ห้องเรียนสีชมพู
ประวัติสุนทรภู่      English
ความสัมพันธ์ของตัวละคร
พระอภัยฉบับภาษาอังกฤษ
สมุดเยี่ยม
เรื่องย่อพระอภัยมณี
พระอภัยE_learning
แบบฝึกหัดทบทวน

 

 

        คุณค่าของเรื่องพระอภัยมณีนิทานคำกลอนเรื่อง

พระอภัยมณีป็นวรรณคดีที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของกวีผู้รจนา

เอย่างแท้จริงมิได้นำเรื่องราวมาจากนิทานชาวบ้านหรือชาดก

ใดๆ ผู้แต่งคือสุนทรภู่มีเจตนาจะให้เป็นเรื่องประโลมโลก

โดยแท้ แต่เค้ามูลของเรื่องที่ทำให้สุนทรภู่เกิดจินตนาการ

นำมาผูกเป็นเรื่องขึ้นนั้นท่านผู้รู้ได้สันนิษฐานที่มาไว้หลายทาง

ปรากฏในพระนิพนธ์อธิบายเรื่องพระอภัยมณีของสมเด็จฯ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า

          เรื่องพระอภัยมณีนั้น สุนทรภู่ไม่ได้แต่งเรื่องเดา ตามอำเภอใจ แต่มีเค้ามูลจากเรื่องอาหรับราตรี

เรื่องหนึ่ง ที่กษัตริย์อิสลามยกทัพไปตีเมืองของนางพระยา ที่ถือศาสนาคริสตัง พบกันตัวต่อตัวในกลางศึก


แล้วเลยรักใคร่กัน เช่นเดียวกับที่พระอภัยมณีพบนางละเวง ในสนามรบแล้วรักกัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังทรง

สันนิษฐานต่อไปว่าในขณะที่สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีนั้น เห็นจะพยายามสืบสวนนิทานต่างประเทศมาก

และคงได้เค้าเรื่องอาหรับราตรีจากพวกแขกที่เข้ามาค้าขาย แล้วจำเอาเรื่องมาผูกขึ้นใหม่ตามความคิด

ของตนสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงตรวจสอบเรื่องพระอภัยมณีแล้วก็ทรงมีมติ


ิห็นตาม กระแสพระราชดำริในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ว่าสุนทรภู่แต่งพระแภัยมณีด้วยความประณีต

ทั้งตัวเรื่องและ ถ้อยคำสำนวน การที่สุนทรภู่ให้พระอภัยมณีเป่าปี่นั้นคงจะได้ความคิดจาก

พงศาวจีนเรื่อง ไซฮั่น โดยตัวสำคัญ ของเรื่องคือเดียวเหลียงนั้นชำนาญวิชาเป่าปี่เป็นยิ่งนัก

และพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ในเรื่องไซ่ฮั่นก็ชำนาญกระบอง เช่นเดียวกับศรีสุวรรณ ฉากต่างๆ และ

เหตุการณ์ในท้องเรื่องพระอภัยมณีเกี่ยวข้องกับทางทะเลเกือบทั้งหมด กาญจนาคพันธุ์

(ขุนวิจิตรมาตรา) ผู้ค้นคว้าเรื่องราวในพระอภัยมณีอย่างละเอียด ได้เขียน ภูมิศาสตร์สุนทรภู่

อธิบายเกี่ยวกับภูมิฐานบ้านเมืองต่างๆ ให้เข้ากับความจริง เช่นให้มีเมืองลังกาซึ่งเป็นเมือง

ที่มีจริง แล้วยัง สมมุติเมืองอื่นๆ เข้ากันได้สนิทกับแผนที่มหาสมุทรอินเดีย


เกี่ยวโยงไปถึงเมืองลังกา ตลอดจนกล่าวถึง ภูมิประเทศ ประชาชนพลเมือง การทำมาหากิน

ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของบ้านเมืองนั้นๆ ว่าเป็นแนวคิด แปลกของสุนทรภู่ที่ไม่มี

ใครเหมือน

          ที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางประดิษฐการ (invention) ของเรื่อง

พระอภัยมณีและ แสดงถึงความเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างเรื่องของสุนทรภู่ ซึ่งเป็นคุณค่าพิเศษ

ของวรรณคดีเรื่องอื่นๆ กล่าวคือ

                    ก. คุณค่าทางสติปัญญา ในบรรดานิทานคำกลอนด้วยกันแล้ว เรื่องพระอภัยมณี

นับว่ามีคุณค่ามากที่สุดในเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้

                            1. จินตนาการของผู้แต่ง สุนทรภู่มีจินตนาการกว้างไกลมาก

แปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบใคร ไม่ว่าจะเป็น ความหัศจรรย์ของท้องทะเล พฤติการณ์ในสนามรบเมืองลังกา

ลักษณะและนิสัยใจคอของชนชาติภาษาต่างๆ รวมทั้งจินตนาการล่วงหน้าทางวิทยาศาสตร์ เช่น

เรือโจรสุหรั่ง ซึ่งบรรยายว่า

                  มีกำปั่นนั้นยาวยี่สิบเส้น                   กระทำเป็นตึกว้านสถานถิ่น

         หมากมะพร้าวส้มสูกปลูกไว้กิน                   ไม้รู้สิ้นเอมโอชโภชนา

         เลี้ยงทั้งแพะแกะไก่สุกรห่าน                    ศชสารม้ามิ่งมหิงสา

         มีกำปั่นห้าร้อยลอยตามมา                       เครื่องศัตราสำหรับคบครบทุกลำ

หรือ สำเภายนต์ของพราหมณ์โมรา ซึ่งแล่นบนบก ในน้ำและในอากาศก็ได้ ซึ่งปัจจุบันก็มี

รถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกในลักษณะเดียวกับสำเภายนต์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์

เกิดขึ้นก่อนสุนทรภู่เกิดเล็กน้อยคือ เมื่อ พ.ศ.2326 ภูเขาไฟชื่อ กรากราตัว ซึ่งอยู่เกาะ

ระหว่างชวาและสุมาตรา ได้ระเบิดขึ้น ทำให้เมืองล่มหายไปทั้งเมือง สุนทรภู่ก็สร้าง

จินตนาการว่าเป็นเมืองของท้าวปัทกา เมื่อสุดสาครออกตามหาพระอภัยมณีผ่านเมืองนี้

มีกลอนบรรยายว่า ถึงเมืองล่มจมสมุทรมนุษย์ม้วย ประกอบด้วยยักขิณีพวกผีดิบ เห็นมนุษย์

สุดยอดปากยิบยิบ เสียงซุบซิบเสแสร้งจำแลงกาย


                            2. ความรู้เรื่องคติธรรม คำสอนต่างๆ มีมากมายในเรื่อง

พระอภัยมณี คติพจน์หล่นี้เหมาะสม กับกาลเวลาอยู่เสมอ และมีผู้จำได้มาก เช่น

             บุราณว่าถ้าเหลือกำลังลาก              ให้ออกปากบอกแขกช่วยแบกหาม

(สามพราหมณ์พูดกับศรีสุวรรณ ตอนศรีสุวรรณหลงรักนางเกษรา)

             รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา              รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

(โยคีสอนสุดสาครตอนช่วยขึ้นจากเหว)

             ด้วยวิสัยในประเทศทุกเขตแคว้น              ถึงโกรธแค้นความรักก็หักหาย

อันความจริงหญิงก็ม้วยลงด้วยชาย                           ชายก็ตายลงด้วยหญิงจริงดังนี้
(สามพราหมณ์พูดกับศรีสุวรรณตอนศึกลังกา)

                            3. ความรักและความกตัญญู สุนทรภู่ได้นำความรักประเภทต่างๆ

มาแสดงให้เห็นในเรื่อง พระอภัยมณีอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างบิดามารดา

กับบุตร เช่น พระอภัยมณีกับสินสมุทร ความรักความเมตตาในเพื่อนมนุษย์ของพระโยคี

เกาะแก้วพิสดาร ความรักระหว่างเพื่อนเช่น สามพราหมณ์กับศรีสุวรรณ ความรัก

ระหว่างสามีภรรยาแบบต่างๆ เช่น รักเดียวใจเดียวของ นางผีเสื้อสมุทร ขี้หึงเหมือน

สุวรรณมาลี เคารพเทิดทูนเหมือนนางเกษรารักและเสียสละ
เช่นนางเงือก เป็นต้น

                            4. ประเพณีสงคราม การสงครามในรูปแบบต่างๆ เช่นการรบ

โดยตรง การจารกรรม การใช้ กลยุทธต่างๆ ที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม การสงบศึก การปฏิบัติ

ต่อเชลยศึก เช่น ที่พระอภัยมณีปฏิบัติต่อ อุศเรน และอุศเรนคาดโทษไว้ว่าถ้าอุศเรนจับ

พระอภัยมณีได้จะทำอย่างไร เป็นต้น

                            5. สันติภาพ พระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดาร เป็นเสมือนเทพเจ้าผู้นำ

สันติภาพมาสู่คู่สงคราม ให้การรบข้อธรรมะเหมือนกันหมด ไม่เลือกฝ่ายผิดฝ่ายถูก ใช้

หลักธรรมเป็นพื้นฐานของสันติภาพ พยายามให้คู่กรณีเป็นมิตรที่ดีต่อกัน พระโยคีถือว่า


การตัดกิเลสตัณหาทั้งหลายเท่านั้นที่จะนำสันติสุขมาสู่มนุษย์ทุกคนได้


                            6. ความรู้เรื่องทะเล พระอภัยมณีเป็นวรรณคดีไทยเรื่องแรกที่

ใช้ฉากในทะเลและชายฝั่งตลอด ทั้งเรื่อง สุนทรภู่ได้บรรยายความรู้เรื่องทะเลไว้ดีมาก แผนที่

ของเรื่องนี้กาญจนาคพันธุ์ ได้อธิบายไว้อย่าง ละเอียดในเรื่องภูมิศาสตร์สุนทรภู่ดังกล่าวแล้ว

                    ข. คุณค่าทางอารมณ์ พระอภัยมณี มีรสทางวรรณดคีอันเป็นพื้นฐานทางอารมณ์ของ

มนุษย์อยู่พร้อมทั้ง 9 รส แบบคติของสันสกฤต หรือรวมเป็น 4 รส ตามคติของวรรณคดีไทย

ในที่นี้จะยกตัวอย่างรสทั้ง 4 ดังนี้


                            1. เสาวรจนี บทชมความงาม เช่น ตอนชมโฉมศรีสุวรรณ เมื่อปลอมตัวเป็นพราหมณ์

เข้าเมือง รมจักรว่า

ฝ่ายทั้งสี่พี่เลี้ยงเมียงชม้อย
เห็นพราหมณ์น้อยโสภาจะหาไหน
ดูผิวเหลืองเรืองรองทองอุไร งามวิไลแลเล่ห์เทวดา
ขนงเนตรเกศกรรณและกรแก้ม แลแฉล้มน่ารักเป็นนักหนา
พิศวงหลงลืมกระพริบตา เสน่หาปั่นปวนรัญจวนใจ


                            2. นารีปาโมทย์ บทเกรี้ยวพาราสี เช่น ตอนศรีสุวรรณสลักใบตองอ่อนเป็นสารรักถึง
นางเกษราว่า

ในสารศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ บูรีรัตนามหาสวรรย์
สวาทหวังพระธิดาวิลาวัณย์ สู้ด้นดั้นดงแดนแสนกันดาร
พยายามข้ามมหามหรรณพ หวังประสบนงนุชสุดสงสาร
มาอาศัยในสวนอุทยาน บุญบันดาลดลจิตพระธิดา
เผอิญให้โฉมงามทรามสวาท มาประพาสชมพรรณบุปผา
พี่ยลยอดเยาวเรศเกษรา ช่างโสภานิ่มน้องละอองนวล
ประไพพร้อมนิ่มน้อยกลอยสวาท ดังนางในไกรลาสมาเล่นสวน
เสด็จกลับลับไปให้รัญจวน เฝ้าอักอ่วนอาวรณ์ร้อนฤทัย

                            3. พิโรธวาทัง บทโกรธ หรือตัดพ้อต่อว่า เช่น ตอนพระโยคีโกรธที่นางผีเสื้อสมุทร
กล่าวหาว่าไม่อยู่ในศีล ว่า

พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่ ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
เพราะหวงผัวมัวเมาเฝ้าตะโกรง ว่ากูโกงมึงก็ตกนรกเอง
อียักษาตาโตโมโหมาก รูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหมง
นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตง ผัวของเองเขาระอาไม่น่าชม
จึงหนีมาอาศัยกูให้อยู่ มิใช่กูรู้เห็นเท่าเส้นผม
มาตรีชาว่ากูผิดในกิจกรม จะให้สมน้ำหน้าสาแก่ใจ
แล้วเสกทรายปรายขว้างมากลางคลื่น ดังลูกปืนยิงยักษ์ให้ตักษัย
ผีเสื้อกลัวตัวสั่นเพียงบรรลัย ก็หลบไปตามวนชลธาร

                            4. สัลลาปังคพิไสย คือบทคร่ำครวญ หรือโศกเศร้า เช่น ตอนสุดสาครรำพัน

ถึงมารดา ตอนจากไปตามหาพ่อว่า

จันทร์กระจ่างกลางโพยมดังโคมแก้ว สว่างแถวท้องทะเลพระเวหา
สุดสาครนอนเอกเขนกมา ดูดาราเดือนสว่างน้ำค้างพรม
พอลมรื่นคลื่นสงัดกำดัดดึก หวนรำลึกถึงเจ้าตาที่อาศรม
เคยนั่งแท่นแผ่นผาที่ท่าลม ชวนหลานชมเดือนหงายสบายใจ
โอ้สงสารมารดานิจจาเอ๋ย เคยชมเชยลูกยาอัชฌาสัย
น้ำนมแม่แต่ละข้างช่างกระไร ลูกเคยรับประทานทั้งหวานมัน
โอ้จากมาน่าเสียดายเมื่อภายหลัง จะย้อยพรั่งฟูมนองทั้งสองถัน
ลูกยิ่งอยากมากมายเสียดายครัน สะอื้นอั้นอดนมตรมฤทัย

 

          การพิจารณาคุณค่าของวรรณคดี ในแง่คุณค่าทางอารมณ์นั้น ผู้ศึกษาวรรณคดีที่ย่อม

ให้ รสต่างๆในวรรณคดีอันเป็นพื้นฐานทางอารมณ์ของมนุษย์มาเป็นหลักในการพิจารณาได้เสมอ

ไม่ว่าจะเป็น รสวรรณคดีแบบของสันสกฤต หรือของไทย

          การ วิเคราะห์ตัวละคนในเรื่องพระอภัยมณี เรื่องพระอภัยมณีมีตัวละครอยู่มากมาย

เปลื้อง ณ นคร ได้แบ่งสถานที่และตัวละครไวเป็น 3 ฝ่าย พวกหนึ่งเรียกว่า ฝ่ายไทย มีเมืองรัตนา เมืองรมจักร

เมืองผลึก เมืองการะเวก
เมืองที่มีพฤติการณ์มากที่สุดคือเมืองผลึก พวกหนึ่งเป็น ฝ่ายเทศ สุนทรภู่

ได้ออกชื่อไว้มากมาย ที่สำคัญ ที่สุดคือ เมืองลังกากับเมืองวาหุโลม
พวกหนึ่งเป็น ฝ่ายทะเล

ซึ่งมีเกาะแก้วพิสดาร เกาะนางผีเสื้อ เกาะกาวิน ฯลฯ
ตัวละครในเรื่องถ้าแบ่งตามฝ่ายดังกล่าว

ก็จะได้ดังนี้ ฝ่ายไทย มี พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ นางสุวรรณมาลี สินสมุทร สุดสาคร เกษรา นางวาลีเป็นต้น

ฝ่ายเทศ ก็มี อุศเรน ท้าวสิงหล นางละเวง สังฆราชบาทหลวง เป็นต้น ส่วนฝ่ายทะเล ก็มีพระโยคี

แห่งเกาะแก้วพิสดาร นางเงือก นางผีเสื้อสมุทร
เป็นต้น

          ในเรื่องนี้จะนำตัวละครสำคัญบางตัวมาวิเคราะห์ ดังต่อไปนี้


                    1. พระอภัยมณี
พระอภัยมณีเป็นตัวละครที่แปลกไปจากพระเอกในเรื่องอื่นๆ

ของวรรณคดีไทย คือ ไม่มีฝีมือในการใช้อาวุธและไม่มีความรู้ทางเวทมนต์คาถา แถมยังขี้ขลาดอีกด้วย

แม้ว่ารูปร่างลักษณะ และบุคลิกทั่วๆ ไปจะเหมือนพระเอกอื่นๆ คือ รูปงาม บอบบาง เจ้าชู้ และเป็นคนดีก็ตาม

ความสามารถ ของพระอภัยมณีมีอยู่อย่างเดียวคือเป่าปี่ สันนิษฐานกันว่าสุนทรภู่เอาแบบมาจาก เตียวเหลียง

ในพงศาวดารจีนเรื่องไซ่ฮั่น เมื่อพระอภัยมณีและศรีสุวรรณ สองพี่น้องไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์ทิศาปาโมกข์

นั้น พระอภัยมณีอายุ 15 ปี ได้ตัดสินใจเลือกเรียนวิชาเป่าปี่

พระเชษฐาว่าจริงแล้วเจ้าพี่ วิชามีแล้วใครไม่ข่มเหง
แต่ใจพี่นี้รักทางนักเลง หมายว่าเพลงดนตรีนี้ดีจริง
ถึงการเล่นเป็นที่ประโลมโลก ได้ดับโศกสุญหายทั้งชายหญิง

         นี่เป็นความคิดเห็นเรื่องดนตรีของพระอภัยมณี ซึ่งอาจารย์ได้ขยายความถึงอานุภาพของ เพลงปี่อีกว่า

ถ้าแม้ว่าข้าศึกมันโจมจับ จะรบรับสารพัดให้ขัดสน
เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคน

ด้วยเล่ห์กลโลกาห้าประการ

คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส เกิดกำหนัดลุ่มหลงในสงสาร
ให้ใจอ่อนนอนหลับดังวายปราณ จึงคิดอ่านเอาชัยเหมือนใจจง

         กระนั้นก็ตาม คุณประโยชน์ของดนตรียังเป็นที่คลางแคลงแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพระอภัยมณี

อยู่มา ท้าวสุทัศน์เองก็เห็นเพียงว่า

อันดนตรีปี่พาทย์ตะโพนเพลง เป็นนักเลงเหล่าโลนเล่นโขนหนัง
แต่พวกกูผู้หญิงที่ในวัง มันก็ยังเรียนร่ำได้ชำนาญ
   
   

         พระอภัยมณีและศรีสุวรรณก็เลยถูกขับออกจากเมืองและเริ่มการผจญภัยตั้งแต่นั้น ความสามารถ

ในเชิงปี่ของพระอภัยมณีได้แสดงให้พราหมณ์หนุ่ม โนรา สานน และวิเชียร ซึ่งขอชมเป็นครั้งแรก เพลงปี่

ตอนนี้มีความไพเราะในลีลาน้ำคำคล้ายเสียงดนตรี มีเนื้อความว่า

ในเพลงปี่ว่าสามพราหมณ์เอ๋ย ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยบุปผาสุมาลัย จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย
พระจันทร์จรสว่างกลางโพยม ไม่เทียบโฉมนางงามพี่พราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน

         พราหมณ์ทั้งสามและศรีสุวรรณได้ฟังก็เคลิ้มหลับไป พระอภัยมณีจึงถูกผีเสื้อยักษ์ลักพาไปเป็น

สามีเพราะนางเห็นว่า "ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น เป็นหนุ่มแน่นน่าชมประสมสอง" เพลงปี่ทำให้

พระอภัยมณีมีชายาเป็นครั้งแรกเมื่ออายุยังไม่เต็มสิบหกปี และอยู่กินด้วยกันจน สินสมุทร บุตรชายอายุได้

แปดปี จึงได้พากันหนีจากนางผีเสื้อผจญภัยต่อไป แต่ถึงแม้พระอภัยมณีจะมีชายหลายคนจนได้ชื่อว่าเจ้าชู้

ก็มิได้ประพฤติผิดประเพณีเหมือน พระเอกวรรณคดีอื่นๆ บางเรื่อง พระอภัยมณีได้นางผีเสื้อเพราะ

จำยอม ได้นางเงือกเพราะความกตัญญู และสงสาร ได้นางวาลีเพราะนางถวายตัว ได้นางสุวรรณมาลี

ก็โดยอภิเษกสมรส หลังจากที่ได้ใช้ความพยายาม อย่างยิ่งยวด นางละเวงก็เช่นเดียวกันพระอภัยมณี

ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพราะเป็นความรักระหว่างรบ และต้องอาศัยคนอื่นช่วยเหลือ พระอภัยมณีไม่เคย

เกี้ยวผู้หญิงสำเร็จด้วยตนเองเลย นอกจากกับนางเงือก ความรักของพระอภัยมณีที่มีต่อชายา

ทุกคนนั้นเป็นรักแท้ แม้กับผีเสื้อยักษ์ซึ่งถูกข่มขืนให้จำยอม แต่ผีเสื้อยักษ์ตายไปพระอภัยมณีก็ร้องไห

้จนสลบ เมื่อนางวาลีตายก็เช่นกัน พระอภัยมณีก็อธิษฐานให้ได้ พบกันใหม่ในชาติหน้า

กับนางสุวรรณมาลีและนางละเวงก็ครองคู่อยู่จนไปบวชด้วยกันในบั้นปลาย กับนางเงือกเท่านั้น

ที่ดูห่างเหิน แต่ตอนหลังพระอภัยมณีก็ไปเทศน์โปรดให้ถือศีล

         อุปนิสัยของพระอภัยมณีเป็นคนใจอ่อนและขี้ขลาด เหมาะจะเป็นศิลปินมากกว่ากษัตริย์

ในคำกลอน มักจะมีสร้อยต่อท้ายชื่อแสดงบุคลิกของพระอภัยมณีให้เห็นได้ชัดเจน เช่น

         พระอภัยใจอ่อนถอนสะอื้น..........................

         ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉม...........................

         ฝ่ายพระองค์ทรงโฉมประโลมสวาท...............

         สงสารองค์พระอภัยวิไลลักษณ์....................

         สงสารองค์พระอภัยวิไลโลก........................

         องค์พระอภัยมณีศรีโลภา............................ ฯลฯ

         แม้แต่ศรีสุวรรณ เมื่อถูกขับออกจากเมืองพร้อมกัน ยังวิจารณ์พระอภัยมณีตรงๆ ว่า

พระอนุชาว่าพี่นี้ขี้ขลาด เป็นชายชาติช้างงาไม่กล้าหาญ
แม้นชีวันยังไม่บรรลัยลาญ ก็เซซานซอกซอนสัญจรไป
เผื่อพบพานบ้านเมืองที่ไหนมั่ง พอประทังกายาอยู่อาศัย
มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร ชีวิตไม่ปลดปล่อยคงได้ดี

         นางสุวรรณมาลีเองก็เคยเขียนเพลงยาวตัดรอนพระอภัยมณีว่า

น้องตั้งสัตย์ตัดขาดแล้วชาตินี้ อันสามีขี้ขลาดไม่ปรารถนา
จะขออยู่ผู้เดียวด้วยลูกยา เป็นสัจจาใจจริงทุกสิ่งเอย

         ในด้านการรบพระอภัยมณีไม่เคยแสดงฝีมือเลย ใช้แต่เพลงปี่ห้ามทัพ เช่น ตอน

พระอภัยมณี ตีเมืองใหม่เป็นต้น ดูเหมือนจะมีอยู่ตอนเดียวที่พระอภัยมณีแสดงความกล้าออกมา

ตอนรบกับนางละเวง ที่สนามรบครั้งแรกว่า

พระอภัยใจกล้าเห็นข้าศึก ลุกสะอึกองอาจฟาดพระแสง
นางแทงอีกหลีกเลี่ยงก็เพลี่ยงแพลง พระต่อแย้งยกปืนขึ้นยืนยิง

         นอกจากจะขี้ขลาดแล้ว พระอภัยมณียังเป็นคนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจเองนับตั้งแต่

จะตัดสินให้นางสุวรรณมาลีแก่อุศเรนหรือไม่ ก็ให้สินสมุทรทำหน้าที่ตัดสินใจ การศึกเมื่อลังกายกมาตี

เมืองผลึกก็ปล่อยให้นางวาลีเป็นผู้ตัดสิน มาตัดสินใจเองก็ตอนออกบวชเป็นฤาษีที่เขาสิงคุตร ทำให้นางสุวรรณมาลี

และนางละเวงต้องออกบวชตามไปด้วย พระอภัยมณีเป็นตัวละครที่ผู้แต่งต้องการแสดงให้เห็นว่า ผู้เป็นกษัตริย์นั้น

ไม่จำเป้นจะต้องเป็น นับรบเสมอไป ถ้าหากมีมุขมนตรีที่ดีแล้วก็สามารถปกครองแผ่นดินได้เช่นเดียวกัน

                  2. นางผีเสื้อสมุทร นางเกิดจากก้อนหินในมหาสมุทร โดยนางอสูรตนหนึ่งได้พรพิเศษ

ถอดดวงใจฝากไว้กับก้อนหินนั้น แล้วขึ้นไปรบกับพระเพลิง ถูกไฟกรดไหม้หมดทั้งกาย แต่ดวงใจและอายุ

ยังไม่หมด ก้อนหินนั้นได้ไอน้ำและ ไอดินก็งอกออกเป็นแขนขาอย่างแข็งแรง นับหมื่นปีก็มีชีวิตขึ้นมาเป็น

ผีเสื้อสมุทร เป็นใหญ่ในหมู่ภูติผีในย่าน แม่น้ำอโนมาน มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถนิรมิตร่างกายให้ใหญ่โต

หรือสวยงามอย่างไรก็ได้ มีมนตร์วิเศษเรียกฝน และลูกเห็บได้ด้วย วันที่พระอภัยเป่าปี่ให้พราหมณ์หนุ่ม

ทั้งสามและศรีสุวรรณฟังที่ชายน้ำนั้น นางผีเสื้อกำลังเที่ยวเล่น จับสัตว์น้ำเป็นๆ กินเป็นอาหารอยู่ เผอิญ

ได้ยินเสียงปี่พระอภัยมณีก็ป่วนปั่นหัวใจด้วยความเสน่หา เข้าเกยฝั่ง อย่างรัญจวนใจ เห็นพระอภัยมณีทั้ง

รูปงามและเป่าปี่ไพเราะ นางผีเสื้อสมุทรถึงกับกระโดดขึ้นไปอุ้มเอา พระอภัยมณีไปไว้ในถ้ำ

แล้วจำแลงร่างเป็นมนุษย์ปรนนิบัติพระอภัยมณีอย่างดียิ่ง แรกๆ พระอภัยมณีก็ไม่ยอม แต่ต่อมา

ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงอยู่กินกับนางถึงแปดปีเศษ ความรักของนางผีเสื้อสมุทรรุนแรงและมั่นคง

ต่อองค์พระอภัยมณียิ่งนัก พระอภัยมณีจะด่าว่า อย่างไรนางก็ไม่เคยถือโกรธ เมื่อสินสมุทร

พาพระอภัยมณีหนีนั้น ผีเสื้อยักษ์ไม่ได่โกรธพระอภัยมณีเลย ไปโกรธเงือกพ่อแม่ที่ให้พระอภัยมณีขี่หลัง

ถึงขนาดที่พอจับตัวได้ก็ "แล้วนางยกษ์หักขาฉีกสองแขน          ไม่หายแค้นเคี้ยวกินสิ้นทั้งคู่"

         ครั้งถึงเกาะแก้วพิสดาร พระโยคีห้ามปรามและป้องกันพระอภัยมณี ผีเสื้อยักษ์ ก็ด่าว่าฤาษี

อย่างเผ็ดร้อนว่า

นางผีเสื้อเหลือโกรธพิโรธร้อง มาตั้งซ่องศีลจะมีอยู่ที่ไหน
ช่างเฉโกโยคีหนีเข้าใช้ ไม่อยู่ในศีลสัตย์มาตัดรอน

         แม้กับสินสมุทรบุตรชายของนางเองนางก็ไม่รัก เพราะตอนสินสมุทรหลอกล่อให้หลงทางนั้น

นางคิดในใจว่า "จะจับไว้ให้พาไปหาพ่อ          แล้วหักคอเสียให้ตายในภายหลัง"

แต่กับพระอภัยมณีแล้วนางตาม อ้อนวอนและกราบกรานอย่างน่าสงสาร ดังคำกลอนตอนหนึ่งว่า

อยู่ดีดีหนีเมียมาเสียได้ เสียน้ำใจน้องรักเป็นนักหนา
จึงอุตส่าห์พยายามสู้ตามมา ขอเป็นข้าบาทบงสุ์พระทรงธรรม
พระเสด็จไปไหนจะไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยภัสดาจนอาสัญ
ประทานโทษโปรดเลี้ยงแต่เพียงนั้น อย่าบากบั่นความรักน้องนักเลย

         หรือตอนพระอภัยมณีหนีนางขึ้นเกาะตอนเรือแตก และหนีขึ้นภูเขานั้น นางขึ้นเขาตามไป

ไม่ได้ ก็คร่ำครวญดังกลอนว่า

จะขึ้นเขาเล่าก็ลื่นขึ้นไม่ได้ สุดอาลัยแลหาน่าสงสาร
เห็นผัวนั่งพังพาบลงกราบกราน แล้ววิงวอนอ่อนหวานด้วยมารยา
พระรูปหล่อพ่อคุณของเมียเอ๋ย ไฉนเลยหลบตัวกลัวนักหนา
น้องอุตส่าห์พยายามตามพระมา จงมาหาเมียบ้างอย่าหมางเมิน

         ถึงนางผีเสื้อจะรักพระอภัยมณีเพียงใดก็ตาม แต่พระอภัยมณีกลัวฤทธิ์และความโมโหร้าย

ของนาง เสียแล้ว จึงตัดใจเป่าปี่สังหารนางเสีย เพื่อมิให้เป็นภัยต่อมนุษย์และสัตว์อื่นทั่วไปนางผีเสื้อยักษ์

ตายไปด้วย ความรักอย่างน่าสงสาร เช่นเดียวกับเรื่องสังข์ทอง ที่นางพันธุรัตน์สอนมนตร์มหาจินดา

ให้พระสังข์แล้วก็ อกแตกตาย กล่าวกันว่าสุนทรภู่นำเค้าโครงตอนนี้มาจากเรื่องสังข์ทอง

                  3. สินสมุทร สินสมุทรเป็นลูกพระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร มีลักษณะพิเศษคือ

รูปร่างเป็นมนุษย์แต่มี เขี้ยวงอกจากปากเหมือนยักษ์ มีกำลังมหาศาลเหมือนแม่ เป่าปี่เก่ง

เหมือนพ่อโมโหร้ายเหมือนแม่ เจ้าชู้ อย่างนุ่มนวลเหมือนพ่อ เป็นต้น ได้เรียนวิชาเบื้องต้นจากพ่อ

และเรียนเพิ่มเติมจากพระโยคีที่เกาะแก้วพิสดาร แสดงความสามารถในการรบใหญ่ๆ หลายครั้ง เป็นผู้ตัดสินใจ

ดีเด็ดเดี่ยวและรอบคอบ สินสมุทรมีชายา 2 คน คือ อรุณรัศมี บุตรีศรีสุวรรณ กับนางยุพาผกา ลูกเลี้ยง

นางละเวง เมื่อพระอภัยมณีสละราชสมบัติออกบวช สินสมุทรได้ครองเมืองผลึกแทนบิดา สุนทรภู่คงจะสร้าง

ตัวละครตัวนี้ขึ้นจากลูกของตนเอง ที่ขาดความรักความอบอุ่นจากแม่ที่แท้จริง จึงใฝ่ฝันที่จะมีแม่เช่นคนอื่น

บ้าง โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ที่ตนจะนำมาเป็นแม่จะรู้สึกอย่างไรเพราะพ่อก็ยังมี ตัวตนอยู่ สินสมุทรคิดเพียงแต่

ให้มีแม่ที่รักตนเองสักคนเท่านั้น

                  4. พระโยคีเกาะแก้วพิสดาร เงือกน้ำที่สินสมุทรจับได้เล่าให้พระอภัยมณีฟังว่า

แต่โยคีมีมนตร์อยู่ตนหนึ่ง อายุถึงพันเศษถือเพทไสย
อยู่เกาะแก้วพิสดารสำราญใจ กินลูกไม้เผือกมันพรรณผลา
พวกเรือแตกแขกฝรั่งแลอังกฤษ ขึ้นเป็นศิษย์อยู่สำนักนั้นหนักหนา
ด้วยโยคีมีมนตร์ดลวิชา ปราบบรรดาภูตพรายไม่กรายไป

         โยคีตนที่เงือกกล่าวถึงนี้คือ พระโยคีเกาะแก้วพิสดาร บางครั้งสุนทรภู่เรียกว่าฤาษี มีไม้เท้า

วิเศษ เป็นอาวุธซึ่งต่อมามอบให้สุดสาครไป เมื่อเดินทางไปไหนจะมีเสียงระฆังเป็นสัญญาณประจำตัว

มีญาณทิพย์ ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า มีอำนาจเวทมนต์กันภูตผีปีศาจ ผีเสื้อยักษ์ซึ่งเป็นเจ้าแห่ง

ปิศาจจึงไม่อาจเข้าใกล้ เกาะแก้วพิสดาร เพราะพระโยคี

"เราลงเลขเสกทำไว้สำเร็จ         ดังเขื่อนเพชรภูตปีศาจไม่อาจใกล้" พระโยคีนี้นุ่งผ้าคากรอง

ครองหนังเสือ เป็นอาจารย์สอนเวทมนตร์คาถาป้องกันตัวให้สินสมุทร และสุดสาคร โดยเฉพาะสุดสาครนั้น

พระโยคีรักมากเป็นพิเศษ กล่าวได้ว่า ทำคลอดเอง เลี้ยงดูให้การศึกษา อบรมมาตั้งแต่เกิด

บวชให้และติดตามช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้ยามคับขัน รวมทั้งการ

ระงับสงครามใหญ่ระหว่างผลึกกับลงกาด้วย บทบาทของพระโยคีตอนระงับสงครามนี้

เชื่อกันว่าสุนทรภู่คงจะได้แนวคิดมาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนท้าวมาลีวราชว่าความนั่นเอง

และคำสอนของพระโยคีก็คือพุทธปรัชญา อันเป็นแนวคิดหนึ่งของนิทาน คำกลอนเรื่องนี้

ที่เกาะแก้วพิสดารนั้นอุดมสมบูรณ์โดยธรรมชาติ มีพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เกิดขึ้นเองอย่าง

สมเหตุสมผล ดังที่สุนทรภู่ได้บรรยายไว้ว่า

อันเกาะแก้วพิสดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม
แต่คราวหลังครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน
เธอทำไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร
ได้สืบพืชยืดอยู่แต่บูราณ จงคิดอ่านเอาเคียวมาเกี่ยวไป

                  5. นางสุวรรณมาลี เป็นธิดาท่าวสิลราชเจ้าเมืองผลึก เดิมเป็นคู่หมั้นของอุศเรน

โอรสเจ้าเมืองลงกา กำหนดจะอภิเษก อยู่แล้ว แต่นางสุวรรณมาลีเกิดนิมิตฝันว่ามีดวงแก้วอยู่กลางเกาะ

ซึ่งนางเหาะไปหยิบเอามาได้ พอตื่นขึ้นดวงแก้ว กลับหายไป ทำให้นางคร่ำครวญหาจนล้มเจ็บ พระบิดา

จึงพาออกท่องเที่ยวทะเล แต่ถูกคลื่นพัดพาเข้าฝั่ง เกาะแก้วพิศดาร ได้พบกับพระอภัยมณีและสินสมุทร

เกิดความผูกพันรักใคร่ โดยเฉพาะกับสินสมุทรนางมี ความรักอย่างลึกซึ้งเหมือนอย่างลูก เมื่ออุศเรนมา

ตาม สินสมุทรจึงไม่ยอมให้นางไป ทำให้เกิดเป็นชนวนสงคราม ระหว่างเมืองผลึกกับเมืองลงกาอย่าง

ยืดเยื้อ รูปร่างผิวพรรณของนางสุวรรณมาลีก็เหมือนกับนางในวรรณคดีทั่วไป คือเป็นนางกษัตริย์ งดงาม

มาก ดังที่ศรีสุวรรณเห็นนางครั้งแรกยังคิดในใจว่า

พระยิ้มพลางทางเพลินเห็นเมินพักตร์ ชำเลืองลักแลชม้ายดูสายสมร
ทั้งคมขำสำอางอย่างกินนร เสงี่ยมอันงามพร้อมไม่ผอมพี
ดูเหมือนสาวราวสักยี่สิบถ้วน ทั้งน้ำนวลผิวผ่องเป็นสองสี
แต่ลูกยาอายุได้แปดปี นางจะมีลูกเต้าแต่เท่าไร

         อุปนิสัยของนางสุวรรณมาลีป็นคนค่อนข้างเจ้าอารมณ์และตามใจตัว นอกจากนี้ยังหึงหวง สามี

เป็นอย่างยิ่ง นางละเวงถึงกับเรียกนางสุวรรณมาลีว่า มเหเสือ หรือ มเหสีขึ้หึงเหมือนหนึ่งเสือ เชื่อกันว่า

อุปนิสัยของนางสุวรรณมาลีนี้สุนทรภู่จำลองมาจากแม่จัน ภรรยาของท่านเองที่ต้องเลิกกันไป

พราะความหึง อย่างไรก็ตาม หลังจากขับเคี่ยวกับนางละเวงอย่างหนัก เมื่อได้ฟังเทศน์ของพระโยคี

เกาะแก้วพิสดารแล้ว นางสุวรรณมาลีกับนางละเวงก็ปรองดองกัน ไม่ขุ่นข้องหมองใจกันอีก แม้ตอนท้ายเรื่อง

พระอภัยมณีไปบวช นางทั้งสองก็ติดตามไปบวชด้วยดีที่เขาสิงคุตร

                  6. นางวาลี นางละเวง และตัวละครหญิงอื่นๆ สุนทรภู่มอบหมายบทบาทให้ตัวละคร

หญิงเหล่านี้ ไม่ให้เป็นกุลสตรีที่ละเมียดละไมอยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน ขี้ขลาด ขี้กลัว เหมือนตัวละครหญิงสมัย

ก่อนๆอีกต่อไป โดยกลายมาเป็นผู้กล้าหาญ ฉลาด สามารถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ได้ มีฝีมือในการรบทัพจับศึก

ตัดสินใจเด็ดขาดจะมีลักษณะผู้หญิงอยู่บ้าง ก็ตรงรักและหึงหวง นอกนั้นจะมีลักษณะเด็ดเดี่ยวและฉลาด

แหลมคมคล้ายผู้ชาย เช่น ตอนที่เมองผลึก จับอุศเรนได้ พระอภัยมณีจะให้ปล่อยกลับไป นางวาลีกล่าวว่า

          ประเพณีตีงูให้หลังหัก          มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง

      จระเข้าใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง        เหมือนเสือขังเข้าดงก็คงร้าย

           ที่มา : สุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย 4 หน่วยที่ 10 วรรณคดีมรดก

พระอภัยมณี หน้า 164 -191 พ.ศ.2526

จุดมุ่งหมายในการอุทิศตนเพื่อนำเสนอ

         1. เพื่อจัดทำแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ตำราที่มีคุณค่าของสถาบันการศึกษาที่ผู้จัดทำได้ศึกษาให้นักเรียนและผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้า

         2. เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่ จินตกวีเอกของโลก ที่เป็นต้นแบบในการแต่งกลอน และรำลึกถึงคุณครูระเบียบ   เหล่านาค

คุณครูในดวงใจของผู้จัดทำ

                                                  ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์

                                                             7 ก.ค.48      


สมุดเยี่ยม

คุณเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่ ตั้งแต่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๔
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐