหญ่
จะอยู่ป่าเดียวกันนั้นฉันใด นานไปก็จะยับอับประมาณ
แต่เพียงนี้สิยังอหังการ จะคิดผลาญชีวันมันให้ตาย

        8. อัพภูตรส คือรสแห่งความอัศจรรย์ ในเรื่องขุนช้างขุนแผนมีเรื่องมหัสจรรย์เกิดขึ้นอยู่
เสมอ เช่น การแสดงอิทธิฤทธิ์ของขุนแผนพลายงาม การกำบังหายตัว หรือการแปลงกาย
เป็นต้น กลอนตอนหนึ่งว่า
แต่พอห่างวางทวนกับปัถพี อัญชลีร่ายเวทย์เป็นไฟกัลป์
ลุกโพลงโผงผางกลางสนาม เปลวฟู่วู่วามเสียงสนั่น
ลามไหม้ไล่คนทั้งหลายนั้น คนผู้อยู่นั้นก็หนีกรู
ตกใจหน้าซีดทุกตัวตน ขุนแผนอ่านมนตร์ฝนตกซู่
เป็นน้ำไหลไฟดับอยู่วับวู เสียงคนดูฮาลั่นสนั่นอึง

        9. วีรรส คือรสแห่งความกล้าหาญ เรื่องนี้เป็นวีรกรรมของขุนแผนและลูกหลานของขุนแผน
แต่ละคนมีความกล้าหาญ มีวิชาดี วีรรสจึงปรากฏอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เช่น
พลายแก้วแววไวใจกล้า เร่งรีบอาชากระทืบส่ง
มือถือดาบประทานผลาญณรงค์ ตรงใส่สันบาดาลที่นำกอง
ฟันฉับลาวสับด้วยปลายทวน แทงสวนหลบได้ด้วยไวว่อง
ลาวไล่พลาดถลานัยน์ตาพอง ร้องหมาซี้แม่แร่เจ้ามา
พลายแก้วฟาดฟันสนั่นฉับ คอพับตะพายแล่งตลอดบ่า...

        รสต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ ยกตัวอย่างให้เห็นเพียงเล็กน้อยพอเป็นแนวทางในการศึกษาเท่านั้น
ความจริงแต่ละรสมีอย฿ทั่วไปในเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นคุณค่าทางอารมณ์ของวรรณคดีเรื่องนี้
ถ้าจะพิจารณาทางวรรณคดีตามแบบไทยก็จะยิ่งหาได้ง่ายเพราะมีเพียงสี่รสเท่านั้น คือ เสาวรจนี
หรือบทชมความงาม นารีปราโมทย์หรือบทเกี้ยวพาราสี พิโรธวาทังหรือบทโกรธ และสัลลา
บังคพิไสยหรือบทเศร้าโศกเสียใจ คร่ำครวญอาลัย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของรสทั้งเก้าตาม
แบบของละครสันสกฤต

        ที่มา : สุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ เอกสารการสอน

ชุดวิชาภาษาไทย 4 หน่วยที่ 10 วรรณคดีมรดก ขุนช้างขุนแผน หน้า 134 -153 พ.ศ.2526


กำลังดำเนินการ

จุดมุ่งหมายในการอุทิศตนเพื่อนำเสนอ

        1. เพื่อรวบรวมแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษา วรรณคดีไทย ให้ง่ายต่อการสืบค้น         

        2. เพื่อรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ที่เป็นต้นแบบให้ผู้จัดทำนำความรู้มาใช้เลี้ยงชีพได้

ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
10 ก.ค.48

 

แหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.
สมุดเยี่ยม


ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐